สะใภ้ขัดดอก(จบบริบูรณ์)

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 15 : Ep15 : คนนี้นะเมียกู


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


ตอน...คนนี้นะเมียกู

 


ทันทีที่รถเบนซ์คันงามจอดเทียบริมฟุตบาทสนิทปุ๊บ  ร่างใหญ่ก็รีบกระวีกระวาดลงจากรถด้วยใบหน้าร้อนรน  โดยไม่ลืมฉวยเอาร่มสีเข้มติดมือออกมาด้วย  เมื่อ ณ เวลานี้แสงแดดด้านนอกนั้นช่างแรงกล้า  จนเขากลัวผิวแม่เมียตัวหอมจะเสียเอา  ก็ขนาดเขาเป็นผู้ชายอกสามศอกแท้ๆ  ยังรู้สึกแสบผิวจนแทบไหม้  แล้วผิวบอบบางขาวนวลละออตาแบบนิดา  จะไม่รู้สึกแสบร้อนไปยิ่งกว่าหรือไง...

ความจริงเขาก็แค่อยากเอาใจเมียบ้างเล็กๆน้อยๆ  เขาอยากจะแก้ตัวเสียหน่อย  น่านพยัคฆ์ก็พอจะจับสังเกตนิดาได้  เพราะตั้งแต่หญิงสาวเดินออกจากบ้านพ่อเพื่อเข้าไปในไร่กับเขา  ดูเหมือนนิดาจะเงียบซึมลง  ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนก่อนเข้าไปทานข้าวในบ้านพ่อ  เขาถามคำเธอก็ตอบคำ  จนมาอยู่บนรถด้วยกัน นิดาก็ยังไม่ยอมพูดยอมจากับเขา  เอาแต่ผินใบหน้ามองออกไปนอกกระจกรถ  ทำเป็นให้ความสนใจกับวิวทิวทัศน์ด้านนอกรถมากกว่าเขา  ซึ่งเป็นสามีของเธอเสียอีก...

น่านพยัคฆ์คิดไม่ตก  เขาไม่รู้ตัวเลยจริงๆ  ว่าได้พลั้งปากมอมๆของตัวเองพลาดพูดจาไม่ดีกับเธอเอาตอนไหน  เท่าที่เขาจำได้  เขาก็ไม่ได้พูดจาว่ากล่าวรุนแรงกับเธอเลยสักประโยคเดียว

เออ...หรือเขาเผลอพูดไปตอนเขาไม่รู้ตัวกันแน่วะ  แล้วมันตอนไหน?กันล่ะเนี่ย  น่านพยัคฆ์แทบอยากจะชกปากของตัวเองหากทำได้  เขารู้สึกหงุดหงิดและโมโหตัวเอง  ทำไมมันถึงแก้ไม่หายสักทีกับไอ้ปากเสียพูดไม่คิดของตัวเองเนี่ย...

ก็ตั้งแต่วันนั้น  วันที่นิดาขอทำข้อตกลงสัญญาใช้หนี้สินฉบับโดนใจเขาสุดๆ   เขาเองก็แทบไม่เคยพูดจาร้ายๆใส่หญิงสาวให้ขุ่นเคืองใจเลยสักคำเดียว  มีแต่คอยหยอดคำหวานหยดยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้าพูดให้เธอฟังทั้งเช้า กลางวัน เย็น อ้อ...แม้แต่ก่อนนอนด้วย

ถึงแม้เขาจะเป็นเจ้านายจอมโหดสำหรับคนงานในไร่   แต่ในขณะเดียวกัน   ในฐานะลูกศิษย์เอกของไอ้บรรดาสามีแห่งชาติทั้งหลาย  เขาก็ทำตัวเชื่อฟังคำสั่งสอนของพวกมันเป็นอย่างดี  ไม่มีออกนอกลู่นอกทางหรือขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่ข้อเดียว  อะไรก็ตามแต่ หากทำแล้วแม่เมียตัวหอมเขามีความสุข  เขาก็ยอมทำให้ทั้งนั้น ขอแค่เขาเห็นเพียงรอยยิ้มจากใบหน้าหวานสวยยามเขากลับเข้าบ้าน  เขาก็อดพลอยมีความสุขตามเธอไปด้วยอีกคนไม่ได้เช่นกัน

ยอมรับในช่วงใหม่ๆ  เขานั้นก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยท่องจำประโยคน้ำเน่าจากแผ่นกระดาษอยู่เลย  ซึ่งบรรดาลูกน้องมันช่างสรรหาจดมาให้เขาท่องให้ชินปากอยู่เป็นระยะๆ  แต่พอเขาเริ่มชินคอยพูดคอยหยอดคำหวานบ่อยๆเข้า  ตอนนี้คำพูดทุกคำของเขา  มันเป็นไปเองตามธรรมชาติ ซึ่งถูกกลั่นออกมาจากตรงหัวใจของเขาล้วนๆ

หนูนิทนร้อนหน่อยนะครับ ร้านเสื้อของเพื่อนพี่อยู่ตรงหัวมุมทางด้านโน่นแน่ะ...  น่านพยัคฆ์กางร่มรอ เมื่อประตูฝั่งหญิงสาวเปิดอ้าออก เขาโบ้ยใบหน้าไปยังทิศตั้งร้านของเพื่อนชายแต่หัวใจหญิงเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มตอนเรียนชั้นประถมกับมัธยม เพื่อบอกให้หญิงสาวรับรู้

ขอบคุณค่ะ   นิดากล่าวขอบคุณเมื่อเธอก้าวขาออกมายืนนอกรถ โดยมีอุ้งมือใหญ่ส่งยื่นมาคอยช่วยพยุงเธออย่างเอาใจมากเป็นพิเศษ  นิดาเลยอดใจอ่อนวางมือน้อยของตัวเองลงบนมือใหญ่ เพื่อให้เขาช่วยไม่ได้ พอเห็นน่านพยัคฆ์เอาอกเอาใจเธอขึ้นมาอีกแบบนี้  ก็ทำให้นิดาเริ่มอ่อนอกอ่อนใจกับตัวเอง  ทั้งๆที่ก่อนขึ้นรถมากับเขา เธอเองก็ตั้งใจเอาไว้อย่างดิบดี เธอจะไม่ยอมปล่อยให้หัวใจดวงนี้แอบคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าเขาจะยกย่องและคิดกับเธอไม่ต่างกับที่เธอเผลอคิดแอบยกใจให้กับเขาไปทั้งดวง แต่สิ่งที่เขายืนยันกับคุณลุงน่านสิงห์ มันก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือ เมื่อเขาวางฐานะเธอเป็นเพียงแค่คนงานของเขาคนหนึ่ง ไม่ได้มีค่าหรือความหมายพิเศษเหนือไปกว่าใคร  เธอก็จะทำตัวเป็นเพียงแค่คนงาน อย่างที่เขาอยากให้เป็น...

หากแต่พอยิ่งเห็นเขาทำตัวน่ารักโดยการกางร่มให้ หัวใจไม่รักดีก็ดันมาทรยศอ่อนยวบยาบให้เขาได้รังแกอีก  แม้แต่ความรู้สึกเหี่ยวเฉาก่อนหน้าก็พอให้รู้สึกแช่มชื่นขึ้นมาบ้าง...

 แต่เพราะความน้อยใจยังคงมีอิทธิพลกับความรู้สึกเหนือกว่า  นิดาจึงได้แต่ตอบคำถามแบบขอไปที ก่อนจะผินใบหน้าหวานเสมองให้ความสนใจกับสิ่งแวดล้อมด้านข้างแทนใบหน้ารกรุงรังของคนใจร้าย...

หนูนิหิวหรือยังครับ ถ้าหิวเราไปหาอะไรกินกันก่อนก็ได้ แล้วค่อยไปร้านเสื้อเพื่อนพี่ วันนี้ไอ้เจนนี่มันมาเฝ้าร้านทั้งวันอยู่แล้ว เดี๋ยวพี่จะให้มันตัดชุดสวยๆให้หนูนิด้วยอีกหลายๆชุด...น่านพยัคฆ์เอ่ยชักชวนพร้อมกับบอกจุดประสงค์ที่เขาพานิดามาด้วยวันนี้

ยังไม่หิวค่ะ และก็ไม่เป็นไรด้วย ไม่ต้องตัดชุดอะไรให้หนูนิทั้งนั้น หนูนิไม่อยากเป็นหนี้ของคุณไปมากว่าที่เป็นอยู่ค่ะ...

ทำไมหนูนิถึงพูดแบบนี้ล่ะครับ ผัวซื้อให้เมียจะเป็นหนี้อะไรกันได้ ไหนๆก็มาแล้ว พี่อยากซื้อให้หนูนิใส่ นะ นะ หนูนิอย่าขัดใจพี่เลย นะครับคนดี...  คนที่ยังไม่รู้ตัวเองว่ามีความผิดอะไรติดตัว ทำหน้าอ้อนวอนส่งสายตาพริบพราวไปให้ เพียงหวังให้แม่เมียตัวหอมยอมกลับมาพูดจาเป็นปกติกับตัวเองเสียที

นั้นก็ตามใจคุณเถอะค่ะ...  นิดาตอบรับเพียงสั้นๆเพื่อตัดความรำคาญใจ ยิ่งขุ่นใจหนักเข้าไปอีก เมื่อเขาเอ่ยอ้างความเป็นผัวเมียกับเธอขึ้นมาอย่างหน้าตาเฉย ทั้งๆก่อนหน้าเขายังจัดให้เธอเป็นเพียงคนงานในไร่ของเขาอยู่เลยนี่นา แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร หากเขาคิดยอมรับก็เมื่ออยู่กับเธอเพียงลำพังเท่านั้น

เพื่อนพี่คนนี้มันเก่งด้านแฟชั่นมาตั้งแต่เด็กๆ  ยามพวกเราต้องออกงาน ก็ต้องมาพึ่งพาให้มันตัดชุดให้ตลอดแหละครับ ไอ้นี้มันสาวออกตั้งแต่อยู่ชั้นประถม ทางครอบครัวของมันก็ไม่ได้ขัดขวางอะไรแต่กลับส่งเสริมและสนับสนุน ให้มันเป็นตัวของตัวเอง จนทุกวันนี้มันเป็นเจ้าของห้องเสื้อที่ดังที่สุดในเมืองนี้ไปแล้ว

หรือค่ะ...นิดาพยักหน้ารับรู้

ร้อนหรือเปล่าครับหนูนิ...คนถามไม่ถามเปล่า  กลับโน้มใบหน้าลงต่ำเข้าหา ใช้ปลายจมูกโด่งสูดดมความหอมจากหน้าผากมน เพื่อใช้เรียกขวัญและกำลังใจที่มันหดหายไปพร้อมกับรอยยิ้มของแม่เมียตัวหอม

 นิดาที่มัวแต่ตั้งใจฟังชายหนุ่มเล่าประวัติของเพื่อนตัวเองอยู่ ถึงกับสะดุ้งตกใจ  รีบเบี่ยงกายออกห่าง  สายตาหวานตวัดขึ้นมองชายหนุ่มตาเขียวปั๊ด  พยายามเดินถอยห่างออกมา แต่มือใหญ่ของคนโดนเมียเมินกับฉุดดึงรั้งไว้ไม่ยอมปล่อยให้หญิงสาวเดินหนีเขาได้ง่ายๆ

คุณพยัคฆ์! อย่าทำรุ่มร่ามแบบนี้สิคะ หัดอายคนอื่นเขาเสียบ้าง ดูสิพวกแม่ค้าเขาหันมามองทางเรายืนกันหมดแล้วนั่น  นิดาจำต้องเอ็ดพ่อคนหื่นกามเสียงนิ่ง คนอะไรจะหื่นได้อยู่ตลอดเวลา แม้แต่ในที่สาธารณะเขาก็ยังคิดหาเศษหาเลยกับเธอได้ไม่เว้น

ก็ช่างหัวเขาสิ ผัวเมียเขาจะกอดกัน เกี่ยวอะไรกับพวกนั้นด้วย...  น่านพยัคฆ์ไหวไหลหัวเราะร่วนออกมา ไม่ได้ละอายกับสายตาของคนรอบด้าน ซึ่งกำลังมองมาให้ความสนใจเขาและนิดาสักนิด อยากมองก็มองไป ดีเสียอีกต่อไปนี้ ชาวบ้านจะได้รู้กันสักที ไอ้พยัคฆ์คนนี้น่ะมันมีเมียกับเขาแล้ว...

แต่จะมาโทษพี่คนเดียวก็ไม่ได้นะ ก็ใครใช้ให้แก้มของหนูนิมันแดงแจ๋ จนน่าฟัดน่าหอมเป็นบ้าไม่ได้แบบนี้ล่ะ หรือว่าเราจะกลับบ้านกันตอนนี้เลยดีกว่าม่ะ พี่ชักอยากจะรังแกหนูนิขึ้นมาอีกแล้วน่ะสิ...  คนหื่นชักชวนขึ้นดื้อๆ

คนบ้า!.. นี่แน่ะนิดาฟาดมือน้อยไปยังลำแขนใหญ่ กับคำเชิญชวนของคนหื่นหน้าไม่อาย น่านพยัคฆ์แกล้งร้องโอดโอยรวบมือเรียวสวยขึ้นมาหอมอย่างหน้าตาเฉย  จนร่างบางที่ยืนขยี้ตาตัวเองอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน ถึงกับยืนอ้าปากค้างกับสิ่งที่สายตาของตัวเองได้เห็น

เฮ้ย!...คุณพระ!  ร่างงามสมส่วนของหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นชายร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ

นั่นมันนายพยัคฆ์กับใครน่ะ...ต๊าย! สวยเหมือนนางในละครเสียด้วยแม่คนนี้เสียงแหลมดัดให้เล็กสบทขึ้น นิ้วเรียวยาวทาบลงบนหน้าอกยัดซิลีโคลนด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจ

            ใครว่าไอ้เพื่อนตัวร้ายคนนี้ของเธอมันจะครองตัวเป็นโสดจนขึ้นคาน  เผลอแวบเดียวมันไปฉุดเอานางฟ้านางสวรรค์ที่ไหนก็ไม่รู้มาทำเมียเสียได้...

แมวๆแกมาช่วยเจ๊ดูหน่อยสิ นั่นมันใช่นายพยัคฆ์เพื่อนเจ๊หรือเปล่า ไอ้คนที่กำลังยืนถือร่มกางให้ผู้หญิงสวยๆอยู่ตรงนั้นน่ะ...เพื่อเสริมความแน่ชัดเจ้าของร้านเสื้อหรูจึงตะโกนเรียกลูกน้องในร้านให้ออกมาช่วยกันดู

 ก็ใครจะไปเชื่อถ้าไม่ได้มาเห็นกับตาตัวเองวันนี้ หึ...ท้ายที่สุดแล้วไอ้คนปากสุนัขใจหินใจถ้ำอย่างน่านพยัคฆ์ มันจะยอมเดินควงมากับผู้หญิงให้ใครได้เห็นเสียที  หลังจากมันทำหวงเนื้อหวงตัวกับสาวๆมาได้ตั้งนานสองนาน...

 เจนนี่ต้องขยี้ตาตัวเองเพื่อเพ่งมองไปยังร่างสองร่างให้ชัดๆอีกสักรอบ เพื่อเสริมความมั่นใจกับสิ่งที่ดวงตาสองดวงนี้มันไม่ได้หลอกเธอ นี่คือความจริงไม่ใช่เพียงภาพลวงตา...

ไหนคะเจ๊สาวแมวรีบออกมาดูตามคำสั่งของเจ้านาย

นั่นไง...ใช่หรือเปล่า

จริงด้วยค่ะเจ๊เจนนี่...  ลูกน้องยืนยันความชัวร์อีกเสียงหนึ่ง

เจนนี่ หรือชื่อเดิมว่าเจนภพ เป็นเจ้าของร้านเสื้อชื่อดังสุดในเมืองนี้ เขาเป็นเพื่อนชายแต่ใจหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มลิงทโมน โดยที่ตัวเองมีแววด้านแฟชั่นนำลุคนำสมัยมาตั้งแต่เรียนชั้นประถม แต่ในตอนนั้นอาการของเขามันก็ยังไม่ออกเด่นชัดจนเกินร้อยเหมือนกับในตอนนี้หรอกนะ ถึงได้พอหากินเล็กๆน้อยๆกับไอ้พวกนี้ได้ ถ้าพวกมันรู้ว่าโตขึ้นเขาจะเปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือ เจนนี่ไม่อยากจะคิดเลย...ไอ้พวกนั้นมันคงได้มาแหกอกเธอตายไปนานแล้ว...

แต่นี่มันก็ใกล้จะเย็นแล้ว หรือเราแวะกินข้าวกันก่อนดีครับหนูนิ เดี๋ยวค่อยไปลองชุดกันก็ได้...

แต่หนูนิยังไม่รู้สึกหิวเลย  แต่ถ้าคุณพยัคฆ์หิวงั้นเราไปทานข้าวก่อนก็ได้นะคะ หนูนิยังไงก็ได้ค่ะ...  นิดาตอบเสียงห้วน ใบหน้าร้อนผะผ่าวเพราะเมื่อเธอหันไปมองยังรอบด้านอีกครั้ง ก็เห็นสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมายังเธอกับพยัคฆ์ยืนอยู่

 พี่ก็ยังไม่หิวเหมือนกันครับ เมียบอกไม่หิวพี่ก็ไม่หิว พี่ตามใจหนูนิอยู่แล้ว   น่านพยัคฆ์ยังคงลุกเอาใจเมียต่ออย่างไม่ยอมแพ้  ถ้ายอมแพ้คืนนี้เขาก็อดน่ะสิ  นั่นมันเรื่องใหญ่สำหรับเขาเชียวนะ มันอดไม่ได้หรอกยิ่งได้เข้าใกล้ก็ยิ่งอยากครอบครองเธอทั้งวันทั้งคืนเลยถ้าหากว่าเขาทำได้...

นิดาถึงกับแอบพ่นลมหายใจคำเลี่ยนของน่านพยัคฆ์...

ก็แล้วแต่พี่พยัคฆ์แล้วกัน...

 งั้นไปกันเถอะครับหนูนิ เดี๋ยวพี่จะแนะนำให้รู้จักเพื่อนพี่อีกคนที่เรียนมาด้วยกัน...  ชายหนุ่มเอ่ยชวนเสียงนุ่ม พร้อมกับดึงร่างบางให้เข้ามาแนบชิดมากยิ่งขึ้น

ค่ะ...  นิดาจำต้องยอมปล่อยให้ตัวเองตกเข้าไปอยู่ในวงแขนแข็งแรงของคนหน้าไม่อายให้โอบกอดเธอเดินไปยังร้านเสื้อ  ถึงจะรู้สึกขัดเขินกับสายตาหลายๆคู่ที่มองมา  แต่เธอก็ไม่อยากทำตัวพยศกับเขาตรงบริเวณตลาดเช่นนี้ เพราะเธอไม่อาจจะรู้ได้  หากเกิดทำให้น่านพยัคฆ์ไม่พอใจขึ้นมา  แล้วเขาจะทำเรื่องน่าอายอะไรกับเธออีกบ้าง คนอย่างเขายิ่งไม่เคยแคร์อะไรหรือใครหน้าไหนทั้งนั้นอยู่แล้วด้วยนี่สิ เชื่อว่าเขาคงกล้าทำในสิ่งที่คนอื่นเขาไม่คิดจะกล้าทำอย่างไม่ต้องสงสัย...

ร่างสองร่างชายหญิงที่เดินคลอเคลียกันไม่ห่าง โดยมีฝ่ายชายทำตัวน่ารักเดินกางร่มให้ฝ่ายหญิง ส่วนมือใหญ่ข้างที่ว่างก็เกาะเกี่ยวเข้ากับเอวคอดกิ่วพากันเดินไปยังทิศทางซึ่งเป็นที่ตั้งร้านเสื้อสุดหรูสำหรับในตัวเมืองเล็กๆแห่งนี้ ยามเดินไปด้วยกัน  น่านพยัคฆ์ก็กระชับร่างเล็กหอมกรุ่นเข้าหาร่างตน  จนแนบสนิทชนิดเรียกได้ว่าลมยังไม่สามารถจะพัดผ่านร่างสองร่างนี้ไปได้เลย ภาพความหวานชื่นนั้น สร้างความตกตะลึงพึงเพลิดให้กับผู้พบเห็นทั้งสองฝากฝั่งถนนพร้อมกับเสียงซุบซิบนินทาไม่ขาดสาย...

ก็มีใครบ้างจะไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของชายหนุ่มรูปงามแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันอย่างน่านพยัคฆ์ได้ รูปหล่อพ่อรวย เป็นชายหนุ่มในฝันของหญิงสาวหลายๆคนในจังหวัดนี้ แต่ก็ไม่เคยเห็นมีใครสักคน จะสามารถพิชิตใจของชายหนุ่มผู้นี้ได้เลยสักคนเดียว เห็นจะมีหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่ยังไม่คิดจะยอมแพ้ถอยห่างออกมา ยังใจสู้คอยตามตื้อชายหนุ่มเพียงเพื่อหวังสักวัน หากน่านพยัคฆ์ไม่มีใคร ก็อาจจะตัดสินใจลงเอยกับพวกเธอเหล่านั้นสักคนก็ได้

และดูเหมือนหญิงสาวที่ดูทีท่าจะมาแรงหน่อยก็เห็นจะเป็น คุณพยาบาลโฉมฉายกับคุณน้ำรินทร์ลูกสาวนายอำเภอ ที่พวกชาวบ้านมักจะเห็นการเปิดศึกชิงนายกันอยู่เป็นประจำ หากน่านพยัคฆ์มาปรากฏกายในตัวเมืองแห่งนี้ทีไร พวกพ่อค้าแม่ค้าเป็นต้องได้เห็นฉากเด็ดตบตีหรือด่าทอกันเป็นเรื่องปกติจนชินตาไปเสียแล้ว...

แล้ววันนี้พวกเขาจะได้เห็นอีกหรือเปล่า อันนี้ก็ต้องมาคอยลุ้นกันต่อไป...

แก...ดูนั่นสิ ใช่นายพยัคฆ์หรือเปล่านั่น...  เสียงเรียกสามีของแม่ค้าริมถนนฟังดูตื่นเต้น สะกิดเรียกสามีให้ดูชายหญิงที่กำลังเดินโอบกอดกันอยู่อีกฝั่งหนึ่ง สายตาอยากรู้อยากเห็นสื่อออกไปไม่ปิดบัง เรียกให้ร้านค้าติดๆกันหันไปมองตามบ้าง  จนเกิดเป็นเสียงซุบซิบไปตลอดเส้นทางเดินของหนุ่มสาวทั้งคู่

อะไรของเอ็งวะอีนี่...  คนเป็นสามีส่งเสียงรำคาญขมวดคิ้วหงุดหงิด แต่ก็ยอมหันไปมองยังทิศทางที่เมียร้องบอก

ไหน! เออ...นั่นนายพยัคฆ์แกพานางฟ้าจากไหนมาด้วยวะนั่น สวยฉิบเลยว่ะ...

นั่นสิพ่อ สมกันดีนะฉันว่า เหมือนกิ่งทองกับใบหยกเลย...หรือเอ็งว่าไง อีเนียม...ผู้เป็นเมียฉีกยิ้มมองสองหนุ่มสาวเดินเคียงคู่กันแววตาเคลิ้มฝัน หันไปร้องถามเพื่อนแม่ค้าโบ้ยใบให้มองไปยังริมถนน

ข้าก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลย ถ้าไม่ได้มาเห็นกับตาวันนี้ คนอย่างพ่อเลี้ยงพยัคฆ์เนี่ยอ่ะนะ จะยอมมีแฟนเหมือนกับเพื่อนของแกคนอื่นๆเขา

ฉันก็ว่าอย่างงั้นเหมือนกัน ใครๆก็รู้ว่าพ่อเลี้ยงพยัคฆ์แกหวงเนื้อหวงตัวมากขนาดไหน เห็นผู้หญิงกี่คนต่อกี่คนมาทอดสะพานให้แก แกยังไม่เอาเลย  คนเป็นเมียเสริมเห็นด้วย

แต่คนนี้สวยนะ...ข้าชอบ เดี๋ยวต้องไปสืบให้รู้เรื่องจริงเสียหน่อยแล้ว งานนี้ข้าจะพลาดไม่ได้...เนียมแม่ค้าขนมหวานเริ่มทำหน้าที่หลัก เป็นกระบอกข่าวสารให้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าบริเวณแถวนี้ รีบอาสาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างกระตือรือร้น

น่านพยัคฆ์ได้ยินเสียงซุบซิบนินทาเกือบตลอดทางที่เขาเดินผ่าน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร หากแต่กลับชอบใจเสียด้วยซ้ำไป เมื่อได้ยินแต่เสียงชื่นชมถึงความสวยในตัวของเมียตัวเอง ใบหน้ารกรุงรังเลยฉีกยิ้มกว้างรู้สึกภูมิใจคนข้างกายอย่างบอกไม่ถูก...

ก็เขามีเมียสวยเหมือนนางฟ้านี่...

 

*********************

 

            กว่าจะเดินมาถึงร้านเพื่อนของน่านพยัคฆ์ได้ ก็เล่นเอานิดาแทบจะมุดหน้าแทรกแผ่นดินหนีกับความหน้าด้านหน้าทนของเขาเหลือเกิน เขาไม่อายแต่เธออาย อายกับสายตาตื่นตระหนกของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าพวกนี้ ยามมองมายังเธอกับเขาเวลาเดินผ่าน

 ไม่ใช่แค่เขาตระกองกอดพาเธอเดินมาเพียงอย่างเดียวเสียเมื่อไหร่  ไม่ลูบนั้น คลำนี้  ก็ใช้ปลายจมูกโด่งแกล้งเฉียดกับแก้มนุ่มของเธออยู่บ่อยครั้ง  พอเธอทำตาเขียวใส่  เขาก็ทำหน้าทะเล้นยิ้มระรื่นไป ไม่ได้สะทกสะท้านหรือละอายกับสายตาคนมองรอบข้างเสียบ้างเลย คนหน้าด้าน   หน้าไม่อาย  ทำไมทีอย่างนี้  เขากับดูไม่แคร์กับสายตาใคร เขาทำเหมือนอยากบอกให้ชาวบ้านพวกนี้ให้ทุกคนรับรู้  ถึงความสัมพันธ์ซึ่งใครๆก็มองกันออก  คงไม่ใช่เพียงแค่คนรู้จักธรรมดาทั่วไปเขาทำใส่กันแน่นอน

นิดารู้สึกมึนงงไม่เข้าใจกับการแสดงออกแบบผีเข้าผีออกของเขาเลยสักนิด  เมื่อเช้าต่อหน้าพ่อของเขาน่านพยัคฆ์ยังวางเธอไว้เป็นเพียงแค่คนงานคนหนึ่งในไร่ของเขาอยู่เลย  แต่พอมาตอนนี้  เขากับทำเหมือนเธอเป็นคนสำคัญสำหรับเขาเสียอย่างนั้น  แต่ถึงอย่างไร  เธอเองก็จะคอยย้ำเตือนตัวเองให้จงระลึกไว้อยู่เสมอ  ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา  มันจะเป็นเพียงแค่ลูกหนี้กับเจ้าหนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น  ห้ามไปหลงระเริง  คิดว่าเขาจะมายกย่องเชิดชูเธอให้เป็นภรรยาออกหน้าออกตาของเขาในอนาคตไปได้..

ถึงแล้วครับหนูนิ นี่ไงร้านเพื่อนพี่...  นิดารีบผลักร่างใหญ่ออกห่างเมื่อเธอเห็นหญิงสาวสวยนางหนึ่งกำลังเดินฉีกยิ้มกว้างตรงมายังหน้าร้าน แต่น่านพยัคฆ์กับดึงร่างแสนงอนของนิดาเข้ามาไว้ข้างตัวมากกว่าเก่า แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างเปิดเผย

งั้นก็ปล่อยหนูนิเสียทีสิคะ จะมากอดไว้อีกทำไม หัดอายคนอื่นเขาเสียบ้างสิ คุณพยัคฆ์ไม่อายแต่หนูนิอายนะคะ ไม่เห็นหรือไงมีแต่คนมอง...นิดาต่อว่าเสียงหงุดหงิด แต่ก็ไม่กล้าหันกลับไปมองยังด้านหลัง  เธอได้แต่ก้มใบหน้างามด้วยความเขินอาย พยายามแกะมือหนาออกจากเอวคอดกิ่วของตัวเองให้ได้

จะอายทำไมกันล่ะครับ ก็พี่มีเมียสวยเหมือนนางฟ้าเสียขนาดนี้ พี่ออกจะภูมิใจเสียด้วยซ้ำ ไม่เห็นต้องไปอายใครเลย หนูนิก็ได้ยินนี่ครับ แม่ค้าพวกนั้นเขาชมหนูนิ สวยอย่างนั้นสวยอย่างนี้ ดูเหมาะสมกับพี่อย่างกับกิ่งทองใบหยกแน่ะ...  คนหลงตัวแต่เห่อเมียโน้มใบหน้าลงไปกระซิบตอบคนตัวเล็กในอ้อมแขน ก่อนจะใช้มือดันบานประตูเปิดเข้าไปในตัวร้าน  ก็เห็นเพื่อนชายแต่ร่างหญิงเดินยิ้มหน้าบานออกมาจากด้านหลังร้านพอดี

คนหลงตัวเอง...หนูนิไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ ปล่อยหนูนิได้แล้ว นู้น เพื่อนของคุณเดินมานู้นแล้ว หัดอายเพื่อนของคุณบ้างก็ยังดี...

นั่นยิ่งไม่ต้องอายใหญ่เลยครับ คนกันเองทั้งนั้น แล้วอีกถ้าจะพูดให้ถูกพี่พยัคฆ์หลงเมียต่างหากล่ะครับ ไม่ได้หลงตัวเองสักหน่อย...  น่านพยัคฆ์ยังไม่วายยอมแพ้ นิดาถึงกับจนในคำพูดกับความหน้ามึนของน่านพยัคฆ์  นี่ขนาดต่อหน้าเพื่อนของเขาแท้ๆ  เขายังไม่ยอมปล่อยมือออกจากสะโพกของเธอเลย  แถมยังลูบสัมผัสไปมาอีกต่างหาก

ต๊าย! ว่าไงยะ พ่อพยัคฆ์เสือหลับใน วันนี้มีอะไรให้เพื่อนสาวสวยคนนี้รับใช้อีก ถึงได้โผล่หัวมาหาได้...  เจนนี่เอ่ยทักทายเพื่อนเสียงแหลมเล็ก แต่ดวงตาโตจากการผ่านทำศัลยกรรมมาอย่างดีกับจับจ้องมองไปยังอีกคนหนึ่ง ซึ่งยืนข้างๆตัวไอ้เพื่อนตาแหลม เผลอสำรวจมองด้วยสายตาชื่นชมอยู่ในใจ

ผู้หญิงคนนี้สวยมาก สวยอย่างหาตัวจับยากจริงๆ...

อะ อะ...แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ ฉันมีเรื่องสำคัญยิ่งกว่า สาวสวยคนนี้ใครกันเอ่ย ไหนช่วยเฉลยบอกให้เพื่อนคนนี้ได้ชื่นใจหน่อยสิ ใช่อย่างที่ฉันเข้าใจหรือเปล่า...  คนถามส่งสายตาระยิบระยับอย่างรู้ทันไปหาเพื่อนชาย

น้องคนสวยเป็นแฟนไอ้หมอนี่หรือจ๊ะ...เจนนี่ไม่ได้ต้องการคำตอบจากปากเพื่อน แต่เธออยากได้ยินคำตอบจากอีกคนมากกว่า จึงหันไปถามนิดาแทน  เพราะใจมันร้อนอยากรู้อยากเห็นเหลือเกิน หญิงสาวสวยหยาดฟ้าคนนี้เป็นใคร และเป็นอะไรกับเพื่อนของตัวเองกันแน่  ถ้าหากเป็นอย่างที่เธอคิดเอาไว้  เรื่องนี้ต้องกระจายข่าวให้รู้กันทั่วทั้งตัวเมืองเสียแล้ว...

จะมีเพื่อนคนไหนในรุ่นเดียวกัน ที่จะไม่ตื่นเต้นบ้าง หากได้มาเห็นอย่างที่เธอได้เห็นตอนนี้  ก็เท่าที่ผ่านมาไอ้เพื่อนหล่อลากไส้มีองค์ประกอบครบถ้วนสมบูรณ์แบบทุกอย่างทุกประการคนนี้  มันหวงเนื้อหวงตัวเองชนิดสุดๆของสุดๆ จนเพื่อนทั้งหลายต่างคิดว่ามันจะอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตเสียอีก  ใครจะไปคาดคิดว่ามันจะยอมเสียสละเนื้อสละตัว  ยอมยกให้ผู้หญิงคนนี้ได้เชยชมมันกัน แต่ดูจากลักษณะอี๋อ๋อร่างแทบจะสิงกันได้  สองคนนี้อาจจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งไปถึงขั้นไหนต่อไหนกันแล้ว   ถึงน่านพยัคฆ์จะมาคิดเอาได้เมื่อตอนอายุจะปาเข้าเลขสี่ มันก็ยังดีกว่าจะยอมปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับบาดแผล ที่มันไม่ได้เป็นผู้ก่อไปตลอดชีวิต เห็นแบบนี้แล้ว เธอในฐานะเพื่อนคนหนึ่งก็อดดีใจไปกับน่านพยัคฆ์ด้วยไม่ได้...

เอ่อ...มะ...  นิดากำลังจะเอ่ยปฏิเสธออกไป ว่าไม่ใช่...หากแต่ก็ต้องได้แต่อ้าปากค้างไปเท่านั้น เมื่อเพื่อนชายแต่ร่างสาวของน่านพยัคฆ์ไม่ยอมรอฟังคำตอบ แต่กับดึงร่างเธอออกห่างตัวน่านพยัคฆ์อย่างรวดเร็ว

มานั่งนี่ก่อนค่ะคุณน้องขา พี่ขอแนะนำตัวเองก่อนเลยก็แล้วกันนะ พี่มีชื่อว่า...ด้วยอัธยาศัยไมตรีเป็นคนร่าเริงแจ่มใส เจนนี่จึงไม่รอฟังคำเฉลยจากปากหญิงสาว เธอดึงร่างงามข้างๆน่านพยัคฆ์ พาเดินไปยังโซฟาสำหรับรับรองลูกค้าภายในร้านแทน

มันชื่อเจนภพจ้ะ หนูนิจ๋า...  น่านพยัคฆ์ผวาตามร่างหอมของนิดาไปติดๆ รีบเข้าไปนั่งคั่นกลางระหว่างคนสองคนเอาไว้อย่างหน้าตาเฉย ไม่ยอมให้หญิงสาวไปนั่งใกล้ชิดกับเจ้าของร้านเสื้อได้ ถึงเจนนี่จะเป็นสาวประเภทสอง แต่ครึ่งหนึ่งในร่างมันก็เป็นผู้ชายไม่ต่างกันกับเขา...

อ๊าย!ไอ้คนปากเสีย ปากไม่มีหูรูด หุบปากไปเลยค่ะไอ้เพื่อนปากปีจอ...  เจ้าของร้านเสื้อส่งเสียงวี๊ดว้าย พร้อมกับส่งค้อนควักไปให้ไอ้เพื่อนปากไม่ดี ไอ้ชื่อนั้นมันตายไปจากโลกใบนี้นานแล้วคะ เจนนี่อยากจะพูดออกไปเช่นนั้น ให้น้องสาวคนสวยได้เข้าใจ...

ไม่ใช่นะคะคุณน้องคนสวยขา อย่าไปฟังคนปากเสียอย่างนายพยัคฆ์มันพูดเลยค่ะ พี่มีชื่อว่าเจนนี่ หรือเรียกพี่ว่าพี่เจนเฉยๆก็ได้นะ ถือว่าเราเป็นคนกันเองก็แล้วกัน...  นิดายิ้มละไมให้กับเจนนี่พร้อมยกมือขึ้นไหว้อ่อนช้อย...

หนูชื่อนิดา เรียกว่าหนูนิก็ได้ค่ะ...  นิดาแนะนำตัวเองขึ้นบ้าง

ตกลงหนูนิกับนายพยัคฆ์ปากมอมเป็นแฟนกันใช่ไหมเอ่ย อย่ามาปฏิเสธพี่ให้ยากเลย ท่าทางกับอาการมันบอกชัดออกขนาดนี้...  เจนนี่ยื่นใบหน้าสวยหันไปถามย้ำถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่อีกครั้ง

คือหนูนิไม่ได้เป็น...   นิดากำลังจะบอกไม่ได้เป็นอะไรกับน่านพยัคฆ์ แต่เสียงห้าวต่ำกลับแทรกขึ้นมาเฉลยเสียเอง

“ไม่ได้เป็นแฟน...” และคำตอบของชายหนุ่มก็เล่นเอาทั้งสาวจริงกับสาวเทียมถึงกับนิ่งอึ่ง เมื่อเกิดความรู้สึกไม่ต่างกัน นิดาถึงกับผินใบหน้างามออกไปอีกด้าน ถึงจะพอรู้คำตอบแต่ส่วนลึกก็อดคิดน้อยใจเขาไม่ได้เสียที ส่วนเจนนี่ก็ถึงกับใบหน้าสลดลงด้วยนึกเสียดายสาวสวยคนนี้อยู่ไม่น้อย

ไม่ได้เป็นแฟนแต่เป็นเมียของกูโว้ย...ไอ้เจนภพ...  แต่คำตอบหลังจากนั้นของคนเล่นลิ้น ถึงกับทำเอาเจ้าของร้านเสื้อแทบกรี๊ดสลบกับคำตอบโดนใจสุดๆ

คุณพยัคฆ์!!!  นิดาเองก็ถึงกับหันใบหน้าหวานกลับมามองคนพูดด้วยสายตางุนงง หัวใจดวงน้อยกับเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียอย่างนั้นกับคำตอบของชายหนุ่ม น่านพยัคฆ์ระบายยิ้มเปิดกว้างทั้งตาทั้งปากสื่อไปให้เมียคนงาม ก่อนจะวาดมือหนาโอบรัดร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมแขน เพื่อเป็นการยืนยันในคำพูดโชว์ให้ไอ้เพื่อนใจสาวได้เห็นกันไปเลย

ว่าไงจ๊ะ เมียจ๋า...ทั้งน้ำเสียงออดอ้อน ทั้งแววตาหวานเชื่อม เล่นเอาเจ้าของห้องเสื้อถึงกับตาลุกวาว อ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อหู เชื่อตาตัวเองเลยให้ตายสิ

มันคือไอ้พยัคฆ์เพื่อนปากมอมของเธอจริงๆหรือเปล่าเนี่ย ก็ไอ้พยัคฆ์เพื่อนของเธอคนนั้นมันไม่เคยทำตัวอ้อนเหมือนแมวน้อยต่อหน้าใครมาก่อนเลยนี่นา...

            เจนนี่อยากจะอัดบันทึกเทป แล้วส่งไปให้บรรดาเพื่อนรุ่นเดียวกันได้ดูถึงความเปลี่ยนแปลงของไอ้เพื่อนคนนี้เหลือเกิน ก็ไอ้พยัคฆ์คนนั้นมันทั้งขี้โมโห ใจร้อน อารมณ์ร้ายยิ่งกว่าพายุ ใครหน้าไหนเคยขัดใจมันได้เสียที่ไหนกันล่ะ แถมมันยังปากหมาพูดไม่เคยถนอมน้ำใจใครอีกต่างหาก...

แล้วที่เห็นอยู่นี่มันคือใครแน่วะ เจนนี่อยากจะเป็นลม...

 

*********************

 

 

 น่านพยัคฆ์ต้องคอยผลุบลุกผลุบนั่งก้นไม่ติดเก้าอี้อยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมงได้ เมื่อเขาเลือกแบบชุดที่จะสวมใส่ในวันงานเป็นอันลงตัวและเรียบรอยดีแล้ว โดยมีนิดาเป็นคนเลือกแบบชุดให้และเจนนี่ก็คอนเฟิร์มว่าเขาใส่ชุดนี้แล้วดูดีไม่ต้องแก้ไขอะไรเพิ่มเติมอีก ก็เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจของตัวเองลง คงเหลือแต่นิดา ซึ่งเขาบังคับให้เธอได้เลือกตัดชุดใหม่อีกหลายชุด เพื่อจะได้เอาไว้ใส่ในยามทำงานในไร่ กับยามออกมาธุระกับเขาในวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นในฐานะนายหญิงแห่งไร่ราชพยัฆ์ หรือแม้แต่ในฐานะภรรยาของนายพยัฆ์คนนี้ก็ตามแต่...

น่านพยัคฆ์ยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ กับแบบชุดที่นิดาเลือกให้ แม้ความจริงแล้วไม่ว่าเมียจะเลือกอะไรให้เขาใส่ เขาก็ชอบไปหมดนั่นแหละ  ไม่อยากจะขัดใจเมียให้ต้องขุ่นเคืองใจกัน เมียว่าอะไรดีเขาก็ว่าตามอย่างนั้น เออออตามเมียไปหมดทุกอย่าง เมื่อมันเป็นหนึ่งในคำสอนของไอ้บรรดาสามีแห่งชาติทั้งหลาย มันเน้นย้ำให้เขาท่องจำข้อนี้ให้ขึ้นใจเอาไว้ให้ดี อย่าเผลอไปขัดใจเมียเข้าเด็ดขาด...

นายพยัคฆ์ ข้อนี้สำคัญมากเลยนะ...คนเสนอความคิดลากเก้าอี้นั่งของตัวเองเข้าไปใกล้ร่างคนเป็นนาย

อะไรของเอ็งวะไอ้แดง...” ลุกก่ำซึ่งนั่งใกล้คนเสนอสะกิดถาม

นายต้องท่องข้อนี้เอาไว้ให้ขึ้นใจดีๆด้วยล่ะ ห้ามลืมอย่างเด็ดขาดด้วยนะ แล้วจะหาว่าแดงไม่เตือน...เสียงแดงเสนอขึ้นเมื่อตัวเองนึกอะไรออก หันหน้าไปจิจ๊ะกับคนสะกิด เมื่อแดงกลัวจะโดนฮุบเอาความดีความชอบไปอีก

 วันนี้เจ้านายเกิดนึกครึ้มอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ เรียกประชุมด่วนหลังเลิกงานในตอนเย็น ทุกคนก็พร้อมใจกันเดินเข้ามาในห้องลับด้วยอาการกระดี๊กระด๊ามากเป็นพิเศษ เพราะเป็นที่รู้กัน หากวันไหนนายพยัคฆ์เรียกประชุมขึ้นมา วันนั้นก็ลาบปากกันถ้วนหน้า เพราะจะมีเหล้าต้มของลุงก่ำซึ่งมีดีกรีร้อนแรงระดับช้างกระทืบม้าแล้วม้าก็กระทืบโรงอีกที ให้ได้กระดกกันคนละขวดสองขวดพอให้ร่างกายได้ซู่ซ่าขึ้นมาบ้าง...

อะไรของเอ็งอีกวะ ไอ้แดง...ลุงก่ำประท้วงเมื่อแกไม่ได้รับคำตอบที่พอใจจากเพื่อนรุ่นลูก

ก็ห้ามเผลอไปขัดใจเมียเข้านะสิลุงก่ำ เห็นอะไรมั๊ยเนี่ยลุงอะไร อยู่บนหัวของฉันเนี่ย..  แดงชี้ร่องรอยของการขัดใจเมียให้เพื่อนในไร่คนอื่นๆได้ดูกันรอบวง รวมไปถึงลุงก่ำซึ่งนั่งใกล้กับตัวเองมากที่สุดได้เห็นชัดๆถนัดตา ผลคือแดงได้เสียงตบมือจากเพื่อนพ้องเป็นการยกย่องสดุดีถึงวีรกรรมความกล้าหาญ เมื่อทุกคนได้เห็นความหน้าหนา ที่ไอ้เพื่อนตัวดีมันยังอุตส่าห์ยอมเสียหน้าบอกเล่าถึงวีรกรรมแสนหน้าอับอายนี้ให้กับเพื่อนๆได้ฟังในวงสุราอีกด้วย...

อีลำใยนี่มันก็ขยันสร้างจารึกให้เอ็งได้จดจำดีเหลือเกินนะไอ้แดง ครั้งก่อนก็จานบิน ครั้งนี้เอ็งโดนอะไรมาอีกล่ะวะ...  ลุงก่ำเอ่ยเย้าแหย่รุ่นลูกเมื่อแกมองเห็นรอยแผลเป็นบนศรีษะของแดง แกถึงกับส่ายหน้านึกขำกับไอ้สองผัวเมียคู่นี่ซะเหลือเกิน

ไม้ขัดฝาหม้อข้าวนะสิลุงก่ำถามได้...คนหันไปตอบก็ทำหน้าทำตาเข็ดขยาดเมื่อนึกถึงวันนั้นขึ้นมา

นายพยัคฆ์จำคำแดงเอาไว้ดีๆเลยนะ ไม่ว่าเมียจะบอกว่าอะไรดี เราในฐานะสามีก็ต้องเห็นดีเห็นงามตามเมียไปด้วย ห้ามเผลอไปขัดใจเขา เพราะการเห็นต่างจะนำมาซึ่งความหายนะอันใหญ่หลวงของชีวิต นายต้องจำข้อนี้เอาไว้ให้ขึ้นใจดีๆเลย ห้ามหลงลืมล่ะ ถ้านายยังอยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่ต่อไป...แดงหันไปตอบลุงก่ำก่อนจะหันไปสอนคนเป็นนายต่อด้วยใบหน้าจริงจัง

 เมื่อจบคำแนะนำนั้น เสียงหัวเราะชอบใจกับเสียงปรบมือก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งห้องประชุมลับ คนเสนอความคิดก็ได้แต่หัวเราะแฮะๆตามเพื่อนพ้องไปด้วยอีกคน

งั้นต้องยกนิ้วให้มันแล้วล่ะงานนี้...มืดกลั้นเสียงหัวเราะชู้นิ้วโป่งให้เพื่อนไปพร้อมกับเสียงตบมือรัวของคนงานคนอื่น

แดงเลยยืดตัวขึ้น พร้อมกับค่อมหัวเพื่อเป็นการขอบคุณ เพราะเสียงตบมือของเพื่อนทำให้แดงกับคิดรู้สึกภูมิอกภูมิใจในตัวเองอยู่ลึกๆ ดูเหมือนตัวเองจะมีวีรกรรมมาสอนเจ้านายมากกว่าใครในห้องนี้

เออ...แล้วข้าจะท่องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ จะไม่ยอมขัดใจหนูนิของข้าแม้แต่นิดเดียว พวกเอ็งหมดห่วงได้ และก็ต้องขอบใจพวกเอ็งมากๆนะ ที่คอยเป็นที่ปรึกษาให้กับข้าเรื่อยมา...น่านพยัคฆ์กล่าวขอบคุณบรรดาสามีแห่งชาติทั้งหลาย ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านไปทำหน้าที่สามีดีเด่นของตัวเองกันต่อไป...

**************************

 

 เมื่อเวลาผ่านไปหลายนาทีเข้า น่านพยัคฆ์ก็เริ่มนั่งอยู่ไม่เป็นสุข คอก็คอยแต่ชะเง้อชะแง้มองเข้าไปยังด้านในตัวห้อง เมื่อไอ้เพื่อนชายในร่างสาวมันดันลากเอานิดาหายวับเข้าไปในห้องวัดขนาด แยกไว้สำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะ ซึ่งจะอยู่ติดกับห้องลองเสื้ออีกทีหนึ่ง ไอ้เขามันเป็นสุภาพบุรุษทั้งแท่ง ก็เลยถูกสั่งห้ามเสียงเข้มจากแม่เมียรัก ให้ต้องมานั่งเฝ้า คอยอยู่ด้านนอกแทน ห้ามบุกรุกละเมิดเข้าไปยังด้านในห้องนั้นอย่างเด็ดขาด ถ้าหากเขายังดื้อรั้นไม่เชื่อฟังอีก คืนนี้เขาต้องนอนกอดหมอนข้างแทนร่างนุ่มนิ่มของแม่เมียตัวหอมก็อาจเป็นได้...

เฮ้อ! ก็บอกแล้วว่าเขามันคนเชื่อฟังเมีย เมียสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำตาม ในเมื่อเขายังสังวรกับความผิดเมื่อเช้านี้อยู่เลยนี่นา และถึงแม้ในตอนนี้เขาเองก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป เขาได้ไปทำความผิดอะไรให้นิดาไม่พอใจเอาไว้ แต่ที่เขารู้ดีแก่ใจก็คือแม่เมียตัวหอมของเขายังไม่ยอมหายโกรธเขาเลยนี่นะสิ เลยต้องมานั่งชะเง้อคอยาวเป็นยีราฟอยู่ตรงหน้าประตูห้องด้วยความสงบ คิดแล้วก็อยากจะแตะไอ้เจนนี่สักทีสองที โทษฐานที่มาพรากผัวพรากเมียเขาต้องห่างจากกัน ก็คนมันคิดถึง ไม่อยากให้เมียไปไหนห่างไกลตาเลยสักนิด...

แต่ดูเหมือนความวัวยังไม่ทันหายความควายก็ดันจะเข้ามาแทรกน่านพยัคฆ์เข้าให้จังเบ้อเร่อเสียก็ไม่รู้ เมื่อตรงปากประตูทางเข้าหน้าร้านเสื้อของเจนนี่ ปรากฏร่างสองร่างกำลังยื้อยุดฉุดรั้งกันเอาเป็นเอาตาย  ดูเหมือนจะไม่มีใครยอมใครง่ายๆเอาเสียด้วย

เพราะเสียงโหวกเหวกที่ดังอยู่บริเวณด้านหน้าร้านเสื้อดันเกิดเล็ดลอดเข้าหูของชายหนุ่มซึ่งกำลังตั้งหน้าตั้งตานั่งคอยเมียอย่างใจจดใจจ่อ ต้องหันตัวกลับไปมองยังต้นเหตุของเสียงนั้นด้วยอดนึกสงสัยไม่ได้ ใครกันวะ? มันช่างกล้ามาสร้างเสียงหน้ารำคาญใจเหลือแสนในวันอันแสนสุขของเขาวันนี้ได้

และเมื่อน่านพยัคฆ์เอี้ยวตัวหันไปมองเพื่อให้คลายสงสัย ใบหน้าคมเข้มก็ถึงกับตึงขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่พอใจอย่างแรง มันแรงพอจนสามารถเผาพลาญใครต่อใครได้ถ้าหากเข้ามาใกล้เขาในตอนนี้

บ้าฉิบ...ใครมันกล้าดีโทรไปส่งข่าวให้สองสาวนี้รู้กันวะ ว่าเขาจะเข้ามาในเมืองวันนี้ แถมยังแสนรู้อีกนะว่า เขาจะมาห้องเสื้อของไอ้เจนภพเสียด้วย  มันหน้าจับมากระทืบเสียให้ตายคาตีนนักไอ้พวกหนอนบ่อนไส้ อย่าให้เขารู้เชียวนะว่ามันเป็นใคร เขาไม่ปล่อยมันเอาไว้แน่ น่านพยัคฆ์คิดคาดโทษหนอนบ่อนไส้อยู่ในใจด้วยความโกรธสุดขีด...

นี่เธอ! ถอยออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ เธอต้องให้ฉันเข้าไปก่อนสิ...เสียงแหลมเล็กของหนึ่งในสองสาว ที่กำลังก่อศึกสงครามเพื่อแย่งชิงใครจะเข้าก่อนเข้าหลังเหวขึ้น ร่างทั้งสองร่างพยายามเบียดเสียดเพื่อให้ได้เข้าไปในร้านเสื้อเป็นคนแรกให้ได้

 เรื่องอะไรกันล่ะยะ ฉันมาก่อนก็ต้องเป็นคนได้เข้าไปก่อนสิ เธอนั่นแหละถอยออกมาก่อนเสียดีๆ...อีกหนึ่งสาวก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน

ฉันก็ไม่ยอมถอยให้โง่หรอก เรื่องอะไรฉันจะยอมให้เธอเข้าไปเสนอหน้าให้พี่พยัคฆ์เห็นก่อนเป็นคนแรกได้ล่ะ ไม่มีทาง...สองสาวยังคงตั้งหน้าตั้งตาเถียงกันไปมา อย่างไม่มีใครคิดจะยอมใคร

เมื่อเสียงแว้ดๆของสองสาวดังเล็ดลอดเข้าหู น่านพยัคฆ์ก็แทบอยากจะกระโจนหนีออกไปหลังร้านให้สิ้นเรื่องสิ้นราวนัก หากไม่ติดนิดายังวัดตัวไม่เสร็จ เขาก็คงจะเผ่นหนี หลบแม่สองสาวจอมน่าเบื่อกลับเข้าไปในไร่เสียนานแล้ว ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ ตื้อเขาจนหน้ากลัว ทั้งๆที่เขาก็ไม่เคยให้ความหวังกับใครสักคน ทำไมถึงไม่คิดจะยอมแพ้ แล้วไปหาผู้ชายคนอื่นแทน เขาจะได้หมดเวรหมดกรรมกับสองคนนี้เสียที...

นี่! คุณโฉมคะ ฉันมาถึงหน้าร้านนี้ก่อน เธอก็เห็นอยู่ ยังไงฉันก็ต้องได้เข้าไปข้างในร้านนี้ก่อนเธอสิมันถึงจะถูก หัดมีมารยาทหรือสมบัติผู้ดีหน่อยจะได้ไหมคะ ว่าใครมาก่อนมาหลัง...  เสียงแว้ดจากปากอิ่มดีกรีลูกสาวคนสวยของนายอำเภอเอ่ยย้ำกับคู่แข่งใบหน้าติดบูดบึ้ง ร่างสองร่างถอยออกมาดูเชิงกันคนละก้าว เมื่อไม่มีใครคิดจะยอมใครให้ได้เข้าไปถึงตัวชายหนุ่มที่หมายปองก่อน...

เอ๊! อะไรกันคะคุณน้ำรินทร์ คุณเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า ที่เห็นเมื่อสักครู่นี้ ฉันเองต่างหากที่มาถึงหน้าร้านนี้ก่อนคนแรก อย่ามาโมเมกันสิคะ คนอะไรหน้าไม่อาย พูดออกมาได้ว่าตัวเองมาถึงก่อน...   โฉมฉายสะบัดเสียงใส่อย่างไม่ยอมแพ้ เรื่องแบบนี้ใครดีใครได้ต่างหาก ไม่มีใครมาก่อนมาหลังทั้งนั้นแหละ

            ก็ตั้งแต่วันที่เธอโดนน่านพยัคฆ์ไล่ออกมาจากในไร่เมื่อคราวก่อนนู้น เธอเองก็กลับออกมาตั้งหลักใหม่ เพื่อเริ่มคิดวางแผนการ จะทำอย่างไรให้เข้าถึงตัวน่านพยัคฆ์และมีสิทธิขาดจนก้าวขึ้นเป็นนายหญิงของไร่ได้ ไม่ว่าให้ทำอะไร เธอก็พร้อมจะทำทั้งนั้น  ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากเธอต้องการอยากจะได้ชายหนุ่มผู้นี้มาครอบครอง โฉมฉายอาจไม่เคยใส่ใจเรื่องของเวลา ว่าไอ้ความอยากได้ของเธอมันกัดกินเวลามาเนินนานกว่าหลายปี น่านพยัคฆ์ก็ยังไม่เคยมีท่าทีเอนเอียง ให้เธอได้เฉียดใกล้คำว่าคนรักเลยสักครั้งเดียว แต่ยังคงหลับหูหลับตา สร้างความหวังให้กับตัวเองอยู่เรื่อยไป...

ความจำของคุณโฉม ถ้าจะมีปัญหาเสียแล้สิคะ ก็เห็นๆอยู่ว่าฉันมาถึงก่อน

ก็แล้วไง!โฉมฉายเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ถึงจะมาก่อนแล้วไง ถ้าเธอไม่ยอมใครหน้าไหนก็เข้าไปไม่ได้ทั้งนั้น

ก็ไม่แล้วไงหรอกคะ! เพราะก็พอจะรู้ว่าผู้หญิงอย่างเธอมันหน้าด้านหน้าทนขนาดไหน...น้ำรินทร์สวนกลับใบหน้างอหงิกตามอารมณ์ของหญิงสาวที่เคยถูกตามใจจนเคยตัว

งั้นก็ดีคะ ที่เธอเข้าใจ และโปรดเข้าใจอีกสักนิด ว่าผู้หญิงอย่างฉันมันหน้าทนกว่าที่เธอคิดเอาไว้เยอะ เพราะฉะนั้น ก็ถอยห่างออกมาจากประตูนั่นซะ ก่อนที่คนอย่างฉันจะหมดความอดทนกับเธอไปมากกว่านี้...แม่น้ำรินทร์

โฉมฉายเบ้ปากไม่ได้สะทกสะท้านกับคำกล่าวหาของคนตรงหน้า ก่อนจะก้าวขากระแทกไหล่ของน้ำรินทร์เพื่อหวังจะเดินเข้าไปด้านในร้าน แต่น้ำรินทร์มีหรือจะยอม จึงก้าวเดินเข้าไปขวางหน้าของโฉมฉาย ไม่ยอมให้เข้าไปได้ง่ายๆเหมือนกัน

เอ๊!...  โฉมฉายเมื่อโดนขวางทางเอาไว้อารมณ์ก็เริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ

 เธอจะเอายังไงก็ว่ามาเลยดีกว่าน้ำรินทร์ ฉันจะเข้าไปหาพี่พยัคฆ์ข้างใน มัวแต่มายืนทะเลาะกับเธออยู่  เสียเวลาชะมัดเลย...โฉมฉายเท้าสะเอวเชิดหน้าถามคู่แข่งคนสำคัญใบหน้างอเป็นจวัก

เพราะนี่ไม่ใช่หนแรกของการปะทะทั้งคารมและร่างกายกัน หากเธอกับน้ำรินทร์เจอหน้ากันเมื่อไหร่ ก็พร้อมจะกระโจนเข้าใส่กันอยู่ตลอดเวลา ไม่มีใครยอมใคร และไม่มีใครกลัวใคร เพราะถือคติที่ว่า ใครดีใครได้ใครไม่กล้าก็ถอยไป...

อีหน้าด้าน! ผู้ชายเขาไม่เอาแล้วยังไม่เจียมตัว ได้ข่าวว่าเธอพึ่งโดนพี่พยัคฆ์เขาเฉดหัวออกมาจากในไร่เมื่อวันก่อนไม่ใช่หรือไงยะ ผู้ชายเขาก็แสดงออกโต้งๆว่าเขาไม่เอาแล้วยังจะทำตัวหน้าไม่อายวิ่งแรดเข้าไปหาเขาอีก ฉันล่ะอายแทนเธอจริงจริ๊ง...น้ำรินทร์ก็เท้าสะเอวยกขึ้นสู้ พูดจาตอบโต้กลับด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยวตามนิสัย ใบหน้าสวยเชิดขึ้นไม่ต่างกัน

 ก็ข่าวแม่โฉมฉาย ที่โดนน่านพยัคฆ์ไล่ออกมาจากไร่เป็นที่รับรู้กันของคนงานในไร่ราชพยัคฆ์ และเธอก็ใช้น้ำเงินเพียงเล็กน้อยในการหาข่าวของพยัคฆ์อยู่บ่อยครั้ง และครั้งนี้เธอก็ออกจะซะใจอยู่มากโข เพราะเธอยังไม่ทันได้ลงมือเข้าไปกำจัดโฉมฉายให้ออกมาจากไร่ แม่นี่ก็โดนน่านพยัคฆ์ขับไล่ออกมาเสียก่อน แต่ด้วยจะสาเหตุอะไรเธอเองก็ยังไม่รู้แน่ชัด  แต่ยังมีอีกข่าวที่เธอจะต้องถามจากปากน่านของพยัคฆ์ให้รู้เรื่องให้ได้ เขาได้พาผู้หญิงเข้าไปอยู่ในไร่จริงดั่งข่าวกระจายออกมาเข้าหูเธอหรือเปล่า และหากเป็นเรื่องจริงดั่งข่าว เธอคงจะต้องรีบลงมือกระทำอะไรสักอย่างเพื่อให้น่านพยัคฆ์เป็นของเธอให้ได้ในเร็ววันที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป หากตราบใดน่านพยัคฆ์ยังไม่แต่งงาน เธอเองก็ยังมีหวังและมีสิทธิ์ที่จะเป็นภรรยาของเขาในอนาคตเช่นกัน...

ใครหน้าไหนมันปากดี บังอาจคาบเอาข่าวไปบอกเธอกันยะ...!โฉมฉายถึงกับควันออกหู เมื่อความลับน่าอับอายวันนั้น ดันไปเข้าหูให้ยายคุณหนูจอมร้ายกาจรู้เข้าเสียได้ โฉมฉายถึงกับเต้นเล่าๆ เมื่ออารมณ์โกรธมันขึ้นจนถึงขีดสุด

ก็ไม่เห็นยากอะไรสักหน่อย  ยิ่งเป็นข่าวหน้าสมเพชเวทนาแบบนี่ ใครๆเขาก็เอาไปพูดกันให้สนุกปากกันทั้งนั้นแหละ  ฉันนี้โครตจะซะใจเป็นบ้าเลยเมื่อได้ยินข่าวนี้ของเธอเข้า...

แล้วไง...ก็แค่พี่พยัคฆ์เขาไม่อยากให้ฉันทำงานเหนื่อย เลยให้ฉันหยุดดูแลคุณลุงสิงห์ แล้วก็จ้างให้คนอื่นมาทำงานแทนฉันก็แค่นั้นเอง  แล้วมันหมายถึงพี่พยัคฆ์เขาไล่ฉันออกจากไร่ตรงไหนไม่ทราบยะ กรุณาทำความเข้าใจเสียใหม่ด้วย ข่าวของเธอนี่มันมั่วสิ้นดี วันหลังก่อนจะฟังใครก็หัดฟังให้มันหลายๆด้านหน่อยก็แล้วกัน ฉันกลัวว่าเธอจะเอาไปพูดต่อผิดๆถูกๆแล้วฉันจะเสียหายเอาได้...  โฉมฉายหาทางแก้ข่าว เรื่องอะไรเธอจะยอมรับ วันนั้นน่านพยัคฆ์ขับไล่เธอออกมาจากไร่เขาจริงๆ อย่างที่น้ำรินทร์พูด

เหรอยะ...หน้าเชื่อจริงนะคำพูดของผู้หญิงไร้ยางอายอย่างเธอ มันฟังไม่ค่อยขึ้นสักเท่าไหร่เลยว่ามะ แต่ก็เอาเถอะ ฉันจะลองเชื่อคำพูดของเธอดูสักหน่อยก็ได้ เพราะถึงยังไงเธอก็โดนเฉดหัวออกมาแล้ว หึ...หึ...หึ...  น้ำรินทร์แสร้งระบายยิ้มยั่ว จนโฉมฉายทนไม่ไหว ง้างฝ่ามือขึ้นแล้วฟาดไปยังใบหน้าลอยไปลอยมาของ ศรัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งเสียงดังฉาดใหญ่ จนใบหน้านวลหันไปตามแรงกระทบของฝ่ามือ

นี่แน่ะ!ปากดีนักใช่ไหม...

โอ้ย!  น้ำรินทร์ถึงกับหันไปตามแรงเหวี่ยงของฝ่ามือเมื่อไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนจะหันใบหน้าซึ่งตอนนี้มีรอยฝ่ามือครบทุกห้านิ้วปรากฏขึ้นเต็มแก้มนวล มองไปยังศัตรูหัวใจด้วยดวงตาวาวโรจน์

แก...แกกล้าดียังไงมาตบหน้าฉันอีโฉมฉาย แกอย่าอยู่เลย...นี่แน่ะ...น้ำรินทร์เต้นเล่าๆด้วยความโกรธสุดขีด เมื่อเธอตั้งตัวได้ก็กระโจนเข้าใส่โฉมฉายด้วยแรงโกรธแรงโมโหทั้งหมดที่มี

น้ำรินทร์ยกฝ่ามือขึ้นหมายจะฟาดหน้าของอีกฝ่ายให้หายแค้น แต่โฉมฉายรู้ทันจึงเหวี่ยงตัวหลบ เป็นผลให้น้ำรินทร์ถึงกับวืดล้มลงไปกองอยู่กับพื้นถนน โฉมฉายเห็นศรัตรูล้มลงพื้นไม่เป็นท่า จึงรีบหันตัวหมายจะเดินเข้าร้านเสื้อไปฟ้องน่านพยัคฆ์ แต่น้ำรินทร์ไม่ยอม จึงเอื้อมมือจับข้อเท้าของโฉมฉายเอาไว้ โฉมฉายถึงกับล้มลงไปกองกับพื้นอีกคน คราวนี้ต่างคนต่างกระโจนเข้าใส่กันแบบไม่มีใครยอมใคร...

ส่วนฉนวนของเรื่องราวทะเลาะวิวาทระหว่างทั้งสองสาว กำลังยืนมองทั้งคู่ตบตีกันนิ่งเฉย เพราะนี่ไม่ใช่หนแรกที่เขาต้องมาเห็นภาพน่าสมเพชของสองสาวนี้ ทุกครั้งที่เขาเข้าเมืองแล้วสองสาวนี้ตามมา เหตุการณ์ก็จะเป็นแบบนี้อยู่ตลอดเวลา จนเขาเอือมระอากับสองคนนี้มากเต็มทน ทั้งปฏิเสธก็แล้ว ทั้งยื่นคำขาดก็แล้ว สองคนนี้ก็ยังไม่ยอมเลิกตามตอแยเขาสักที...

 น่านพยัคฆ์เคยพูดยืนยันเสียงหนักแน่นกับทั้งสองสาวไปหลายต่อหลายครั้ง เขาไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่าคนเคยรู้จักกัน หรืออย่างมากเขาก็คิดเป็นเพียงพี่กับน้องเท่านั้น ทั้งความรู้สึกกับหัวใจของเขามันไม่สามารถยกระดับใครให้เข้ามานั่งอยู่ในนี้ได้เลยสักคนเดียว จนเมื่อเขาได้มาเจอกับนิดา คำตอบที่เขาไม่เคยคิดหามัน กับเด่นชัดเข้ามานั่งแหมะอยู่ตรงนี้โดยเขาไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ...

ร่างสาวสองร่างที่กำลังนัวเนียผลัดกันลุกผลัดกันรับ โดยมีเสียงเชียร์จากแม่ค้าพ่อค้ารอบด้าน มีสภาพสะบักสะบอมไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ เสื้อผ้าผมเผ่าดูยุ่งเหยิงไม่เหลือเค้าโครงเดิมของสาวงามไว้ให้เห็นอีก  จนเมื่อมีชายหนุ่มอารมณ์ดีบังเอิญผ่านมาเห็นศึกสองนางเข้าพอดี เขาถึงกับรีบวิ่งปรี่ตรงเข้าไปห้ามปรามด้วยความตกใจ เพราะหนึ่งในสองสาวนั้นดันมีญาติของเขาคนหนึ่งซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเองอยู่ด้วยนะสิ...

หยุดนะ!โฉม...นี่มันอะไรกันฮะ...  คุณหมอสันติรีบเข้าไปดึงตัวน้องสาวของตัวเองแยกออกห่างจากอีกคนด้วยความทุลักทุเล ใบหน้าขาวนวลมีริ้วรอยทั้งฝ่ามือทั้งรอยเล็บขวนเต็มไปหมด

พี่หมอปล่อยโฉมนะ โฉมจะตบเอาเลือดปากมันออก...ร่างงามดิ้นรนออกจากการจับกุมของพี่ชาย ดวงตาแต่งแต้มไว้อย่างสวยงามมาบัดนี้เปรอะเปื้อนเต็มไปหมด คุณหมอสันติไม่ยอมปล่อยแต่กับลากร่างน้องสาวให้ถอยออกมาให้ห่างกับอีกร่างที่กำลังนั่งหมดแรงอยู่กับพื้นถนน

แน่จริงก็เข้ามาสิ เข้ามาเลยทั้งพี่ทั้งน้อง ฉันไม่กลัวพวกแกหรอกนะจะบอกให้ ถ้าอยากจะหมาหมู่ก็เข้ามาเลย...  น้ำรินทร์ที่นั่งหอบหายใจเมื่อได้เห็นศัตรูมีญาติมาช่วยเหลืออีกคน ก็ยิ่งเกิดอารมณ์เดือด ร้องท้าทายไปยังสองพี่น้อง ทั้งที่ความจริงตัวเองก็แทบจะนั่งไม่ติดพื้นอยู่เหมือนกัน

คุณหมอสันติก้มลงไปมองยังคนร้องท้าถึงกับระบายลมหายใจออกมา เมื่อคนหนึ่งก็แรงอีกคนหนึ่งก็ไม่ยอมแพ้ ถ้าไม่มีใครเข้ามาห้าม ป่านนี้คงมีหวังได้ตายกันไปข้างหนึ่งแล้วงานนี้...

คุณน้ำรินทร์ก็หยุดเถอะครับ ไม่อายชาวบ้านเขาบ้างหรือไงดูสิเขามุงดูกันเต็มไปหมดแล้ว ถ้าพ่อของคุณรู้เข้า ท่านจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันล่ะครับทีนี้ จะทำอะไรก็หัดไว้หน้าคุณลุงท่านบ้าง อย่างน้อย ท่านก็เป็นที่นับหน้าถือตาของชาวบ้านพวกนี้ หากท่านมารู้เข้าว่าลูกสาวมาตบตีกับชาวบ้าน ไม่คิดบ้างหรือไง ว่าท่านจะรู้สึกเสียใจมากแค่ไหน กับพฤติกรรมสิ้นคิดแบบนี้ของลูกสาว...สันติเอ่ยเตือนสติลูกสาวนายอำเภอ ถ้าหญิงสาวจะทำอะไรก็หัดไว้หน้าบิดาของตัวเองซะบ้าง เพราะท่านก็เป็นคนมีตำแหน่งและชื่อเสียงในจังหวัดนี้อยู่ไม่น้อย

อย่ามาเสือกนะไอ้หมอบ้า จะพาน้องสาวนายไปไหนก็ไปเลยไป...

เมื่อเกลียดชังคนน้อง คนเป็นพี่เธอเองก็พลอยเหม็นขี้หน้าตามไปด้วยเหมือนกัน จึงตะคอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า ถึงจะยอมรับอยู่ในใจ เธอเองก็ลืมนึกถึงข้อนี้ไปพอสมควร พอเธอเริ่มโกรธไอ้นิสัยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กก็กลบความคิดทุกอย่างจนหมดสิ้น หลงเหลือไว้เพียงอารมณ์ขุ่นมัวจนอยากหาที่ระบายออกเพียงเท่านั้น และเมื่อดูสภาพของโฉมฉายที่แทบดูไม่ได้ แล้วเธอล่ะ...ก็คงจะมีสภาพไม่ต่างกันไปมากเท่าไหร่นักหรอก น้ำรินทร์จึงเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อระงับอารมณ์ของตัวเองให้เย็นลง แต่ก็ไม่วายส่งสายตาอาฆาตไปยังสองพี่น้องด้วยความคับแค้นใจ...

คุณน้ำรินทร์ลุกไหวหรือเปล่าครับ ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวผมออกมาช่วยก็แล้วกัน คุณนั่งรอผมอยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ  คุณหมอสันติอาสาช่วยเหลือเมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวไม่น่าจะลุกไหว เขาจึงรีบดึงตัวน้องสาวเข้าไปในร้านเสื้อของเจนนี่เสียก่อน

อ้าวพยัคฆ์นายก็มาร้านเสื้อนี้เหมือนกันเหรอ...งั้นดีเลย เราฝากยัยโฉมแป๊บนะ เดี๋ยวมา...

คุณหมอสันติเอ่ยทักเพื่อนเมื่อลากน้องสาวเข้ามาในร้านสำเร็จ  ก็เห็นเพื่อนรักยืนมองอยู่พอดี จึงรีบฝากฝั่งให้น่านพยัคฆ์ช่วยดูแลน้องสาวตัวเองไว้สักครู่ก่อน เขาคงต้องออกไปช่วยหญิงสาวอีกคนด้านนอก ยังไงเท่าที่ดูสภาพ น้ำรินทร์ก็คงเดินไม่ไหวเช่นกัน...

น่านพยัคฆ์กำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธออกไป แต่ก็ไม่ทันร่างอวบที่พุ่งทะยานเข้าใส่ร่างเขาโดยไม่ทันตั้งตัว...

โฉมฉายเมื่อเห็นโอกาสเป็นของตน จึงไม่คิดรอช้า พุ่งตัวออกจากอกพี่ชายกระโจนเข้าไปสวมกอดร่างใหญ่ของน่านพยัคฆ์เอาไว้อย่างแน่นหนา เพราะกลัวน่านพยัคฆ์จะผลักร่างเธอออก เมื่อโฉมฉายก็พอจะรู้จักนิสัยของเขา น่านพยัคฆ์ไม่ใช่สุภาพบุรุษพอที่จะยอมให้ผู้หญิงคนไหนมาใช้มารยาออดอ้อนออเซาะกับเขาได้ง่ายๆ

เฮ้ย!...ไอ้หมอน่านพยัคฆ์รีบร้องโวยวาย เมื่อถูกแรงกอดแน่นหนาของโฉมฉาย ชายหนุ่มส่งสายตาอาฆาตไปให้ไอ้เพื่อนตัวดี ไอ้หมอเฮ็งซวยโดยขี้มาให้เขาแล้วไหมล่ะ...

เอาน่า...เราฝากยัยโฉมแป๊บเดียว เดี๋ยวมา...  คุณหมอสันติหันมาโบกมือให้เพื่อนก่อนจะรีบสาวเท้าเดินออกไปให้ความช่วยเหลือหญิงสาวอีกคน เมื่อเขาออกมาก็เห็นน้ำรินทร์ค่อยๆพยุงร่างของตัวเองเดินไปตามถนนโดยไม่รอให้เขามาช่วย เขาในฐานะคุณหมอ จึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงพาเธอเดินไปอีกแรง...

ตอนแรกน้ำรินทร์ก็พยายามสะบัดตัวออกจากความช่วยเหลือของชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นพี่ชายของศัตรูหัวใจของเธอด้วยนึกรังเกียจ แต่เพราะร่างกายรู้สึกเจ็บระบบจนเหมือนไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงให้พยศขัดขืน เธอจึงยอมปล่อยร่างกายให้ชายหนุ่มประคองไปถึงแม้จะไม่เต็มใจเลยสักนิด...

 

*********************

 

ปล่อยพี่ได้แล้วมั้งโฉม แล้วไปนั่งโซฟาดีๆ...  น่านพยัคกฆ์พยายามแกะร่างตุ๊กแกออกห่าง ปากก็เอ่ยบอกเสียงแข็งให้โฉมฉายเดินไปนั่งยังโซฟา เขาไม่อยากให้นิดาออกมาเห็นเข้า เพราะอาจทำให้แม่เมียตัวหอมเข้าใจเขาผิดๆกับเรื่องนี้ก็ได้ และดูเหมือนฟ้าคงจะไม่เข้าข้างเขาเสียแล้ววันนี้ เมื่อโฉมฉายยังดื้อดึงไม่ยอมปล่อยร่างเขาออกง่ายๆ แถมยังเบียดร่างนุ่มเข้าหาเขามากกว่าเดิม น่านพยัคฆ์จึงขยับเท้าลากร่างแม่ตุ๊กแกให้เดินตรงไปยังโซฟาเพื่อหวังจะได้ให้โฉมฉายนั่ง และด้วยความซวยของมหาซวยอะไรนักหนาของเขาก็ไม่รู้ เมื่อขาเขาดันไปสะดุดเข้ากับขาโต๊ะ จึงทำให้ทั้งเขาและโฉมฉายล้มลงไปกองแหมะอยู่บนพื้นโซฟาอย่างพอเหมาะพอเจาะ โฉมฉายพอสบโอกาสงามแสนงาม จึงก้มใบหน้าของตัวเองเข้าหาชายหนุ่ม หมายมาดจะประทับริมฝีปากหยักของน่านพยัคฆ์อย่างที่ใจเคยวาดฝันไว้ให้จงได้...

ว้ายตาเถรตก!!!เสียงกรีดร้องเล็กแหลมไม่ได้หลุดออกจากปากของหญิงสาวบนร่างเขาแน่ๆ แล้วมันเป็นเสียงของใครกันล่ะวะ

น่านพยัคฆ์พ่นลมหายใจออกพรืดใหญ่ รีบดันร่างโฉมฉายให้ออกพ้นตัว แต่เหมือนทุกอย่างมันดูจะสายไปสำหรับเขาเสียแล้ว เมื่อเขาจะเบี่ยงหน้าหลบใบหน้าขาวนวลที่กำลังก้มลงมาหา ดวงตาสีสนิมเหล็กก็ต้องเบิกโพลงขึ้น เมื่อไอ้เสียงร้องอุทานนั้นมันดันเป็นเสียงของเพื่อนชายในร่างสาว และไอ้ที่แย่หนักไปกว่าเดิมนั้นก็คือ หญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกายกันกับเพื่อนเขา กลับเมินใบหน้าเชิดขึ้นสูง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันสนิทจนขาวซีด น่านพยัคฆ์ถึงกับใจหล่นวูบ นึกอยากจะฆ่าแม่ตุ๊กแกจอมมารยานี่เหลือเกิน ถ้าไม่ติดว่าโฉมฉายเป็นน้องสาวของเพื่อนเขา เขาคงได้บีบคอให้หักตายไปนานแล้ว...

หนูนิ! พี่อธิบายได้นะครับ มันไม่ได้เป็นอย่างที่หนูนิกำลังเข้าใจผิดน่านพยัคฆ์ใช้แรงกำลังที่ตัวเองมีเหนือกว่าดันร่างของหญิงสาวตัวปัญหากระเด็นหล่นลงไปกองกับพื้นร้าน แล้วตัวเองก็รีบลุกขึ้นปาดไปยืนใกล้กับร่างงามของแม่เมียตัวหอม นิดาถอยหลังไม่ยอมให้น่านพยัคฆ์ได้เข้าใกล้ได้อีก

โอ้ย! โฉมเจ็บนะคะพี่พยัคฆ์  โฉมฉายร้องโอดโอยใบหน้าเหยเก เมื่อแผลเก่ายังไม่ทันได้รับการรักษาแต่กลับมาได้แผลใหม่เพิ่มขึ้นอีกแผลแล้วนะสิ แต่ที่หน้าเจ็บใจไปยิ่งกว่า ก็พอน่านพยัคฆ์เห็นแม่คนงานนั้นเดินออกมาปุ๊บ ชายหนุ่มก็แทบจะถลาตรงเข้าไปหาทันที แววตาอิจฉาส่องประกายจับจ้องไปยังหญิงสาวใบหน้างดงามด้วยความรู้สึกเกลียดชังอยู่เต็มเปี่ยม พลันสมองก็คิดแต่งเรื่องแสร้งทำใบหน้าไม่รู้ไม่ชี้ออกไปอย่างหน้าไม่อาย

จะต้องอธิบายอะไรกันอีกล่ะคะพี่พยัคฆ์ขา ก็เมื่อกี้พี่พยัคฆ์เป็นคนดึงโฉมเข้าไปกอดเองนะ จำไม่ได้แล้วหรือไง โฉมก็อุตส่าห์บอกแล้วบอกอีก เดี๋ยวก็ได้มีคนออกมาเห็นเราสองคนเข้า พี่พยัคฆ์ก็ไม่ยอมเชื่อโฉมแล้วเป็นไงล่ะ มีคนออกมาเห็นเราสองคนจนได้...โฉมฉายจีบปากจีบคอเริ่มแต่งเนื้อเรื่องขึ้นหมายจะให้ทั้งสองเข้าใจผิดกันให้ได้

น่านพยัคฆ์ได้แต่ยืนตัวสั่น หันขวับไปมองแม่คนช่างแต่งเรื่อง...

บอกให้อดใจรอตอนค่ำก็ไม่ยอมรอ แล้วเป็นยังไงล่ะทีนี้ อายเขาจะแย่แล้วนะคะยังไงก็ต้องขอโทษพี่เจนนี่ด้วย ที่ทำตัวไม่เหมาะสมในร้านนี้...พูดจบโฉมฉายก็แสร้งก้มใบหน้าลงด้วยกิริยาขวยเขิน ส่วนน่านพยัคฆ์ถึงกับตัวชาวาบกำมือเข้าหากันจนแน่น เพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังจะพุ่งขึ้นให้สงบ

เจนนี่ก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนเป็นใบ้รับประทานมองคนนั้นทีคนนี้ที เมื่อภาพเมื่อสักครู่มันก็ฟ้องอยู่ทนโท่ น่านพยัคฆ์กับโฉมฉายกำลังนอนกอดกันกลมบนโซฟาตัวนั้น...

พี่เจนนี่คะ ถ้าเสร็จธุระแล้ว งั้นหนูนิต้องขอตัวกลับเลยดีกว่านะคะ หนูนิขอตัวค่ะ...นิดาไม่อาจยืนทนฟังสิ่งที่มันบั่นทอนความรู้สึกให้เธอต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้ได้อีก จึงเอ่ยปากบอกลาเจ้าของห้องเสื้อ โดยนิดาไม่ยอมหันไปให้ความสนใจกับร่างใหญ่โตของคนด้านข้างเธอเลยแม้แต่หางตาแล

เอ่อ...เอ่อ...จ้ะ...กลับก็กลับ  เจนนี่ตวัดหางตาขึ้นมองไอ้เพื่อนตัวดี

น่านพยัคฆ์เองก็อยากจะจับแม่ร่างน้อยมาลงโทษเสียให้เข็ดนัก ทำไมไม่รู้จักหนักแน่นให้มากกว่านี้ มีอะไรสงสัยคาใจหรือไม่ชอบใจอะไรก็น่าจะถามกันให้รู้เรื่องตรงนี้ไปเลย ไม่ใช่เอะอะอะไรก็เอาแต่หนีปัญหาหลบไปคิดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว

ไปรอพี่ที่รถก่อน...  เพราะความไม่พอใจ จึงทำให้น่านพยัคฆ์เอ่ยเสียงกระด้างสั่งให้นิดาไปรอเขาที่รถก่อน

แต่คนกำลังน้อยใจ ทำเป็นไม่ได้ยิน จึงไม่ตอบรับคำใดออกไป และเมื่อเธอเดินผ่านหน้าชายหนุ่มไป นิดาก็แทบจะกลั้นสะอื้นเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อเธอหลงคิด การที่เขาไม่ยอมออกไปพร้อมกับเธอ เป็นเพราะเขาต้องการจะอยู่ต่อกับคนรักของเขานั่นเอง...

แต่ที่น่านพยัคฆ์ไม่ได้เดินตามนิดาออกไปทั้งๆที่ใจก็แอบเป็นห่วงไม่ได้นั้น เป็นเพราะว่าชายหนุ่มนั้นคิดอยากจะเคลียร์ปัญหาเรื้อรังยาวนานกับโฉมฉายให้จบกันไปเลยวันนี้เสียกอ่น อะไรก็ตามแต่หากมันจะเป็นตัวก่อปัญหาทำให้ชีวิตคู่ของเขากับนิดาอยูไม่เป็นสุข เขาจะต้องรีบหาทางกำจัดแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้จบโดยเร็วไว และปัญหานั้นก็อยู่ตรงหน้าเขาแล้ววันนี้ ถ้าโฉมฉายไม่หยุดเขาจะทำให้เธอหยุดเองให้ได้ ในเมื่อใช้น้ำเย็นเข้าลูบแล้วไม่เชื่อกัน ต่อไปเขาก็คงต้องใช้น้ำร้อนสาดโครมเข้าใส่ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวกันไป ถ้าหากโฉมฉายยังไม่ยอมหยุดแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาเสียที ถ้าเขาลุกขึ้นมาร้ายใครหน้าไหนเขาก็ไม่เคยสนใจ...

 

***********************

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha