สะใภ้ขัดดอก(จบบริบูรณ์)

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 13 : Ep13 : สัญญารักฉบับเร้าใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

ตอน...สัญญารักฉบับเร้าใจ

 


คุณ!!!  พอนิดาเปิดประตูห้องน้ำออกมา สิ่งแรกที่เธอเห็นเล่นเอาเท้าน้อยต้องชะงักอยู่กับที่ ไม่แม้แต่จะกล้าขยับเขยื้อนเดินไปไหนต่อได้ เมื่อสิ่งที่เธอเห็นกำลังนอนกระดิกเท้ายิ้มกริ่มอย่างสบายอุราอยู่บนเตียงนอนของเธอ

ว่ายังไงครับที่รัก...  น่านพยัคฆ์ที่กำลังนอนกระดิกเท้ารออยู่เอ่ยทักสบายๆ

คุณเข้ามาได้ยังไง?คะ...  เสียงห้วนเอ่ยถามด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เมื่อนิดาเหลียวใบหน้าไปมองยังบานประตู แต่ยังปรากฏว่าเก้าอี้ตัวโตที่เธอลากไปกั้นมันไว้ทั้งสองตัวนั้น มันยังคงอยู่ ณ จุดๆเดิม ไม่มีตัวไหนขยับที่เปลี่ยนทิศทาง แล้วเขาจะเข้ามาได้ยังไง สองคิ้วโก่งยิ่งกว่าคันศรกดต่ำลงมองคนตัวใหญ่ด้วยอาการงุนงง...

ฉันถามว่าคุณเข้ามาได้ยังไง...  เสียงเล็กกดต่ำลึกถามย้ำ ยิ่งหมั่นไส้เขาหนักขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มเอาแต่นอนกระดิกเท้ายิ้มเล็กยิ้มน้อย

อย่ารู้เลยน่า...คำตอบที่หลุดออกจากปากคนแสนกวน ยิ่งส่งผลให้อารมณ์โมโหของนิดาขึ้นสูงปรี๊ด ถึงขั้นหลงลืมตัว กำลังจะสาวเท้าก้าวเดินเข้าไปหาคนกวนอารมณ์เพื่อประทุษร้ายเขาให้เจ็บสักทีสองที  แต่เมื่อเธอนึกขึ้นได้เมื่อตอนที่ต้องเดินผ่านกระจกใส  เงาสะท้อนของมันส่องภาพหญิงสาวร่างอรชรร่างหนึ่ง ซึ่งร่างนั้นถูกห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าขนหนูผืนน้อยเพียงผืนเดียวไว้อย่างหมิ่นเหม่  บวกกับเมื่อหันใบหน้าขึ้นมองคนกวนอารมณ์ตัวร้าย สายตาของเขาช่างดูเปล่งประกายจนน่าขนลุกขนพอง

 คนบ้า...ห้ามมองนะ หลับตาลงเดี๋ยวนี้เลย ...  นิดาเอ่ยสั่งห้ามปากคอสั่นเทา สายตาหวานเริ่มหวาดระแวงภัย  จากไอ้ที่คิดจะก้าวเดินหน้า หญิงสาวกลับเดินถอยหลังเร็วไวไปอยู่มุมสุดของห้องด้วยอาการของคนหวาดผวา ก็ในเมื่อเรื่องของเมื่อเช้าแถมยังในห้องนอนห้องนี้  มันยังถูกบรรจุอยู่เต็มหัวสมองของเธออยู่เลยนี่นา...

ปรายหางตาตวัดไปมองยังคนกวนอารมณ์ หญิงสาวก็ยังเห็นเขานอนกระดิกเท้า ไม่สะทกสะท้านหรือละอายใจกับเรื่องเมื่อเช้านี้เลยสักนิด พลันความรู้สึกหวามไหวซาบซ่านมันดันผุดขึ้นมาแวบหนึ่ง จนนิดาต้องรีบสลัดความรู้สึกบ้าบอนั้นออกไปจากความคิดให้เร็วที่สุด...

หนูนิก็หลับตาเองสิ จะได้ไม่เห็นว่าพี่มองหนูนิอยู่ไง เพราะพี่ไม่หลับ เรื่องอะไรจะต้องหลับ ของสวยๆงามๆหาชมอยากอย่างนี้ มันต้องมอง ต้องจ้อง แล้วก็ต้อง...

ไอ้บ้า...ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ...  ยิ่งได้ฟังคำยียวนกวนโมโหของเขาความอดทนของหญิงสาวก็แทบจะมลายหายสิ้น  นิดาถึงกับเต้นเป็นจ้าวเข้าเพราะทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้เลยสักอย่างเดียว

แล้วถ้าไม่ออกล่ะ หนูนิของพี่จะทำอะไรพี่ได้ คนเก่งไหนลองบอกพี่หน่อยสิ คนเก่งจะทำอะไรเอ่ย...ดูเหมือนน่านพยัคฆ์ยังคงสนุกกับการหยอกเย้าแม่เมียตัวหอมของตัวเอง ความสุขแปลกใหม่ทั้งหอมหวานและสุขใจ ถ้ารู้ว่าการมีเมียมันดีแบบนี้ เขาคงจะลองเปิดใจ มองหาใครสักคน และคนนั้นก็ต้องเป็นนิดาเท่านั้นด้วย...

แล้วคุณเข้ามาได้ยังไง...  ก็เพราะทำอะไรเขาไม่ได้ไง นิดาเลยต้องคอยปลุกปลอบหัวใจตัวเองให้ใจเย็นเข้าไว้ อย่าไปเต้นตามคำกวน ไม่งั้นเดี๋ยวจะไปเข้าทางคนเจ้าเล่ห์หน้าหื่นเสียเปล่าๆ

น่านพยัคฆ์ไม่ตอบแต่ยังคงนอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ส่งให้หญิงสาว...

สรุปว่าคุณจะไม่บอกว่าคุณเข้ามาได้ยังไง งั้นฉันไม่อยากรู้แล้วก็ได้ เชิญคุณออกจากห้องนี้ได้แล้วล่ะค่ะ ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรสำคัญมากกว่าการมานอนกระดิกเท้าเพื่อกวนประสาทของฉันอย่างนี้ ก็เชิญค่ะ...นิดาชี้มือไปยังประตู

หว่า...หนูนิงอนพี่อีกแล้ว  อ่ะบอกให้ก็ได้ นี่พี่จะถือว่าเป็นการตบรางวัลเล็กๆน้อยๆ สำหรับการโชว์เนื้อขาวๆอวบๆให้พี่ได้เห็นก็แล้วกันนะหนูนิจ๋า...ใบหน้ายียวนของคนตัวร้ายแสนเจ้าเล่ห์ลอยไปลอยมาจนดูน่าหมั่นไส้  แต่ยังไม่ยอมละสายตาของตัวเองไปไหน  เขายังคงจดจ้องมองแม่เมียเนื้อขาวอวบน่าฟัดน่ากินตาไม่กระพริบ ก่อนจะบุ้ยปากไปยังบานหน้าต่าง  เป็นการบอกใบ้ให้หญิงสาวได้หายสงสัย

นิดาได้แต่เม้มปากเข้าหากันแน่น  เธอยังคงยืนอยู่ตรงจุดเดิมยังไม่ได้ขยับกายหอมไปไหน สมองของเธอกำลังประมวลคิดหาทางเอาตัวรอด  หันซ้ายแลขวา  หากเธอจะวิ่งหนีเขาออกไปทางประตูทางเข้าก็คงจะหมดสิทธิ์  ในเมื่อตรงนั้นยังเต็มไปด้วยเก้าอี้ตัวใหญ่วางขวางประตูเอาไว้อยู่เลย เห็นแล้วก็ให้เจ็บใจตัวเองนัก เมื่อสายตาหวานกวาดมองไปยังอุปกรณ์ต่างๆนาๆ  ตรงบานประตูทางเข้าห้องด้วยแววตาเจ็บปวดรวดร้าวอุรา  ก็ไอ้สิ่งที่เธอทำไว้เพื่อใช้มันป้องกันเขาไม่ให้เข้ามา  มันดันกลับย้อนมาทำร้ายตัวเธอเองได้เสียนี่  ยิ่งคิดมันยิ่งโมโหตัวเองนักเชียว...

ยืนอยู่ทำไมล่ะจ๊ะเมียจ๋า มาๆ มานอนตรงนี้กับผัวดีกว่ามา ผัวง่วงนอนจะตายอยู่แล้วเนี่ย เมียเล่นอาบน้ำน้านนาน  แต่ต่อให้นานแค่ไหนพี่คนนี้ก็จะรอเพื่อจะได้นอนกอดเมียตัวหอมไงครับ...  มือใหญ่ตบลงยังที่ว่างข้างๆ  ริมฝีปากหยักหนายิ้มพรายเป็นการเชิญชวน  จนนิดาถึงกับสะดุ้งถอยร่นไปยืนจนชิดประตูห้องน้ำอีกด้าน หากเขาคิดจะกระโจนเข้าหาเธอ อย่างน้อยเธอก็จะได้วิ่งเข้าห้องน้ำหนีเขาได้

ใครใช้ให้รอ ง่วงก็นอนไปสิ แล้วก็ไปนอนห้องของคุณด้วย ฉันไม่ยอมให้คุณมานอนบนเตียงนี้เด็ดขาด ถ้าไม่เชื่อกัน ฉันจะไปนอนกับสายบัว...

คิดว่าจะเดินออกไปทั้งอย่างนั้นได้ก็เดินออกไปสิ พี่ไม่ห้าม แต่ขอบอกเอาไว้ก่อนเลยแล้วกัน ถ้าพี่จับตัวเราได้ คืนนี้มียาวแน่...  น่านพยัคฆ์ส่งสายตาข่มขู่จนร่างกายสาวสั่นสะท้าน

พอนิดาก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง ใบหน้าหวานก็ซีดลงถนัดตา จะใช้มือปิดบน ล่างก็โผล่ พอจะดึงผ้าลงปิดด้านล่าง ด้านบนก็หมิ่นเหม่จนทรวงขาวๆล้นออกมาจากเนื้อผ้า เลยทำใจกล้ายืดร่างงามขึ้นโชว์อย่างที่เขากล่าวหาเธอมันซะเลย...

แล้วเมื่อไหร่คุณถึงจะออกไป ฉันจะได้แต่งตัวเสียที...

พี่มีเรื่องจะคุยกับหนูนิ  รีบแต่งตัวแล้วขึ้นมานอนข้างๆพี่นี่มา...  คนมีเรื่องคุยเอ่ยชวนอย่างหน้าไม่อาย  นิดาต้องหลับตาเพื่อตั้งสติตัวเองใหม่อีกครั้ง ขืนเธอดึงดันที่จะยืนโต้เถียงกับเขาต่อไป คืนนี้ทั้งคืนเธอคงไม่ได้พักผ่อนเป็นแน่

งั้นคุณพยัคฆ์ช่วยกรุณาออกไปรอข้างนอกก่อนจะได้ไหมคะ ฉันขอเวลาแต่งตัวสักครู่ ถ้าคุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉัน เดี๋ยวเราค่อยมาคุยกัน

หนูนิก็แต่งตัวไปสิครับ พี่จะนอนรอหนูนิบนเตียงนี้ล่ะ ไม่เอาขี้เกียจเดิน วันนี้ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน พี่อยากจะนอนคุยกับหนูนิมากกว่า ถ้าหนูนิแต่งตัวเสร็จ ก็รีบขึ้นมานอนข้างๆพี่ก็แล้วกัน เราสองคนจะได้...คุยกันไง  คนเจ้าเล่ห์แกล้งพูดให้คนฟังตกใจผวา ก่อนร่างใหญ่จอมดื้อดึงจะล้มตัวลงนอนแผ่หรา เป็นการยืนยันคำพูดของตัวเอง  เขาจะนอนบนเตียงนี้ไม่ยอมไปไหน  ต่อให้ไล่ยังไงก็ไม่ไปอย่างเด็ดขาด หากจะด่าเขาว่าหน้าด้านหน้าทน เขาก็ไม่ถือสาหรอก ก็คืนนี้เขาอยากได้เมียเขาจริงๆนี่นา...

แต่งตัวเสร็จแล้วก็รีบขึ้นมานอนข้างๆพี่นะครับ พี่พยัคฆ์อยากนอนกอดหนูนิใจแทบขาดแล้วรู้ไหมหึ......  ทั้งคำพูดและแววตาของน่านพยัคฆ์ส่อแววความหื่นกระหายออกมาอย่างเด่นชัด ทำให้คนมองถึงกับใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาด้วยความขวยเขิน

คิดถึงจนใจจะขาดรอนๆให้ได้...น่านพยัคฆ์นึกไปถึงประโยคที่เขาท่องจำเมื่อตอนเย็น

คะ?” นิดานึกแปลกใจกับคำพูดหวานเลี่ยนหูของเขานัก  เธอได้ยินเขาพูดทำนองเลี่ยนหูนี้มาตั้งแต่เขาเริ่มพูดอยู่ตรงด้านนอกห้องนั่นแล้ว  มันรู้สึกผิดนิสัยของเขาอยู่ไม่ใช่น้อย  เพราะในช่วงเวลาปกติ คนอย่างเขามีหรือจะมาพูดจาหวานหูกับเธอเช่นนี้ แต่ละคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเขา ไม่จิกกัดก็เหน็บแนมให้เธอได้เสียใจอยู่ตลอดเวลา  หรือว่าเขาไปกินอะไรผิดสำแดงมา  สมองเขาถึงได้กลับตาลปัตรไปหมด...

แต่เมื่อนึกไปถึงความเหมาะสมระหว่างชายหญิง  การต้องมาอยู่ใกล้ชิดกันในที่รโหฐาน  โดยที่ทั้งสองคนยังไม่ได้แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามประเพณี  มันก็ดูไม่สมควรจะทำเลยมิใช่หรือไง  ถึงแม้ในสัญญาจะระบุ ให้เขากับเธอแต่งงานกัน แต่นั่นมันก็แค่ในสัญญา หากความเป็นจริงในตอนนี้  ทั้งเขาและเธอยังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานกันอย่างถูกต้องเลยด้วยซ้ำ  ถ้าหากใครมารู้เข้า ก็คงมีแต่เธอเพียงคนเดียวสินะที่เสียหาย  เขาหรือจะมารู้สึกรู้สาอะไรกับเธอด้วย  ก็เขาเป็นผู้ชาย การจะหลับนอนกับสาวใดย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดาจะตายไป...

แต่นี้มันห้องนอนของฉันนะคะ ถ้าคุณต้องการจะนอนห้องนี้จริงๆ งั้นฉันขอไปนอนกับสายบัวก็แล้วกัน เชิญคุณนอนไปคนเดียวได้ตามสบายเลย ฉันไปล่ะ ถ้าคุณอยากจะคุยกับฉันจริงๆ เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกันนะ...

 นิดารีบหันหลังเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า  หลับหูหลับตาหยิบเอาชุดนอนออกมาได้ชุดหนึ่ง  เมื่อมือไม้มันสั่นไปหมด ให้ถึงยังไงเธอก็ไม่เคยไว้ใจสายตาแพรวพราวของเขาได้อยู่ดี

เมื่อเลือกออกมาได้หนึ่งชุด นิดาจึงเตรียมจะหันร่างเดินตรงเข้าห้องน้ำ เพื่อจะนำมันเข้าไปสวมใส่ในห้องน้ำแทนด้านนอก  เธอคงไม่หน้าด้านพอ  ที่จะสวมใส่มันต่อหน้าน่านพยัคฆ์หรอก ขืนเธอทำเช่นนั้น มีหวังเขาได้ดูถูกเธอไปมากกว่าที่เป็นอยู่นี้อีกแน่ แค่นี้เขาก็คงคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงง่ายในสายตาของเขาไปเรียบร้อยแล้วด้วยซ้ำ ไม่อย่างงั้นมีหรือเขาจะกล้าข่มแหงน้ำใจเธอซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยไม่คิดถึงความถูกต้องเหมาะสม...

ไม่เอา พี่ไม่ให้หนูนิไปนอนกับใคร เราเป็นผัวเมียกันแล้วนะครับ ก็ต้องนอนด้วยกันสิ พี่พยัคฆ์ไม่ยอม...ถ้าหนูนิยังดื้อกับพี่ แล้วไม่ยอมมานอนด้วยกันอีก พี่จะจับหนูนิปล้ำทั้งคืนเลยคอยดู หนูนิก็รู้ คนอย่างพี่ไม่ได้แค่จะขู่แต่ทำจริงจังด้วยสิ...  เสือร้ายขู่ฟ่อ เมื่อได้ยินว่าเมียจะไปนอนกับคนอื่น จากร่างที่นอนราบไปกับเตียงถึงกับกระเด้งตัวลุกขึ้นตั้งท่านั่งเสียใหม่

เอ๊ะ!...บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่ใช่เมียคุณ บอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ไงล่ะ คุณนี่มันพูดภาษาคนไม่รู้เรื่องเลยหรือไงห๊ะ...ออกไปจากห้องฉันเลยไป เพราะฉันชักจะหมดความอดทนกับคนหน้าด้านอย่างคุณแล้วนะ...

เสียงเล็กหันกลับมาตะคอก  ปฏิเสธเสียงกร้าว  เมื่อความอดทนของเธอได้ขาดสะบั้นลงหมดแล้ว ไอ้ที่ว่าจะอดทนก็หมดกัน... 

ทำไมจะไม่ใช่! ในเมื่อทั้งเรื่องเมื่อเช้ากับในสัญญานั่น มันก็ระบุขึ้นอย่างโต้งๆไม่ใช่เหรอ ว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน หรือหนูนิต้องการอะไรที่มากกว่าคำว่าเมีย...  คนอารมณ์ร้อนเอาแต่ใจตัวเองจนชินเมื่อโดนขัดใจบ่อยๆเข้า   ใบหน้าหล่อเหลาก็เริ่มเคียดตึง  อารมณ์อยากอ้อนเมียชักเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นอยากอาละวาดเมียแทนเสียแล้วสิ...

ถึงแม้นจะคอยย้ำเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าให้ใจเย็นกับนิดา  แต่เมื่อโดนหญิงสาวปฏิเสธบ่อยครั้งเข้า ไอ้คนใจร้อนเป็นนิสัย  มันก็หลุดได้เหมือนกันแหละหว๊า...

แล้วคุณคิดว่าฉันต้องการอะไรล่ะ...นิดาสวนขึ้นกลับ

ถ้าหนูนิหมายถึงงานแต่งงาน พี่บอกตรงนี้เลยว่าไม่มี...  คำพูดตอกย้ำถึงความคิดก่อนหน้า ทำให้แววตาหวานไหววูบลงด้วยความเสียใจ

 ผู้หญิงเกือบทุกคนในโลกใบนี้ ล้วนต้องการการยกย่องและยอมรับจากคนรักหรือแม้แต่สังคมไม่ใช่หรือไง...นิดาคิดด้วยความขมขื่นใจ  เขาคงคิดเก็บเธอเอาไว้เพื่อคลายเหงา  เป็นเมียขัดดอกเพื่อรอวันที่เขาเบื่อแล้วเขี่ยทิ้งในที่สุด...

เมื่อเห็นนิดานิ่งเงียบไม่เถียงเขากลับเหมือนที่แล้วๆมา ชายหนุ่มจึงฟันธงอยู่ในใจ นิดาก็คงเป็นเหมือนผู้หญิงคนอื่นทั่วๆไป ที่หวังเพียงแค่เงินทองกับความสะดวกสบายเท่านั้นเอง เหมือนบรรดาพวกผู้หญิงของพ่อ แม่ผู้หญิงพวกนั้นก็หวังเพียงเงินทองกับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยไม่ได้สนใจสักนิดว่าผู้ชายคนนั้นเขาจะมีครอบครัวแล้วหรือยัง...

หรือทรัพย์สมบัติทั้งหมดของพี่ ของพ่อพี่ดีล่ะ มันเยอะเสียจนทำให้หนูนิอยู่อย่างสบายไปตลอดทั้งชาติเลยใช่ไหมล่ะ... หรือว่าไงแม่เมียขัดดอก...  น่านพยัคฆ์เริ่มพาล  จึงพ่นคำดูถูกหญิงสาวออกไป  โดยไม่คำนึงหรือสนใจความรู้สึกของคนฟัง ว่าหญิงสาวจะรู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดร้ายกาจนั้นเพียงใด  ใจสาวที่เคยเศร้ากับยิ่งเศร้าเมื่อได้รับฟังคำบาดจิตนั้นจบลง

ฉันไม่เคยต้องการสมบัติของใคร ไม่ว่าจะเป็นของคุณ หรือของพ่อคุณ...  นิดาเชิดใบหน้าหวานขึ้นสบตาชายหนุ่มแข็งกร้าว กรอบใบหน้าหวานละมุนเจือจางด้วยสีแดงระเรื่อ เมื่ออารมร์โกรธมันพุงขึ้นสูงจนนิดาไม่อาจควบคุมมันให้สงบอีกต่อไป

ให้มันจริงอย่างที่ปากหนูนิพูดก็แล้วกัน แล้วพี่จะคอยดู... 

แล้วคุณจะได้เห็นว่าฉันพูดจริงมากแค่ไหนนิดายังคงตอบโต้กลับไม่แพ้กัน

ก็ดี...น่านพยัคฆ์กระแทกเสียงใส่

ค่ะ...มันต้องดีแน่นอนคนโมโหจนเลือดขึ้นหน้าก็โต้กลับด้วยใบหน้าเย่อหยิ่ง ไม่ได้คิดหวาดกลัวชายหนุ่มอีกต่อไปแล้ว เป็นไงเป็นกันสิ มีอย่างที่ไหน อยู่ดีๆก็มาพูดจากล่าวหาเธอเสียๆหายๆอย่างนี้ 

เพราะคุณเองก็น่าจะรู้ดีแก่ใจ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไร่นี้เป็นไร่เดียวกันกับที่ระบุไว้ในสัญญาหนี้สิ้นบ้าบอนั่น ฉันสมัครใจมาทำงานดูแลคุณน่านสิงห์ ไม่ได้คิดหวังจะมาเพื่อจับใครเพื่อหวังเอาสมบัติอย่างที่คุณคิดหรอกนะ  อีกอย่าง ถ้าคุณจะมีสติแยกแยะ และใช้ความคิดในแง่ดี ที่น่าจะพอมีหลงเหลืออยู่บ้าง คุณก็น่าจะรู้ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่คุณกล่าวหาเลยสักนิด... 

 ท้ายประโยคนิดาเอ่ยเหน็บชายหนุ่มพอให้เจ็บๆคันๆได้บ้าง เพราะเรื่องราวทุกอย่างมันเป็นฝีมือของเขาไม่ใช่หรือไง หากเขาไม่ยื่นข้อเสนอรับสมัครคนมาดูแลบิดาของเขากับคุณวรสิทธิ์ มีหรือเธอจะกล้าเดินเข้ามายังไร่ราชพยัคฆ์แห่งนี้ได้

งั้นก็ดี...คิดได้แบบนี้ก็ดีแล้ว เพราะมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับพี่อย่างแน่นอน ต่อให้พ่อบังคับพี่หรือแม้แต่เธอจะมาแดดิ้นตายอยู่ตรงหน้า พี่ก็จะไม่แต่งงานกับเธอเด็ดขาดจำคำพี่เอาไว้ให้ดี...  น่านพยัคฆ์พูดจาตอกย้ำความคิดของตัวเองอีก จนคนฟังถึงกับหน้าสลดลง ดวงตางดงามต้องรีบสกัดกั้นห้ามน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหล เธอไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เขาได้เห็น

ผู้หญิงที่มีจะแต่งงานด้วย จะต้องเป็นผู้หญิงที่มีรักสุดหัวใจ...และนั่นก็อาจจะเป็นนิดา ถ้าหากว่าเธอทำให้เขามีความเชื่อมั่นในตัวของเธอได้มากกว่านี้เสียก่อน

เพราะถึงยังไง ตอนนี้เขาก็ไม่มีทางจะแต่งงานกับนิดาได้  หากเธอยังไม่ผ่านบทพิสูจน์จากเขา  บาดแผลที่ตกสะเก็ดต่อให้หายดียังไงก็ยังคงหลงเหลือเป็นริ้วรอยทิ้งไว้บนร่างกายเพื่อย้ำเตือนว่าครั้งหนึ่งมันเคยเป็นบาดแผล ก็คงเหมือนกับความรู้สึกของเขาในตอนนี้ ถึงพ่อจะเลิกเจ้าชู้มาหลายปี แต่สาเหตุการตายของแม่ ก็หนีไม่พ้นมาจากการกระทำเมื่อครั้งอดีตของพ่อได้ทำเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี...

มันก็เหมือนกับความคิดของเขาในตอนนี้  ว่าไอ้พิธีการแต่งงานใหญ่โตโอ่อ่าที่ใครหลายๆคนจัดขึ้นกันนั้น  สำหรับตัวเขาแล้ว  มันไม่ได้มีค่าหรือความหมายต่อเขาเลยสักนิด  คนสองคนหากจะจูงมือกันเดินร่วมเส้นทางเดียวกันแล้ว  ต่อให้พิธีใหญ่โตแค่ไหนก็ไม่สำคัญมากกว่าเรื่องของจิตใจที่มั่นคงต่อกัน....

ก็ดูตัวอย่างจากพ่อกับแม่ของเขาสิ  ท่านทั้งสองก็แสดงให้เห็นแล้วไม่ใช่หรือไง  พิธีบ้าบอที่ต้องการจะประกาศบอกให้ใครต่อใครได้รับรู้ถึงความรักของท่านทั้งคู่นั้น สุดท้ายแล้วมันก็ไปด้วยกันไม่รอด มันกลับพังไม่เป็นท่า จนสุดท้ายกลายเป็นบาดแผลลึกเกิดขึ้นในใจของเขามาเช่นทุกวันนี้ไง

 เมื่อพ่อเขาไม่มั่นคงต่อความรักมากพอ กลับปล่อยให้ความอยากและความหิวกระหายในเรื่องราคะ เข้ามาอยู่เหนือความรักความภักดีที่แม่ของเขามีให้กับพ่อ  และในโลกนี้ยังมีผู้หญิงที่เห็นเพียงเศษเงินจำนวนมากมาย  ยอมพลีกายถวายให้พ่อเขาได้เชยชมอยู่เกลื่อนกลาด  จนแม่เขาทนไม่ได้ถึงกับตรอมใจตายไปในที่สุด  ถ้าคนสองคนอยู่ด้วยกันเพราะหัวใจมั่นคงต่อรัก  พิธีวิวาห์อะไรก็ไม่สำคัญนักหรอก...

แต่ดูเหมือนน่านพยัคฆ์จะคิดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว  โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของฝ่ายหญิงสาวเลย  ว่าจะนึกน้อยใจและเสียใจมากแค่ไหน...ต่อให้เขารักจนหมดหัวใจ  หากการกระทำสวนทาง  แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรกับความรักในครั้งนี้...

นิดายืนหลับตานิ่งกำมือเข้าหากันแน่น ก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจเพื่อดึงสติของตัวเองกลับมาอีกครั้ง...

แล้วถ้าฉันจะขอเปลี่ยนสัญญาล่ะคะ...  นิดาสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อขจัดความหม่นมัวภายในใจให้ออกไป  ในเมื่อน่านพยัคฆ์ก็เปิดเผยเจตนาของเขาออกมาอย่างชัดเจนแล้ว  เขาไม่ได้ต้องการจะแต่งงานกับเธอตามสัญญาระบุนั้น  ส่วนเธอเองก็ไม่ขัดข้องความต้องการของเขาเช่นกัน

หนูนิจะเปลี่ยนอะไร...  น่านพยัคฆ์ถามเสียงแข็ง เหวี่ยงสองขาลงยังพื้นห้อง สายตาวาวคอยจับจ้องมองร่างน้อยตาไม่กระพริบ นี่แม่ตัวดียังกล้ามีอะไรมาต่อรองกับเขาอีกหรือนี่

ถ้าฉันจะขอชดใช้หนี้สินทั้งหมดโดยจะให้คุณหักออกจากค่าแรงของฉัน80%ล่ะคะ เอ่อ...คุณวรสิทธิ์บอกว่าคุณจะจ้างฉันเดือนล่ะ สองหมื่นบาท งั้นคุณก็หักฉันเดือนละหมื่นหก ปีหนึ่งก็เกือบสองแสนบาท...  นิดาหยุดกลืนน้ำลายเมื่อเธอกำลังจะเสนออีกหนทาง ที่พอจะทำให้เธอหลุดพ้นจากการเป็น สะใภ้ขัดดอกของคุณลุงน่านสิงห์ให้ได้...

งั้นเหรอ...แล้วคิดว่ากี่ชาติถึงจะหมดหนี้สินกันล่ะหนูนิ  น่านพยัคฆ์เอ่ยถามเสียงเย้ยหยัน กะอีแค่เศษเงินเดือนของนิดา ไม่รู้ชาตินี้เธอจะชดใช้หนี้สินนั้นหมดหรือเปล่า

คิดว่าไม่น่าจะหลายปีหรอกค่ะ  เพราะเธอจะไม่ให้เขาหักเฉพาะเพียงแค่ค่าแรงจากการทำงาน แต่เธอจะลองเสนออย่างอื่นเข้าไปเสริมด้วยนะสิ

และก็เอ่อ...คือว่า...คุณก็หักออกจากค่า...เอ่อ...เอาเข้าจริงๆเธอก็พูดไม่ออก เมื่อรู้สึกกระดากอายที่จะพูดถึงมัน

มัวแต่เอ่อ อ่าอยู่นั่นแหละ ค่าอะไรอีกก็รีบพูดออกมาสิ พี่ไม่ได้มีเวลามาพูดจาไร้สาระทั้งคืนหรอกนะ หรือถ้าอยากจะเอ่อ อ่ามากนัก พี่ว่าเรามาทำอย่างอื่นไปด้วยจะดีกว่า เสียเวลาชะมัด...แววตาคนชักชวนทำอย่างอื่นเริ่มทอประกายแวววาว ยิ่งได้มายืนใกล้ กลิ่นหอมจรุงใจแสนคุ้นเคย ยิ่งส่งผลให้ความปรารถนาตีรวนขึ้นมาอีก

ไม่ๆค่ะ...ช่วยฟังฉันก่อนสิค่ะนิดาปฏิเสธปากคอสั่น เมื่อเห็นน่านพยัคฆ์จะลุกขึ้นมาหาเธอ

คือฉันจะให้คุณหักออกจากค่าตัวของฉันเวลาคุณ....เอ่อ...เอ่อคือ...นอนกับฉันน่ะค่ะ  นิดาต้องกลั้นใจพูดจนจบประโยค  พอพูดจบหญิงสาวจึงรีบก้มใบหน้าหวานแต่แก้มขึ้นสีแดงปลั่งลงงุด เธอค่อยๆอ้อมแอ้มบอกถึงจุดประสงค์และความต้องการของตัวเธอให้เขารู้ออกไป  ถึงแม้จะรู้สึกอายแสนอายกับข้อเรียกร้องนี้อยู่มากก็ตาม

หึ...นี่คิดถึงขนาดจะยอมขายตัวเองเชียวหรือหนูนิ...  น่านพยัคฆ์แทบอยากจะกระโจนเข้าร่างอวบอิ่มตรงหน้าแล้วจับมาทำโทษเสียให้หมดแรงนัก  ผู้หญิงบ้าอะไร คิดจะยื่นขอเสนอขายตัวเองเพื่อชดใช้หนี้สินทดแทนคนอื่นเขา ดูท่าบ้านนั้นคงจะให้การเลี้ยงดูกันมาอย่างดีเหลือเกิน ถึงได้ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งคิดขายตัวเองเพื่อครอบครัวนั่นได้

แล้วคิดว่าชาตินี้เธอจะชดใช้หนี้สินมโหฬารหมดอย่างงั้นเหรอ...ว่าแต่ แล้วไอ้ค่าตัวของเธอเนี่ย มันจะสักกี่บาทกันเชียว ไหนลองเสนอราคาค่าตัวเธอมาหน่อยสิ ถ้าพี่นอนกับหนูนิ หนูนิจะคิดค่าตัวสักกี่บาท ถึงจะเหมาะสมกับราคาค่าตัว...  น่านพยัคฆ์เออออไปตามความต้องการของแม่เมียตัวน้อย  อยากจะแสดงสปิริตทำงานใช้หนี้แทนคนอื่นก็ตามใจ  ให้ถึงยังไงเขาก็ไม่มีวันยอมปล่อยให้นิดาไปไหนจากไร่ของเขาได้อีกแล้ว  ดีเหมือนกัน  เขาจะได้พิสูจน์นิสัยของเธอไปด้วยในตัว

นิดากัดริมฝีปากอิ่มยืนนิ่ง ความรู้สึกสมเพชตัวเองเริ่มคืบคลานเข้ามาเกาะกินหัวใจ  ไม่คิดว่าเธอจะต้องเอาตัวเองมาเสนอขายให้กับผู้ชายที่มีความคิดเหยียดหยามเธออยู่ตลอดเวลาเช่นนี้  แต่มันจะมีหนทางไหน ถึงจะได้หลุดพ้นออกจากสัญญาหนี้สินนั้นได้ เธอเองก็หมดหนทางแล้วจริงๆ

ฉันเอ่อ...ขอ...ขอครั้งละแสนได้หรือเปล่าคะ...  เมื่อมันเป็นเพียงหนทางเดียว นิดาเลยกลั้นใจถามออกไป คนฟังถึงกับหลุดขำ... ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า” เมื่อได้ยินค่าตัวที่นิดาขอเขามา

อย่าหัวเราะฉันสิคะ ทำไม หรือว่าฉันเรียกค่าตัวน้อยเกินไป...นิดาทำหน้าเหวอเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของชายหนุ่ม คนบ้า ยังมีหน้ามาหัวเราะเยาะเธออีก เรื่องหน้าอายแบบนี้ใครมันจะไปรู้ได้ล่ะ ว่าเขาเรียกเงินกันครั้งละกี่บาท เธอไม่ได้ทำตัวส่ำส่อนเหมือนเช่นเขาเสียเมื่อไหร่กัน...

ก็ไม่รู้สิ...ของแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับลีลา ว่าจะเร่าร้อนเด็ดดวงแค่ไหนเวลาอยู่บนเตียงต่างหากล่ะแม่หนูน้อย ถ้าหนูนิทำให้พี่คลั่งจนดิ้นพล่านบนเตียงได้ พี่พยัคฆ์ให้หนูนิเลยครั้งละสองแสน...  น่านพยัคฆ์นึกสนุกขึ้นมา ชายหนุ่มเลยยื่นข้อเสนออย่างใจป๋าสุดๆ เอาเข้าจริงๆเขาก็ยกให้เธอทั้งหมดที่เขามีนั่นแหละ ไม่ใช่เฉพาะเงินทองหรือทรัพย์สมบัตินอกกาย แม้แต่หัวใจแข็งกระด้างดวงนี้ของเขา เขาก็ยอมยกให้นิดาได้ทั้งดวง แต่เขาขอเพียงแค่เวลา เพื่อพิสูจน์บางอย่างในตัวของหญิงสาวก็เท่านั้นเอง...

คะ! ลีลาหรือคะ...  คนไม่เคยถึงกับยืนงง แต่พอนึกขึ้นมาได้ใบหน้าหวานก็ซับเป็นสีแดงจ้า ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธสิ่งที่เขาต่อรองออกไป

ฉันไม่มีหรอกค่ะ ถ้าคุณต้องการแบบนั้น...

หรือหนูนิคิดจะเปลี่ยนใจ...

ไม่ๆ ไม่ค่ะ ฉันเอ่อ...ก็ได้ค่ะ ฉันจะลองทำดู...นิดาก็จนปัญญา เอาเข้าจริงๆเธอเองก็ยังนึกไม่ออก ไม่รู้จะทำตัวยังไงให้เขาพึงพอใจ จนเพิ่มค่าตัวให้ถึงสองแสนบาท

พี่ว่าเราอย่ามาเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงกันต่อไปเลยดีกว่านะ มาพิสูจน์ค่าตัวของหนูนิกัน ดูสิจะได้สักกี่บาทจากพี่กันวันนี้...  จากอารมณ์ขุ่นมัวก่อนหน้า กลับมลายหายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเห็นใบหน้าแดงซ่านของแม่เมียตัวน้อย ที่กล้าเสนอขายตัวเองแถมยังขูดเลือดขูดเนื้อเรียกค่าตัวเสียแพงลิบลิ่วขนาดนั้นอีก น่านพยัคฆ์จึงรีบก้าวเท้าเดินเข้าหาร่างงาม ก่อนจะช้อนร่างอรชรขึ้นมาไว้ในวงแขน แล้วพาเดินตรงไปยังเตียงกว้าง โดยร่างอวบอิ่มก็ดิ้นไปดิ้นมาด้วยความเขินอาย

หนูนิจ๋า...  เมื่อน่านพยัคฆ์วางร่างของเมียตัวน้อยกับเตียงกว้าง ร่างใหญ่ก็รีบล้มตัวลงนอนข้างๆทันที

ขา...  นิดาขานรับเสียงหวาน แหงนใบหน้านวลขึ้นมองสบตากับคนตัวโตตาแป๋ว  ถึงจะรู้สึกใจเต้นรัวมือเท้าเย็นเยียบเพียงไร  แต่นี้เป็นสิ่งที่เธอกล้าเสนอกับเขาออกไปเอง  เธอก็ต้องยอมรับและทำมันให้ได้  เมื่อสักวันที่เธอใช้หนี้เขาหมด  เธอก็จะได้เป็นอิสระเดินออกไปจากไร่แห่งนี้อย่างสวยงาม  เพื่อจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองเพียงลำพัง...

ฟอด...ฟอด...ใบหน้าคมก้มลงหอมแก้มซ้ายแก้มขวาของคนทำตัวน่ารักด้วยความหมั่นเขี้ยว  ก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วดึงร่างงามในสภาพเกือบเปลือยเข้ามาไว้ในอ้อมแขน  ใช้สองแขนดึงผ้าผืนใหญ่มาคลุมทั้งเขาและแม่เมียตัวหอม  เมื่อร่างกายเข้าไปอยู่ในผ้าผืนเดียวกัน  ดวงตาคู่คมจึงหลับพริ้มลง  มุมปากกระตุกขึ้นด้วยความสุขใจ ก่อนลมหายใจจะเข้าออกสม่ำเสมอ เมื่อความเมื่อยล้าจากการทำงานทั้งวันเข้าเล่นงาน...

นิดาเองก็เหนื่อยมาทั้งวันเหมือนกัน  เมื่อร่างน้อยตกเข้าไปอยู่ภายใต้อกอุ่น เธอจึงหลับตาซุกใบหน้าของตัวเองเข้าหาอกแกร่งมากยิ่งขึ้น  เมื่อเธอสัมผัสถึงความอบอุ่นอ่อนโยนนี้  เธอเองก็ต้องการมันเช่นเดียวกับน่านพยัคฆ์ไม่ต่างกัน อ้อมกอดที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย และปกป้องเธอได้...

 

**********************

 

 

 นายๆนายพยัคฆ์ครับ...คุณโฉมฉายต้องการเข้าพบ นายจะให้เธอเข้ามาเลยหรือเปล่าครับ...

มืดโผล่หน้าดำๆเข้ามารายงานผู้เป็นนายรัก เมื่อโฉมฉายนำพาใบหน้าอันบูดบึ้งมาขอเข้าพบเจ้านายของมันแต่เช้าตรู่ ไม่รู้มีธุระร้อนอะไรอีก ในเมื่อตอนเช้าหลังจากทานข้าวเสร็จ มืดได้เข้าไปอธิบาย ขอยุติการจ้างงานกับคุณพยายามคนงามไปแล้ว เธอยังไม่เข้าใจอะไรอีก...

“อืม...” คนถูกขอเข้าพบแต่เช้าตอบอนุญาต เมื่อพอจะรู้จุดประสงค์ของคนขอเข้าพบ

นี่มันอะไรกันคะพี่พยัคฆ์ ทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้มาไล่ ไม่ให้โฉมอยู่ดูแลคุณลุงสิงห์ต่อล่ะคะ โฉมต้องการคำอธิบายจากปากของพี่พยัคฆ์ ไม่ใช่จากปากของคนงานในไร่ชั้นต่ำ...  เมื่อโฉมฉายก้าวเข้ามาในห้องทำงานของน่านพยัคฆ์ได้  หญิงสาวก็พ่นความอัดอั้นตันใจเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง คำหยามเหยียดคนงานในไร่ทำให้น่านพยัคฆ์ชักสีหน้าเคร่ง ดวงตาสีสนิทเหล็กตวัดมองคนโวยวายด้วยความไม่พอใจเช่นกัน...

“ว่ายังไงคะ...พี่พยัคฆ์” ถามจบริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดก็ขบเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะยืนรอคอยคำเฉลยข้อสงสัยออกจากปากของชายหนุ่มเจ้าของไร่

ไอ้ความคิดที่ว่าเขาคงห่วงใยเธอก่อนหน้านี้เป็นอันมลายหายสิ้น  เมื่อนิดาไม่ได้เข้ามาช่วยงานเธอ  แต่กลับเข้ามาทำหน้าที่แทนเธอทั้งหมด  ยิ่งคิดก็ยิ่งเกลียดแม่นั่นขึ้นมาจับใจ  มันมีดีอะไรกันนะ  ทำไมคนในไร่นี้ ถึงได้แห่กันตกหลุมรักชื่นชอบแม่นั้นกันยกใหญ่ ถึงขั้นยกย่องมันให้เป็นนางฟ้าประจำไร่ราชพยัคฆ์ไปเสียได้  ทั้งๆที่เธอก็มาอยู่ในไร่นี้ก่อนแท้ๆ  แต่กลับไม่มีใครชอบเธอเลยสักคนเดียว มันหมายความว่าอะไร เธอเองก็ได้แต่นึกเจ็บใจไอ้พวกคนงานชั้นต่ำพวกนั้น มีตาก็หามีแววไม่ มองดอกหญ้าเชิดชูยกย่องให้เป็นดอกฟ้ากันไปได้...

ไม่ว่าโฉมจะฟังจากปากของใคร สุดท้ายคำตอบมันก็คือคำตอบเดียวกันนั่นล่ะพี่ว่า และอีกอย่างพี่ก็ไม่มีเวลาว่างมากพอสำหรับเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้ด้วย ดูๆแล้วโฉมก็ไม่น่าจะเป็นคนเข้าใจอะไรยากเลยนะ แต่เรื่องง่ายๆแค่นี้ ทำไมถึงไม่เข้าใจล่ะ...  น่านพยัคฆ์ตอบคำถามของโฉมฉายสวนกลับออกไปด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว  เขาไม่ชอบให้ใครมาแสดงกิริยาตะบึงตะบอนใส่เขาเหมือนที่โฉมฉายทำอยู่ในตอนนี้  และด้วยนิสัยส่วนตัว  เขาเองก็ไม่เคยไว้หน้าใครเหมือนกัน ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใครมาจากไหน เขาก็ไม่เคยสนใจ...

โฉมฉายแทบจะหลุดเสียงกรีดร้องออกมากับคำพูดไม่รักษาน้ำใจของชายหนุ่ม  แต่ก็เพราะหลงรักเขามาเนิ่นนานจำต้องเก็บอาการนั้นเอาไว้อยู่ในใจ ไม่กล้าแผงฤทธิ์เดชอะไรออกมาต่อหน้าเขามาก กลัวคะแนนของตัวเองจะด่ำดิ่งลงหนักมากกว่าเก่า เพราะเท่าที่ผ่านมา คะแนนของเธอก็ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วในสายตาของน่านพยัคฆ์...

หมายความว่าไงคะ... พี่พยัคฆ์จะให้แม่นั่นมาทำหน้าที่แทนโฉม ซึ่งจบมาทางด้านนี้โดยตรงอย่างนั้นหรือคะ โฉมไม่ยอมหรอก  โฉมจะอยู่ในไร่นี้เพื่อดูแลคุณลุงต่อไป พี่พยัคฆ์ไม่มีเหตุผล โฉมอยู่ดีๆก็มาไล่โฉมออก ก็ให้แม่นั่นไปทำงานในไร่สิคะ วุฒิการศึกษาก็กระจอกงอกหงอย เป็นคนงานในไร่น่าจะเหมาะสมกว่า...น่านพยัคฆ์ถึงกับหูกระดิก แต่พยายามข่มอารมณ์ของตัวเองไว้ เพราะอย่างน้อย โฉมฉายก็เคยดูแลตาเฒ่าสิงห์บิดาของเขาอย่างดีมาก่อน

“โฉมจะอยู่ต่อค่ะ...”

โฉมฉายยังคงดึงดันว่าเธอต้องการจะอยู่ในไร่แห่งนี้ต่อไป  ไม่ยอมออกไปไหน  ในเมื่อเธอกลัวแสนกลัว  หากปล่อยให้น่านพยัคฆ์กับนิดาอยู่ใกล้ชิดกันเพียงสองต่อสองนานๆเข้า  แล้วความหวังของเธอไม่สลายไปหรอกเหรอ  กว่าเธอจะหาหนทางได้ใกล้ชิดกับน่านพยัคฆ์ได้ขนาดนี้  มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด แล้วนี่อะไรกัน  เมื่ออยู่ดีๆ  กลับมีผู้หญิงจากที่ไหนก็ไม่รู้  เข้ามาเสนอหน้าได้ใกล้ชิดกับน่านพยัคฆ์โดยไม่ต้องออกแรงทำอะไรเลยด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องบ้าบอที่สุด และเธอจะไม่มีวันยอมง่ายๆด้วย...

นั่นมันก็เรื่องของเธอสิ...พี่จะทำงาน ส่วนค่าแรงพี่ให้มืดเอาซองไปให้แล้วไม่ใช่หรือไง เดี๋ยวพี่จะสั่งให้คนงานขับรถออกไปส่งโฉมก็แล้วกัน ถ้าโฉมเก็บของเสร็จก็แจ้งไปทางป้าสายใจได้เลยไม่ต้องเกรงใจ...  น่านพยัคฆ์กระแทกน้ำเสียงดุใส่รีบตัดบทสนทนา เพราะยังมีงานเข้ามาอีกมากมายให้เขาต้องสะสาง เมื่อภายในใจของเขาเร่าๆอยากจะไปเห็นหน้าแม่เมียเนื้อหอมเสียเหลือเกิน ชายหนุ่มหาได้ใส่ใจจะฟังคำพูดของหญิงสาวสักคำ  เธอต้องการจะอยู่ในไร่นี้ต่อ  ยังไม่ยอมกลับออกไปง่ายๆ

“ไปสิ...พี่จะทำงาน” เจ้าของไร่เอ่ยปากไล่ดื้อเพื่อตัดความรำคาญ เมื่อไม่เห็นร่างในชุดเปิดเปลือยเดินออกไปจากห้องทำงานของเขาอย่างที่คิด แต่กลับยืนหน้างอหักอยู่ตรงที่เก่า

ส่วนคนถูกไล่ก็แทบจะลงไปแดดิ้นร้องกรี๊ดๆกับพื้นเสียให้ได้ ทั้งเจ็บใจและเสียหน้า เมื่อถูกชายหนุ่มขับไล่อย่างไม่ใยดีกันบ้างเลย...

ก็โฉมบอกแล้วยังไงคะ ว่าโฉมจะอยู่ต่อ พี่พยัคฆ์อย่ามาไล่ให้โฉมไปเสียให้ยากเลย โฉมไม่เอาเงินเดือนก็ได้ แค่ให้โฉมได้อยู่ใกล้ๆพี่พยัคฆ์แบบนี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

โฉมฉายไม่ได้พูดแค่ปาก  แต่เธอยังทำใจกล้า  เดินเข้าหาเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ของชายหนุ่มคนที่เธอหมายมาดเอาไว้ ก่อนจะโน้มใบหน้างามลงหอมแก้มสาก เพื่อทอดโอกาสงามให้กับชายหนุ่มได้ทำอย่างอื่นกับตนต่อไป  มีหรือผู้ชายทั้งแท่งอย่างน่านพยัคฆ์จะยอมปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือ

แต่ความคิดของโฉมฉายกลับไม่สมหวัง เมื่อน่านพยัคฆ์กลับเบี่ยงใบหน้าของตัวเองหลบวูบ ก่อนจะผลักร่างทั้งร่างของโฉมฉายกระเด็นออกห่าง รางบางเซเกือบจะล้มก้นกระแทกกับพื้น ถ้าหากฝ่ามือไม่บังเอิญไปจับเข้ากับขอบโต๊ะทำงานเข้าเสียก่อน...

“ว้าย!!!

จะทำอะไรของเธอห๊ะโฉมฉาย!  น่านพยัคฆ์ผลุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานพรวดพราด  ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึง  ดวงตาพยัคฆ์ถึงกับเรืองรองด้วยความโมโหสุดขีด

ออกไปซะ! ก่อนความอดทนของพี่จะหมดลงแม่ผู้หญิงหน้าไม่อาย...ออกไป  เสียงกร้าวกระด้างตะคอกสั่งกังวาลร่างกายก็สั่นเทาด้วยความโกรธ ขับไล่ไสส่งผู้หญิงใจกล้าให้ออกไปจากห้องทำงานของตัวเอง ก่อนที่เขาจะหมดความยับยั้งชั่งใจ ลุกขึ้นมาทำร้ายผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้เสียก่อน...

 น่านพยัคฆ์ต้องกำหมัดเข้าหากันแน่น บังคับข่มอารมณ์โกรธสุดฤทธิ์ไม่ให้ทำอะไรรุนแรงกับน้องสาวเพื่อนรัก เมื่อเขาไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนไหนสักคนเดียว  ได้มาสัมผัสแตะต้องของซึ่งเขาได้มอบไว้ให้กับนิดาเพียงผู้เดียว นั่นก็คือ...ร่างกายและหัวใจ

 พี่พยัคฆ์ใจร้าย!  โฉมฉายต้องรีบลุกขึ้นยืนกระทืบเท้าเร่าๆ แต่เมื่อเห็นสายตาพิฆาต ร่างงามจำต้องถอยหนี  เมื่อยิ่งเห็นแววตาของเขายามจ้องมองมาอย่างกับจะพ่นไฟได้  ร่างทั้งร่างของเธอก็แทบจะสั่นไหวจนสิ้นสติ

มีอะไรหรือนาย?...”  มืดซึ่งนั่งทำงานอยู่ด้านนอก พอได้ยินเสียงเอะอะของผู้เป็นนาย จึงรีบเผ่นพรวดจากโต๊ะทำงาน  โผล่หน้าเข้ามาดูสถานการณ์ด้านใน พลันสายตาก็เหลือบเห็นร่างของหญิงสาวหน้าหยิ่งเชิดไม่เห็นหัวใคร ยืนสั่นเป็นผีเข้าอยู่ตรงตู้เอกสารริมห้อง มืดเห็นแล้วก็พอเดาเหตุการณ์ทุกอย่างออก...

 “ไอ้มืด...มึงเอารถออก แล้วเอาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากไร่กูเดี๋ยวนี้เลย ก่อนที่กูจะหมดความอดทนไปมากกว่านี้ กูให้เวลามึงห้านาที กูต้องไม่เห็นโฉมฉายอยู่ในไร่ คิดว่าคงเข้าใจที่กูสั่ง เร็ว อย่าช้า...” 

น่านพยัคฆ์กัดฟันเพื่อข่มอารมณ์ของตัวเองให้สงบเย็นลง  ก่อนจะสั่งการลูกน้องให้รีบทำตามคำสั่งของตัวเองอย่างด่วนจี๋ เมื่ออารมณ์อยากทำลายกำลังก่อตัวขึ้นมาเป็นระลอก หากขืนชักช้า คนแรกที่จะโดนคลื่นพายุโหมกระหน่ำจนย่อยยับอาจจะเป็นโฉมฉายก็ได้...

เข้าใจดีเลยล่ะนายคร้าบ...”  คราวนี้แทนที่มืดจะนึกกลัวคำสั่งของเจ้านาย  แต่มืดกลับรู้สึกโล่งใจและสบายใจมากกว่า

ออกไปได้แล้ว! จะมายืนเซ่อหาพระแสงอะไรอีก...”  น่านพยัคฆ์หันไปสั่งร่างที่ยืนสั่นอยู่  โฉมฉายสะดุ้งโหย่ง  เธอถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ทั้งรู้สึกเสียใจและเสียหน้าอย่างมาก  ที่โดนชายหนุ่มทั้งปฏิเสธทั้งขับไล่ไม่ใยดีกันสักนิดแบบนี้

  น่านพยัคฆ์ไม่ใช่แค่ไม่ต้องการเธอ แต่นี่เขาถึงกับรังเกียจเธอไปแล้วด้วย  แต่ให้ถึงอย่างไรซะเธอก็จะไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ  เอาไว้เธอจะกลับออกไปคิดหาหนทางเพื่อที่จะได้เข้ามาอย่างสง่าผ่าเผยวันหลังก็ได้...

เมื่อร่างอวบอิ่มของโฉมฉายพ้นบานประตูออกไป น่านพยัคฆ์ถึงกับพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก...

เกือบไปแล้วไหมล่ะไอ้พยัคฆ์...”  ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาลูบหน้าลูบตา โล่งใจเมื่อโฉมฉายออกไปจากไร่นี้เสียที  ไม่อย่างนั้นเขากลัวนิดาจะเข้าใจเขาผิดๆไปมากกว่านี้ พอนึกถึงใบหน้าหวานๆตัวหอมๆของแม่เมียขัดดอกขึ้นมา ร่างใหญ่เผ่นพรวดเร่งฝีเท้าเดินตรงไปยังรถกะบะคู่ใจ  เหยียบคันเร่งสุดขับตรงไปยังหัวใจตัวเองเรียกร้องด้วยความคิดถึง

ก็เมื่อเช้าเขาเอานิดาไปฝากไว้กับตาเฒ่าสิงห์  โดยไม่พูดอะไรสักคำก่อนออกมาทำงาน  ก็คนมันอาย  ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงให้พ่อเขาได้รับรู้  เขารู้สึกขอบคุณกับของขวัญชิ้นสำคัญชิ้นนี้มากแค่ไหน

ก็เมื่อก่อนหน้าเขาดันไปทะเลาะกับตาเฒ่าเสียบ้านแทบพัง  ก็ท่านเล่นมาบังคับใจเขา ให้เขาต้องไปแต่งงานเพื่อให้ครอบครัวเพื่อนพ่อได้ชดใช้หนี้สิ้นจำนวนมากมาย  เรื่องอะไรเขาจะยอมง่ายๆ เขาไม่ยอมรับข้อเสนอในสัญญาชดใช้หนี้บ้าบอนั่นเหมือนกัน  ยิ่งในข้อสัญญานั้นเขาต้องไปแต่งงานกับหลานสาวบ้านนั้นแล้วด้วย ใจเขายิ่งค้านไปกันใหญ่... 

ตอนนั้นเขาขอค้านหัวชนฝา  ไม่ยอมตาเฒ่าสิงห์ง่ายๆ  แต่ตอนนี้มันไม่ใช่  ทุกอย่างเขากลับอยากทำด้วยความเต็มใจ  แต่เรื่องพิธีแต่งงานเขาต้องขอเบรกไว้ก่อน  ขอให้เขาแน่ใจอะไรมากกกว่านี้อีกสักหน่อย  แล้วเขาจะจัดงานให้ยิ่งใหญ่ประกาศให้โลกทั้งโลกรู้ก็ย่อมได้  ว่านิดาคือภรรยาและแม่ของลูกเขาในอนาคต  แม้แต่ชีวิตต่อจากนี้ของเขามันก็เป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว...

 

************************

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha