รอยตราทาสหัวใจ

โดย: 6565BOOK



ตอนที่ 2 : กลับบ้าน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เมื่อสองวันที่แล้วหรัณย์ติดต่อดารินเพื่อให้เตรียมตัวที่จะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของเขา หญิงสาวจึงรีบเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จทั้งเรื่องงานและที่บ้าน ในตอนนี้เธอกำลังยืนรอเขาในชุดพยาบาลขาวสะอาด รองเท้าคัทชูหุ้มส้นพร้อมกับกระเป๋าเป้ใบใหญ่ มีเสื้อผ้าข้าวของเท่าที่จำเป็นบรรจุเอาไว้ข้างใน 

“รอนานไหมครับ” หรัณย์เดินมาหาหญิงสาวที่ยืนรออยู่ภายในห้องพิเศษที่เหลือแต่เตียงเปล่าของชนา ส่วนตัวคนป่วยถูกนำไปไว้ในรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

“ชนาไปไหนล่ะคะ” 

“อยู่ในรถพยาบาลครับ ส่วนคุณมานั่งกับผมที่รถส่วนตัวก็ได้”  

“ค่ะ” ดารินพยักหน้ารับ พลางก้มไปหยิบกระเป๋าเป้ที่วางพิงเอาไว้กับพื้น หรัณย์เห็นเธอตัวเล็กนิดเดียวกลัวจะหนักเกินไปสำหรับหญิงสาว เขาจึงยื่นมือไปตรงหน้าหวังจะช่วยถือ 

“เดี๋ยวผมช่วยครับ” 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันถือเองได้” ด้วยความที่ไม่ชอบขอความช่วยเหลือจากใครดารินจึงเอี้ยวมือหนี แต่เขาก็ไม่ยอม ยังคงพยายามแย่งสายหูกระเป๋าออกจากมือเล็กจนเธอต้องยอมให้เขาช่วย 

“ตามผมมาครับ” ร่างสูงเดินนำไปพร้อมกับเป๋าที่ถืออยู่ พยาบาลสาวจึงเดินตามแผ่นหลังกว้างเงียบๆ ในระหว่างทางหญิงสาวก็เผลอแอบมองเขาโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่สนิทกับชนาเธอก็ไม่เคยได้ย่างกรายเข้าไปในบ้านของเขาเลย ถ้าหากบ้านเขาอยู่ใกล้ๆ เธอคงได้เจอหรัณย์ไปตั้งนานแล้ว คงได้รู้ว่าชนามีพี่ชายที่สุภาพและอบอุ่นขนาดนี้ 

 เมื่อหรัณย์เดินนำมาถึงรถเขาก็เป็นฝ่ายเปิดประตูรถให้หญิงสาว ดารินเข้าไปนั่งในรถอย่างสงบเสงี่ยม ก่อนจะเอื้อมมือไปคาดเข็มขัดนิรภัย ใบหน้าสวยเหม่อมมองชายหนุ่มทุกอิริยาบถจนกระทั่งเขาพาตัวเองมานั่งฝั่งคนขับ ไม่อยากจะเชื่อว่าใจที่ไม่เคยจะหวั่นไหวกับอะไรง่ายๆ เมื่อมาเจอความสุภาพอ่อนโยนทั้งคำพูดและการกระทำของหรัณย์ หัวใจดวงน้อยก็เผลอเต้นแรงขึ้นมา 

หญิงสาวเหม่อมองนอกหน้าต่างระหว่างการเดินทาง ต้นไม้พลิ้วไสวตามแรงลมคล้ายฝนจะตก เพิ่มความเหงาให้ทั้งสอง เพราะต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบอยู่กับความคิดของตัวเอง ความหนาวพัดมาต้องกายจนร่างบางต้องยกมือขึ้นมากอดอก ถ้าหากคนข้างๆ เธอตอนนี้เป็นชนาเขาคงพูดกวนๆ แล้วทำท่าจะเข้ามากอดเธอแน่ๆ แต่พี่ชายของเขายังคงนั่งนิ่งตั้งใจขับรถราวกับเขาอยู่บนรถเพียงคนเดียว มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยว  

ตื่นขึ้นมาสักทีสิชนา 

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ” พอเห็นสีหน้าดูเศร้าสร้อยของดารินชายหนุ่มจึงทักขึ้น เพราะดูอีกฝ่ายจะนั่งนิ่งๆ กอดอกราวกับมีเรื่องเศร้ามากมายเก็บอยู่ภายในใจ 

“ฉันแค่คิดถึงชนาน่ะค่ะ” เสียงแผ่วของดารินเบาจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ เหมือนร่างกายไร้เรี่ยวแรงเมื่อนึกย้อนถึงความน่ารักของชนาเมื่อครั้งก่อน ในตอนที่อ่อนแอเพื่อนรักจะคอยเป็นกำลังใจให้เธอเสมอๆ คนที่คอยดูแลเธอตลอดมาต้องกลายเป็นคนที่แทบจะหายใจด้วยตัวเองไม่ได้ แค่นึกก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก

“วันนั้นคุณยังบอกให้ผมสู้อยู่เลย มาวันนี้ทำไมเศร้าเองล่ะครับ” 

“นั่นสิคะ ฉันต้องสู้สินะ” ใบหน้าสวยเผยยิ้มให้ชายหนุ่ม ซึ่งหรัณย์ก็ยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน ก่อนจะกำปั้นชูขึ้นพร้อมกับบอก ‘สู้ๆ’ เพื่อปลุกใจให้เธอกลับมามีแรงฮึดอีกครั้ง

“ขอบคุณมากๆ นะคะ” 

“ครับ ยังไงคุณก็เป็นเพื่อนของชนา คิดว่าผมเป็นพี่ชายคนนึงก็ได้ครับ”  

“ไม่ได้หรอกค่ะ ชนาเค้าเป็นคนขี้หวง ถ้ารู้ว่าฉันเอาพี่ชายของเขามาเป็นพี่ชายตัวเองมีหวังน้อยใจแน่ๆ” เสียงเล็กบอกปนขำกับนิสัยขี้หวงของเพื่อนรัก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเขา เขาไม่มีทางยอมแบ่งให้ใครได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะแค่ของกินเล็กๆ น้อยๆ ชนายังเคยหวงของกับเธอเลย 

“จริงสิ ผมลืมไปเลย แต่ก่อนผมไม่กล้าแย่งของเล่นชนาเลย แย่งทีไรมีร้องไห้ไปฟ้องแม่ตลอด ฮ่าๆ” เสียงขำที่ดูเหมือนจะมีความสุขแต่มันกลับเจือความเศร้าซะจนเป็นเสียงขำที่ดูหดหู่ใจ

“คุณดารินดูสนิทกับชนาจังเลยนะครับ” 

“สนิทกันตั้งแต่เรียนมหาลัยน่ะค่ะ ตั้งแต่รู้จักกันเขาก็ไม่เคยทิ้งฉันไปไหนเลย เรามีกันแค่สองคน แถมยังคุยกันได้ทุกเรื่อง เขาเป็นทั้งเพื่อนแล้วก็เป็นเหมือนคนในครอบครัวของฉันคนนึงเลยค่ะ” 

“ถ้าเขาได้ยินแบบนี้คงดีใจน่าดูนะครับ” 

“ฉันก็อยากให้เขาตื่นมาได้ยินเหมือนกันค่ะ เพราะที่ผ่านมาฉันไม่ค่อยจะพูดจากับเขาดีๆ เท่าไหร่ ไม่เคยจะใส่ใจเขาเหมือนที่เขาใส่ใจฉันเลย กว่าจะนึกได้มันก็เกือบจะสายไปแล้ว” ดารินพูดเสียงเศร้าเมื่อนึกถึงชนาเพื่อนรัก

“อย่างน้อยเขาก็ยังอยู่นี่ครับ คุณบอกให้ผมรอเขา คุณก็ต้องสู้ต่อเพื่อรอเขาเหมือนกันสิ” 

“ฉันเคยเป็นคนบอกให้คุณไม่ท้อ แต่วันนี้ฉันดันมาท้อซะเอง แย่จังเลยนะคะ” 

“ไม่หรอกครับ อย่าคิดมากน่า” หรัณย์เอื้อมมือไปกุมมือเล็กของดารินไว้ ทว่าพอเขาสัมผัสโดนมือหญิงสาวเพียงนิดเดียวร่างบางกลับสะดุ้งโหยงแล้วรีบถอยหนี

“ผมขอโทษครับ ผมแค่อยากจะปลอบ” 

“ฉันแค่เป็นคนขี้ตกใจน่ะค่ะ ไม่ได้รังเกียจนะคะ” ดารินรีบแก้ต่างเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาเจื่อนลง  

“ครับ ผมเข้าใจ” หรัณย์ยิ้มอบอุ่นให้ในขณะที่เขาหันหน้าไปสนใจกับท้องถนนที่ไกลสุดลูกหูลูกตาแทน  ระยะทางจากบ้านเขากับโรงพยาบาลต้องใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม ฉะนั้นตอนที่ชนาเข้าโรงพยาบาลเขาเลยต้องหอบเสื้อผ้าไปค้างที่โรงพยาบาลด้วยเพราะจะได้ไม่เสียเวลาเดินทาง พอน้องชายต้องมารักษาตัวที่บ้านจึงเป็นฝ่ายดารินที่ต้องหอบเสื้อผ้ามาค้างแรมที่บ้านเขาแทน 

หรัณย์บังคับรถยนต์ส่วนตัวขับมาจอดเทียบหน้าประตูรั้วไม้สูงเหนือศีรษะ ชายหนุ่มบีบแตรเรียกไม่นานก็มีแม่บ้านวัยกลางคนเดินแกมวิ่งมาเปิดประตูให้ รถยนต์คันหรูขับตรงไปอีกประมาณสิบเมตรก็เลี้ยวเข้าไปจอดยังโรงรถของบ้านที่อยู่ติดกับสวนหย่อมขนาดใหญ่ 

พอลงจากรถแล้วดารินก็หันมองสำรวจทั่วบริเวณของบ้านที่ดูเพียงแวบเดียวก็พอจะเดาออกว่าเจ้าของบ้านหลังนี้รวยระดับที่เรียกว่าเศรษฐี เธอไม่คาดคิดว่าชนาจะมีฐานะร่ำรวยขนาดนี้ เพราะปกติเขาก็ใช้ชีวิตธรรมดาๆ หอพักก็ไม่ได้แพงอะไร ถ้าหากเป็นคนอื่นถ้ามีเงินทองมากมายคงไม่ใช้ชีวิตสมถะเช่นเขาแน่ๆ 

“ป้าจัดแจงห้องตามที่ผมบอกรึยังครับ” 

“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณหรัณย์ ห้องของคุณพยาบาลอยู่ติดกับห้องของคุณชนาเลยค่ะ” ป้าแม่บ้านรายงานความเรียบร้อยกับเจ้านาย หลังจากที่เธอได้รับคำสั่งจากเขาว่าให้จัดห้องรับรองพยาบาลพิเศษที่จะมาดูแลหลังจากที่ชนาลูกชายคนเล็กของบ้านจะกลับมาพักฟื้น ในตอนแรกแม่บ้านก็คิดแค่ว่าพยาบาลพิเศษคงไม่ได้อายุน้อยๆ แล้ว แต่พอเห็นดารินเข้าก็รู้สึกผิดคาดขึ้นมาทันที เธอสวยและบุคลิกภาพดีราวกับเป็นลูกผู้ลากมากดี 

หรัณย์ที่เป็นเจ้าบ้านเดินนำพยาบาลสาวเข้าไปภายในบ้านหลังใหญ่ ภายในตกแต่งด้วยฟอร์นิเจอร์ไม้สักของตกทอดจากบรรพบุรุษ ในตอนนี้บ้านดูเงียบเหงาเพราะคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายยังไม่ได้กลับจากต่างจังหวัด ภายในบ้านจึงเหลือเพียงคนทำสวน คนขับรถ แม่บ้าน เขา และสมาชิกใหม่อย่างดาริน 

“เดี๋ยวป้าพาไปที่ห้องพักค่ะ” 

“ค่ะป้า” ดารินตอบแม่บ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เธอเดินเข้าไปยื่นมือขอกระเป๋าเป้ของตัวเองกับหรัณย์ที่ถือเอาไว้ตั้งแต่ลงจากรถ เขายื่นกระเป๋าเป้ให้เธออย่างว่าง่าย ส่วนตัวเขาเองก็ยืนรอรถพยาบาลที่อีกไม่กี่นาทีก็จะมาถึง

ในที่สุดชนาก็จะได้กลับมาอยู่ที่บ้านสักที… 

พอเห็นว่ารถพยาบาลขับมาจอดที่หน้าบ้านหรัณย์จึงรีบออกไปเปิดประตูให้ด้วยตัวเอง เมื่อรถเข้ามาจอดภายในบ้าน ทั้งคนของโรงพยาบาลและตัวเขาเองก็ช่วยกันเคลื่อนย้ายคนป่วยด้วยความระมัดระวัง เพราะห้องของชนาอยู่ชั้นสองจึงค่อนข้างที่จะลำบากในการเคลื่อนย้าย แต่ด้วยความช่วยเหลือของทุกคนชนาก็ถูกพามานอนอยู่บนเตียงประจำของเขาได้อย่างปลอดภัย 

“ขอบคุณนะครับ” หรัณย์ยกมือไหว้ขอบคุณบุรุษพยาบาลอย่างไม่ถือตัว ซึ่งอีกฝ่ายก็ไหว้เขาตอบแล้วจึงขับรถพยาบาลกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อ 

“คุณหรัณย์ไปพักก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะดูแลชนาให้เอง” พยาบาลสาวบอกเจ้าของบ้านด้วยความเป็นห่วง เพราะตั้งแต่กลับมาเขาก็ยังไม่ได้นั่งพักเลยสักครั้ง  

“ครับ ผมฝากดูแลชนาด้วยนะครับ” ถึงจะรู้ว่าเขาจ้างดารินมาเป็นพยาบาลพิเศษ ถึงจะรู้ว่าเธอดูแลคนป่วยได้เพราะว่าร่ำเรียนมา แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่อาจจะวางใจใครได้ เพราะถ้าหากพลาดเพียงวินาทีเดียว นั่นคือชีวิตของน้องชายของเขา

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจะดูแลเขาอย่างดี” ดารินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อสร้างความมั่นใจว่าเธอไม่ได้ดูแลคนป่วยในฐานะพยาบาลพิเศษที่ถูกจ้างมา แต่เธอดูแลชนาในฐานะเพื่อนที่รักเขามากที่สุด 

หรัณย์ยิ้มแทนคำขอบคุณให้ดาริน ก่อนที่เขาจะพาตัวเองกลับมายังห้องนอนที่ไม่ได้ใช้งานมาหลายวัน ร่างสูงปล่อยตัวเองลงกับเตียงนุ่ม ไม่ถึงห้านาทีเขาก็เผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยที่สะสมมานาน 

“ได้กลับมาอยู่บ้านแล้วนะ ทำไมแกไม่เคยบอกฉันเลยว่าบ้านแกรวยขนาดนี้” ดารินเอ่ยกับร่างไร้สติของเพื่อนรัก เธอลากเก้าอี้ไม้เข้ามาใกล้กับเตียงใหญ่ แล้วมองสำรวจสายระโยงระยางที่คอยช่วยยื้อชีวิตของเพื่อนรัก

วินาทีต่อมาลมพัดผ่านหน้าต่างห้องนอนอย่างแรง จนผ้าม่านปลิวไสวทั้งที่ตอนแรกแม้แต่ใบไม้ก็ไม่ขยับ เป็นผลให้ของบางอย่างหล่นลงมาจากบนตู้ ดารินรีบลุกไปปิดหน้าต่างทั้งสองบานเอาไว้ แล้วเดินกลับมายังของที่หล่นแน่นิ่งอยู่บนพื้น หญิงสาวก้มลงมองอัลบั้มรูปนั้นด้วยความประหลาดใจ 

 มือเล็กหยิบอัลบั้มขึ้นมาถือเอาไว้พลางหันไปมองดวงตาที่ปิดสนิทของเพื่อนรัก เธออดสงสัยไม่ได้ว่าการที่อัลบั้มนี้ตกลงมามันเป็นเพราะความบังเอิญหรือเป็นเพราะเขาตั้งใจที่จะให้เธอเห็น หน้าปกของอัลบั้มมันเขียนว่า ‘Friend 

ดารินถือวิสาสะเปิดดูรูปถ่ายภายในอัลบั้มอย่างช้าๆ รูปถ่ายใบนี้มันมาจากตอนที่ชนาซื้อกล้องตัวใหม่ และเขาก็พกมันติดตัวตลอดตั้งแต่ตอนปีเธอรู้ว่าเขาชอบถ่ายรูปนู่นรูปนี่ไปตามประสา และเจ้าตัวก็ชอบบอกว่าอยากลองฝึกถ่ายโดยที่ให้เธอเป็นแบบ ดารินก็ยอมเป็นแบบถ่ายให้เพราะชนาบอกเสมอว่าถ่ายไปแล้วก็จะลบทิ้ง แต่สิ่งที่เธอได้เห็นมันไม่ตรงกับสิ่งที่เขาได้เคยพูดเอาไว้สักนิด แม้แต่รูปที่ถ่ายพลาดจนเบลอเขาก็เก็บมันเอาไว้ ทุกรูปถูกถ่ายในช่วงเวลาที่ต่างกัน แต่สิ่งที่มีเหมือนกันคือทุกๆ รูปถ่ายมีดารินอยู่ทุกใบ ดารินเปิดอัลบั้มภาพจนถึงรูปสุดท้ายที่เป็นรูปคู่ล่าสุดในงานรับปริญญา ชนากอดเธอเอาไว้ในขณะที่เธอทำหน้าดุใส่เขา 

“ฮึก...” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย แต่มันเป็นรอยยิ้มที่เคล้ากับน้ำตา “ฉันคิดถึงแกนะ”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha