สานหัวใจรัก (จบ)

โดย: ไหมขวัญ



ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

2

 

ตกกลางคืนสิ่งแรกที่วายุมักจะทำก่อนเข้านอนคือการมานั่งสูดอากาศบริสุทธิ์เย็นสดชื่นพร้อมกับแหงนหน้ามองดูดาว ที่หน้าระเบียงบ้าน

“ดาวสวยนะคะ”

วายุยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะละสายตาจากท้องฟ้าสีดำหากแต่มันระยิบระยับจากแสงของดวงดาวน้อยใหญ่มามองคนรักที่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ

“แต่น้อยกว่าคนข้างๆ”

“รู้ตัวค่ะว่าสวย” พูดจบเบญจาก็หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ วายุที่พลอยขำกับมุกหลงตัวเองเลยอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นไปโยกศีรษะของแฟนสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู

แต่ไม่นานเสียงหัวเราะนั้นก็เลือนหายไป ทั้งคู่นั่งเงยหน้ามองฟ้าเงียบๆ อยู่พักใหญ่ ก่อนเบญจาจะหันมามองเสี้ยวหน้าของแฟนหนุ่มแล้วถอนหายใจพลางเม้มปาก

“เบญขอโทษแทนแม่ด้วยนะคะ” มันเป็นประโยคเดิมๆ ที่หญิงสาวจะได้พูดมันทุกครั้งที่พาแฟนหนุ่มมาเที่ยวบ้าน

“ผมว่าผมเริ่มชินกับมันแล้วละ” วายุตอบเสียงกลั้วหัวเราะเพื่อให้แฟนสาวคลายกังวล

“เบญว่าเรื่องนั้นเบญจะคุยกับคุณพ่อคุณแม่เองดีกว่านะคะ”

“ไม่ดีมั้ง ผมเป็นผู้ชายยังไงก็ต้องเป็นคนออกปากเองน่าจะดีกว่า เดี๋ยวคุณแม่เบญก็จะตำหนิเอาได้นะ”

แต่เบญจากลับส่ายศีรษะไม่เห็นด้วยอย่างแรง “ให้เบญไปคุยก่อนดีกว่านะคะ เหมือนที่คุณไปคุยกับคุณแม่ของคุณไงคะ”

“มันไม่เหมือนกันนะ” แฟนหนุ่มยังค้าน แต่เบญจาก็ยังยืนยันความคิดของตัวเองพร้อมกับยื่นข้อเสนอ “ให้เบญไปคุยกับคุณแม่ก่อน ส่วนคุณคุยกับคุณพ่อรอแล้วกันนะคะ ตกลงเอาตามนี้” พูดจบร่างบางก็ลุกขึ้นยิ้มหวานให้แฟนหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง และไม่นานคนที่กลับออกมาก็เป็นบิดาของแฟนสาว

“จู่ๆ ยัยเบญก็ไล่พ่อออกมาหน้าบ้าน บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับแม่ลำพัง” นายวันดีพูดพลางเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แฟนหนุ่มของบุตรสาว

“ผมเองก็มีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณพ่อเหมือนกันครับ”

นายวันดีหันมาเลิกคิ้วมองใบหน้าที่จริงจังของวายุแล้วพยักหน้าเป็นการอนุญาต “ว่ามาสิ”

“ผมอยากแต่งงานกับเบญครับ”

 

“ลูกว่าอะไรนะ” นางจารุวรรณอุทานถามลูกสาวพร้อมกับกดรีโมทปิดโทรทัศน์

“คุณยุเขาขอเบญแต่งงานค่ะ” เบญจาย้ำประโยคเดิม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้บอกคนเป็นแม่ไปแล้วรอบหนึ่ง

“แล้วลูกตอบว่ายังไง”

“ก็...ตกลงสิคะ” หญิงสาวตอบมารดาด้วยท่าทีขัดเขิน

“ได้ยังไง” นางจารุวรรณถามลูกสาวกลับเสียงดังอย่างลืมตัว ก่อนจะรีบแก้ตัวเสียงแผ่ว “แม่หมายถึงว่าลูกน่าจะปรึกษาแม่ก่อนให้คำตอบดีกว่าไหม”

“ทำไมคะ” เบญจาถามทั้งที่พอทราบคำตอบอยู่แล้ว

“ลูกยังเด็ก”

“เบญสามสิบค่อนปลายๆ แล้วนะคะ”

“แม่ว่าลูกทั้งสองเพิ่งคบหากันไม่นาน ดูๆ กันไปก่อนดีไหม” นางจารุวรรณหาเหตุผลอื่นมาแย้ง มือที่เหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาเลื่อนมาลูบไหล่บางของบุตรสาวอย่างต้องการเกลี่ยกล่อม

“พวกเราคบกันมาเจ็ดปีแล้วนะคะ” แต่บุตรสาวกลับแย้งด้วยเหตุผลที่ทำให้ท่าทีของคนเป็นแม่ต้องยิ้มแห้งๆ “เบญรู้ว่าแม่ไม่ชอบคุณยุ”

“แม่ไม่ชอบพวกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ” นางจารุวรรณให้เหตุผลอย่างที่เคยบอกกับบุตรสาวไปตั้งแต่ครั้งแรกที่พาแฟนหนุ่มมาเที่ยวที่บ้าน

“เขาเติบโตมาในสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ต่างจากเรานะคะ บ้านเขาทำธุรกิจก็ไม่แปลกที่เขาจะทำไร่ไถนาไม่เป็น รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ที่เขาทำไม่เป็น นั่นเพราะเขาไม่เคยทำ” เรื่องอื่นๆ ที่เบญจาหมายถึงคือการปอกมะพร้าว ซึ่งครั้งหนึ่งวายุที่รู้ว่ามารดาของเธอไม่ค่อยชอบตนเพราะเหตุใด อยากจะโชว์ว่าตัวเองพอทำได้ แต่พอลงมือทำแล้วมันกลับไม่ง่าย

ตอนนั้นเบญจาทั้งขำทั้งสงสารแฟนหนุ่ม บิดาของเธอเองก็คงไม่ต่างกันจึงเข้าไปช่วยชายหนุ่มปอกมะพร้าวที่ถ้าปล่อยให้ปลอกเองคงไม่มีทางเสร็จ ก็เล่นใช้มีดผ่าอย่างกับผ่าแตงโม

“เพราะอย่างนี้ไงแม่ถึงอยากให้เบญมองคนบ้านเดียวกันระดับเดียวกัน มันจะได้ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก”

“คนบ้านไหนระดับไหน พอมารักกันอยู่ด้วยกันมันก็ต้องปรับตัวด้วยกันทั้งนั้นแหละค่ะ ทุกสิ่งอย่างมันอยู่ที่ใจและคนสองคน เบญกับคุณยุยอมรับนะคะว่าพวกเราต้องปรับตัวเยอะมาก ทะเลาะกันก็หลายครั้ง งอนกันก็บ่อย แต่สุดท้ายพวกเราก็ผ่านมันมาได้ด้วยความรักและเข้าใจ เรื่องไหนยอมได้ก็ยอม เรื่องไหนพอปรับได้เราก็ปรับ เบญคิดว่าเจ็ดปีที่ผ่านมามันไม่เสียเปล่านะคะ” เบญจาให้เหตุผลจนคนเป็นแม่ค้านไม่ออก ได้แต่มองหน้าบุตรสาวแล้วถอนหายใจ

“ตาธุไม่ดีพอเหรอลูก” ถามอย่างไม่หมดหวัง

“ดีค่ะ”

“นั่นไง แม่ว่าธุเหมาะกับลูกมากกว่าคุณยุนะ ทั้งหล่อ ขยันขันแข็ง นิสัยก็ดี๊ดี ฐานะก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร สาวแก่แม่หม้าย สาวเล็กสาวใหญ่ในหมู่บ้านอยากได้ตาธุเป็นผัวทั้งนั้น”

“เบญไม่ได้รักพี่ธุ”

“โอ๊ย อยู่ไปก็รักกันเองนั่นแหละ แม่เห็นมาหลายคู่ละ”

“แต่ไม่ใช่ทุกคู่นี่คะ แม่อย่าเสียเวลาเกลี่ยกล่อมเบญเลยค่ะ ยังไงเบญก็ไม่เปลี่ยนใจ ถ้าแม่ไม่อนุญาต เบญก็จะคบกับคุณยุไปอย่างนี้แหละ และถ้าจู่ๆ มีหลานโผล่มาทั้งที่ยังไม่มีการทำอะไรให้มันถูกต้องตามประเพณี แม่ก็อย่ามาโทษเบญแล้วกันนะคะ” เบญจาแกล้งขู่และมันก็ได้ผลเมื่อมารดาทำหน้าตาตื่น

“ยัยเบญ!

“เบญเอาจริงนะคะ”

“เฮ้อ...ไม่ได้ดั่งใจจริงๆ” นางถอนหายใจออกมาอย่างสิ้นหวัง “แล้วครอบครัวทางโน้นล่ะเขาว่ายังไง”

“ไม่มีปัญหาค่ะ” เบญจาตอบพร้อมฉีกยิ้มหวานประจบคนเป็นแม่

“ตามใจละกัน”

“ขอบคุณค่ะ เบญรักแม่ที่สุดในโลกเลย” หญิงสาวโถมเข้าไปกอดและหอมแก้มคนเป็นแม่อย่างดีใจ “งั้นเดี๋ยวเบญให้คุณยุมาคุยกับแม่อีกทีนะคะ” เบญจาหอมแก้มมารดาอีกหนึ่งฟอดใหญ่แล้วรีบลุกขึ้นเดินออกไปตามแฟนหนุ่มที่นั่งคุยกับมารดาที่หน้าบ้านด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha