สะใภ้ขัดดอก(จบบริบูรณ์)

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 10 : Ep10 : หงุดหงิดตรงหัวใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


ตอน...หงุดหงิดตรงหัวใจ



สะใภ้ขัดดอก
กนกรส
www.mebmarket.com
น่านพยัคฆ์ มีปมอดีตอันแสนเจ็บปวด เขาจึงหันหลังให้กับความรักอย่างไร้เยื้อใย จวบจนกระทั่งได้เจอกับดอกเบี้ยถูกใจ แม่เนื้อหอมคนงาม แม่นางฟ...



ผลั๊ว!!!!

เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังสนั่นตามแรงอารมณ์ของผู้เปิด ถึงแม้จะดูเหมือนมันมอดดับลงไปจนเกือบเป็นอารมณ์ปกติแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงพอหลงเหลือเป็นไอขุ่นๆอยู่บ้าง เพราะอุปกรณ์ภายในห้องน้ำนั้นไม่เหลือพอจะให้น่านพยัคฆ์ใช้ขว้างปาทำลายอีกแม้แต่ชิ้นเดียว...

เมื่อชายหนุ่มสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้พอสมควร เขาจึงพาร่างอันใหญ่โตของตัวเองก้าวเดินออกมาจากภายในห้องน้ำด้วยใบหน้ากึ่งๆสำนึกผิด แต่ก็ยังคิดหนักไม่หาย เพราะไม่รู้จะเริ่มง้อเมียตัวหอมยังไงก่อนดี...

นี่ถ้าไอ้มืดมันมาเห็นเขาตอนนี้เข้า เขาก็ยังไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ตรงส่วนไหนของร่างกายมันถึงจะดูไม่น่าสมเพช เพราะตั้งแต่จำความได้ ไอ้คำว่าสำนึกผิดจนใบหน้าจ๋อยสนิท ไม่เคยปรากฏขึ้นในความทรงจำของเขาเลยแม้สักครั้งในชีวิต สิ่งที่เขาได้ตัดสินใจและลงมือทำนั้น มันต้องถูกต้องเสมอ...

 เขาก็พอจะรู้ตัวอยู่บ้างว่าผิด ที่ปล่อยให้อารมณ์โกรธผสมกับอารมณ์ปรารถนาอยู่เหนือความถูกต้อง แต่เขาก็โยนความผิดกึ่งหนึ่งให้เป็นความผิดของนิดาด้วยเช่นกัน ก็ใครใช้ให้เธออยากเกิดมาตัวหอมจนน่าฟัดน่ากินไปเสียทั้งร่างแบบนี่ล่ะ เขามันก็ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งแถมยังอดอยากปากแห้งมานาน พอได้มาเจอของถูกลิ้นถูกปาก ใครมันจะไปอดใจไหวได้ ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้อีกสักกี่ครั้ง เขาก็ยังยืนยันที่จะทำสิ่งนั้นกับหญิงสาวอยู่ดี และจะทำไปตลอดทั้งชีวิตนี้ด้วย...

แต่ทว่านิดาคงต้องเสียใจมากแน่ๆ ที่โดนเขารังแกข่มแหงน้ำใจเอา เขาเห็นเธอร้องไห้คร่ำครวญปานแทบจะขาดใจเสียให้ได้ ใจเขาก็เลยยิ่งเจ็บไปกับหญิงสาวด้วยเลยทีนี้ แต่คนที่เกิดมาไม่เคยงอนง้อใครเลยสักครั้งเดียว เลยทำได้เพียงย้ายตัวเองออกไปให้พ้นๆกับร่างงาม เขาต้องขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ ขว้างปาข้าวของเพื่อดับอารมณ์ พอมันสงบลง เขาก็รีบออกมาหาหญิงสาวนี่แหละ...

ไม่ใช่เขาไม่อยากเอ่ยคำขอโทษออกไปหรอกนะ แต่ไอ้ปากไม่รักดีมักก็ช่างหนักนัก มันไม่กล้าแม้จะเอ่ยคำปลอบโยนใดๆออกไปเลยด้วยซ้ำ ถึงสมองกับหัวใจมันจะสั่งให้เขาเอ่ยคำพูดออกไป แต่ปากเจ้ากรรมมันดันไม่ทำตาม บวกกับนิสัยไม่เคยอ่อนให้ใครมาก่อน มันเลยรู้สึกกระดากอาย อีกอย่างเขากลัวนิดาจะไม่ยอมยกโทษให้ จนเขาเผลอทำร้ายเธอขึ้นมาอีกครั้งนะสิ คราวนี่ล่ะนิดาคงได้โกรธเขาจนวันตายแน่เลย...

แต่พอเขาเปิดประตูห้องน้ำออกมา บนเตียงกว้างสีขาวกับไร้ร่างหอมที่เขาทั้งรักทั้งหวงแหนนอนอยู่บนนั้น เสียแล้ว...

เฮ้ย!!!เมียเขาหายไปไหนวะ...

พอไม่เห็นเมียตัวเองนอนพักอยู่บนเตียง ใจของน่านพยัคฆ์เลยหล่นวูบลงไปกองอยู่บนพื้นห้องโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ด้วยรู้ว่าตัวเองนั้นทำผิดอย่างร้ายแรงกับนิดาเอามากแค่ไหน นี่เธอคงไม่ได้หนีเขาไปไหนหรอกนะ หรือว่า..

นิดา!!!น่านพยัคฆ์ร้องเรียกเสียงสั่น เขารู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งร้อนรนทั้งเป็นห่วง กลัวเธอจะคิดสั่นเหมือนคราวหนก่อนที่เขารังแกเธอ บุญเท่าไหร่แล้ววันนั้น ที่วรสิทธิ์กับน้ำฟ้าเข้าไปห้ามไว้ได้ทัน ไม่อย่างงั้นเขาจะไม่ยอมให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิตเลย...

เมื่อใจประหวันหวนคิดถึงเรื่องราววันนั้นขึ้นมา สองเท้าของน่านพยัคฆ์จึงรีบก้าวด้วยความรวดเร็ว จนแทบจะเป็นกระโจนไปทั่วทั้งห้อง ปากก็พร่ำเรียกชื่อของหญิงสาวโหวกเหวก จนมืดกับสายบัวต้องรีบวิ่งขึ้นมาดู เพราะนี้ก็เลยเวลาอาหารเช้ามานานมาก เหตุใด เจ้านายทั้งสองถึงยังไม่ยอมลงมากันสักที...

น่านพยัคฆ์เดินสำรวจรอบๆบริเวณทั้งในและนอกห้อง โดยไม่ลืมสำรวจในตู้เสื้อผ้า แต่ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิมไม่มีแหว่งหายสักชิ้นเดียว แต่คงไม่แปลกอะไร เพราะเสื้อผ้าทุกชิ้นเหล่านี้ ไม่ใช่เสื้อผ้าที่นิดานำติดกระเป๋ามาด้วยสักตัว แต่เป็นเสื้อผ้าที่เขาแอบซื้อมาให้เธอต่างหาก

ชายหนุ่มชะโงกหน้าตรงบานหน้าต่าง กวาดตามองไปทั่วบริเวณด้านล่าง เพียงหวังจะได้เห็นร่างงามเดินอยู่ด้านล่างก็ยังดี แต่ก็ดูเหมือนยังไร้วี่แววของแม่เมียร่างหอมของตัวเองเช่นเคย น่านพยัคฆ์รู้สึกอยากจะฆ่าตัวเองทิ้งจริงๆหากทำได้

เพราะเขาคนเดียวแท้ๆ...ถึงทำให้นิดาหนีเตลิดไปแบบนี้

เธอหนีฉันไปแล้วจริงๆหรือนิดา...น่านพยัคฆ์ทอดสายตาเจ็บปวดกวาดตามองรอบนอกด้วยความหวังจะได้เห็นร่างน้อยเดินอยู่ที่ไหนสักแห่ง...

นาย!!! นี่มันเกิดอะไรขึ้นฮะ...เมื่อมืดวิ่งขึ้นมาด้านบน ก็ตรงดิ่งมายังต้นเสียงที่ดังลั่นไปทั่วทั้งบ้าน นี่เจ้านายของเขาอาละวาดอะไรขึ้นมาอีกแล้ววะเนี่ย...

นายพยัคฆ์คะ แล้วนายหญิงล่ะคะ สายบัวรออยู่ข้างล่างตั้งนานยังไม่เห็นนายหญิงเธอลงไปด้านล่างเลย หรือว่ายังอาบน้ำอยู่...สายบัวที่วิ่งตามมืดมาที่หลังเอ่ยถามเช่นกัน แต่เมื่อเดินเข้ามาด้านในห้องนอนของเจ้านาย ทั้งสองถึงกับเบิกตากว้าง ดูจากสภาพก็พอจะเดาอะไรๆได้ไม่อยาก

เอาอีกแล้วเจ้านายของไอ้มืด นี่คงได้รังแกอะไรนางฟ้าของมันอีกแล้วเป็นแน่ สภาพทั้งห้องทั้งคนถึงได้ดูยุ่งเหยิงย่ำแย่ไม่ต่างกัน...

เมียกูหาย...น่านพยัคฆ์สบทเสียงดัง แววตาหม่นแสงลงด้วยความเศร้าเสียใจในการกระทำของตนเอง

ฮะ!!!นายว่าอะไรนะ นายหญิงหาย?...” มืดอุทานเสียงสูงออกมา

ก็เออนะสิ...มึงไปเกณฑ์คนงานมาสักสิบคน กูขอด่วนด้วยนะ ให้ไปรอกูอยู่ตรงแปลงดอกกุหลาบ กูจะไปรออยู่ตรงนั้น เผื่อเมียกูเดินไปตรงแปลงกุหลาบ...น่านพยัคฆ์หันขวับมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง มืดเห็นแล้วถึงกับขนลุกซู่ รีบพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะวิ่งโดยไม่ลืมฉวยแขนของสายบัวติดมือลงไปด้วย...

******************

 

เช้านี้นายใหญ่แห่งไร่ราชพยัคฆ์ สั่งให้นางพยาบาลส่วนตัวเข็นรถออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ตรงแถวบริเวณแปลงสวนกุหลาบ เมื่อน่านสิงห์แอบได้ยินสายใจแม่บ้านใหญ่พูดคุยกับลูกสาว ถึงไอ้ลูกชายตัวดีของเขามันถึงกับลงมือถางดินลงแปลงกุหลาบไว้ต้อนรับผู้หญิงจากกรุงเทพๆด้วยตัวของมันเอง

ใจเขานี่ถึงกับพองโตขึ้นมาจนคับอกแน่นไปหมด อุตส่าห์ลงทุนร่างสัญญาน้ำเน่าขึ้นมาใช้บังคับลูกหนี้รายสำคัญ ซึ่งเป็นถึงเพือนเก่าเพื่อนแก่กันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ ให้ยกหลานสาวให้มาเป็นสะใภ้ของเขา เพราะเด็กสาวที่เขาเล็งเอาไว้แต่แรกเห็นให้มาเป็นลูกสะใภ้นั้น เป็นลูกสาวอดีตคนรักเก่าของเขาเอง เขากับนาตยาคบหาดูใจกันมาหลายปี จึงรู้จักนิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี แต่เพราะความเจ้าชู้ของเขา จึงทำให้นาตยาขอเลิกและไปแต่งงานกับตรีภพแทน

 นิสัยลูกกับแม่คงจะไม่ต่างกันมาก และก็เป็นจริงอย่างที่เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิดเสียด้วย เมื่อนักสืบที่เขาจ้างไปให้สืบเกี่ยวกับตัวของนิดา ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับหญิงสาวมาให้เขาได้ดู แวบแรกเขารู้สึกสงสารเด็กสาวอาภัพคนนี้จับหัวใจ จึงได้เรียกตัวไอ้ลูกชายตัวดีเพื่อบอกความต้องการ และก็ไม่ผิดอย่างที่คิดเอาไว้เลย มันอาละวาดเสียบ้านเกือบพัง...

เฮ้อ!...เห็นแบบนี้แล้ว เขาก็โล่งอกไปที ไม่คิดว่าแผนลวงเสือออกจากถ้ำจะได้ผลเกินคาด

เอ๊ะ! คุณลุงสิงห์คะ นั่นผู้หญิงจากที่ไหนมาเดินร้องไห้อยู่ตรงนั่นล่ะคะ...โฉมฉายนางพยาบาลกิตติมศักดิ์ ชี้มือไปยังทิศทางด้านหน้าของไร่ ซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างแปลงกุหลาบกับทางไปห้องครัวใหญ่

น่านสิงห์ที่นั่งอยู่บนรถเข็นต้องหันหน้ากลับไปมองตามนิ้วที่นางพยาบาลส่วนตัวชี้บอก...

เอ...นั่นสิ ลุงก็ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเหมือนกัน หรือจะเป็นคนงานในไร่ก็ไม่รู้ แล้วแม่หนูนั่นร้องไห้ทำไม...น่านสิงห์หยีตามองเพราะหญิงสาวที่เห็นไกลๆนั้น ยังเดินอยู่ห่างไกลจากสายตาของตัวเองอยู่มากโข เลยไม่รู้แน่ชัดว่าผู้หญิงคนนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นลูกสะใภ้ขัดดอกของตัวเองแท้ๆ

งั้นลุงวานให้หนูโฉมไปเรียกเด็กคนนั้นมาหาลุงทีสิ  ทำไมถึงได้เดินร้องไห้มาแบบนั้น ใครในไร่นี้ไปทำอะไรให้หรือเปล่า...

ได้ค่ะคุณลุง...โฉมฉายรับคำ ถึงแม้จะไม่อยากลดตัวลงไปสนทนาปราศรัยกับพวกคนงานกระจอกๆในไร่นี้สักเท่าไหร่ แต่เพราะเป็นคำสั่งจากว่าที่บิดาของคนที่เธอหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ เลยไมอาจขัดคำสั่งได้ โฉมฉายเลยจำใจต้องเดินไปเรียกให้ด้วยใบหน้าบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อย

น่านสิงห์เห็นแล้วก็ทำเฉย ชินเสียแล้วกับนิสัยของแม่พยาบาลสาวผู้ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหมอประจำตัวของเขา และยังเป็นเพื่อนกับน่านพยัคฆ์อีกด้วย ถึงจะไม่ใช่เพื่อนสนิทแต่ก็คุ้นหน้ากันมาช้านาน ทั้งรุ่นเขาจวบจนมากระทั่งรุ่นของน่านพยัคฆ์เอง...

นี่เธอ...นิดาที่กำลังเดินก้มหน้าก้มตาร้องไห้ด้วยความเสียใจ ต้องรีบยกมือปาดน้ำตาทิ้ง เมื่อเธอได้ยินเสียงเหมือนคนเรียกอยู่ทางด้านหลัง

คะ?...” นิดาขานรับ ก่อนจะเงยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมอง ก็พบกับหญิงสาวแต่งตัวดีคนหนึ่งยืนหน้าบอกบุญไม่รับเรียกเธออยู่

มายืนเซ่อทำอะไรอยู่แถวนี้ล่ะยะ ไม่รู้หรือไงตรงนี้มันเขตหวงห้าม พี่พยัคฆ์ไม่อนุญาตให้คนงานกระจอกๆในไร่เข้ามาเดินเพ่นพ่านแถวๆบริเวณนี้...เมื่อโฉมฉายได้เห็นใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวตรงหน้าชัดเจน ต่อมอิจฉาในความงามก็ประทุขึ้น เธอรู้สึกไม่ถูกชะตา กลัวน่านพยัคฆ์จะมาเห็นและหลงในความสวยของแม่ผู้หญิงคนนี้เข้า เธอไม่ยอมแน่ๆ...

คือ...ฉันไม่ทราบมาก่อนค่ะ พึ่งจะเข้ามาอยู่ใหม่ และกำลังจะไปแล้วด้วย...นิดาเอ่ยบอกเสียงเศร้า เธอกำลังเดินตามหาสายบัว เพื่อจะขอกระเป๋าของตัวเองคืน เลยคิดจะเดินไปทางโรงครัวใหญ่ อาจจะเจอกับสายบัวที่นั้น แล้วค่อยหาหนทาง จะไปทางไหนต่อดี

อย่างงั้นเหรอ...อืม...นั้นก็ดีแล้วล่ะ จะไปไหนก็รีบๆไปๆซะ แล้วอย่าริขโมยหรือหยิบฉวยอะไรในไร่นี้ติดมือออกไป ไม่งั้นเธอจะโดนทำโทษหนักแน่ๆ  เพราะพี่พยัคฆ์ไม่ชอบพวกมือไว้ใจเร็ว ฉันจะเตือนเธอไว้ให้ ในฐานะคนสนิทของพี่พยัคฆ์เจ้าของไร่ ราชพยัคฆ์แห่งนี้...เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวกำลังจะไปจากไร่แห่งนี้แล้ว โฉมฉายก็แสยะยิ้มออกมาอย่างโล่งอกโล่งใจไปที แต่ก็ไม่วายพูดจาข่มขู่วางอำนาจตนออกไปอย่างดูถูกดูแคลนนิดา...

นิดาไม่ชอบใจกับคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า แต่ก็เพราะตัวเองจะไปจากไร่แห่งนี้แล้ว เธอจึงไม่อยากสนใจ

ฉันไม่คิดจะขโมยของใคร...พูดจบนิดาก็เตรียมหันหลังจะเดินออกไป รู้สึกไม่ชอบสายตาของผู้หญิงคนนี้ยามใช้มองมาที่เธอเลย

เดี๋ยวก่อนสิ...โฉมฉายร้องเรียก เมื่อนิดากำลังจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง

อะไรอีกคะ...นิดาชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงเรียก

คุณลุงสิงห์ท่านให้ฉันมาตามเธอ ไปหาท่านก่อนแล้วจะไปไหนก็ไป...แววตาซึ่งถูกแต่งแต้มมาอย่างปราณีตตวัดมองอย่างดูแคลน ถึงจะรู้สึกขัดใจและอยากให้ผู้หญิงตรงหน้าออกไปให้พ้นๆไร่นี้เร็วๆ แต่เพราะได้รับคำสั่งมา เธอจึงเลี่ยงไม่ได้

นิดาเอี้ยวตัวไปมองยังทิศทางด้านหลังของโฉมฉาย เธอก็พบกับชายวัยกลางคนซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น ท่านปรายตามองมาทางเธอ นิดาไม่อยากเสียมารยาทจึงเดินตามหลังของโฉมฉายไป

 

และเมื่อนิดาเดินมาถึงตรงหน้านายใหญ่เจ้าของไร่ราชพยัคฆ์ หญิงสาวจึงยกมือขึ้นประนมไหว้อย่างอ่อนช้อย น่านสิงห์ระบายยิ้มอบอุ่นไปให้ สายตาของคนแก่แอบสำรวจร่างงามตรงหน้า หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งพับเพียบบนพื้นหญ้าข้างๆกับรถเข็น

นี่ใช่หนูนิหรือเปล่าฮึ...เมื่อร่างงามนั่งพับเพียบเรียบร้อย น่านสิงห์จึงเอ่ยถามว่าที่ลูกสะใภ้  ถึงจะรู้แน่ชัดในคำตอบอยู่แล้ว เพราะเด็กสาวตรงหน้าเขา รูปร่างหน้าตาแม้แต่ผิวพรรณช่างเหมือนกับอดีตคนรักเก่าของเขาไม่ผิดเพี้ยนไปจากที่เคยได้คุ้นเคยกันมาก่อน ดูเหมือนจะถอดพิมพ์เดียวกันมาเลยด้วยซ้ำไป

นิดาเงยหน้าขึ้นมองชายบนรถเข็นด้วยแววตาสงสัย ท่านน่านสิงห์รู้จักชื่อของเธอได้ยังไงกัน หรืออาจจะเป็นเพราะน่านพยัคฆ์นายจ้างของเธอได้บอกกับท่านเอาไว้แล้วก็อาจเป็นได้...

ค่ะ...หนูชื่อนิดาค่ะ คุณน่านพยัคฆ์จ้างให้มาเป็นผู้ช่วยพยาบาลท่าน”

เอ๊ะ! ทำไมพี่พยัคฆ์ไม่เห็นบอกกับโฉมว่าจะจ้างผู้ช่วยมาช่วยโฉมดูแลคุณลุงเลยล่ะคะ นี่ถ้าโฉมรู้ก่อน จะบอกว่าไม่ต้องหามาหรอกคะผู้ชงผู้ช่วยอะไรเนี่ย เพราะโฉมไม่ได้เหนื่อยอะไรเลยสักนิด...เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวคนนี้ได้ถูกน่านพยัคฆ์ว่าจ้างให้มาเป็นผู้ช่วยของตัวเอง ก็อดจะเข้าข้างตัวเองไม่ได้ นี่น่านพยัคฆ์คงกลัวว่าเธอจะเหนื่อยเกินไปในการดูแลบิดาของเขาแน่ๆเลย ถึงได้จ้างผู้ช่วยมาคอยช่วยเธออีกแรงหนึ่ง...

น่านสิงห์ไม่ได้พูดอะไร เมื่อในใจท่านคิด โฉมฉายจะเหนื่อยได้ยังไง ในเมื่อวันๆนึง เอาแต่วิ่งคอยตามลูกชายของตนเสียมากกว่าจะมาคอยดูแลคนขาพิการเช่นตนเองไม่...

พี่พยัคฆ์นี่น่ารักจังเลยนะคะคุณลุงสิงห์ ดูสิ คงจะเป็นห่วง กลัวโฉมจะเหนือยแน่ๆเลย...โฉมฉายจีบปากจีบคอพูด ริมฝีปากสดยิ้มพราย น่านสิงห์ไม่อยากขัด เลยปล่อยให้หญิงสาวคิดเองเออเองไปคนเดียว

หนูต้องกราบขออภัยด้วยค่ะท่าน คือว่า...เอ่อ...หนูคงไม่ทำงานนี้แล้ว พอดีหนูเอ่อ...มีงานใหม่เข้ามาพอดี...นิดาจำใจต้องพูดปฏิเสธงานนี้ไป เธอไม่อาจทนอยู่ในไร่นี้ได้อีกแล้ว เธอไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้าย คนที่ข่มแหงรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิงไม่มีทางสู้ บาดแผลเก่ายังไม่ตกสะเก็ดดี เขาก็มาสร้างบาดแผลใหม่ให้ฉกรรจ์ยิ่งหนักไปกว่าเดิมอีก

อ้าวทำไมล่ะหนูนิ ไหนบอกลุงมาหน่อยสิ ใครทำอะไรหนูนิ ลุงจะไปจัดการมันให้...น่านสิงห์ใบหน้าขึงขังขึ้นมา เมื่อฟังว่านิดาจะไม่ทำงานในไร่นี้แล้ว ความจริงเขาก็ไม่ได้ต้องการให้นิดามาทำงานอะไร ลูกสะใภ้คนเดียวแถมยังตัวเล็กกระจ้อยร่อย เขาเลี้ยงได้สบายมากอยู่แล้ว...

หรือไอ้พยัคฆ์มันทำอะไรหนู...ฮึ...ไม่ต้องไปกลัวมันนะลูก ลุงจะตีกระบาลมันเอง ถ้ามันคิดจะทำอะไรหนูขึ้นมา...นิดารู้สึกตื้นตันใจและอบอุ่นใจ นายใหญ่ของไร่สุดแสนจะใจดี ไม่ถือเนื้อถือตัวเลยสักนิด แถมยังจะไปเล่นงานลูกชายให้อีกด้วย แต่คนกระทำไม่ใช่ลูกชายของท่าน แต่เป็นลูกน้องของเขาต่างหาก...

ได้ยินความเอื้ออาทรจากเจ้าของไร่ พลันน้ำตาที่พึ่งหืดแห้งไปหยกๆ ก็กำลังจะเอ่อล้นออกมาจากขอบตาอีกครา เมื่อนึกไปถึงตัวต้นเหตุ แต่ไม่ใช่น่านพยัคฆ์ลูกชายของท่านหรอกนะ  แต่เป็นลูกน้องคนสนิทของเขาต่างหากล่ะที่เป็นคนรังแกเธอ... นิดาอยากจะเอ่ยปากบอกท่านแบบนั้นออกไป แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อมีเสียงห้าวดังแทรกเข้ามาเสียก่อน...

ทำเป็นซ่านะพ่อ ขาเดินได้แล้วหรือไงถึงจะถือไม้มาตีกระบาลผมได้น่ะ...เสียงห้วนเข้มดังขึ้น เรียกให้สายตาทั้งสามคู่หันไปมองยังต้นเสียง สองคู่มองด้วยความดีใจ แต่อีกคู่กลับมองด้วยความแปลกใจ

นายมืด!!! ใบหน้าหวานก้มลงงุด เธอรู้สึกอับอายกับสิ่งที่เขากระทำจาบจ้วงกับเธอเหลือเกิน...

โผล่หน้ามาก็ดีแล้วไอ้ตัวดี แกไปทำอะไรหนูนิเข้า ถึงได้ร้องไห้ตาบวมมาแบบนี้ พ่อบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามรังแกอะไรน้องเด็ดขาด...น่านสิงห์ขยับรถเข็นหันไปเล่นงานลูกชายคนเดียวด้วยใบหน้าเอือมระอา ฤทธิ์เดชของไอ้ลูกคนนี้มันช่างมีมากจนเหลือล้น จะโทษใครได้ ก็เพราะเขาไม่ใช่หรือไง น่านพยัคฆ์ถึงได้มีนิสัยแข็งกระด้างไม่เคยยอมใครและแม้แต่เขาที่เป็นพ่อของมันแท้ๆมันยังไม่เคยยอมฟังสักที

ผมเปล่าทำอะไรแม่นี่นะ พ่ออย่ามาหาเรื่องผมสิ ผมขี้เกียจจะทะเลาะด้วยนะวันนี้ พอดีมีเรื่องต้องสะสางจัดการกับคนบางคนเสียก่อน...น่านพยัคฆ์ปฏิเสธเสียงดัง ปรายหางตามองแม่เมียเนื้อหอมด้วยความรู้สึกดีใจ อย่างน้อยๆเธอก็ไม่ได้คิดสั้นทำร้ายอะไรตัวเองลงไปอย่างที่เขากลัวแต่แรก

เธอมาฟ้องอะไรพ่อฉันหึ นิดา อย่าให้รู้นะว่าคาบอะไรมาฟ้อง ไม่งั้นเธอเจอดีแน่...ถึงจะฟังดูแข็งกระด้างแต่ในน้ำเสียงนั้นถ้าฟังดีๆมันเจือปนไปด้วยความเอ็นดูเสียมากกว่า

นิดายังคงนั่งเงียบไม่แม้จะเงยหน้าขึ้นมองเขา ริมฝีปากเนื้ออิ่มขบเม้มเข้าหากันแน่น คนโกหกหลอกลวง เขาชื่อน่านพยัคฆ์ เป็นนายจ้างของเธอ แต่เขาก็ไม่เคยปฏิเสธ เขาไม่ใช่คนที่ชื่อมืด...

เขาเห็นเธอตั้งแต่เดินเลี้ยวมาทางเส้นนี้แล้ว ขาเขาอยากจะวิ่งมาให้ถึงร่างงามนี้ไว้ๆใจแทบขาด อยากจะเข้ามาหอมมากอดปลอบใจให้เธอได้คลายเศร้า แต่พอเห็นเธอนั่งอยู่ใกล้ๆกับรถเข็นของตาเฒ่าสิงห์ น่านพยัคฆ์จึงได้แต่คิด ทำอะไรเธอไม่ได้สักอย่าง ได้แต่ยืนวางฟอร์มทำเป็นไม่สนใจใยดี แต่อกใจมันแทบจะระเบิด เมื่อใบหน้าแม่เมียเนื้อหอมสะบัดมองไปทางอื่น เธอทำเป็นไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา ทำเหมือนเขาเป็นเพียงอากาศธาตุไปเสียแล้ว...

นิดาเชิดใบหน้างามตั้งขึ้นตรง ทำเป็นไม่สนใจร่างใหญ่ เมื่อเธอพอจะรู้ความจริงอะไรขึ้นมาแล้ว ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ชื่อมืดอย่างที่เธอเข้าใจ แต่กับเป็นน่านพยัคฆ์ นายจ้างที่ว่าจ้างเธอมาทำงานในไร่แห่งนี้นั่นเอง...

 นิดารู้สึกทั้งเสียหน้าทั้งเจ็บใจ เขาไม่คิดจะบอกหรือปฏิเสธว่าเขาคือน่านพยัคฆ์ไม่ใช่นายมืด บวกกับเรื่องเลวร้ายก่อนหน้านี้ จึงทำให้นิดาไม่คิดแม้จะมองใบหน้าของน่านพยัคฆ์ให้เปลืองลูกกระตาเลยแม้เพียงแค่เศษเสี้ยว...

พี่พยัคฆ์ขา...ทานข้าวกับโฉมนะคะเช้านี้...โฉมฉายปรี่เข้าไปเกาะแขนของน่านพยัคฆ์เอาไว้แน่น อ้อนเสียงอ่อนเสียงหวานชวนชายหนุ่มให้ทานข้าวเช้ากับตัวเองด้วย น่านพยัคฆ์เหล่มองนิ้วมือของสาวเจ้าที่เกาะลำแขนเขาอย่างถือสิทธิ์เล็กน้อยด้วยความรำคาญ นี่ถ้าไม่ติดว่าโฉมฉายเป็นน้องของไอ้หมอเพื่อนของเขา ป่านนี้เขาได้ไล่แม่นี้ออกไปจากไร่นี้นานแล้ว ผู้หญิงอะไรหน้าไม่มียาง ชอบมาอ๋อยเขาได้ทุกวี่ทุกวัน...

ไม่ล่ะวันนี้พี่ไม่ว่าง ต้องขอตัวก่อนก็แล้วกันนะ พอดีพี่มีธุระสำคัญจะคุยกับลูกจ้างคนสำคัญมากเสียด้วย...ท้ายประโยคน่านพยัคฆ์จงใจสื่อให้คนนั่งพับเพียบบนพื้นหญ้าจมูกแดงตาแดงให้รับรู้ เขามีเรื่องจะพูดด้วย...

นิดาทำเป็นหูทวนลม ไม่ได้สนใจคำพูดของเขาเช่นเดิม ถึงแม้ภายในใจจะรู้สึกหงุดหงิดปนๆหมั่นไส้เล็กน้อย ยามเมื่อเธอเห็นผู้หญิงคนอื่นให้ความใกล้ชิดสนิทสนมกับชายหนุ่มต่อหน้าต่อตา แตจะหงุดหงิดไปทำไม เขากับเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย เขาจะสนิทกับใครมันก็เป็นเรื่องของเขา...

หว่า...น่าเสียดายจังเลยค่ะ โฉมว่าจะเข้าครัวทำอาหารเช้าให้คุณลุงทานอยู่พอดีเลย กะจะทำของโปรดของพี่พยัคฆ์เผื่อด้วยนะคะเนี่ย...โฉมฉายหน้าจ๋อยลง เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกน่านพยัคฆ์ปฏิเสธแบบไม่ไว้หน้า แต่ยากๆแบบนี้แหละที่เธอชอบ เธอจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆอย่างเด็ดขาด ไม่มีอะไรที่เธอต้องการแล้วจะไม่ได้ รวมถึงน่านพยัคฆ์ชายหนุ่มที่มีความฮอทระดับต้นๆของเมืองนี้ด้วย...

แกมีอะไรจะคุยกับหนูนิเขา ก็คุยต่อหน้าพ่อนี่ล่ะ พ่อจะได้ฟังด้วย ว่าแต่ ทำไมถึงไม่ให้หนูนิมานอนบ้านพ่อ ไหนแกบอกว่ารับน้องมาดูแลพ่อไง...น่านสิงห์ตวาดถาม เขาไม่ค่อยไว้ใจไอ้ลูกชายตัวดีสักเท่าไหร่ มันต้องทำอะไรไม่ดีกับนิดาสักอย่างเอาไว้แน่ๆ ไม่อย่างงั้นมีหรือนิดาจะเดินร้องไห้แล้วบอกจะไม่ทำงานที่นี้ต่ออีกแล้ว

เรื่องส่วนตัว พ่อจะรู้ไปทำไม ก็ยกให้แล้วไม่ใช่ไงล่ะ ผมถือว่าเขาเป็นของๆผม พ่ออย่ามายุ่งดีกว่า เรื่องของหนุ่มสาว แก่แล้วก็อยู่ส่วนแก่ไป เอาไว้ถ้าขาหายแล้วจะพาไปเที่ยวนะ...น่านพยัคฆ์สวนกลับบิดาเสียงห้วน ใช้สายตาขู่บังคับไปยังหญิงสาวให้ลุกขึ้นมายืนข้างๆเขา ไม่ใช่ไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่แทบเท้าของพ่อเขาแบบนั้น

บะไอ้นี่!  ถึงให้แล้วก็เอาคืนได้ ถ้าหากพ่อรู้ว่าแกทำไม่ดีกับเขา รับรองพ่อจะเอาคืนแล้วจะไม่ให้อีกเลย...

เรื่องอะไรล่ะ ผมไม่ยอมเด็ดขาด ของๆผมก็ต้องเป็นของผมอยู่วันยังค่ำ ต่อให้พ่อเอาเขาไปซ้อนไว้ตรงมุมไหนของโลก เชื่อเหอะ...ยังไงผมก็ต้องหาเขาจนเจอนั่นแหละ พ่ออย่าคิดทำให้เสียเวลาเลยดีกว่า...นิดาฟังไม่เข้าใจหรอกว่าสองพ่อลูกนี่เขาพูดถึงอะไรกัน เลยได้แต่นั่งก้มหน้า เพื่อรอโอกาสจะบอกลากับเจ้าของไร่

วันนี้พ่ออยากให้หนูนิดูแล แกจะไปไหนก็ไปไป๋น่านสิงห์ตัดบทเพราะไม่อยากทะเลาะกับเจ้าตัวร้ายต่อหน้านิดาตอนนี้

ไปหนูนิ พาลุงไปกินข้าวเช้าหน่อย ลุงหิวแล้วล่ะ วันนี้ไม่รู้สายใจเขาทำอะไรให้ลุงกิน แต่กลิ่นนี่หอมคลุ้งไปทั่วบ้านเชียวนะ...น่านสิงห์หันหน้ามาชวนว่าที่ลูกสะใภ้ เมื่อพอจะเข้าใจ นิดาคงไม่อยากอยู่ใกล้กับไอ้ลูกชายตัวดีของเขาในตอนนี้เท่าไหร่นัก

ได้ค่ะท่าน...นิดาเองก็รีบกุลีกุจอลุกขึ้นทันที เธอไม่อยากอยู่ใกล้ชิดกับคนใจร้าย แต่จะให้ไปไหนโดยไม่มีเงินติดตัวสักบาทเธอก็ไม่รู้จะไปที่ไหนดี ทั้งกระเป๋าและของมีค่าไม่รู้น่านพยัคฆ์เก็บของเธอไปไว้ที่ไหน คงจะเป็นในห้องนอนของเขานั่นแหละ เท่าที่สายบัวบอกกับเธอเมื่อวานนี้...

ไม่เอา ไม่ให้ไปกับพ่อ...พ่อก็ไปกินกับโฉมสิ วันนี้หนูนิของพ่อไม่ว่าง เพราะผมยังไม่อนุญาตให้นิดาเริ่มทำงานวันนี้เสียหน่อย พ่ออย่ามาขัดใจผมได้ไหม รับรองผมไม่ทำอะไรคนของพ่อหรอกน่าสบายใจได้...น่านพยัคฆ์ผู้เอาแต่ใจเริ่มออกอาการแผลงฤทธิ์เดชปั้นปึงใส่

ก็เขามีเรื่องมากมายจะคุยเพื่อปรับความเข้าใจกับเมียของเขานี่นา พ่อนะพ่อจะเอาคานมาสอดทำไมก็ไม่รู้ น่านพยัคฆ์เริ่มหงุดหงิดบิดา สายตาสีสนิมเบี่ยงมามองยังร่างงามเป็นการขู่บังคับไปในตัว...

แต่นิดาทำเป็นไม่สนใจ หญิงสาวจะก้าวไปจับรถเข็นของน่านสิงห์ แต่มือใหญ่ก็ไวทายาดกว่า ฉวยหมับเข้าที่ข้อแขนเล็ก ดึงร่างงามเข้ามากอดไว้เสียดื้อๆ

ว้าย!!! ปล่อยนะคนบ้า...ร่างน้อยดิ้นรนขัดขืน

ไปก่อนนะพ่อ เอาไว้พรุ่งนี้จะเข้าไปกินข้าวด้วย...พี่ฝากพ่อด้วยนะโฉม ขอไปเคลียร์ปัญหากับเมียก่อนก็แล้วกัน...น่านพยัคฆ์โบกมือลา ก่อนจะยกร่างนุ่มนิ่มขึ้นพาดบ่า หันหลังเดินลิ่วกลับไปยังบ้านเล็กของตัวเอง

พี่พยัคฆ์ หมายความว่ายังไงกันคะ!!!...โฉมฉายเบิกตาโพลงกับสิ่งที่เห็น ฝ่ามือเรียวทาบลงบนอกซ้าย มันจะมากไปแล้วนะ หญิงสาวขบเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ดวงตาสีดำวาวแสงขึ้น เมื่อสิ่งที่น่านพยัคฆ์กระทำกับนิดาไม่บอกก็พอจะแปลความหมายของมันได้ออก สองคนนี้ต้องมีอะไรลึกซึ้งต่อกันเรียบร้อยแล้วเป็นแน่แท้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ แล้วเราจะได้เห็นดีกันหึ...

เฮ๊ย! ไอ้ลูกเวรคนนี้นี่ ทำไมมันชอบเอาแต่ใจตัวเองนักวะ...ส่วนประมุขใหญ่ของไร่ก็ได้แต่ก่นด่าตามหลังบุตรชายไป อีกไม่นานในไร่นี้คงจะมีแต่เสียงเด็กเล็กๆส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวเต็มไปหมดอย่างแน่นอน ยิ่งเห็นแบบนี้แล้ว คาดว่าคงอีกไม่นานนี่ล่ะ เขาคงจะได้เป็นคุณปู่สมใจอยากกับเขาสักที...

น่านสิงห์รู้สึกอารมณ์เบิกบานเป็นพิเศษ อีกหน่อยเขาคงจะได้เป็นคุณปู่ของหลานๆตัวน้อยๆแล้วสินะ ความฝันของเขาคงใกล้จะเป็นจริงเข้ามาทุกที ยิ่งได้มาเห็นไอ้ลูกใจหินของเขาใช้สายตามองนิดา ผู้ชายด้วยกันมันดูไม่ยากนักหรอก เพราะสายตาแบบนี้ตัวเขาเองก็เคยใช้มองม่านฟ้าแม่ของน่านพยัคฆ์มาก่อน...

 

**********************

 

  ร่างงามหอมกรุ่นกำลังพยายามช่วยเหลือตัวเองอย่างสุดกำลัง ทั้งมือทั้งเท้าของหญิงสาวใช้ระดมทำร้ายร่างกำยำอย่างไม่คิดกลัวเกรง แต่ดูเหมือนน่านพยัคฆ์จะไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเลย เพราะเธอได้ยินแต่เสียงเขาหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะๆตลอดเส้นทางเดิน จนนิดาแทบอยากจะหาอะไรแข็งๆมาทุบหัวเขาให้สลบไปได้ยิ่งดี...

ปล่อยนะ...ฉันบอกให้ปล่อยไงไอ้บ้า คนนิสัยเสีย นิสัยไม่ดี...อือ...ปล่อยสิ...  น่านพยัคฆ์ได้แต่ระบายยิ้มอย่างพึงใจกับแรงพยศของภรรยาสาวแสนสวย  ชายหนุ่มไม่ได้สะทกสะท้านกับแรงเท่ามดนี้เลย  เขากับชอบใจเสียด้วยซ้ำที่แม่เมียตัวนุ่มนิ่มแถมหอมกรุ่นระบายความโกรธ โมโห ลงกับร่างกายของเขาแทนที่จะลงกับตัวของเธอเอง...

ถ้าหนูนิทำแล้วสบายใจก็เชิญตามสบายเลยนะจ๊ะ พี่พยัคฆ์คนนี้ยอมให้หนูนิกระทำย่ำยีได้ตามใจชอบเลยนะ...

ไอ้บ้า...ใครใช่ให้มาเรียกฉันว่าหนูนิกันฮะ.เราไม่ได้สนิทกัน ห้ามมาเรียกนะ..ร่างน้อยดิ้นเร้าๆด้วยความโมโห

ก็อยากเรียก ห่วงนักหรือไง ดี...ยิ่งห่วงพี่ก็ยิ่งชอบ...หนูนิ...หนูนิๆ  น่านพยัคฆ์พูดชื่อซ้ำๆเป็นการหยอกล้อ

ปล่อยนะ...

ไม่ปล่อย มีอะไรไหม...เก่งดีนักนั้นก็ดินให้หลุดสิ  น่านพยัคฆ์ส่งเสียงกลั้วหัวเราะท้าทาย ส่วนมือใหญ่ก็แกล้งบีบลงบนสะโพกมนด้วยนึกหมั่นเขี้ยวร่างนิ่มๆนี้ยิ่งนัก  ส่วนปลายจมูกโด่งก็กดย้ำลงบนแก้มก้นนุ่มนิ่มสูดเอาความหอมเข้าอัดไว้อย่างเต็มปอด หากำไรเล็กๆน้อยๆไปเรื่อยตามนิสัยคนเอาแต่ใจ

คนเลว...คนบ้า...คนหื่นกาม...  ร่างน้อยต้องสั่นสะท้านไปกับแรงบีบหยอกล้อสลับกับแรงกดลงบนบั้นท้ายกลมกลึงของเธอ ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองก็พอจะเดารู้ เขากำลังลวนลามเธออีกแล้วสินะ...

            ใช่...ไอ้พยัคฆ์คนนี้มันเป็นทุกอย่างที่หนูนิว่านั่นแหละ ทั้งบ้า ทั้งเลว ทั้งหื่น...อ้อ...และก็หื่นมากๆด้วยนะจะบอกเอาไว้ให้ ต่อไปนี้หนูนิคงลำบากสักหน่อย  ที่บังเอิญได้ไอ้หื่นคนนี้เป็นผ...สระ...อัว...ผัว...ฮ่า...ฮ่า... 

น่านพยัคฆ์ส่งเสียงหัวเราะร่วนออกมาด้วยความชอบใจ แววตาของชายหนุ่มส่อประกายเจิดจ้าเต็มไปด้วยความสุขสม ไม่คิดว่าการมีเมียมันดีอย่างนี้นี่เอง ถึงได้ว่าไอ้พีมันถึงไม่ค่อยจะมีเวลามาสังสรรค์กับเขานัก ยิ่งช่วงที่เรียกว่าข้าวใหม่ปลามัน เขาก็แทบไม่เห็นหัวมันมาที่ไร่นี้เลย...

คุณไม่ใช่ผัวฉัน อย่ามาขี้ตู่เด็ดขาด

จะให้พิสูจน์ดูตรงนี่ไหมล่ะ ว่าใช่หรือไม่ใช่

อย่านะ...  นิดารีบร้องห้าม

โธ่เราก็นึกว่าแน่จริง...แต่ก็...อีกอย่างหนึ่งนะ  พี่พยัคฆ์คนนี้อยากจะบอกเอาไว้อีกสักเรื่องหนึ่ง..." 

"อะไรของคุณอีกล่ะ...ฉันบอกให้ปล่อยฉันลงยังไง หูแตกหรือไงไม่ทราบ..."

"จะบอกว่า...ก้นของหนูนินี่ทั้งนิ่มทั้งน่าจับหน้าขยำเป็นบ้าเลยวะ...  ไม่ใช่แค่ปากพูด แต่น่านพยัคฆ์ยังทำการสาธิตให้หญิงสาวได้โกรธจนหน้าดำหน้าแดง  จนแทบอยากจะร้องกรี๊ดเสียงดังๆใส่หูเขาให้แตกไปข้างหนึ่งเลย

อ๊าย!...ไอ้คนลามก ไอ้คนบ้า ไอ้คนผีทะเล...  แรงมีเท่าไหร่นิดาใส่ไม่ยั้ง ระดมหมัดเล็กๆทุบลงยังกลางหลังเขาเพื่อระบายอารมรณ์ฉุนเฉียว

ฮ่า...ฮ่า...เอาเลยหนูนิอยากดิ้นก็ดิ้นไปเลย พี่ชอบ...น่านพยัคฆ์หัวเราะไปก็เอ่ยคำยั่วยุหญิงสาวไป เนื่องจากนิดายิ่งดิ้นความนุ่มนิ่มจากอกอวบใหญ่พอดีมือ ก็ยิ่งเสียดสีไปกับแผ่นหลังของเขาตามไปด้วย...

อาจเป็นเพราะเสียงหัวเราะดังลั่น จึงทำให้บรรดาพวกคนงานที่มืดไปเกณฑ์มาจากในไร่ถึงกับยืนขาแข็ง ตาโต อ้าปากค้างไปตามๆกัน เมื่อเห็นเจ้านายสุดที่รักของตัวเองหัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุขเช่นนี้ได้ นานมากแค่ไหนแล้วนะ ที่พวกคนงานในไร่แทบจะไม่เคยได้ยินเสียงหัวเราะของนายน้อยที่แสดงออกถึงความสุขออกมาเช่นนี้เลย ส่วนใหญ่ที่เห็นก็มีเพียงใบหน้าจริงจังดุดันในการทำงานเท่านั้น...

นี่...นี่...นี่...นี่แน่ะ จะทุบให้น่วมเลย ไอ้บ้า ไอ้คนนิสัยแย่...สองกำปั้นน้อยทุบลงบนหลังแกร่งเพื่อต้องการระบายความโกรธ เมื่อการดิ้นรนของเธอมันไม่เป็นผลสำเร็จ  นิดาเลยเลือกระบายออกโดยการใช้กำปั้นน้อยทุบไปยังลำตัวของชายหนุ่มแทน

แล้วก็อย่ามาเรียกเขาว่าหนูนิด้วยนะ คุณกับฉันไม่ได้สนิทกันเสียหน่อย ฉันไม่ให้คุณเรียกว่า หนูนิ...นี่...นี่...  นิดาเหวใส่เสียงเขียว  สองมือน้อยยังคงทุบลงแผ่นหลังไม่หยุด ถึงแม้บางครั้งเมื่อได้ฟังคำสรรพนามเมื่อยามที่เขาเอ่ยเรียกชื่อของเธอ  มันจะทำให้เธอรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาภายในหัวใจอย่างประหลาด แต่เรื่องอะไรเธอจะยอมรับ  ให้เขามาทำเนียนเรียกชื่อเล่นของเธอเสียสนิทสนมคุ้นเคยกันเช่นนี้  เขาพึ่งจะทำให้เธอร้องไห้เสียใจจนไม่อยากอยู่เป็นผู้เป็นคนมาหยกๆ เธอจะไม่ยอมให้อภัยเขาง่ายๆ เพราะอย่างน้อยๆ เขาจะต้องโดนบทลงโทษอะไรจากเธอเสียก่อน...

แน่ะ...พี่เตือนเอาไว้แล้วนะ ว่าอย่ามาท้าพิสูจน์ แล้วไอ้ที่ทำกันเมื่อเช้ามันยังเรียกว่าไม่สนิทแนบแน่นมากพออีกอย่างงั้นเหรอจ๊ะ หนูนิจ๋า ตอนนี้พี่ยังพอมีแรงเหลือเฟืออยู่พอดี เรามาทำความรู้จักกันอีกสักทีดีกว่าเผื่อหนูนิจะได้เข้าใจ ว่าเราสองคนสนิทสนมกันพอจะเรียกชื่อเล่นกันได้หรือยัง...น่านพยัคฆ์ลอยหน้าลอยตาพูด ตอกย้ำให้นิดาได้โมโหขึ้นมาอีกหน ใบหน้านวลขึ้นสีแดงก่ำเพราะความโกรธแทบจุกอก

งั้นเอาอย่างนี้ดีกว่า  พอเราสองคนไปถึงในบ้านปุ๊บ พี่พยัคฆ์จะได้ทำให้เราสองคนแนบแน่นกันมากกว่าเดิมอีก ดีไหมจ๊ะหนูนิจ๋า...

ไม่นะ...ฉันจะไม่ยอมคุณอีกแล้ว...ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้เลย แล้วฉันก็จะไม่ยอมไปทำงานกับคุณด้วย ฉันจะไปจากไร่นี้ แล้วก็จะไปวันนี้ด้วย...  นิดาร้องสั่งเสียงสั่นไหวใบหน้าหวานซีดเผือกลง เมื่อห้วนนึกไปถึงบทรักของเขา มันทั้งรุนแรงและดุดัน พลันน้ำตาไม่รักดีก็เกิดไหลรินลงมาอีกเป็นสาย ถึงจะไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นต่อหน้า แต่ความรู้สึกตอนนี้ มันเกินคำว่าเสียใจจริงๆ...

คนใจร้าย เธอจะไม่ยอมให้เขามาทำบ้าๆกับเธออีกแล้ว เขามาทำร้ายเธออย่างนี้ทำไม ทั้งๆที่เธอกับเขาก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนหน้านี้เลยด้วยซ้ำ เขาจะมาโกรธแค้นเธอด้วยเรื่องอะไรเธอก็ยังนึกไม่ออก นิดาได้แต่นึกเสียใจไปร้องไห้ไป จนเสียงสะอึกสะอื้นดังขึ้นเรื่อยๆ

 ร่างใหญ่ถึงกับหยุดฝีเท้าลง เมื่อแผ่นหลังของเขาสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นจากน้ำตาของหญิงสาว น่านพยัคฆ์รู้สึกชาวาบขึ้นในหัวใจ เขาจึงปล่อยให้ร่างงามลงยืนกับพื้นก่อนจะดึงร่างหอมนั้นเข้ามาไว้ในวงแขนแข็งแรงของตัวเองทั้งร่าง กกกอดร่างหอมเอาไว้อย่างแนบแน่นเพื่อเป็นการปลุกปลอบขวัญให้เธอได้คลายความเศร้าลง...

ร่างแน่งน้อยยังคงสะอื้นไห้อยู่ในวงแขนอบอุ่น ใบหน้าหวานซบลงกับอกแกร่ง โดยมีมือใหญ่ของคนปากเสียคอยลูบไหล่หลังอยู่ไม่ห่างหาย  น่านพยัคฆ์ถึงกลับทำตัวไม่ถูก เขาไม่อยากให้หญิงสาวร้องไห้  แต่ก็ไม่กล้าหลุดคำพูดปลอบใจใดๆออกไป  กลัวปากเสียๆของตัวเองจะยิ่งไปกระตุ้นทำให้นิดาร้องไห้หนักมากขึ้นไปกว่าเก่า...

ฮือ...ฮือ...ฮือ...  นิดาร้องไห้จนตัวสั่นเทาในอ้อมแขนของน่านพยัคฆ์  หญิงสาวปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาโดยไม่คิดจะห้าม  ตอนนี้หัวใจดวงน้อยของเธอมันบอบช้ำกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหลือเกิน ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกในการเสียตัวให้กับชายอื่นก็จริง  แต่สิ่งที่น่านพยัคฆ์กระทำกับเธอ  มันก็ไม่ต่างกับเอาน้ำเกลือมาราดรดแผลเก่าให้มันประทุขึ้นมา จนมันกลายเป็นบาดแผลเหวอะหวะ ไม่รู้ว่าชาตินี้ทั้งชาติบาดแผลนี้จะรักษาหายได้หรือเปล่า...

"หนูนิครับ...คือว่า..." 

"ฮือ...ฮือ...ฮือ..."  ยิ่งเมื่อได้ยินเสียงของเขา นิดาก็ยิ่งสะอึกสะอื้นหนักไปกว่าเดิม เมื่อความคิดของเธอมันได้แต่คอยย้ำเตือน  เขาคงเห็นว่าเธอเป็นของใกล้มือ อยากจะหยิบจับฉวยมาทำอะไรเมื่อไหร่ก็ได้ตามอำเภอใจ เขาคงเห็นเธอหมดทางไป จึงตกปากรับคำมาทำงานกับเขาง่ายๆ ทั้งที่อยู่ต่างถิ่นฐานบ้านเกิดไกลเสียขนาดนี้ หรือไม่ก็คุณวรสิทธิ์คงได้เล่าเกี่ยวกับตัวเธอให้เขาฟังมาบ้าง เขาถึงได้คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงริมทาง ไม่มีค่า ไร้ราคา เอาไว้แก้ขัดยามเขาเหงาหรือต้องการเรื่องอย่างว่าก็ได้...

เขาคงเห็นเธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว จะกระทำย่ำยีต่างๆนาๆยังไงก็ไม่สามารถมาเรียกร้องอะไรจากเขาให้มารำคาญใจที่หลัง เธอเองก็ไม่ได้หวังจะเรียกร้องอะไรจากเขา ไม่ได้ต้องการให้เขามารับผิดชอบ เพราะสำนึกในตัวเองดี เธอเป็นใครและเขาเป็นใคร...

หนูนิ...คือ...เอ่อ...  น่านพยัคฆ์ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆไม่รู้จะพูดจาหวานๆยังไงกับเขาออกไป เมื่อร่างบางยังคงสั่นเพราะแรงสะอื้นไม่ยอมหยุด

ส่วนมืดที่เดินมาสมทบกับพวกคนงาน เมื่อเห็นเจ้านายทั้งสองยืนกอดกันกลม เขาเลยสั่งให้คนงานต่างแยกย้ายกันกลับไปทำงานต่อ ไม่อยากให้ใครเสนอหน้าเข้าไปรบกวนเจ้านายทั้งสองตอนนี้ ดูก็รู้ นายพยัคฆ์ของมันกำลังง้องอนนางฟ้าของตัวเองอยู่ แต่ไม่รู้ง้อภาษาอะไร นางฟ้าของมันถึงได้ร้องไห้โฮหนักขึันไปกว่าเดิมอีก...

ฮึ...แล้วเจ้านายสุดที่รักของมันจะง้อสำเร็จไหมเนี่ย ปากยิ่งเสียๆอยู่ด้วย มืดส่ายหน้ากับภาพที่เห็นก่อนจะหันหลังเดินตามพวกเพื่อนๆไปทำงานในไร่ต่อไป...

หนูนิจ๋าหยุดร้องไห้เถอะนะ ฉัน...เอ่อ...คือว่า...น่านพยัคฆ์กลืนน้ำลายลงคอฝืดเฝือน คิดหาคำพูดหวานๆเพื่อจะใช้ปลอบใจหญิงสาวก็นึกไม่ออก ปากมันหนักเหลือเกิน ก็คนมันไม่เคย ตลอดชีวิตวัยรุ่นจวบจนจะสี่สิบอยู่อีกปีสองปีข้างหน้า เขาก็ไม่เคยต้องพูดจาหวานๆกับใครมาก่อนเลยสักคน ส่วนใหญ่ชีวิตเขาก็ขลุกอยู่แต่กับพวกคนงานชายในไร่ ซึ่งก็มีแต่พวกดิบเถื่อนคือกันหมดทั้งนั้น ไม่เคยได้ถามไถ่เวลาไอ้พวกนั้นมันอ้อนเมีย ง้อเมียมาก่อนเสียด้วย ก็คนไม่เคยคิดจะมีเมียมาก่อน ใครมันจะไปสนใจถามวะ...

งานนี้สำหรับเขาแล้วถือว่าเป็นงานช้างเลยก็ว่าได้ เฮ้อ!...

เอ๊ะ! บอกว่าอย่ามาเรียกฉันว่าหนูนิไง...นิดาผละร่างงามออกมาจากลำแขนใหญ่ ถึงจะเศร้าเสียใจกับเรื่องราวเลวร้ายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมากขนาดไหน แต่พอได้ยินเขาเรียกเธออย่างสนิมสนมมันก็อดโมโหขึ้นมาไม่ได้อีก แววตาฉ่ำไปด้วยคราบน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้ารกแต่ดูหล่อเหลาวาวโรจน์ขึ้น

ปึก.......

นี่แน่ะ...กำปั้นน้อยเลยทุบลงบนอกแกร่งเสียงดังปึก น่านพยัคฆ์ถึงกับสะดุ้ง รีบก้มใบหน้าหล่อเหลาลงมองคนเริ่มพยศ ใจเขายิ่งอ่อนยวบ นึกเอ็นดูร่างน้อยในอ้อมแขนเขาเหลือเกิน ยิ่งเวลาจมูกรั้นนั้นสั่นระริกแล้วเขายิ่งนึกเอ็นดูหนักขึ้นไปอีก...

ดูสิร้องไห้จนตาช้ำจมูกแดงไปหมดแล้ว...แทนที่น่านพยัคฆ์จะโกรธ เขากับรวบมือน้อยขึ้นมาไว้กับอกแกร่งที่ว่างอีกข้าง ก่อนจะยกกำปั้นน้อยขึ้นมาสำรวจดูด้วยสายตาอ่อนโยน...

เจ็บมือหรือเปล่าหึ...หนูนิ ดูสิมือแดงไปหมดแล้ว ไม่เอานะ เลิกทุบพี่ได้แล้ว พี่นะไม่เจ็บหรอก แต่กลัวมือหนูนิจะเจ็บมากกว่า...นิดาอ้าปากค้าง เธอแทบจะลืมลมหายใจของตัวเอง เมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนของชายหนุ่ม อีกทั้งการแสดงออกของเขา ทั้งนุ่มนวลทั้งอบอุ่น มันช่างแตกต่างจากที่แล้วๆมาโดยสิ้นเชิง

แค่นี้ฉันไม่เจ็บหรอก ไม่ต้องมายุ่ง...เพราะยังโกรธเขาอยู่มาก นิดาเลยสะบัดทั้งเสียงและใบหน้าใส่ รีบดึงมือของตัวเองออกจากการจับกุมของเขา แต่น่านพยัคฆ์ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เพราะเขากลัวนิดาจะทุบเขาเพื่อระบายอารมณ์แล้วจะทำให้กำปั้นน้อยๆนี่ได้รับความเจ็บ ลำพังตัวเขาแรงเท่ามดอย่างนิดา ไม่สามารถทำให้เขารู้สึกได้หรอก เขาห่วงแต่หญิงสาวนี่แหละ ไม่อยากเป็นสาเหตุทำให้เธอเจ็บเพิ่มมากขึ้นไปอีก

ฉันจะกลับกรุงเทพฯ ขอความกรุณาคืนกระเป๋าของฉันมาด้วยค่ะ สายบัวบอกว่ากระเป๋าของฉันอยู่ในห้องของคุณ...เมื่อคลายอาการเศร้าลงได้บ้าง นิดาจึงบอกความต้องการของตัวเอง เธอไม่อยากอยู่ในไร่ที่มีคนใจร้ายอย่างเขา อยากกลับไปตั้งหลักยังบ้านเกิดของตัวเอง แต่ก็คงไม่กลับไปบ้านวนาสินธ์อีกแล้ว เพราะที่นั่นไม่ใช่บ้านของเธออีกต่อไป...

ไม่ให้ไป ยังไงก็ไม่ยอมให้ไปไหน เราเป็นเมียของพี่แล้วนะ จะทิ้งผัวไปอยู่ที่อื่นได้ยังไงกัน แล้วถ้าเกิดท้องขึ้นมาจะทำยังไง พี่ไม่ยอมให้ลูกของพี่ไปเรียกคนอื่นว่าพ่ออย่างเด็ดขาด ถ้าไม่เชื่อจะจับขัง ไม่ให้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน จะให้อยู่แต่ในห้องนั่นแหละ จนกว่าหนูนิจะเปลี่ยนความคิด ไม่ทิ้งผัวไปอยู่ที่อื่น...

 เมื่อน่านพยัคฆ์ได้ยินว่าหญิงสาวจะกลับกรุงเทพฯ ใจเขาก็ร้อนขึ้นมาดั่งไฟ เรื่องอะไรจะยอมปล่อยให้เมียตัวเองไปตกระกำลำบากอยู่ที่อื่นได้อีกล่ะ นิดาเป็นเมียของเขาแล้ว  ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องอยู่กับเขาในไร่แห่งนี้...

เอ๊ะ! คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งห้ามไม่ให้ฉันไป ฉันไม่ทำงานกับคุณอีกแล้วไง แล้วก็ไม่ต้องมาบอกว่าฉันเป็นเมียของคุณด้วย เพราะฉันไม่ยอมรับ...นิดาขึ้นเสียงไม่ยอมแพ้เขาเช่นกัน สิ่งที่เขาทำกับเธอมันยิ่งกว่าป่าเถื่อน เขายังมีหน้ามาเรียกร้องสิทธิ์บ้าสิทธ์บออะไรกับเธออีก

หนูนิไม่รู้จริงๆหรือไง ว่าฉันสามารถใช้สิทธิ์สั่งห้ามไม่ให้หนูนิไปไหนได้ตั้งมากมาย อาทิเช่น....อืม?...” ชายหนุ่มทำท่าคุ้นคิด ส่งสายตาแพรวพราวสื่อให้หญิงสาวรับรู้ว่าเขาจะใช้สิทธิ์อะไรมาใช้สั่งห้ามไม่ให้เธอออกไปจากไร่แห่งนี้

 ฉันไม่ทราบหรอกค่ะว่าคุณมีสิทธิ์อะไรในตัวของฉัน แต่เท่าที่ฉันรู้ คุณไม่มี และไม่เคยมี...นิดายังเน้นย้ำคำเดิมหนักแน่น ใบหน้าหวานเชิดรั้นขึ้นสบตาสู่กับจอมวายร้าย  ชีวิตเป็นของเธอ เขาไม่มีสิทธิ์มาบงการให้เธออยู่หรือไป บทเรียนชีวิตสอนให้เธอต้องลุกขึ้นสู้ และเขาก็จะเป็นคนแรกที่เธอจะแสดงให้เห็นด้วย ...

เมียของฉันนี่ปากเก่งขึ้นเยอะเลยนะ...หึ...หรือมันจะถ่ายทอดจากผัวไปสู่เมียได้ ก็น่าจะสนุกดี ผัวก็ปากเสียเมียก็ปากเสีย...มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นล้อเลียน น่านพยัคฆ์เองก็ต้องคอยควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้โกรธหรือโมโห เขาต้องเตือนสติตัวเองเน้นย้ำว่าเรื่องนี้เขาเป็นฝ่ายผิด และเขากำลังง้อแม่เมียตัวหอมอยู่ ไม่ว่าเธอจะพูดหรือจะต่อว่าเขาแรงสักแค่ไหน เขาต้องอดทนและต้องยอมเธอ ห้ามไปขัดใจหรือปากเสียใส่เธออีก ไม่งั้นคืนนี้เขาได้อดนอนกอดร่างนุ่มนิ่มแสนหอมนี้เป็นแน่...

คนบ้า...ปากไม่ดี ฉันไม่ใช่เมียของคุณนะ! เมื่อไหร่จะเลิกขี้ตู่สักที

ไม่รู้นะ...แต่บ้านฉัน เวลาชายหญิงเขาคลุกวงในกันอย่างที่เราทำกันเมื่อเช้าน่ะ เขาเรียกว่าผัวเมียเขาทำกัน...เมื่อหลุดคำพูดโต้แย้งออกไป น่านพยัคฆ์ก็แทบอยากจะตบปากตัวเองให้เจ็บๆนัก เมื่อเขาเห็นแววตากระต่ายน้อยแสนน่ารักน่าชัง วาวแสงขึ้นไม่ต่างกับแววตาของแม่เสือดุร้าย

เอ่อ...ก็เขามันเสือเมียเขาก็ต้องเป็นเสือเหมือนกันสินะ น่านพยัคฆ์ถึงกับหลุดยิ้มขวยเขินกับความคิดของตัวเองขึ้นมาเสียอย่างงั้น...

นิดากัดริมฝีปากของตัวเองด้วยความคับแค้นใจ เมื่อเธอแปลรอยยิ้มของชายหนุ่มเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ย น้ำตาเจ้ากรรมก็ดันจะมาไหลประจานความอ่อนแอให้เขาได้เห็นอีก เธอจึงสูดลมหายใจเข้า สะกัดกลั้นไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกมาให้เขาได้นึกสมเพช เธอมันก็แค่ดอกหญ้าแสนจะธรรมดา ส่วนเขานะมันเจ้าป่า มีหรือที่เขาคิดจะมายกย่องเธอแบบจริงจัง อย่างดีเธอก็เป็นได้แค่เมียลับๆของเขาเพียงเท่านั้นแหละ ถึงเธอจะตัวคนเดียวหมดหนทางไป แต่ถ้าจะให้เธอเลือกไปเป็นเมียน้อยเมียเก็บใคร เธอไม่มีทางยอมเด็ดขาด...

ใบหน้าน้อยจึงเชิดขึ้นอย่างทะนงในตัวเอง...

ฉันจะบอกคุณเอาไว้ตรงนี้เลยแล้วกันนะคะ...ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะความมักง่ายของคุณ มันไม่ได้มีค่าหรือความหมายอะไรกับฉันเลยแม้แต่น้อย หรือถ้าคุณพอจะช่ำชองเรื่องทำนองนี้อยู่บ้าง คุณก็หน้าจะรู้ คุณไม่ใช่คนแรกของฉัน...เมื่อนึกถึงเรื่องเลวร้ายในวันนั้นน้ำเสียงที่เปล่งออกมาถึงกับสั่นเครือ

และฉันจะคิดว่า ฉันได้ทำบุญให้กับสุนัขหิวโซมันกินก็แล้วกัน...ว่าจบนิดาก็ดันร่างใหญ่ออกห่าง แต่น่านพยัคฆ์มีหรือจะยอมแพ้ เขากลับโอบรัดร่างหอมเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระไปไหน

หนูนิ!...ทำไมถึงพูดให้ร้ายตัวเองอย่างนั้นล่ะ หนูนิจะสมสู่กับสุนัขได้ยังไงกันล่ะจ๊ะ แล้วที่สำคัญเลยนะทูนหัวจ๋า...หนูนิไม่เคยเป็นของใคร เพราะหนูนิเกิดมาเป็นของพี่คนนี้คนเดียวเท่านั้น โปรดจำเอาไว้ด้วยเช่นกัน...น่านพยัคฆ์เมื่อได้ฟังคำพูดของหญิงสาว เขาก็โมโหขึ้นมาทันที มีอย่างที่ไหนเอาสามีตัวเองไปเปรียบกับหมาหิวโซได้ เขามันเสือไม่ใช่หมาเสียหน่อย และไม่ว่าจะครั้งแรกหรือครั้งสองผู้ชายคนนั้นมันก็คือเขา และครั้งต่อๆไป ก็ต้องเป็นเขาคนเดียวด้วยเช่นกัน ร่างกายและหัวใจดวงนี้เป็นของเขา เรื่องอะไรเขาจะยอมยกให้ใคร ข้ามศพเขาไปก่อนเถอะ...

            คุณไม่ใช่ผู้ชายคนแรกของฉัน...

อย่ามาทำตัวก๋ากั๋นกับพี่นะหนูนิ...แล้วจะหาว่าพี่ไม่เตือนน่านพยัคฆ์ข่มขู่ เขาโกรธจนลมออกหู แต่ก็ต้องหักห้ามอารมณ์ร้ายของตัวเองเอาไว้ บทเรียนเมื่อเช้าทำให้เขาต้องคอยย้ำเตือนกับตัวเอง สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดและทุกข์ใจนั้นก็คือหยดน้ำตาของแม่เมียตัวหอมของเขา และเขาก็ไม่อยากให้เธอต้องร้องไห้ให้หัวใจของตัวเองต้องรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอีก ดังนั้น เขาต้องใจเย็นกับเรื่องนี้ให้มากๆ...

ฉันไม่ได้ก๋ากั๋น แต่ฉันพูดเรื่องจริง คุณมันก็แค่ทางผ่านของฉัน ไม่ได้มีคุณค่าให้จดจำเลยสักนิดเดียว ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป จะเป็นคนหรือเป็นหมาฉันก็ไม่เคยจำเอามาหนักสมอง...นิดาประชดประชันออกไป อยากให้เขาได้รู้สึกเจ็บเหมือนที่เธอเองรู้สึก

ปากคอเราะร้ายไม่ใช่เล่นเลยนะหนูนิของผัวจ๋าเนี่ย...ท้ายประโยคน่านพยัคฆ์กระแทกเสียงตอกย้ำให้หญิงสาวได้สำนึก กล้าดียังไงมาปฏิเสธไม่ยอมรับเขาเป็นสามี เธอจะทำร้ายหัวใจของเขามากเกินไปแล้วนะ...

นี่แน่ะ...นี่...นี่...นี่...กำปั้นน้อยของนิดาจึงกระหน่ำทุบลงบนหน้าอกแกร่งเสียงดังตุบตับโดยไม่กลัวมือตัวเองเจ็บ เมื่อเขายังมาอ้างความเป็นผัวเมียกับเธอไม่เลิกลาเสียที

ก็บอกว่าเราสองคนไม่ใช่ผัวเมียกันไง...คนปากเสีย

ชอบนักหรือไงให้ผู้ชายเขากินฟรีนะ ถ้าชอบนัก นั่นก็มานี้เลย พี่หิว อยากกินของฟรีจากหนูนิขึ้นมาเสียแล้วสิ...น่านพยัคฆ์รวบข้อมือน้อยมากำไว้ในอุ้งมือใหญ่ของตัวเอง เขาไม่ได้เจ็บแต่กลัวเธอจะเจ็บมือเอา

ไม่นะ! ปล่อยเดี๋ยวนี้ ฉันไม่ให้คุณกินฟรีอีกแล้ว ฉันจะกลับกรุงเทพฯ และจะไปวันนี้ด้วย เอากระเป๋าของฉันคืนมา คืนมาเดี๋ยวนี้เลย...นิดาแผดเสียงใส่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ร่างน้อยดิ้นรนพยายามแกะข้อมือของตัวเองออกจากอุ้งมือใหญ่แต่เหนียวยิ่งกว่าตุ๊กแก

ไม่คืน และก็ไม่ให้กลับด้วย ทำไม...ฟังอะไรเข้าใจยากนักฮะแม่หนูนิคนใจบุญใบหน้าคมคายเลิกคิ้วขึ้นล้อเลียน

ก็ไหนบอกจะให้กินฟรียังไงล่ะ งั้นก็มานี่เลย พี่หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วตอนนี้ ถ้าอยากทำบุญนัก ก็มาทำกับพี่พยัคฆ์คนนี้จะดีกว่า ได้บุญแถมยังได้กุศลเยอะด้วย...น่านพยัคฆ์ไม่ยอมแพ้ทั้งฉุดทั้งลากร่างบางไปยังตัวบ้านไม้ของตัวเอง

ไม่...ก็บอกว่าจะกลับกรุงเทพฯไง คุณนั่นแหละที่ฟังเข้าใจยาก ไอ้คนใจร้าย ฉันไม่ให้คุณทำบ้าๆกับฉันอีกแล้ว ปล่อยสิ...ปล่อย...ร่างสองร่างฉุดกระชากลากถูกันไปตลอดเส้นทาง สร้างความตกใจให้กับคนงานในไร่ที่พบเห็นอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งวุ่นวายด้วย ได้แต่เดินหลบทางให้เจ้านายกับนายหญิงเล่นฉุดกระชากลากถูกันไปเรื่อยๆ ถึงจะตกใจกับการกระทำของนายรัก แต่ดูๆแล้วการกระทำของนายรักก็น่ารักไปอีกแบบ อยากมีเมียแต่เอาใจเมียไม่เป็น ต่างคนก็ได้แต่ส่ายหน้า เอาไว้ถ้าเปิดวงเหล้าวันไหน คงต้องจับเจ้านายมาอบรมวิชา ทำยังไงให้เมียรักเมียหลงเสียแล้วล่ะมั้ง...

 

*************************

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha