สะใภ้ขัดดอก(จบบริบูรณ์)

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 26 : Ep26 : แม่เสือสาว1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



ตอน...แม่เสือสาว1

 


นิดาเดินไปเดินมาด้วยความกระวนกระวายใจ  เธอกำลังรอคอยการกลับมาของสามีจอมเกเรอยู่  ยิ่งเมื่อได้รู้ความจริงจากปากของคุณลุงขวัญชัย  ไอ้ขบวนรถทั้งห้าคันนั้นพากันไปเพื่อจุดประสงค์อะไร  หัวจิตหัวใจของหญิงสาวก็ยิ่งอยู่ไม่เป็นสุข  คอยแต่เฝ้าชะเง้อชะแง้  รอการกลับบ้านมาของรถทุกคันด้วยใจอันร้อนรุ่ม ความห่วงใยถูกบรรจุอัดแน่นรอการระเบิด  หากน่านพยัคฆ์ยังไม่กลับเข้าไร่มาในตอนนี้  มันรู้สึกคับแน่นตรงทรวงอกไปหมด  เมื่อจนป่านนี้แล้วน่านพยัคฆ์กับพรรคพวกก็ยังไม่พากันกลับเข้าไร่มาเสียที..

.           คุณนิ!คุณนิคะ...พากันมานั่นแล้วค่ะ...   สายบัววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานนายหญิงคนงามด้วยความตื่นเต้นยินดี  เมื่อสายบัวได้รับคำสั่งให้ไปยืนเฝ้าตรงปากทางเข้าไร่ หากเห็นเพียงหลังคารถก็ให้รีบวิ่งมารายงานทันที...

นิดาถึงกับยิ้มกว้าง  รู้สึกโล่งอกไปที  อย่างน้อยพวกเขาก็พากันกลับมาอย่างปลอดภัย  แต่ก็ขอภาวนาในใจ  อย่าให้ใครได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายอะไรหนักหนากันกลับมาเลย  ไม่เช่นนั้นเธอคงจะรู้สึกผิดไปมากกว่านี้แน่...

ขอบใจมากจ้ะสายบัว งั้นเราไปดูพวกเขากันเถอะ นิเป็นห่วงนายพยัคฆ์ของสายบัวจังเลย...   นิดาหยุดเท้าเดินไปเดินมา รีบหันหลังเดินจ้ำอ้าวไปยังรถโฟร์วิลด้วยใจร้อนรน แต่ไม่วายร้องเรียกให้สายบัวเดินตามเธอไปด้วยกัน  ซึ่งตอนนี้เธอเห็นรถเหล่านั้นต่างกำลังขับเคลื่อนทยอยจอดเรียงตัวกันอยู่ตรงบริเวณโรงเก็บรถภายในไร่หมดทั้งสี่คัน เพราะคันที่ห้าได้แยกกลับไปไร่ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว...

และเมื่อนิดาเดินไปถึงที่หมาย  สายตาหวานมองไปเห็นร่างสูงที่ยืนเด่นอยู่ตรงข้างรถ  เธอจึงไม่ลังเลใจเลยสักนิด ที่จะกระโจนเข้าหาอ้อมกอดที่เธอคิดถึงทุกลมหายใจ  วงหน้างามแนบซบกับอกแกร่ง  ก่อนหยาดน้ำตาจะค่อยๆไหลซึมผ่านทางหางตาด้วยความห่วงหาอาทรสุดหัวใจ...

อุ๊ย!เมียจ๋า...  น่านพยัคฆ์ถึงกับตกใจจนหลุดคำอุทาน เมื่อนิดาพุ่งตัวเข้าใส่ร่างใหญ่ของเขา เพียงแค่เขาก้าวขาลงมายืนบนพื้นยังไม่ทันจะทรงตัวดี  ร่างที่เขาแสนคิดถึงก็พุ่งเข้ามาหาอ้อมกอดของเขาที่เปิดอ้ารอรับเหมือนเด็กกำลังเสียขวัญ  น่านพยัคฆ์กระชับอ้อมแขนของตัวเอง รัดร่างบางเอาไว้แน่นหนาเพื่อเป็นการปลุกปลอบ โดยเขาเองก็ยังไม่รู้ แม่เมียตัวน้อยของเขาเป็นอะไรถึงได้มีท่าทางเสียขวัญมาเช่นนี้...

หนูนิใจจะขาดตายอยู่แล้วนะคะพี่พยัคฆ์ขา...  นิดาพึมพำชิดอกแกร่ง รัดร่างใหญ่ไว้ด้วยสองมือน้อย เธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าน่านพยัคฆ์จะได้รับอันตรายจากนักเลงพวกนั้นเข้า ถ้าหากเป็นเช่นนั้นขึ้นมาจริงเธอจะไม่ให้อภัยตัวเองเลยคอยดู...

ใจจะขาดเรื่องอะไรหรือครับคนดี...หึ...ไหนลองบอกพี่พยัคฆ์หน่อยสิ คนดีของพี่เป็นอะไร?”

 ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้เส้นผมนุ่ม ก่อนจะกดริมฝีปากลงบนศีรษะน้อย สายตาของคนงานหลายคู่  ต่างเมียงมองมายังสองคนด้วยความรู้สึกชื่นชมยินดี  เมื่อทั้งคู่ดูยังไงก็ช่างเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก  เจ้านายพวกตนก็หล่อส่วนนายหญิงก็สวยหวานปานนางฟ้า ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้พวกตนมีความสุขอิ่มเอมใจเหลือเกิน...

 ก็...เอ่อ...ก็ใจจะขาดเพราะหนูนิคิดถึงพี่พยัคฆ์นี่ค่ะ คิดถึงใจจะขาดเลยรู้ไหม คนอะไรนิสัยไม่ดี จะไปไหนมาไหนก็ไม่ยอมบอกกันเลยสักคำเดียว ทำให้หนูนิเป็นห่วงมากๆเลยรู้เอาไว้ด้วย...   นิดาอ้ำๆอึ้งๆ  เธอกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะพูดดีหรือไม่พูดดี  แต่เธอไม่อยากจะเอ่ยเรื่องไม่ดีขึ้นมาอีก เมื่อมันผ่านไปแล้วเธอเองก็อยากให้มันผ่านเลยไป  จึงได้แต่พูดในสิ่งที่เธออยากจะบอกเขาออกไป

            ใช่...เธอทั้งคิดถึง และเป็นห่วงเขาจับใจ กลัวไปสารพัดจะกลัวเกี่ยวกับเรื่องร้ายๆ... ถึงแม้ว่าคนในโรงครัวจะเล่าถึงวีรกรรมอันโชกโชนของน่านพยัคฆ์ให้เธอฟังมาพอสังเขป  เธอจะได้เลิกเป็นกังวลหรือคิดมาก   แต่มันก็อดไม่ได้ที่เธอจะไม่ห่วงใยอะไรชายหนุ่มเลย  เพราะต่อให้น่านพยัคฆ์จะเก่งกล้าสามารถสักแค่ไหน  แต่คนเราทุกคนก็ย่อมจะมีพลาดพลั้งเกิดขึ้นกันได้ทุกคนนั่นแหละ  เธอจึงไม่อาจปล่อยวางเฉย รอให้เขากลับมาได้อย่างสบายใจตามที่คนในโรงครัวบอกได้เลยสักนิด...

พี่ก็คิดถึงหนูนิเหมือนกันครับ...คนดี

คิดถึงมากๆด้วยค่ะ...  เสียงหวานยังคงพร่ำบอกซ้ำๆ  จนคนคิดถึงเมียถึงกับระบายยิ้มกว้างใบหน้าขาวดูสุกสกาววาวใสขึ้น  พร้อมกับหันไปยักคิ้วอวดให้คนงานในไร่ได้อิจฉาเล่น...นี่ล่ะรางวัลของการเป็นสามีที่ดี

แล้วนี่พี่พยัคฆ์เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ...หรือว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า...  เมื่อนิดาได้รับการกอดตอบจนรู้สึกแน่น  หญิงสาวเลยรู้สึกตัวขึ้นมา กับอาการดีใจจนเกินงามของตนเอง เพราะเธอกำลังตกอยู่ในอ้อมกอดของสามีต่อหน้าคนงานอีกนับสิบคน ที่ดูเหมือนจะจ้องมายังเธอกับน่านพยัคฆ์เป็นตาเดียว...

เปล่านี่ครับพี่ไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย...เมื่อนิดาผละกายออกห่าง น่านพยัคฆ์จึงเชยคางมนขึ้นเพื่อจะได้ให้เธอเห็นแววตาของเขา   นิดายิ้มขวยเขินเมื่อเผลอสบตาทรงเสน่ห์ของสามีเข้า เลยแกล้งพูดกลบเกลื่อนความอายขึ้นมา...

รู้ไหมคะ...ว่าหนูนิเป็นห่วง ห่วงมาก ห่วงที่สุดด้วยค่ะ วันหลังอย่าหายออกไปโดยไม่บอกหนูนิอีกนะคะ  คนได้ฟังคำห่วงของเมียรัก  ใจก็เลยพองโตจนคับอก  อดใจไม่ไหวเลยกดปลายจมูกโด่งลงข้างแก้มต่อหน้าต่อหน้าคนงานอย่างไม่มีอาย

อุ๊ย!   นิดาสะดุ้ง เมื่อเงยหน้าขึ้นไปเพื่อจะปรามสามีไม่ให้ทำอะไรรุ่มร่ามต่อหน้าคนงาน ริมฝีปากอิ่มเลยถูกปิดลงแผ่วเบาเมื่อริมฝีปากอุ่นจัดกำลังรอคอยเพื่อหากำไรอยู่พอดี

ชื่นใจเป็นบ้าเลยครับ...เฮ้อ! อย่างนี้ค่อยหายเหนื่อยหน่อย...  น่านพยัคฆ์ยิ้มใส่ตาคนขี้อาย เมื่อถูกเขาจุ๊บริมฝีปากเข้าหน่อย ก็เอาแต่อายม้วนรีบก้มหน้างุดซบลงกับอกอุ่นของเขาทันที

คนบ้า...ไม่รู้จักอายคนอื่นเขาบ้าง  นิดาหยิกเนื้อที่แขนของสามีเป็นการแก้อาย  เมื่อรอบข้างส่งเสียงวี๊ดวิ้วเป็นการเอ่ยแซวเจ้านายของตัวเอง

แล้วนี่ตกลงพี่พยัคฆ์ได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าคะ...ไหนขอหนูนิดูหน่อยสิ แก่ขนาดนี้ถ้าเป็นอะไรไปจะหาอะไหล่จากไหนมาเปลี่ยนให้ได้ล่ะคะเนี่ย  จะทำอะไรก็ไม่หัดดูตัวเองเสียบ้างเลย ไม่ใช่หนุ่มรุ่นๆเหมือนแต่ก่อนอีกแล้วนะคะ... 

นิ้วเรียวยกขึ้นสำรวจตามร่างกายของสามีด้วยความเป็นห่วง  เพราะสาเหตุที่ทำให้น่านพยัคฆ์ต้องไปเสี่ยงอันตรายมานั้น  มันมาจากเธอคนเดียวแท้ๆเลย  ที่ดันไปหาเรื่องใส่ตัวลงไปช่วยน้ำรินทร์ในวันนั้นเข้า  เลยทำให้หญิงสาวโกรธแค้นขึ้นมา  ถึงขั้นส่งคนจะมาดักทำร้ายกันเช่นนี้ได้ไม่คิดว่าผู้หญิงอย่างเราๆ ยามเมื่ออยู่ในอารมณ์โกรธแค้น  จะสามารถคิดและลงมือทำอะไรก็ได้ โดยไม่กลัวเกรงต่อกฏหมายหรือแม้แต่เวรกรรม...

พี่จะเป็นอะไรล่ะจ๊ะคนดี  พี่ก็แค่ออกไปให้ไอ้หมอมันตัดไหมที่แผลให้เท่านั้นเอง พี่ไม่ได้ออกไปฆ่าไปแกงกับใครเขาเสียหน่อย  นี่หนูนิคิดว่าพี่ออกไปทำตัวเกเรทำร้ายใครเขามาหรือไง ถึงได้ถามพี่ออกมาแบบนี้น่ะ...ฮึ...   มืดเหล่ตามาทางนาย เมื่อสายบัวแอบมากระซิบบอก...นายหญิงรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว

คะ! พี่พยัคฆ์บอกว่าออกไปไหนมานะคะเมื่อกี้...  นิดารีบขืนตัวเองออกจากวงแขนของสามี  ก่อนจะช้อนสายตาขุ่นเคืองขึ้นจ้องมองคนเจ้าเล่ห์...นี่ยังมีหน้ามาโกหกเธอได้อีกหรือเนี่ยคนนิสัยร้ายกาจ...

ก็ไปโรงพยาบาลของหมอสันมาน่ะสิ  หนูนิสงสัยอะไรหรือครับ...  คนหน้ามึนยังไม่รู้ชะตากรรมว่าความลับไม่มีอยู่ในใบโลกนี้มีอยู่จริง  ยังคงแสดงสีหน้าใสซื่อ โน้มใบหน้าคมคายสบแววตาวาวโรจน์ของเมียรัก  แต่ก็แอบขนลุกขึ้นมาหน่อยๆ เมื่อเขาสัมผัสถึงบางสิ่งได้จากแววตาของนิดา...

อะไรกันวะ...เมื่อกี้แววตาของเมียรัก  ยังดูหวานหยดย้อยอยู่เลย แล้วทำไมถึงได้แปรเปลี่ยนไปเป็นเขียวปั๊ดแบบนี้ได้  น่านพยัคฆ์ต้องแอบกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อสัญญาณบางอย่างส่อแววออกมาบอกกับเขาว่า...พลาด

อ้อ...หรือคะเนี่ย ที่แท้พี่พยัคฆ์ก็ไปหาพี่หมอมานี่เอง...  นิดาพยักหน้าพึมพำเหมือนเข้าใจ

พี่พยัคฆ์แน่ใจจริงๆนะคะ ว่าไปโรงพยาบาลของพี่หมอมาแน่ๆ ไม่ได้ไปทำตัวเกเรที่อื่น? อย่าให้หนูนิจับได้ก็แล้วกัน...ไม่งั้นศพไม่สวยแน่...  นิดาเอ่ยถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น  น่านพยัคฆ์ถึงกับสะดุ้งแต่ก็พยักหน้ายืนยัน

ครับหนูนิ...พี่ไปโรงพยาบาลมาจริงๆ ไม่ได้ไปทำตัวเกเรมาหรอกนะครับ  ก็หัวยังแตกอยู่แบบนี้หนูนิจะให้พี่ไปซ่าที่ไหนได้ล่ะครับ...  คนสร้างเรื่องที่โดนจับได้ส่งสายตาเว้าวอนออดอ้อน  ลำแขนแกร่งก็ดึงร่างหอมเข้ามาโอบไว้หลวมๆ  ซุกศีรษะลงกับไหล่บอบบางคลอเคลียไปมาดูแล้วไม่ต่างจากลูกแมวขี้อ้อนเลยสักนิด  จนนิดาอยากจะฟาดฝ่ามือให้สักทีสองที คนอะไรโกหกได้เป็นวรรคเป็นเวร...

ส่วนคนงานในไร่ที่ยังยืนแอบดูนายรักกำลังออเซาะนายหญิงเหมือนลูกแมวตัวน้อยๆตัวหนึ่ง   ถึงกับยืนแข็งเป็นหินต่างก็อ้าปากค้างกลางอากาศกันเป็นทิวแถว  เมื่อสิ่งที่พวกตัวเองเห็นอยู่ในขณะนี้  กับตอนที่อยู่นอกไร่นั้น  ทำไมมันช่างต่างกันดั่งฟ้ากับเหวได้เช่นนี้วะ...

 โอ๊ะ! เจ็บแผลจังเลยครับ...หนูนิ  เมื่อนึกถึงแผลบนศีรษะของตัวเอง  ชายหนุ่มจึงนึกอะไรขึ้นมาได้  นิดามองขึ้นไปบนศีรษะของสามี  ด้วยสายตาพิจารณาถึงความผิดปกติบางอย่าง

เจ็บมากไหมคะ...

มากๆเลยครับ...หนูนิช่วยเป่าแผลให้พี่หน่อยนะ ถ้าได้น้ำลายเอ้ย! น้ำมนต์จากลมหายใจของหนูนิ พี่จะได้หายเจ็บยังไงล่ะครับ...

โอ๊ะ...โอ๊ะ...  มืดพยายามส่งเสียงไอเพื่อเป็นการส่งซิก  จึงได้รับสายตาเอาเรื่องของนายหญิงเป็นการบอกเตือน...มันไม่ทันการณ์  อย่าพยายามทำอะไรอีกเด็ดขาด ถ้ายังไม่อยากโดนติดร่างแหไปด้วย...มืดพอจะอ่านสายตาของนายหญิงออก เลยต้องรีบหันใบหน้าหลบสายตารู้ทันนั้นของนายหญิง

สายบัวจ๊ะ นิรบกวนช่วยพาพี่มืดไปหายาแก้ไอกินก่อนนะ ดูท่าอาการไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่เลย ระวังจะเป็นหนักไปกว่านี้นะ นิเป็นห่วงน่ะค่ะ ไม่อยากให้ลูกพี่กับลูกน้องเป็นอะไรไปพร้อมๆกันตอนนี้เลย...   ท้ายประโยคนิดาเน้นเสียงและใบหน้าบึ้งตึงขึ้น  มืดได้แต่ยิ้มรับหน้าจืดสนิท

ไปสิสายบัว...พี่อยากได้ยาแก้ไอ  เมื่อดูท่านายคงจะไม่รอดเงื้อมมือของนายหญิงเป็นแน่แท้  มืดเลยฉุดแขนน้องสาวเดินตรงลิ่วกลับเข้าบ้านพัก  โดยไม่หันหลังกลับไปมองนายรักอีกเลย...แล้วแต่บุญแต่กรรมเลยนะนาย มืดคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว...ลาก่อน

 

********************

 

  หลายวันผ่านมานี้  คนงานในไร่ราชพยัคฆ์มักจะได้เห็นคนตัวใหญ่เดินตามคนตัวเล็กต้อยๆไปทุกฝีก้าวจนรู้สึกชินตาไปเสียแล้ว  ไม่ว่านายหญิงจะทำอะไรดูเหมือนนายพยัคฆ์จะตามใจไปเสียทุกอย่าง  เรียกได้ว่าชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ก็ว่าได้...

เฮ้ยๆพวกเอ็งดูอะไรนู่นสิ  นี่ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมวะพวกเอ็ง...   ไม้เป็นคนสะกิดเรียกเพื่อนข้างๆให้หันไปดูสิ่งมหัศจรรย์ใจที่สุดในสามโลก   มือกร้านจากการทำงานหนักขยี้ตาตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อนักกับสิ่งที่ปรากฏเรียกสายตาให้คนงานบริเวณนั้นต่างหันไปมองเป็นจุดเดียวกัน...

จนถึงขนาดส้มในมือแดงหลุดกลิ้งหลุนๆไปตามพื้นถนน  เมื่อคนเก็บผลส้มเกิดอาการช็อกจนตาค้างไปชั่วขณะ มือไม้เลยอ่อนยวบยาบปล่อยผลส้มในมือหลุดร่วงหล่นลงพื้นดิน  เลยได้มะเหงกจากลุงก่ำช่วยเรียกสติกลับคืนมา...

อุ๊ย! เจ็บนะลุงก่ำน่ะ เขกมาได้บนหัวคน...  แดงถึงกับหลุดเสียงอุทธรณ์เพราะความเจ็บบนศีรษะ

แล้วใครใช้ให้เอ็งทิ้งส้มลงพื้น  เห็นไหมของมันจะเสียหายหมด...   ลุงก่ำชี้ลงพื้นให้แดงดูผลงานของตัวเอง จึงเห็นผลส้มนอนแอ้งแม้งบนพื้นดินถึงสองลูกด้วยกัน

แหะๆขอโทษทีจ้ะลุง  พอดีฉันกำลังช็อกอยู่น่ะเลยไม่ทันระวังตัว  แดงเกาหัวตัวเองไปมาเมื่อมันรู้สึกเจ็บๆคันๆตรงบริเวณที่โดนมะเหงกของลุงก่ำ

ทำอะไรก็หัดระมัดระวังหน่อยนะพวกเอ็ง  กว่าผลส้มแต่ละต้นมันจะออกผลให้เราเก็บเกี่ยวเอาไปขายได้  มันต้องใช้ระยะเวลานาน  ไม่ได้ใช้เวลาแค่วันสองวันเสียเมื่อไหร่  พวกเอ็งอย่าลืมกันสิวะ...กว่าส้มจะออกผลอย่างสมบูรณ์แบบตามความต้องการของลูกค้าได้  นายพยัคฆ์ต้องเหน็ดเหนื่อยมากขนาดไหนในการฟูมฟักเอาใจใส่กับต้นส้มทุกๆต้น  ให้มันได้ตามมาตรฐานและตรงตามความต้องการของบรรดาลูกค้าทุกคน  นี่ถ้าพวกเอ็งทำผลส้มเสียหายแม้สักลูกเดียว  มันก็ไม่ต่างจากที่พวกเอ็งได้ทำร้ายนายให้เจ็บตามไปด้วยหรอกนะ...จำใส่หัวพวกเอ็งทุกคนไว้ให้ดีข้าจะเตือนเอาไว้ให้ ทีหน้าทีหลังจะได้ระมัดระวังกันให้มากขึ้นกว่านี้...  ทุกคนพยักหน้ารับเป็นหนึ่งเดียวกัน  เพราะไร่ส้มใหญ่โตนี้ล้วนเกิดจากหยาดเหงื่อและความมุ่งมั่นตั้งใจจากนายพยัคฆ์นายรักของพวกตนทั้งสิ้น...

ฉันจะไม่เผลอตัวอีกแล้วล่ะจ้ะลุงก่ำ...แต่ว่าเอ่อ...  แดงพยักเพยิดไปทิศทางสาเหตุที่ทำให้ตัวเองมือไม้อ่อนยวบ ทุกสายตามองตามไปยังทิศที่แดงชี้ให้ดู...

โธ่!หมดกันนายพยัคฆ์ของพวกเรา...

 คนงานในไร่ถึงกับส่ายหน้าไปตามๆกัน เมื่อสิ่งที่ทุกคนได้เห็นคือนายพยัคฆ์กำลังโดนนายหญิงคนสวย  ดึงหูให้เดินตามไปต้อยๆ  เพื่อจะได้ขึ้นรถจิ๊ปที่จอดอยู่ตรงริมถนนกลับที่พัก  โดยไร้การขัดขืนใดๆทั้งสิ้น และถ้าฟังไม่ผิด  ดูเหมือนเจ้านายรักของตัวเองดันไปขโมยหอมแก้มของนายหญิงเข้าให้  เลยโดนดึงหูเป็นการทำโทษไปโดยปริยาย...

พวกเรา...ใครพกมือถือมาบ้างวะ  ข้าอยากเก็บภาพประทับใจนี่ไว้สักรูปสองรูปเหลือเกินว่ะ เกิดมาตั้งแต่หนุ่มยันแก่  พึ่งจะเคยพบเคยเห็นภาพที่ทำให้ข้าประทับใจสุดๆก็วันนี้เอง... 

 ลุงก่ำเรียกหาโทรศัพท์มือถือยกใหญ่  ไม่คิดมาก่อนเลยในชีวิต  นายพยัคฆ์ของตัวเองจะมีจุดจบความโหดให้กับผู้หญิงตัวเล็กๆเพียงคนเดียวได้  ถ้าไม่ได้มาเห็นกับตา  บอกให้ใครเขาฟังก็คงจะไม่มีใครเชื่อตนแน่ๆเลย  แบบนี้จะต้องเอารูปไปอวดนางพุดซ้อนมันได้ดูหน่อยเสียแล้ว...

ฉันจัดให้แล้วลุงก่ำ...เดี๋ยวส่งไลน์ไปให้แล้วกันนะลุง  รอรับได้เลย...   มืดชูมือถือของตัวเองขึ้นโชว์หรา ก่อนจะได้ยินเสียงรอบด้านส่งเสียงเอาด้วยๆตามๆกันดังระงมไปทั่วบริเวณนั้น...

โอเคร...เดี๋ยวมืดจัดให้ชุดใหญ่  ใจเย็นๆกันก่อน ได้กันทุกคนชัวร์  แต่งานนี้ห้ามบอกนายเด็ดขาดเลยนะโว้ย ว่าข้าเป็นคนถ่ายรูปพวกนี้ให้  ช่วงนี้ข้างดบริโภคของหนักๆจากเบื้องล่างของนายอยู่ด้วย กินทุกวันอาการชักไม่ค่อยจะเข้าท่าสักเท่าไหร่  ให้ข้าได้หยุดพักบ้างก็คงจะดีขึ้น...   มืดยืดตัวเองขึ้นพร้อมกับประกาศก้อง แต่ก็ไม่วายเสียวสันหลังวาบๆ สั่งกำชับกำชาห้ามทุกคนปากโป้งไปบอกนายเกี่ยวกับรูปพวกนี้นั้นมาจากฝีมือของใครอย่างเด็ดขาด  หากถ้าบังเอิญรูปหลุดไปถึงนายพยัคฆ์เข้าในวันข้างหน้า...

ถ้าไม่เผลอนะพี่มืด...หนึ่งในขบวนการส่งเสียงขึ้น แต่คนที่เข้ามาที่หลังถึงกับส่ายหน้ากับภาพที่ได้เห็น

 หมดกัน! พยัคฆ์ร้ายของพวกเรา...  ผู้จัการไร่เดินเข้ามาสมทบกับพวกคนงาน ยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มไม่ต่างจากทุกคน และทุกๆการกระทำของเจ้านายทั้งสอง ทำให้ทุกคนถึงกับส่ายหน้าไปตามๆกัน  เมื่อเสือกลายเป็นหนู  ส่วนหนูก็กลายเป็นแม่เสือสาวดีๆนี่เอง...

 

**********************

 

ยื่นจานมาสิคะ จะมายืนเกะกะคนอื่นเขาทำไมนักหนา ไม่เห็นหรือไง ว่ามีคนยืนรอต่อแถวอีกตั้งหลายคนน่ะ หรือวันนี้พี่พยัคฆ์จะไม่ทานข้าว จริงๆก็สมควรปล่อยให้อดดูบ้างก็น่าจะดีเหมือนกันนะคะ...  

เสียงดุของนายหญิงเรียกรอยยิ้มให้คนงานนึกเอ็นดู  เมื่อคนที่โดนต่อว่าเป็นถึงเจ้าของไร่ราชพยัคฆ์ที่ทุกคนต่างกล้วเกรงกันไปทั่ว

กินครับกิน...นี่ครับจาน...  คนโดนดุจึงต้องรีบยื่นจานของตัวเองออกไปตรงหน้า ส่งให้แม่เสือสาวแสนสวย  พยายามส่งสายตาหวานเชื่อมสื่อไปให้เมียรักแต่นิดาก็สะบัดหน้าใส่ทำเป็นมองไม่เห็นไปซะงั้น  คนพยายามสื่อความหมายว่ารักเมียถึงกับใจฟ่อ  แต่ก็ไม่เคยย่อท้อ ยังคงตีหน้ามึน ส่งยิ้มให้เป็นพักๆ ยามเมื่อเห็นเมียเงยหน้าขึ้นมามองตาแป๋ว

แหมะ...แค่เผลอยืนมองหน้าสวยๆของเมียหน่อยเดียว โดนเมียดุจนได้เลยเรา ชายหนุ่มแอบลอบยิ้มส่งไปให้เมียรัก เมื่อเธอหันมาส่งจานข้าวคืนให้เขาอีกครั้ง...

เสร็จแล้วก็ไปนั่งทานรวมกันกับคนอื่นเขาสิคะ ยังจะมายืนยิ้มอยู่ได้...

เห็นหน้าเมียก็อิ่มแล้วล่ะครับ...  นิดาถลึงตาใส่เมื่อได้ยินคำทะเล้นของสามี

ตกลงอิ่มแล้วใช่ไหมคะ...นั่นดีเลยค่ะ เอามานี่ จะได้ไม่เปลืองของ กับข้าววันนี้ยิ่งมีน้อยๆอยู่ด้วย ตัดพี่พยัคฆ์ออกไปสักคน  คงพอให้คนงานได้ทานกันเพิ่มอีกคนละจานสองจาน...   เสียงหวานประชดประชันพร้อมกับจะเอื้อมมือไปแย่งจากข้าวกลับคืนมา แต่น่านพยัคฆ์ก็ไวทายาด รีบเอาจานข้าวในมือแอบซ่อนไว้ยังด้านหลัง

ถึงพี่จะอิ่มแต่อะไรที่เมียทำ พี่ก็จะกินให้หมดเลยล่ะครับ เรื่องอะไรจะยอมให้ไอ้พวกนี้มาแย่งของพี่กิน พี่ไม่ยอมหรอกนะ...

งั้นก็เชิญไปนั่งตรงด้านนู้นสิค่ะ  จะมายืนเกะกะคนข้างหลังเขาอีกทำไม เห็นไหมคะ แถวมันยาวจะเลยออกนอกไร่ได้อยู่แล้วเนี่ย ไปสิคะ...  นิดาเอ่ยปากไล่ด้วยนึกหมั่นไส้คนปากหวานตาเยิ้มเสียเหลือเกิน  คนอะไรไม่รู้จักอายพวกลูกน้องเสียบ้าง พูดมาได้แต่ละคำ ทำให้เธอเขินจนต้องแกล้งทำหน้าดุกลบเกลื่อน

คุณลุงชัยคะ...แกงจืดถ้วยนี้นิเตรียมเอาไว้ให้คุณลุงพิเศษเลยล่ะคะ พอดีเคยได้ยินคุณลุงบอกว่าชอบทานเห็ดนางฟ้า  นิก็เลยต้มเพิ่มให้อีกหม้อสำหรับคุณลุงคนเดียวเลยนะคะ...  คนโดนไล่ถึงกับชะงักเท้ายืนนิ่ง เมื่อได้ยินเสียงของแม่เมียตัวน้อยเจื้อยแจ้ว  บอกว่าเก็บแกงจืดเอาไว้ให้ผู้ชายคนอื่น แทนที่จะเป็นเขาซึ่งเป็นสามีของเธอเอง...ร่างใหญ่หันใบหน้าตัดพ้อแกมน้อยใจไปมองแกงจืดในถ้วย  ก่อนจะเลื่อนขึ้นมองใบหน้าสวยจับใจ...

แล้วของพี่ล่ะครับหนูนิ ไม่เห็นหนูนิทำอะไรพิเศษให้ผัวคนนี้ทานบ้างเลยครับ...

ไม่มี และก็ไม่ทำให้ด้วยค่ะ...  นิดาสวนตอบขึ้นเสียงห้วนจัด ใบหน้าหวานดุใส่

หึ...เมียพี่ใจร้าย...  คนน้อยใจสะบัดหน้าเดินอ้าวออกไปกระแทกก้นนั่งยังโต๊ะด้านนอก มืดเงยหน้ามองนายรักแต่ก็ไม่ถามอะไร ก่อนจะก้มหน้าตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆโดยไม่คิดจะสนใจคนกำลังงอนเมียตรงหน้า...ดีสม ปล่อยให้โดนเสียบ้างจะได้เลิกทำตัวเป็นคนเจ้าแผนการเสียที...

คนงอนเมียชำเลืองตามองอาหารตรงหน้าของลูกน้องคนโปรดตามันวาว  เมื่อมันก็มีอาหารเมนูพิเศษเหมือนๆกับผู้จัดการไร่เหมือนกัน  แต่ยังไม่ทันจะขยับปากถาม มืดก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน...

เมือง...เอ็งลองชิมผัดเผ็ดปลาดุกดูสิ อร่อยเหาะไปเลยว่ะ  มืดตักชิ้นปลาใส่จานให้แม้นเมืองได้ลองชิมดูบ้าง รสชาติของมันช่างกลมกล่อมเสียเหลือเกิน  เมื่อเช้าลองชั่งน้ำหนักดู รู้สึกมันจะขึ้นมาหลายกิโลตั้งแต่มีคุณนิดาเข้ามาช่วยทำอาหารอยู่ในโรงครัวใหญ่

เออว่ะไอ้มืด...เอามาจากไหน หรือป้าสายใจแกแกงให้เอ็งกิน  แม้นเมืองเอ่ยปากชมในรสชาติแสนอร่อยของชิ้นปลา  รสชาติดูแตกต่างไปจากที่มันเคยได้กินมาอยู่มาก

เปล่า...คุณนิเธอแกงให้ข้ากินต่างหากล่ะ...  คนพูดปรายหางตาไปมองอีกคน ซึ่งดูเหมือนตอนนี้จะนั่งหน้าตูมหนักยิ่งกว่าเก่า

แหมะ....ถึงได้ว่า อร่อยเหาะไปเลย งั้นข้าขอกินด้วยคนนะ พรุ่งนี้ข้าจะลองเสนอหน้าเข้าไปในครัวให้คุณนิทำให้กินดูบ้าง คุณนิใจดี๊ใจดีเนอะมืดเนอะ สวยก็สวยใจก็ดี...   คนเคี้ยวเนื้อปลาอยู่ในปากเอ่ยปากชมต่อหน้าคนหึงหวงเมียด้วยความลืมตัว

เออ! เมียข้านะใจดี แต่ลองกินเบื้องล่างของข้าดูก่อนดีกว่าม่ะ พวกเอ็งจะได้ไม่ต้องเสนอหน้าไปถึงโรงครัวนั่นให้เสียเวลาไง  ถ้าอยากกินอะไรถูกปากเดี๋ยวข้าจัดให้...  คำพูดและสายตาดุดันของคนหวงเมีย ทำเอาทั้งมืดกับแม้นเมืองรีบก้มหน้าก้มตาตักข้าวเข้าปาก โดยไม่กล้าปริปากโต้ตอบกลับไปสักคำเดียว

มืดจะฟ้องคุณนิ...  ถึงจะก้มหน้าหลบสายตาดุของผู้เป็นนาย แต่ปากของมืดก็ขมุบขมิบจนน่านพยัคฆ์แอบยันขาอยู่ใต้โต๊ะใส่ลูกน้องคู่ใจ

น่านพยัคฆ์ได้แต่เม้มริมฝีปากแน่นถลึงตาใส่ไอ้คนขี้ฟ้อง  รู้สึกอยากจะอาละวาดพังโต๊ะอาหารวันนี้เหลือเกิน อะไรๆก็ดูจะขัดหูขัดตาเขาไปหมดเสียทุกอย่าง นี่ถ้าไม่ติดว่ามีแม่เมียตัวหอมคอยชำเรืองสายตาดุๆมองมาที่เขาเป็นระยะๆแล้วล่ะก็  รับรองไอ้พวกนี้ได้เจอดีแน่...

หงุดหงิดโว้ย!!!

 

*********************

 

หากยามค่ำคืนลูกแมวตัวน้อยแสนเชื่องตัวนั้นกลับกลายร่างเป็นเสือหนุ่มจอมคึกคัก  ขยี้ขย้ำกินเนื้อหวานแสนโอชะของแม่เสือสาวด้วยความตะกละตะกลาม  ไม่ต่างจากเสือผู้หิวโซอดอยากมานานหลายวัน...

อืม!พอแล้วค่ะพี่พยัคฆ์  หนูนิเหนื่อยแล้วนะคะ 

เสียงหวานต้องเอ่ยห้าม  เมื่อเธอรู้สึกได้ว่ามือซุกซนของพ่อเสือหนุ่มจอมตะกละกำลังป้วนเปี้ยนอยู่ตรงแถวทรวงอกอวบอิ่มของเธอไม่ยกห่างไปไหนไกลจากตรงนั้นเลย  เสมือนมันเป็นที่วางมือสำหรับเขาไปเสียแล้ว   ถึงแรงเคล้าคลึงจะไม่หนักหน่วงเท่าตอนอารมณ์เสียวซ่านพาไป  แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกบีบรัดแน่นตรงส่วนของความปรารถนา   มันทำให้เธอรู้สึกคล้อยตามไปกับเขาได้ไม่ยาก   หากแต่เธอเองก็ไม่ไหวจะสู้รบกับความรู้สึกสุขล้ำเลิศรสนั้น  ที่เขาขยันป้อนให้เธอลิ้มลองจนอิ่มแปล้  เมื่อในค่ำคืนนี้น่านพยัคฆ์ตักตวงความสุขไปจากเธอถึงสามครั้งติดๆกัน ก็คงสมดั่งชื่อของเขาไม่มีผิด...

น่านพยัคฆ์ พ่อเสือหนุ่มจอมพลังที่ทั้งหื่นและจอมเจ้าเล่ห์...

ก็พี่ยังไม่แน่ใจว่าเจ้าเสือน้อยจะเข้าไปอยู่ตรงนี้ของหนูนิแล้วหรือยังนะสิ...  น้ำเสียงแหบโหยกล่าวแย้ง   ฝ่ามือใหญ่ก็ลูบไล้ลงต่ำชี้ตรงจุดก่อกำเนิดของเสือน้อย   จนเจ้าของร่างสั่นสะท้านอ่อนไหวไปตามนิ้วเรียว   เมื่อยามมันลากผ่านชำแรกปากทางเข้าของเสือน้อย   นิดาต้องกัดริมฝีปากอิ่มเอาไว้แน่น  เพื่อระงับเสียงอันหน้าอายของตัวเองเอาไว้...

ไม่เอาครับคนดี ปล่อยให้มันออกมา พี่พยัคฆ์อยากได้ยินเสียงหวานๆนี้ของหนูนิใจจะขาด...  นิ้วเรียวผละออกจากสองลูกกลมเต่งตึง  แตะไล้ลงบนริมฝีปากอิ่ม เมื่อเขาเห็นแม่เมียตัวน้อยเม้มมันเอาไว้ไม่ยอมปล่อยให้เสียงน่ารักน่าชังในความคิดของเขาหลุดออกมาให้เขาได้ยิน

อือ!  เมื่อยอมทำตามความต้องการของสามี คนขี้อายเลยต้องกดใบหน้าลงกับหมอนนิ่มเพื่อหลบสายตาล้อเลียนของคนเจ้าเล่ห์ น่านพยัคฆ์ระบายยิ้มอ่อน  แววตาพร่ามัวของเขาจับจ้องไปยังใบหน้าสวยแต่ดูเซ็กซี่นิดๆของเมียรักด้วยความชื่นชม   ยามเมื่อเขาอยู่เหนือร่างกายนวลลออของเธอแบบนี้   นิดามักจะทำให้เขาเตลิดจนหักห้ามความต้องการของตัวเองเอาไว้ได้ยากเหลือเกิน  ยิ่งชิมก็ยิ่งอยาก  ยิ่งอยากก็ยิ่งต้องกินอีกหลายๆรอบเขาถึงจะอิ่มหน่ำสำราญใจ...

แต่นี่มันสามรอบแล้วนะคะ หนูนิไม่ไหวแล้ว...  ถึงแม้นว่าตอนนี้ร่างกายของเธอ  จะต้องการให้เขาเข้ามาเติมเต็มอีกสักครั้ง  เมื่อปลายนิ้วแข็งของคนเจ้าเล่ห์ผลุบหายเข้าไปสำรวจภายในอุโมงค์ทางเข้าของเจ้าพวกเสือน้อย  แต่สภาพร่างกายก็ประท้วงขอการพักผ่อนบ้าง  เมื่อเธอต้องรองรับความสุขถึงสามครั้งติดๆกันของคนหื่นกาม

หนูนิแค่นอนเฉยๆเองนะครับ  จะเหนื่อยได้ยังไง พี่นี่เป็นคนทำแท้ๆยังไม่เห็นจะเหนื่อยตรงไหนเลย...   น่านพยัคฆ์จำต้องยอมปล่อยเม็ดผลเชอร์รี่ออกจากปาก  แต่มือหยาบกร้านยังคงนวดเฟ้นความนุ่มหยุ่นสีขาวสะอาดตาอย่างเมามัน   เมื่อความขาวกับความนุ่มของมันดูแล้วไม่ต่างจากมาชเมลโล่ขนมแสนอร่อยที่เขาหลงใหลเมื่อตอนเขายังเป็นเพียงเด็กชาย...

หิวนม... อยากดูดนมขาวๆอวบๆนี้ด้วย รู้สึกร่างกายพี่จะขาดแคลเซียมมาหลายวันแล้วนะ ก็หนูนิใจดำกับพี่ไม่ยอมให้พี่ดูดนมหวานๆนี้สักที...  เมื่อบอกความต้องการปากอุ่นก็อ้าครอบดูดดื่มเต้าอวบขาวเอาเป็นเอาตาย  โดยไม่คิดจะรอฟังเจ้าของเต้าอนุญาตสักคำเดียว นิดาแทบจะผวาร่างเข้าหา  เมื่อคนขาดแคลเซียมเรียกร้องเอาแต่ใจหนักขึ้นทุกที

แต่พรุ่งนี้หนูนิต้องตื่นแต่เช้านะคะ หนูนิกลัวจะตื่นไม่ไหว...  ใบหน้าแดงก่ำเพราะต้องสกัดกั้นความเสียวซ่านตรงกลางกายเมื่อเขาไม่ใช่แค่เข้าไปสำรวจแล้วแช่นิ่ง  แต่เขาเล่นเดินเข้าเดินออกซ้ำๆกันจนเธอแทบอยากแดดิ้นตายเสียให้ได้  อีกทั้งสองเต้าก็ถูกรุกรานไม่เว้นว่าง จากซ้ายไปขวาสลับกันไปจนเธอแทบทนทานไม่ไหวกับความสุขนี้ที่เขามอบให้อีกครั้งหนึ่ง

พ..พอ..พอเถอะค่ะ หนูนิจะทนไม่ไหวแล้วนะคะ...   นิดาต้องแอ่นร่างขึ้นรับริมฝีปากอุ่นร้อน  เมื่อคนเอาแต่ใจเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่   ความเป็นเขารอพร้อมจะกระโจนเข้าหาร่างหอมเมื่อนิ้วมือแกร่งที่เข้าไปสำรวจถูกบีดรัดมากเข้าไปทุกที

อยากให้พี่พอจริงเหรอครับ...   นักสำรวจถ้ำขยับปากเอ่ยถามน้ำเสียงแหบพร่านัยน์ตาหยาดเยิ้มไม่ต่างจากแม่เสือสาวยามเมื่อช้อนดวงตาดำขลับขึ้นร้องขอต่อผู้เป็นสามี  ความต้องการของเขาจึงเริ่มปริแตกขยายออกจนถึงขีดสุด

ค...ค่ะพ...พอก่อนนะคะ หนูนิอยากนอนแล้วล่ะค่ะ...   เสียงคนอ้อนวอนขาดๆหายๆ ตามแรงกระตุ้นของนักสำรวจถ้ำหน้ามึน  ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุไม่ได้สนใจจะรับฟังเสียงอื่นใด  นอกจากเสียงหวานๆยามกรีดเรียกร้องชื่อของเขาแต่เพียงผู้เดียว

แต่ดูเหมือนคนเอาแต่ใจตัวเองมาตั้งแต่เด็ก  ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยจะเว้นไว้สักเรื่อง  แม้แต่เรื่องนี้น่านพยัคฆ์ก็ใช่จะฟังคำร้องขอของแม่เมียตัวหอมเสียเมื่อไหร่  เมื่อเขายังเดินหน้าตั้งหน้าตั้งตาสำรวจค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการจนถึงจุดหมายปลายทาง และนำความปรารถนาสุดลึกล้ำจ้วงแทงเข้าไปเมื่อความต้องการมาถึงขีดสุด...

กรี๊ดดด! 

เสียงกรีดร้องเพราะความสุขจนล้นปรี่เงียบลงเมื่อสติของเธอหลุดออกจากความรู้สึกของตัวเองไปแล้ว  ร่างกายอ่อนยวบลงภายใต้ร่างใหญ่ของสามีผู้เรียกร้องเอาแต่ใจไม่สิ้นสุด

น่านพยัคฆ์เองก็นอนหอบหายใจอยู่เหนือร่างกายหอมอบอวลกลิ่นเฉพาะตัวที่เขาติดใจจนโงหัวไม่ขึ้น  แต่ก็ไม่ได้ลงน้ำหนักตัวทั้งหมด   ก่อนจะรั้งร่างหลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้าดึงร่างหอมเข้ามานอนซุกแนบกับอกแกร่งของตัวเอง

ฝันดีนะครับคนดี... 

ชายหนุ่มก้มลงจูบขมับกล่าวราตรีสวัสดิ์คนหลับพร้อมรอยยิ้มละมุน  แววตาอ่อนโยนจับจ้องใบหน้าหวานด้วยความรู้สึกอิ่มเอมในหัวใจ ความสุขเดียวที่ชีวิตเขาสัมผัสมันได้โดยไม่ต้องร้องขอจากใครๆนั่นก็คือ...นิดา


******************

              

รุ่งเช้านิดาต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯเป็นการด่วน  เมื่อทางบ้านวนาสินทธ์โทรมาขอความช่วยเหลือกับคุณลุงน่านสิงห์  เรื่องคุณลุงชาติชายเข้าโรงพยาบาล  อาการของท่านหนักเอาการอยู่   เมื่อเส้นเลือดฝอยในสมองเกิดฉีกขาด  จนต้องได้รับการผ่าตัดในทันที   และค่าใช้จ่ายก็ไม่ใช่น้อยๆ ทางนั้นเลยโทรมาขอความช่วยเหลือกับทางคุณลุงน่านสิงห์  โดยที่ยังไม่มีใครล่วงรู้เลยแม้สักคนเดียว  ว่าในตอนนี้เธอได้เข้ามาเป็นสะใภ้ของไร่ราชพยัคฆ์อย่างเต็มตัว  โดยไม่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับเก่าแต่อย่างใดอีกแล้ว...

เธอจึงหลุดพ้นกับคำว่าสะใภ้ขัดดอกผู้หญิที่ถูกยกให้อยู่ในข้อสัญญาหนี้สิน  แต่เธอเป็นผู้หญิงโชคดีที่ได้หัวใจเจ้าของไร่ราชพยัคฆ์มาครอบครองไว้ต่างหากล่ะ...

นิดาเอาแต่นั่งเงียบอยู่ภายในรถยนต์ด้วยท่าทางกระวนกระวาย  ใบหน้างามหม่นเศร้าลง   เมื่อเธอรู้สึกเป็นห่วงอาการของผู้มีพระคุณเหลือเกิน   ไม่รู้ป่านนี้ท่านจะเป็นเช่นไร  และหลังจากการผ่าตัดอาการของท่านจะกลับคืนมาเหมือนเดิมได้อีกหรือเปล่า...

ตอนทางนั้นโทรมาขอความช่วยเหลือกับคุณลุงน่านสิงห์  บังเอิญเธอก็นั่งอยู่เคียงข้างกับคุณลุงสิงห์พอดี   เมื่อน่านพยัคฆ์ต้องเข้าตัวเมืองเพื่อไปเซ็นสัญญาซื้อขายส้มซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของการผลิต  เขาบังคับพาเธอมาฝากไว้กับบิดาของเขาก่อนจะออกไป  โดยให้เหตุผลเอาแต่ใจ  ไม่อยากให้เธอเข้าไร่โดยไม่มีเขาเข้าไปด้วย  และวันนี้ก็ให้หยุดไปโรงอาหารใหญ่ให้อยู่เป็นเพื่อนคุยกับบิดาของเขาพอ...

นิดาไม่ได้ปฏิเสธเมื่อเห็นหลายวันมานี้น่านพยัคฆ์ทำตัวน่ารักไม่เกเรกับเธอ  เธอเลยยอมตามใจเขาเพื่อเป็นรางวัลสำหรับความน่ารักนี้...

ถึงกรุงเทพฯแล้วต้องโทรมาบอกพ่อก่อนเลยนะ  นี่ถ้าพยัคฆ์มันรู้ว่าหนูนิหนีมันไปกรุงเทพฯโดยไม่รอมันก่อน  มันเอาพ่อตายแน่...   พ่อสามีที่นั่งรถมาส่งลูกสะใภ้คนโปรดยังสนามบินด้วยตัวเองเอ่ยกำชับกำชา  ไม่รู้ถ้าเย็นนี้น่านพยัคฆ์กลับมาจากตัวเมืองแล้วรู้เรื่องนี้เข้า จะอาละวาดจนบ้านพังอีกหรือเปล่า

ค่ะคุณพ่อ ถ้านิถึงกรุงเทพฯเมื่อไหร่จะโทรมาหาคุณพ่อทันทีเลยค่ะ...   ใบหน้าเศร้าพยักลงเป็นการตอบรับ

ฝากบอกพี่พยัคฆ์ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ  ถ้าอาการของคุณลุงชาติดีขึ้นแล้วนิจะรีบกลับไร่ทันทีเลยค่ะ...

แล้วพ่อจะบอกมันให้แล้วกัน  แต่เชื่อพ่อเถอะมันต้องแล่นตามหนูนิลงไปกรุงเทพฯโดยด่วนหลังจากที่มันรู้เรื่องนี้เข้า...

แต่งานของพี่พยัคฆ์ยุ่งมากนี่คะ  นิไม่อยากให้พี่พยัคฆ์เสียงาน เพราะเรื่องนี้เลยค่ะ...นี่นิก็แค่ลงไปดูแลอาการของคุณลุงชาติเท่านั้น  ถ้าหากท่านหายดีก็จะกลับมาหา ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรถึงขั้นต้องตามลงมาหรอกนะคะ...   ผู้เป็นลูกสะใภ้อธิบายไม่อยากให้น่านพยัคฆ์ทิ้งงานเพื่อลงไปหาเธอ น่านสิงห์ยกยิ้มให้ลูกสะใภ้ไม่อยากเอ่ยค้าน  เมื่อท่านเองก็รู้จักนิสัยดื้อด้านของลูกชายตัวเอง ว่ามันคงไม่ยอมปล่อยให้เมียสุดที่รักของมันอยู่ห่างไกลตัวได้นานๆนักหรอก...

พ่อก็หวังให้มันคิดอย่างที่หนูบอก...

นิไปก่อนนะคะ...

เดินทางปลอดภัยนะลูก  อาการชาติชายเป็นอย่างไรก็โทรมาบอกพ่อได้นะ  ส่วนเรื่องค่ารักษาพ่อให้เต็มที่ หนูจัดการแทนพ่อได้เลยไม่ต้องมาเกรงใจอะไรกับพ่อ...

ขอบคุณนะคะ   นิดายกมือขึ้นไหว้ขอบคุณพ่อสามีด้วยความซาบซึ้งใจ

พ่อยอมทำเพื่อลูกสะใภ้คนนี้เท่านั้น  ฝากบอกทางนั้นมันด้วยแล้วกันนะ... 

 น่านสิงห์ไม่ค่อยพอใจกับเรื่องที่ท่านสืบรู้มา  นิดาเป็นถึงเจ้าของบ้านหลังนั้นแท้ๆ  แต่กลับได้รับการเลี้ยงดูไม่ต่างไปจากคนรับใช้คนหนึ่งเลย  ถึงความรักที่เขาเคยมีให้กับนาตยามารดาของลูกสะใภ้ตัวเองจะไม่ได้มากมายเท่าเทียมกับมารดาของน่านพยัคฆ์  แต่เพราะความผูกพันกันมาหลายปีเมื่อครั้งเป็นหนุ่มเป็นสาว  ทำให้เขาโกรธชาติชายจนไม่อยากจะมองหน้ามันได้อีก  กับสิ่งที่มันและครอบครัวของมันกระทำกับนิดาลูกสะใภ้คนโปรดของตัวเอง...

นิดายิ้มรับความเมตตาปราณีจากคุณลุงน่านสิงห์  เมื่อรู้ดีอยู่แก่ใจตัวเอง  ที่ท่านยอมให้ความช่วยเหลือกับครอบครัววนาสินทธ์ในครั้งนี้   ก็เพราะเห็นแก่เธอที่เป็นลูกสะใภ้  เพราะแค่ลำพังความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนสนิท  ลุงสิงห์เคยบอกกับเธอเอาไว้ก่อนหน้า  ท่านยอมยกหนี้ก้อนใหญ่พร้อมกับบ้านหลังนั้นให้  ก็เป็นอันจบปัญหาระหว่างตัวท่านกับคุณลุงชาติชาย  และแม้กระทั่งความสัมพันธ์ฉันเพื่อน   เมื่อท่านล่วงรู้ความจริงทั้งหมด  คุณลุงชาติชายนำเอาสมบัติชิ้นสุดท้ายของอดีตคนรักเก่าออกไปขายอย่างหน้าตาเฉย  แล้วปล่อยให้ลูกสาวเจ้าของบ้านตัวจริงต้องระเห็จตัวเองหนีออกมาใช้ชีวิตเพียงลำพังยังนอกบ้าน  มันเป็นเรื่องหนักที่คุณลุงสิงห์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา จนแม้แต่ความเป็นเพื่อน คุณลุงน่านสิงห์ก็ตัดขาดได้...

 

*******************


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha