รอยตราทาสหัวใจ

โดย: 6565BOOK



ตอนที่ 4 : รอยตรา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“คุณหรัณย์คะ เปิดประตูให้ฉันหน่อยค่ะ” หลังจากเคาะประตูไปสามสี่ทีกลับไม่มีเสียงใดๆ ตอบรับ เสียงหวานของดารินจึงเรียกคนข้างในให้เปิดประตูอีกครั้ง ในมือเธอตอนนี้ถือกล่องปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อมาช่วยเขาด้วย

“ผมไม่สะดวก” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่เป็นมิตร ในวินาทีนี้ถ้าหากเขาได้เจอดาริน เขาอาจจะแยกแยะไม่ได้และพาลใส่เธอทำให้มองหน้ากันไม่ติดซะเปล่าๆ การเลี่ยงที่จะเจอกันเห็นจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว

“ฉันเห็นข้อมือคุณเป็นแผล ขอฉันดูหน่อยได้ไหมคะ” ดารินพยายามใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นในการเจรจา “ฉันจะรีบดูรีบไปค่ะ จะไม่รบกวนคุณเลย”

          หรัณย์ยอมเปิดประตูให้พยาบาลสาว ร่างบางเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล ทว่าพื้นห้องนอนของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยเศษข้าวของเกลื่อนกลาดจากการทำลายของคนคลุ้มคลั่ง

          “คุณโอเคไหมคะ” ร่างบางค่อยๆ เดินเข้าไปหาหรัณย์ที่ยืนอยู่มุมของห้องนอน ใบหน้าเขาไม่สดใสเหมือนที่เคยเป็น ยิ่งเธอเดินเข้าไปใกล้กลิ่นเหล้าจากตัวเขาก็ค่อยๆ ชัดขึ้น นั่นยิ่งเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าสาเหตุที่เขาเปลี่ยนไปก็เพราะพิษของสุรา

          หรัณย์ไม่ได้ตอบอะไรแต่ก็ยื่นมือให้ดารินดู พอเห็นบาดแผลร่างบางก็ตกใจเพราะแผลมันลึกมาก ยังดีที่ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่จนขาด

          “มาตรงนี้ค่ะ” มือเล็กจับต้นแขนแกร่งของชายหนุ่มไว้ ก่อนจะพาเขามานั่งบริเวณข้างเตียง ร่างบางหย่อนก้นนั่งข้างๆ ขณะที่นำอุปกรณ์ออกมาทำแผลให้

          “ผมไม่เป็นอะไร” ยิ่งเธอสัมผัสกายของเขา ยิ่งเธอเข้ามาใกล้เขา ยิ่งเธอทำเหมือนเป็นห่วงเขา มันยิ่งทำให้เขานึกถึงผู้หญิงแพศยาคนนั้นอีกครั้ง

หัวใจเต้นระรัวด้วยความกรุ่นโกรธ ชายหนุ่มพยายามแยกแยะว่าผู้หญิงตรงหน้าเขาคือดาริน ไม่ใช่โรสริน ทว่าเหมือนประสาทที่แยกแยะของเขามันไม่ทำงาน ต่อให้เขาไม่ได้มองใบหน้าเธอเป็นโรสริน แต่ความรู้สึกรังเกียจผู้หญิงมันก็ยังคงติดอยู่ในใจ

          “เสร็จแล้วค่ะ อย่าเพิ่งให้แผลโดนน้ำนะคะ” พอหมดหน้าที่ดารินก็รีบลุกขึ้นยืนก่อนนจะก้มลงมาเก็บอุปกรณ์เข้ากล่องปฐมพยาบาลทรงสี่เหลี่ยม ทว่าในจังหวะที่หญิงสาวก้มไม่ทันระวังทำให้หรัณย์มองเห็นเนินอกอวบอิ่มอยู่ภายในสาบเสื้อ สัญชาตญาณของความเป็นชายส่งสัญญาณเตือนจนชายหนุ่มเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้

          “ผู้หญิงมันก็แพศยาเหมือนกันหมด”

          “คะ?” ดารินเลิกคิ้วเมื่อจู่ๆ เขาก็โพล่งขึ้นมาทั้งที่เธอยังไม่ได้ทำอะไรผิด

          “ผู้หญิงมันก็แพศยา หิวผู้ชาย” ถ้อยคำดูถูกเดียดฉันท์มาพร้อมแสยะยิ้มเย้ยหยัน ดารินเท้าสะเอวมองหรัณย์ด้วยความขุ่นเคืองใจที่เขาเหมารวมเธอไปอย่างนั้น

          “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณเป็นอะไร ไปเจออะไรมา แต่คุณไม่ควรพูดจากับฉันแบบนี้นะคะ”

          “อย่ามาทำเป็นใสซื่อหน่อยเลย” เสียงดุดันของหรัณย์เป็นผลให้ร่างบางหวั่นใจ เธอเห็นสีหน้าแววตาของหรัณย์แล้วรู้สึกว่าไม่ใช่เขาคนเดิม ราวกับมีปีศาจร้ายกำลังครอบงำจิตใจจนเขาไม่สามารถแยกแยะอะไรได้อีก

กล่องพยาบาลถูกวางไว้บนเตียง วินาทีนี้สิ่งที่เธอห่วงที่สุดเห็นจะเป็นความปลอดภัยของตัวเธอเอง ร่างบางค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกมาอย่างเนียนๆ อีกไม่ถึงสามก้าวเธอก็จะเดินพ้นขอบประตูแล้ว ทว่าเมื่อเขาเดินตรงเข้ามา มือหนาก็เหวี่ยงเธอเพียงครั้งเดียว ร่างบางก็กระเด็นไปนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง

          เสียงล็อคกลอนประตูห้องนอนราวกับเป็นสัญญาณเตือนว่าโอกาสรอดของเธอไม่เหลืออีกแล้ว หรัณย์เดินดุ่มๆ เข้ามาหาร่างบางที่กำลังสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ทว่าความกลัวของเธอกลับยิ่งทำให้เขาอยากจะกระโจนเข้าใส่

          “ตั้งสตินะคะ ฉันไม่ใช่คุณโรสริน” ดารินพอจะเดาออกว่าการที่หรัณย์เป็นแบบนี้ต้องมีส่วนมาจากโรสรินแฟนสาวของเขาแน่ๆ ทว่าการพยายามเตือนสติของหญิงสาวมันกลับผิดพลาดมหันต์ ตรงที่เธอเผลอเอ่ยชื่อคนที่ปลุกปีศาจร้ายนี้ขึ้นมา

          “นังผู้หญิงแพศยา!”

          “ว๊ายย!” เสียงกรีดร้องดังขึ้นได้แค่หนึ่งวินาทีก่อนจะกลายเป็นเสียงอู้อี้เมื่อถูกมือหนาปิดริมฝีปากเอาไว้อย่างแรงๆ เธอดิ้นรนภายใต้การทาบทับจากร่างสูงใหญ่ด้านบนอย่างทุรนทุราย ก่อนจะพยายามจะส่งเสียงร้องให้คนช่วย ทว่าหรัณย์กลับไม่ยอมปล่อยให้เธอเอ่ยแม้แต่เพียงคำใดๆ จนร่างบางหอบหายใจคล้ายจะหมดลม เขาจึงยอมปล่อยมือออกจากริมฝีปากของเธอ

          “คุณฟังฉันนะ ตอนนี้คุณกำลังเมา คุณไม่มีสติ แค่คุณพยายามมองหน้าฉันดีๆ ฉันคือดาริน พยาบาลพิเศษที่คุณจ้างมาให้ดูแลน้องชายของคุณ ฉันไม่เคยไปทำอะไรให้คุณเจ็บช้ำ คุณไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้” เสียงเล็กพยายามอธิบายด้วยแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด ถึงมันจะถูกเปล่งออกมาอย่างแผ่วเบาแต่ก็ยังพอจับใจความได้ ซึ่งมันก็ได้ผล เมื่อหรัณย์ยอมหยุดการกระทำรุกล้ำแล้วขยับออกห่างจากเธอ

          “ผม...” ความสับสนเริ่มเกิดขึ้นภายในใจของหรัณย์ ความเจ็บปวดจากบาดแผลทำให้เขารู้สึกก้ำกึ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังจมจ่อมอยู่กับความคิดของตัวเอง ร่างบางก็ค่อยๆ ย่องออกจากเตียงใหญ่ช้าๆ พอเท้าแตะถึงพื้นดารินก็รีบวิ่งตรงไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าซวยหรืออะไร ไม่ว่าเธอจะพยายามปลดกลอนประตูมากเท่าไหร่ก็ปลดไม่ออกสักที

          “มารยา!”

          หรัณย์ประจักษ์แก่สายตา ว่าสุดท้ายผู้หญิงทุกคนก็พูดเพื่อความเอาตัวรอดทุกวิถีทาง โรสรินพยายามหลอกล่อจนเขาตายใจ สุดท้ายก็หักหลังด้วยการไปมีคนอื่น และสุดท้ายดารินก็หักหลังเขาด้วยการหลอกล่อแล้วพยายามจะหนีเขาไปเช่นเดียวกัน ตอนนี้ไม่มีใครจริงใจกับเขาจริงๆ สักคน ผู้หญิงมันก็แพศยาเหมือนกันหมดทุกคนนั่นแหละ

          กลอนประตูถูกปลดล็อคทว่าร่างบางที่กำลังจะวิ่งหนีโดยที่อีกก้าวเดียวเธอก็จะพ้นจากประตูห้องนี้ไปแล้ว ทว่าวินาทีต่อมาหญิงสาวก็ถูกปีศาจร้ายลากมายังเตียงใหญ่เหมือนเดิม แถมยังเหวี่ยงเธอลงกับเตียงแรงๆ อย่างไร้ปรานี

          “ต่อไปฉันจะให้บทลงโทษแด่ความมารยาสาไถยของเธอ” เสียงทุ้มนั้นราวกับคำตัดสินจากพญามัจุราช ร่างสูงเดินตรงดิ่งเข้ามาหาร่างบางขณะที่มือก็ถอดเสื้อของตัวเองออกให้พ้นทาง เผยให้เห็นหุ่นกำยำที่พร้อมจะรุกให้หญิงสาวไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะดิ้นรน

          “ได้โปรด ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ” ดารินยกมือขึ้นไหว้อย่างไม่นึกถึงศักดิ์ศรี ร่างบางอันสั่นเทาถอยกรูดติดหัวเตียง ดารินหมดหนทางที่จะหนีพ้น เมื่อถูกพญามัจจุราชไล่ต้อนจนกระทั่งถึงมุม

          “หึ!” หรัณย์แสยะยิ้มร้าย ดวงตาคมกริบจ้องมองเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดพยาบาลสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ อีกไม่กี่อึดใจความสะอาดสะอ้านมันจะเต็มไปด้วยรอยช้ำที่เขาพร้อมจะฝากไว้ทุกจุดที่ปรารถนา

           มือหนากระชากข้อเท้าเล็กแรงๆ ร่างบางร่นลงมาตามแรงดึงจนกระทั่งนอนหงายอย่างที่เขาจงใจ หรัณย์ทาบทับกายกำยำกับร่างบางที่สั่นเหมือนจะหมดแรงอยู่รอมร่อ ทว่ามันไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเห็นใจเธอเลยแม้แต่น้อย กลับตรงกันข้าม ยิ่งทำให้เขารู้สึกสะใจและอยากจะทำให้เธอได้จดจำบทรักนี้ไปตลอดกาล

          ริมฝีปากหนาบดคลึงริมฝีปากบางอย่างหื่นกระหาย พลันดูดดึงแรงๆ สลับกับสอดลิ้นร้อนหยอกเย้าลิ้นเล็กข้างในอย่างรู้งาน มือที่ว่างก็สำรวจเรือนร่างอรชรพลางปลดเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาวจนไม่เหลือเสื้อผ้าแม้แต่เพียงชิ้นเดียว

          “อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ” แม้รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเครื่องเขาร้อนเกินกว่าจะเบรกกะทันหัน ทว่าเธอก็ยังคงอ้อนวอนหวังให้เขาเห็นใจ แต่ต่อให้หรัณย์เกิดเห็นใจเธอขึ้นมาจริงๆ ในตอนนี้มันจะมีผลอะไร ในเมื่อทุกอย่างของเขาพร้อมที่จะครอบครองเธอแล้ว โดยเฉพาะสิ่งที่กำลังดันอยู่ภายในกางเกงยีนส์ตัวหนา

          “ฉันเกลียดผู้หญิง”

เสียงทุ้มกระซิบข้างหู มือหนาปลดเปลื้องกางเกงยีนส์ที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นออกจนสิ้น เมื่อดารินได้ประจักษ์กับสิ่งแปลกใหม่ก็ทำเอาหญิงสาวถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง ความหวาดกลัวทำให้ร่างบางพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่แรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงแห่งความกระหายของปีศาจร้ายผู้มากประสบการณ์

ริมฝีปากอุ่นร้อนถูกฉกฉวยกลืนกินราวกับเสือหิว พร้อมกับบดขยี้ราวกับว่าเป็นอาหารที่แสนโอชะ หรัณย์จัดการหญิงสาวราวกับต้องการจะตีตราจอง ร่างกำยำบดเบียดท่อนมหึมากับเรียวขาเนียนอย่างดุดัน

ดารินพยายามขัดขืน หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจพลันไหลออกมาเป็นทาง ทว่าพญามัจจุราชตรงหน้าเธอกลับเผด็จการนัก ลิ้นร้อนระอุยังคงดุนดันซอกซอนไปทั่วทั้งโพรงปากร้อนอย่างอุกอาจ

อื้อ... แม้ว่าตอนนี้เธอจะหมดเรียวแรงที่จะขัดขืน แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของหญิงสาวยังคงสู้ขาดใจ

หึๆ ผู้หญิงแพศยาอย่างเธออย่าหวังว่าจะรอดจากเงื้อมมือฉันได้!” เมื่อแอลกอฮอล์เริ่มเข้าเส้น ความโกรธเกลียดที่มีให้กับอดีตแฟนสาวพลันแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนแรงที่อยากจะเอาชนะ

หรัณย์สูญสิ้นสัมปชัญญะทั้งหมด เขาเอาความเกลียดชังที่มีต่ออดีตแฟนสาวมาโยนที่หญิงสาวตรงหน้าจนหมดสิ้น

ไอ้เลว ปล่อยฉันนะ ฮือๆ หลังจากที่ริมฝีปากคู่งามได้รับอิสระ ดารินก็ก่นด่าคนตรงหน้าไม่หยุด หญิงสาวทั้งจิกทั้งกัดคนตรงหน้าให้ปลดปล่อยเธอเป็นอิสรภาพ แต่ทว่าน่าเสียดายที่ปีศาจร้ายอย่างหรัณย์กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

ด่าได้ด่าไป ฉันอยากรู้นักว่าผู้หญิงเลวๆ อย่างเธอจะก่นด่าฉันได้สักกี่น้ำ สิ้นคำพูดที่แสนหยาบกระด้าง ร่างสูงรีบแยกขาเรียวให้ออกห่างจากกัน

ไม่! ปล่อย! ปล่อยฉะนะ!” ดารินใช้แรงเฮือกสุดท้ายดิ้นรนเพื่อขัดขืนสุดฤทธิ์ หญิงสาวทั้งดิ้นทั้งถีบสุดแรงเกิดที่มี

หึๆ อีกเดี๋ยวเธอก็จะได้ผู้ชายเลวๆ อย่างฉันมาเป็นผัวแล้วนะ ฮ่าๆ ราวกับคนเสียสติ หรัณย์จับแท่งตอร์ปิโดจดจ่ออยู่ที่ปากถ้ำพร้อมออกศึก ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มราวกับปีศาจร้าย

ไม่...กรี๊ดดทันทีที่แท่งลำขื่อมุดเข้าไปในปากถ้ำ ความเจ็บปวดที่แสนหฤหรรษ์ทำให้ร่างงามถึงกับสั่นสะท้านและแสนทรมาน ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำปนสะอื้น

หรัณย์มีสีหน้าตกใจ เมื่อเลือดพรหมจรรย์ค่อยๆ ไหลอาบชโลมไปทั่วแท่งเอ็นของเขา ความคับแน่นบวกกับแรงตอดรัดทำให้เขาแทบจะปลดปล่อยในทุกๆ เมื่อ

ให้ตายสิ นี่เธอ... ชายหนุ่มถึงกับชะงักค้างเมื่อมองใบหน้าสวยหวานของพยาบาลสาว หยาดน้ำใสๆ พลันไหลอาบทั่วแก้มเนียนอีกครั้งอย่างน่าเวทนา

ไอ้ชั่ว ไอ้เลว ปล่อยฉันนะ ไอ้คนสารเลว... แม้ว่าความเจ็บเมื่อครู่จะทำให้ดารินเจียนตาย แต่พอเห็นสายตาคู่นั้นของหรัณย์ที่จ้องมองมาที่เธอ หญิงสาวก็แทบคลั่งอีกครั้ง ถ้อยคำที่ไม่หวานหูพลันพรั่งพรูออกมาไม่รู้จบสิ้น

ทำไมต้องเป็นเธอ ทำไมเรื่องเลวร้ายที่เธอไม่ได้ก่อ...กลับเกิดขึ้นกับเธอได้

คำด่าทอออกจากริมฝีปากบางๆ ของดาริน ยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่จะขับเคลื่อนไฟสวาทให้ลุกโชน เอวแกร่งขยับเข้าขยับออกแรงๆ ราวกับเครื่องจักรกล เรียกเสียงกรีดร้องปนครางกระเส่าดังไปทั่วห้อง ความใหญ่มหึมาทำให้ร่างบอบบางถึงกับสั่นสะท้าน จากเสียงกรีดร้องปนสะอื้นพลันแปรเปลี่ยนเป็นซี๊ดซาดในเวลาต่อมา

อ่า...ซี๊ด ดารินถึงกับลืมตัวเมื่อความกระสันซ่านเริ่มวิ่งแล่นไปทั่วร่าง เธอแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายเหลือเกิน ทำไม ทำไมเธอถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้

เสียงครางจากร่างบอบบางที่อยู่ใต้ร่างของเขาทำให้หรัณย์รู้สึกฮึกเหิม ตลอดชีวิตของเขาที่ผ่านมายังไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่คับแน่นและถึงใจได้ขนาดนี้ เธอช่างครบเครื่องและสดใหม่จริงๆ

ก้อนเจลเต่งตึงที่หญิงสาวพยายามซ่อนรูปกระเพื่อมไหวราวกับเชิญชวน ไม่รอช้าหรัณย์รีบจับบีบและกดคั้นก่อนจะดูดดึงอย่างถูกใจ

ปล่อยนะ...ซี๊ด ดารินเกลียดตัวเธอเองเหลือเกินที่ไม่สามารถห้ามปากของตัวเองได้ ร่างบอบบางพยายามดิ้นรนใต้ร่างแกร่งแม้ว่ากำลังถูกเขาครอบครองอยู่ก็ตาม

ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์บวกกับร่างนุ่มนิ่มที่พยายามเบียดเสียดเขาไปมา หรัณย์ยิ่งโหมแรงกระหน่ำมากขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตั๊บๆ ระงมทั่วห้อง

กรี๊ด...อ่า...ซี๊ด

สะโพกงามงอนขยับไหวไปตามแรงกระแทกอย่างไม่ลดละ ในขณะที่น้ำเกสรสีขุ่นชโลมอาบไปทั่วท่อนตอร์ปิโดที่แสนมหึมา

อ่า...ร้องอีกๆ ซี๊ด!”

ไฟราคะโหมกระหน่ำเผาผลาญคนทั้งคู่จนรวมเป็นหนึ่ง ความซาบซ่านรุกล้ำหนักหน่วงอย่างถึงพริกถึงขิง เมื่อเกมรักเพลิงสวาทที่แสนร้อนแรงใกล้มาถึงปลายทาง เพลิงราคะก็ลุกโชนโชติช่วงราวกับไฟลามทุ่ง เสียงกรีดร้องปนเสียงครางดังขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนที่ร่างของคนทั้งสองจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างแท้จริง

 

หลังเสร็จกิจคนจอมหื่นก็นอนหมดเรี่ยวแรงหลังจากที่เขาได้ปลดปล่อยธารแห่งรักหมดไปทั้งตัว เมื่อหมดประโยชน์หรัณย์ก็ยอมปล่อยดารินให้เป็นอิสระ เนื้อเนียนขึ้นรอยสีแดงช้ำไปทั่วร่างกาย ความเจ็บปวดแปลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสในตอนนี้เธอรู้ซึ้งอย่างแท้จริง แม้จะเคยได้ยินว่าการเสียบริสุทธิ์ครั้งแรกว่าแสนจะเจ็บปวด แต่ถ้าหากมันเกิดขึ้นเพราะความรักเธอคงจะไม่รู้สึกหดหู่เช่นนี้

“ฉันไปได้แล้วใช่ไหม?” เสียงหวานเจือความเศร้าเอ่ยกับคนใจร้ายที่นอนห่างเธอเป็นวาราวกับรังเกียจ ทั้งที่เมื่อครู่เขาสูดกลิ่นหอมรัญจวนของเธอทุกอณูกาย

“จะไปไหนก็ไป” ความเฉยชาจากน้ำเสียงราวกับมีดปลายแหลมที่แทงลึกลงถึงขั้วหัวใจดวงน้อยของดาริน ชายหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย กลับทำกับเธอราวกับเป็นเป็นตุ๊กตาที่เขาจะย่ำยีเมื่อไหร่ก็ได้

ร่างบอบบางลงจากเตียงด้วยเรียวขาที่อ่อนแรง พลางก้มเก็บเศษเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้อง ใบหน้าสวยแหงนมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่เธอเคยรู้สึกดีด้วย ที่ผ่านมามันคงเป็นเพียงหน้ากากที่เขาใส่สินะ ในวินาทีนี้เธอได้รู้แล้วว่าตัวตนจริงๆ ของเขามันถ่อยแค่ไหน

อาภรณ์ถูกสวมไว้อย่างไม่ค่อยจะเรียบร้อย ร่างบางเดินออกมาจากห้องนอนของหรัณย์ด้วยความเจ็บปวด ลำแขนเล็กที่แสนไร้เรี่ยวแรงยกขึ้นกอดตัวเองเอาไว้ พร้อมกับบอกตัวเองซ้ำๆ ว่า ‘ฉันไม่เป็นไร’

ดารินเดินกลับเข้ามาภายในห้องนอนส่วนตัวที่อยู่ไม่ไกลกับห้องของหรัณย์นัก หญิงสาวล็อคกลอนห้องนอนเสร็จสรรพด้วยความหวั่นใจว่าจะโดนรังแกอีกหน ความหวาดระแวงเป็นผลให้ดารินลากโต๊ะข้างเตียงตัวหนักมากั้นประตูเอาไว้ ร่างบางสั่นระริกแม้ว่าบทรักเพลงสวาทจะผ่านมาหลายสิบนาทีแล้ว ทว่าความรู้สึกปวดร้าวภายในใจมันไม่จางไปเลยสักนิด มือเล็กเปลื้องอาภรณ์ของตัวเองภายในห้องน้ำ ดวงตาที่แสนเศร้ามองร่างกายผ่านกระจกบานใหญ่ ก่อนจะไล้ฝ่ามือไปตามเนื้อตัวหวังจะให้น้ำจากฝักบัวชโลมกายและลบล้างรอยแดงที่หรัณย์ได้ฝากเอาไว้

ค่ำคืนนี้ช่างแสนยาวนาน ดารินข่มตานอนเท่าไหร่เธอก็ไม่อาจจะหลับได้ ความรู้สึกแย่ๆ ยังคงคอยหลอกหลอนอยู่ในใจหญิงสาวมาโดยตลอด สมองพลันนึกถึงเพื่อนชายที่นอนแน่นิ่งไม่ยอมตื่นสักที ถ้าหากตอนนี้ชนายังอยู่เขาคงจะคอยปกป้องเธอได้ และคงไม่ปล่อยให้เธอถูกขืนใจแบบนี้

 

หรัณย์ในชุดทำงานผูกไทเดินลงมาที่โต๊ะอาหารในยามเช้าตรู่ พอเขาหย่อนก้นลงนั่งแม่บ้านก็ยกกาแฟร้อนๆ ที่เตรียมไว้มาเสิร์ฟให้ ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองบริเวณห้องโถงที่ถูกจัดให้เข้าที่อย่างเป็นระเบียบหลังจากที่เขาอาละวาดไปเมื่อคืน

ป้าแม่บ้านมองข้อมือหนาที่ถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผลก็รู้สึกโล่งอก และรู้สึกดีใจที่ดารินยอมทำตามที่ตนขอ “ให้ป้าไปตามคุณดารินลงมาทานข้าวเลยไหมคะ”

“ตามใจเถอะครับ” เสียงทุ้มพูดจบก็ลุกขึ้น กาแฟถูกจิบไปเพียงไม่กี่คำชายหนุ่มก็รีบเดินออกไปทำงาน หลังจากที่ลางานติดต่อกันมาหลายวันเพราะมาดูแลน้องชาย

ฝั่งของดารินที่วันนี้ตื่นสายกว่าทุกวัน พอตื่นมาหญิงสาวก็รีบตรงดิ่งมาดูแลความเรียบร้อยของชนาทันที ร่างบางสวมใส่ชุดเสื้อผ้าแขนขายาวกว่าปกติ คอเสื้อครอปสูงเกือบถึงคาง หวังจะปกปิดรอยแดงที่ปีศาจร้ายได้ฝากเอาไว้

มือเล็กกำผ้าขนหนูสีขาวเช็ดตัวให้เพื่อนรักอย่างละเมียดละไม ผิวขาวเนียนละเอียดของชนาที่เคยเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยช้ำต่างๆ ในตอนนี้มันค่อยๆ จางหายไปทีละนิดๆ รอยยิ้มที่แสนเศร้าของดารินยิ้มให้กับเพื่อนรักที่ยังไม่ได้สติ ทุกคืนเธอจะไหว้พระขอพรให้เขาตื่นขึ้นมาจากนิทรา เขาจะได้เป็นอิสระจากความฝันอันยาวนานนี้ซะ และเธอก็จะได้ออกไปจากบ้านหลังนี้เสียที หากไม่ใช่เพราะสัญญาที่ให้ไว้กับชนาว่าจะไม่ทิ้งกันไป ป่านนี้เธอคงหนีออกไปตั้งแต่เมื่อคืนที่เกิดเรื่องแล้ว

“ตื่นสิชนา แกตื่นสักทีเถอะนะ” เสียงหวานพร่ำเอ่ยกับเพื่อนรัก

ราวกับเสียงของเธอนั้นดังเข้าไปปลุกดวงจิตที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นได้จริงๆ ดวงตาหวานของชนาค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ

“ชนา!” ความเศร้าพลันถูกแทนที่ด้วยความดีใจที่เห็นเพื่อนรักลืมตาขึ้นมาหลังจากที่หลับใหลไปนาน

“แกได้ยินฉันใช่ไหมชนา” เสียงหวานสั่นเพราะตื้นตันกับภาพที่ได้เห็น ผู้ป่วยนิทราแตกต่างกับผู้ป่วยสมองตายก็ตรงที่เขาสามารถลืมตาได้ หายใจด้วยตัวเองได้ แต่แค่ไม่สามารถที่จะตอบสนองอะไรได้ ทำได้เพียงกระพริบตาไปมาเท่านั้น แต่เท่านี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาอาจจะมีโอกาสฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะสมองของเขายังคงทำงานอยู่

“มีอะไรรึเปล่าคะคุณดาริน” ป้าแม่บ้านรีบวิ่งเข้ามาดูเพราะกลัวว่านายน้อยของบ้านจะเป็นอะไร แต่ภาพที่เห็นคือชนากำลังกระพริบตาปริบๆ ทำให้หญิงชราถึงกับน้ำตาไหลอาบแก้ม

“คุณชนาฟื้นแล้วเหรอคะ” ป้าแม่บ้านรีบจับไม้จับมือคนป่วย ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ขยับตัวใดๆ

“เปล่าหรอกค่ะป้า เขาแค่ลืมตาขึ้นมาเพราะร่างกายฟื้นตัวค่ะ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณดีแล้วนะคะป้า” ดารินอธิบายถึงอาการที่ของเพื่อนรัก และการรักษาขั้นตอนต่อไปคือกายภาพบำบัดผู้ป่วยที่เป็นผัก หาก วันหนึ่งชนาสามารถตื่นขึ้นมาได้อีกครั้งเขาจะได้สามารถใช้งานร่างกายได้ปกติ แต่ถ้าหากเขายังนอนแน่นิ่งเกินสองปี โอกาสที่เธอคาดหวังก็แสนจะริบหรี่แล้วจริงๆ

“คุณชนา” ป้าแม่บ้านเรียกเจ้านายที่เธอรักเหมือนลูกเหมือนหลานด้วยความเป็นห่วง เห็นเขาลืมตามาได้ใจก็เริ่มจะชื้นขึ้นมาสักหน่อย ต่อไปจะได้โทรไปบอกคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายว่าลูกชายของท่านลืมตาได้แล้ว ส่วนกำหนดเวลาการทำงานที่ต่างจังหวัดก็เหลืออีกไม่กี่อาทิตย์แล้ว อีกไม่นานคุณท่านก็จะได้กลับมาสักที

“ชนาต้องฟื้นค่ะ เรายังพอมีหวังนะคะป้า”

“ค่ะ คุณดาริน แค่นี้ป้าก็ดีใจมากแล้ว” เสียงสั่นเครือของป้าแม่บ้านมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุด “ขอบคุณนะคะ คุณดารินที่ดูแลคุณชนาอย่างดี”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะป้า ชนาเป็นเพื่อนรักของหนูเหมือนกัน” เสียงหวานเอ่ยอย่างมีความสุข ดวงตาหวานของชนายังคงจ้องมองมาที่ดารินอย่างเงียบๆ   ร่างบอบบางจ้องมองเพื่อนรักตอบด้วยความยินดี

ชนาตื่นมาสักทีเถอะ ฉันรอแกอยู่นะเพื่อน...



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha