สายเลือดนาคราช(จบ)

โดย: รัตนะมณี



ตอนที่ 4 : ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง

 

"ชโลธร...บัดนี้'กันติชา'หลานข้านั้นเติบโตเต็มวัยแล้วใช่หรือไม่?"

พญาสิทธิสารเดโชเอ่ยถามผู้เป็นโอรสที่มีสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลานับตั้งแต่กลับจากเมืองมนุษย์ในครานั้น

"ใช่แล้วพระเจ้าข้า..ท่านพ่อเอ่ยถามเยี่ยงนี้คงจะมีพระประสงค์อันใดเกี่ยวกับธิดาข้าใช่หรือไม่?"

ชโลธรกล่าวตอบพลางมองพระพักตร์ผู้เป็นบิดาอย่างพอจะรู้ทัน

"กันติชาครบสิบแปดปีมนุษย์..บัดนี้นางสามารถกลายร่างเป็นนาคราชได้ตามใจชอบด้วยสายเลือดในตัวนาง..ก่อนหน้านี้นางมิสามารถทำได้เพราะสายเลือดมนุษย์อีกครึ่งในกาย...หลานข้าพร้อมแล้วสำหรับการมีคู่ครอง"

"ท่านพ่อ!..จะบังคับให้นางอภิเษกหรือพระเจ้าข้า?"

ผู้เป็นโอรสถึงกับตกตะลึงเมื่อได้ยินคำกล่าวของบิดาผู้เป็นใหญ่ในนครบาดาล

"ใช่!...ชโลธร..เพราะเจ้าหนีงานอภิเษกในครั้งก่อนทำให้ข้าเสียหน้ายิ่งนัก..ครานี้สหายข้ามีหลานชายผู้เก่งกล้าถึงสอง..ข้าได้เลือกคู่หมายให้กับกันติชาเอาไว้แล้ว" พญาสิทธิสารเดโชเอ่ยอย่างหนักแน่น

"แต่ธิดาข้ายังไม่พร้อม!" ชโลธรกำหมัดแน่นเคืองโกรธผู้เป็นบิดายิ่งนัก

"ก่อนหน้านี้นางยังกลายร่างมิได้..ข้าจึงประวิงเวลาเอาไว้ก่อน..มิเช่นนั้นนางต้องได้อภิเษกไปเสียนานแล้ว"

"ท่านพ่อทำเยี่ยงนี้ด้วยเหตุใด..หากมิรักนางซึ่งเป็นหลาน..ข้าจะพานางไปอยู่ที่อื่น"

ชโลธรสุดจะทนเมื่อธิดารักเพียงนางเดียวต้องมาเจอกับชะตากรรมเดียวกันกับตนเมื่อสิบแปดปีก่อน

 

"เพราะข้ารักหลานข้าต่างหากเล่า..ชโลธร..เพราะเจ้าทำให้หลานข้าต้องมีสายเลือดมนุษย์อยู่ครึ่งหนึ่ง..การอภิเษกกับ'ธรณ์ธันย์นาคราช'จะยกฐานะของนางให้เท่าเทียมนาคเทวีทั่วไป"

"แต่นางมิได้รักนาคาผู้นั้น!"

"ชโลธร!..เจ้าอย่าขัดคำสั่งข้าอีก..หากมิยินยอมให้ธิดาเจ้าอภิเษก..ข้าก็จะฆ่านางให้ตายตามแม่ของนางไป"

"ท่านพ่อ!"

นาคาหนุ่มขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนพยายามกดข่มความแค้นความเสียใจที่อยู่ภายในอก..นับจากที่ได้รับรู้ว่ามุกดาเมียรักต้องมาตายจากไป..ชโลธรก็เอาแต่เศร้าโศกเสียใจและไม่ยอมยุ่งเกี่ยวกับนางใดอีกเลย

"ไปบอกนางให้เตรียมตัว..เมื่อกันติชาหลานข้าเรียนรู้การกลายร่างได้อย่างสมบูรณ์แล้วข้าจะกำหนดวันอภิเษก" ผู้เป็นบิดาออกคำสั่งเสียงเข้ม

"พระเจ้าข้า..ท่านพ่อ" ชโลธรรับคำด้วยความจำใจหันหลังเดินจากมาด้วยโทสะที่ครุกรุ่น...

"ท่านพ่อเจ้าคะ...ดูนี่เจ้าค่ะ"

หญิงสาวหน้าตางดงามดุจดอกไม้แรกแย้มแต่งกายเยี่ยงธิดานาคีทั่วไปวิ่งเข้ามาหาผู้เป็นบิดาอย่างตื่นเต้นดีใจ

"กันติชา..ดีใจอันใดหรือลูก?"

ผู้เป็นบิดาลูบศรีษะธิดาสาวด้วยความรักสุดหัวใจ..ธิดาผู้เกิดจากหญิงอันเป็นที่รัก

"ลูกแปลงร่างได้แล้วเจ้าค่ะ"

กล่าวจบนาคีสาวก็เปลี่ยนร่างในทันทีกลายเป็นนาคราชสีเขียวอ่อนแม้จะไม่ใหญ่เท่านาคีตนอื่นแต่ความงดงามในร่างนาคก็มิด้อยไปกว่าผู้ใด

"เก่งมากลูก..ทำได้แล้วลองลงน้ำดูบ้างหรือยังเล่าเจ้า?" ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม

"ยังเจ้าค่ะ...กำลังจะมาขออนุญาตท่านพ่อไปเล่นน้ำที่สระแสงจันทร์กับพี่รินแก้วอยู่พอดี"

ธิดาคนงามคืนร่างเดิมแล้วเข้ามาทูลขอเพื่อจะออกไปกับนางกำนัลพี่เลี้ยงที่ดูแลตนมาตั้งแต่แบเบาะ

"ไปเถอะลูก..แต่ห้ามออกนอกเขตวังเด็ดขาด..ส่วนรินแก้ว..จงดูแลลูกข้าให้ดีอย่าให้นางได้รับอันตรายใดๆ" ชโลธรหันไปกำชับนางกำนัลพี่เลี้ยง

"เจ้าค่ะ..เจ้าชาย"

หลังรับคำพี่เลี้ยงคนสนิทจึงพาธิดานาคีไปยังสระแสงจันทร์ซึ่งอยู่ใกล้กับเขตแดนของพญานิลทราชผู้เป็นสหายของพญาสิทธิสารเดโช

 

สระแสงจันทร์

 

"โหววว...สวยจังเลยเนาะพี่พินแก้ว" ร่างบางนั่งลงข้างสระยื่นมือสัมผัสน้ำใสเย็นแล้วมองไปรอบๆ

"นานๆจะได้ออกมา..จ้าวนางก็ย่อมต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดาสิเจ้าคะ" พี่เลี้ยงสูงใหญ่มองผู้เป็นนายแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู

 

"ก็ท่านปู่น่ะสิ..ไม่เคยยอมให้ข้าออกไปไหนเลยต้องคอยมาแอบขอท่านพ่ออีกทีถึงจะได้ไป"

ใบหน้างามย่นยู่เมื่อนึกถึงใบหน้าผู้เป็นพระอัยกาที่คอยห้ามอยู่เสมอ

"องค์เหนือหัวคงจะเป็นห่วงจ้าวนางน่ะเจ้าค่ะเพราะจ้าวนางไม่เหมือนนาคีทั่วไปไม่สามารถกลายร่างได้..หากนาคตนอื่นล่วงรู้จะเป็นอันตรายได้นะเจ้าคะ" ผู้เป็นพี่เลี้ยงพยายามอธิบาย

"พี่รินแก้ว...บอกข้าได้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงต่างไปจากนาคีตนอื่น..เหตุใดข้าจึงกลายร่างได้ช้ากว่านาคราชทั่วไป" กันติชาจ้องหน้าพี่เลี้ยงสาวหวังที่จะได้คำตอบ

"อะ..เอ่อ..จ้าวนางลองลงเล่นน้ำดีกว่าเจ้าค่ะ..ดูสิว่าจะว่ายในร่างนาคราชได้คล่องหรือไม่" รินแก้วรีบเฉไฉไปเรื่องอื่นทันทีตัดบทการกล่าวถึงเรื่องนี้อีก

ตู้ม!

นาคีสาวทำสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อรู้ว่าถูกเฉไฉแล้วจึงกลายร่างกระโจนลงน้ำจนละอองน้ำกระเซ็นไปทั่ว

"ขออภัยเจ้าค่ะจ้าวนาง..ข้าบอกมิได้จริงๆ"

พี่เลี้ยงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสลดอย่างแผ่วเบาก่อนจะกลายเป็นนาคีดำว่ายตามผู้เป็นนายไป

 

ซู้มมม!

ร่างบางระหงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำหลังแหวกว่ายในร่างนาคราชอยู่นานจนเริ่มเหนื่อย

"พี่รินแก้ว..ข้าเหนื่อยแล้วพอแค่นี้ก่อนนะ"

เอ่ยจบก็ค่อยๆก้าวขึ้นจากสระมานั่งพักอยู่ริมน้ำแล้วสำรวจไปรอบๆด้วยความสนใจ

"เยี่ยงนั้นจะกลับเลยหรือไม่เจ้าคะ?" รินแก้วที่ตามมานั่งใกล้ๆเอ่ยถาม

"อีกประเดี๋ยวก่อนพี่รินแก้ว..ขอข้าชมความงามของธรรมชาติแถวนี้อีกหน่อย"

กล่าวจบกันติชาก็ลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าจะเดินไปตามกลิ่นหอมของดอกไม้

"ไม่ได้นะเจ้าคะจ้าวนาง..อย่าไปทางนั้นเจ้าค่ะ"

ผู้เป็นพี่เลี้ยงรีบเอ่ยห้ามโดยเร็วเมื่อเห็นสายตาของผู้เป็นนายจะมุ่งไปยังเขตแดนของอีกฝ่ายหนึ่ง

 

ตู้ม!!

นาคีสาวรีบผลักผู้เป็นพี่เลี้ยงลงน้ำไปด้วยความซุกซนก่อนจะหัวเราะขำแล้ววิ่งไปยังเขตหวงห้าม

"เล่นน้ำไปก่อนนะพี่รินแก้ว..เดี๋ยวข้ามา"

"ว๊าย!..ตายแล้ว..จ้าวนางกันติชา!"

 

กันติชาวิ่งเข้ามาในเขตแดนของพญานิลทราชด้วยความอยากรู้อยากเห็น..ลืมสิ้นคำกล่าวเตือนของผู้เป็นบิดา

"หืม?...มีถ้ำอยู่แถวนี้ด้วยหรือ?"

ร่างบางเดินเข้าไปสำรวจดูอย่างไม่คิดจะเกรงกลัวต่อสิ่งใดที่อาจอยู่ภายใน..ยิ่งเดินเข้าไปภายในถ้ำก็มืดสลัวลงเรื่อยๆ

"นะ..นั่น..อันใดกัน?"

ภาพเบื้องหน้าที่มองคล้ายรูปปั้นก็ไม่เชิง..มีชีวิตหรือไม่ก็ไม่อาจจะรู้ได้..กันติชาค่อยๆก้าวเข้าไปมองบางอย่างที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง..รูปร่างใบหน้าคล้ายบุรุษหนุ่ม..รูปงามพอที่จะสะกดให้หยุดมองพิจารณาใบหน้าที่ค่อนข้างจะดูสะอาดสะอ้านหากเป็นรูปปั้นก็นับว่าเป็นปฏิมากรรมชั้นเลิศเลยทีเดียว

 

"กรี๊ดดด!!!"

นาคีสาวหวีดร้องเสียงดังหัวใจแทบจะหยุดเต้นเมื่อร่างที่นิ่งไม่ไหวติงนั้นดันลืมตาโพลงขึ้นมาสบตากับผู้ที่กำลังพิจารณาอยู่

"เจ้าเป็นใคร..เข้ามาที่นี่ได้อย่างไร?" เสียงทุ้มนุ่มกล่าวถามขึ้น

"ขะ..ข้า..นามว่า..กันติชานาคี..เป็นราชธิดาของท่านพ่อชโลธร..หลานท่านปู่สิทธิสารเดโช" ร่างบางรีบรายงานเผื่อว่าอีกฝ่ายจะหวั่นเกรงบ้าง

"หึหึ!...นาคีน้อยข้ามิทำร้ายเจ้าดอก...หากตกใจกลัวก็จงกลับออกไปเสีย..ข้าจะสมาบัติต่อ" นาคาหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มยิ้มขำเล็กน้อย

"ขะ..ข้าไม่ได้กลัวเสียหน่อยแค่ตกใจ..ใครจะไปคิดว่าท่านจะมานั่งสมาบัติอยู่ที่นี่..และข้าก็มิใช่นาคีน้อยข้าโตเป็นสาวแล้ว..แปลงกายได้"

"แปลงกายได้?..นั่นคือสิ่งที่เจ้าบ่งบอกว่าคือการโตเต็มวัยกระนั้นหรือ..นาคีที่ใดก็แปลงกายได้ตั้งแต่แรกกำเนิดกันทั้งนั้น..มิเช่นนั้นก็คงต้องถือว่าโตเป็นสาวกันหมดตั้งแต่เกิด"

บุรุษหนุ่มที่ดูจะสงบสำรวมถึงกับกลั้นขำในถ้อยคำของร่างบางตรงหน้า

"ท่านขำอันใด?..สำหรับข้านี่มิใช่เรื่องน่าขันและถ้าคิดว่าข้าเป็นนาคีน้อย...สิ่งนี้คงบ่งบอกได้ดีว่าข้าโตพอหรือไม่?"

กล่าวจบร่างบางก็ตรงเข้าไปจับมือบุรุษหนุ่มหน้าใสแล้วนำมาทาบที่ทรวงอกอิ่มของตนอย่างเต็มมือ

 

"เฮ๊ย!..จะ..เจ้า!"

ชายหนุ่มตกตะลึงตัวแข็งเมื่อมือบางกระชากเอาฝ่ามือตนไปกอบกุมทรวงงามเข้าเต็มๆ

 

"เป็นเยี่ยงไร..ยังว่าน้อยหรือไม่เล่า..ท่านหน้าจืด"

นางลอยหน้าลอยตาอย่างสาแก่ใจที่ทำให้บุรุษตรงหน้าตกใจจนพูดไม่ออก

"นาคีอันใดกัน..มิรักนวลสงวนตัวให้ชายอื่นจับเนื้อต้องตัวได้โดยง่าย..เสียชื่อเสียงบิดาและปู่ของเจ้านัก" นาคาหนุ่มต่อว่าเพื่อให้อีกฝ่ายได้คิด

"นี่ท่าน..ต่อว่าข้ากระนั้นหรือ..ท่านต่างหากที่มาหาว่าข้าเป็นเด็กน้อยก่อน..พอข้าพิสูจน์ว่าข้าโตแล้วก็ยังมาหาว่าข้าไม่รักนวลสงวนตัว..ท่านเป็นบุรุษเหตุใดจึงมาต่อว่าอิสตรีเยี่ยงข้า"

กันติชาหน้าแดงด้วยความโกรธ..ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยถูกผู้ใดต่อว่าต่อขานเช่นนี้มาก่อน

 

"ออกไปเสีย..ข้าจะบำเพ็ญต่อแล้ว"

นาคาหนุ่มกล่าวอย่างตัดรำคาญแล้วก็หลับตากลับเข้าสู่สมาธิทันที

"ท่าน!..คิดจะหลับตาหนีไปเยี่ยงนี้หรือ..ต่อว่าข้าจนสาแก่ใจก็นิ่งเงียบไปเสียดื้อๆ" นาคีสาวขุ่นเคืองใจเป็นอย่างมาก

 

"จ้าวนาง!..จ้าวนางกันติชา..อยู่ที่ใดเจ้าคะ?"

เสียงผู้เป็นพี่เลี้ยงเรียกหาด้วยความกังวลทำให้หญิงสาวต้องข่มอารมณ์ลงแล้วรีบออกไปก่อนที่รินแก้วจะกลับไปทูลฟ้องผู้เป็นบิดา

 

"ฝากเอาไว้ก่อนเถิด..ท่านหน้าจืด"

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha