สายเลือดนาคราช(จบ)

โดย: รัตนะมณี



ตอนที่ 5 : คู่อภิเษก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

คู่อภิเษก

 

"กันติชา...มาหาปู่เถิด"

เสียงเอ่ยเรียกทรงพลังทำให้นาคีสาวเดินเข้าไปหาผู้เป็นพระอัยกาอย่างหวาดหวั่น

"ท่านปู่มีอันใดให้หลานรับใช้หรือเจ้าคะ..จึงให้คนไปเรียกหลานมา"

"ตอบปู่มาสิ..กลายร่างได้คล่องแคล่วหรือยัง?"

ผู้เป็นพระอัยกาเอ่ยถามพลางพิจารณาผู้เป็นนัดดาตั้งแต่ศรีษะจนถึงข้อเท้า

"คล่องแล้วเจ้าค่ะ"

"เยี่ยงนั้นจงทำให้ปู่ดูหน่อยเถิด"

พญาสิทธิสารเดโชพยายามเอ่ยให้นุ่มนวลที่สุดด้วยเกรงว่าหลานสาวเพียงผู้เดียวจะหวาดกลัวตน

"เจ้าค่ะ..ท่านปู่"

แล้วร่างอรชรก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นนาคราชสีเขียวอ่อนรูปร่างงามสง่าขดกายเป็นวงแล้วชูเศียรอย่างงดงาม..สร้างรอยยิ้มให้ผู้เป็นพระอัยกาเป็นอย่างมาก

"ดีมาก..เจ้าเป็นนาคีที่งามสง่าสมกับเป็นหลานของพญาสิทธิสารเดโช"

ผู้เป็นพระอัยกาปลาบปลื้มที่บัดนี้หลานสาวของตนมิได้ดูแปลกประหลาดไปกว่านาคีตนอื่นอีกแล้วสายเลือดมนุษย์ที่มีอยู่ในกายจะต้องถูกลบเลือนไป

"หาก'ธรณ์ธันย์'ได้พบเจ้าจักต้องหลงรักอย่างแน่นอน" พญาสิทธิสารเดโชเอ่ยอย่างมั่นใจ

"ธรณ์ธรันย์..ผู้ใดหรือเจ้าคะท่านปู่?" กันติชาประหลาดใจที่ผู้เป็นพระอัยกาเอ่ยนามไม่คุ้นหู

"พ่อเจ้ายังมิได้กล่าวบอกหรือ..เรื่องการอภิเษก"

"อภิเษก?..หลานหรือเจ้าคะ?"นาคีสาวหัวใจหล่นวูบในทันที

"ใช่!...อีกประเดี๋ยวเขาก็จะมาที่นี่เพื่อดูตัวเจ้า"

"ทะ..ท่านปู่..แต่หลาน..ยังไม่พร้อม"

กันติชาแทบจะร้องไห้ออกมาเมื่อได้รู้จุดประสงค์ของการถูกเรียกพบในครานี้...บัดนี้ตนพอจะคาดเดาได้แล้วว่าเพราะเหตุใดช่วงนี้ผู้เป็นบิดาของตนจึงมีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่เสมอ

"กันติชา..เจ้าโตเป็นสาวแล้วแถมยังงดงามยิ่งกว่านาคีนางใดในนครบาดาล..เจ้าเป็นหลานที่ปู่ภูมิใจจงอย่าทำให้ปู่ต้องผิดหวังเหมือนพ่อของเจ้า"

คำกล่าวของผู้เป็นพระอัยกาทำเอากันติชาพูดไม่ออกได้แต่เก็บความอัดอั้นเอาไว้ในอก

 

"ทูลเหนือหัว...องค์นาคาธิบดีนิลทราชและท่านธรณ์ธันย์นาคราชมาถึงแล้วพระเจ้าข้า!"

เสียงองครักษ์เข้ามารายงานถึงผู้ที่มาเยือนสร้างความปั่นป่วนกระวนกระวายใจแก่กันติชาอยู่ไม่น้อยอยากจะขอตัวกลับก็มิกล้า

"กันติชา...มานั่งใกล้ๆปู่รอรับคู่หมายเจ้า"

คำสั่งของพระอัยกาทำให้นาคีสาวต้องแข็งใจก้าวขึ้นไปนั่งบนแท่นที่อยู่ใกล้ๆผู้มากบารมี

 

"ท่านสิทธิสารเดโช!..มิได้พบกันเสียนานวันนี้ยินดีเป็นยิ่งนักที่ได้รับคำเชิญจากสหายรักของข้า"

เสียงขององค์นาคารุ่นราวคราวเดียวกับพระอัยกาตนดังขึ้นพร้อมๆกับการปรากฏตัวของอาคันตุกะผู้มาเยือนทั้งสอง..ผู้หนึ่งดูเคร่งขรึมทรงอำนาจรูปร่างสูงใหญ่ล่ำหนาทรงเครื่องกษัตริย์คล้ายผู้เป็นพระอัยกา..อีกผู้หนึ่งดูอ่อนวัยกว่ามากนาคาหนุ่มที่ยืนมาดนิ่งใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มโดยเฉพาะดวงตาที่ดูงดงามแต่ซ่อนความดุขรึมนั้นไร้อารมณ์อย่างกับถูกบังคับมา

'นั่นคงจะเป็นคู่หมายข้า..เชอะ!ตาหน้าจืดในถ้ำยังจะหล่อเสียกว่า'

กันติชาแอบลอบมองพิจารณานาคาหนุ่มที่คาดเดาว่าน่าจะเป็นธรณ์ธรรย์นาคราชคู่หมายตน

"โอ้ว...ยินดีต้อนรับนิลทราชสหายข้ามิได้เจอเสียนานคงจะสุขสบายดีใช่หรือไม่?" พญาสิทธิสารเดโชเอ่ยถามสารทุกข์สุกดิบกับสหายด้วยมารยาท

"สุขสบายตามสมควรแหล่ะท่าน...เอะ!..นั่นคงจะเป็นพระราชนัดดากันติชานาคีสินะ..ช่างงดงามสมคำล่ำลือ" พญานิลทราชหันไปมองนาคีสาวหน้าหวานที่นั่งสงบสำรวมใกล้ๆสหายตน

"ใช่แล้ว..หลานสาวเพียงคนเดียวของข้าและนั่น..คงจะเป็นธรณ์ธันย์ล่ะสิ...รูปงามไม่ต่างไปจากท่านเลยนะนิลทราช"

พญาสิทธิสารเดโชมองนาคาหนุ่มอย่างชื่นชมในรูปร่างลักษณะที่สมกับเป็นนาคานักรบ

"ถูกต้องสหายข้า...ธรณ์ธันย์เป็นหลานชายคนโตที่ข้าภูมิใจเขาเป็นนักรบที่แกร่งมิเคยพ่ายแพ้ผู้ใด..ส่วนเจ้าอมรเทพหลานชายคนเล็กเอาแต่บำเพ็ญสมาบัติมิใคร่ชอบเรื่องจับดาบนัก"

พญานิลทราชสาธยายถึงหลานชายทั้งสองของตนอย่างออกรสออกชาติคล้ายจะพยายามโอ้อวดความเก่งกาจของหลานชายคนโตให้กันติชาได้รับรู้

"ช่างน่ายกย่องนักธรณ์ธันย์...เออ..จริงสินิลทราชข้ามีเรื่องจะปรึกษาท่านเป็นการส่วนตัว...เยี่ยงนั้นข้าจะให้กันติชาพาธรณ์ธันย์ออกไปเที่ยวชมวังสักครู่ก็แล้วกัน"

พญาสิทธิสารเดโชหันมาพยักหน้าให้หลานสาวตนได้รับรู้ถึงหน้าที่..กันติชาแทบอยากจะเอ่ยปฏิเสธออกมาตั้งแต่ได้ยิน..ทว่าเมื่อเห็นแววตาดุที่จ้องเขม็งมาทำให้นาคีสาวจำต้องรีบลุกขึ้นไปหานาคาหนุ่มในทันใด

"เอ่อ..ท่านธรณ์ธันย์เชิญทางนี้เจ้าค่ะ"

กันติชาผายมือเชื้อเชิญนาคาหนุ่มให้เดินตามตนออกไปโดยที่สีหน้าของนาคาหนุ่มนั้นก็อึดอัดไม่ได้ต่างไปจากนาคีสาวเลยสักนิด

"หึหึ...หวังว่าหลานชายท่านจะมัดใจกันติชาของข้าได้อย่างรวดเร็วนะ" พญาสิทธิสารเดโชหันไปมองตากับสหายรักอย่างรู้ทันกัน...

"นี่จ้าวนาง...ข้าขอบอกเอาไว้ก่อนเลยนะว่าข้ามิได้เต็มใจจะอภิเษกกับเจ้า"

ธรณ์ธันย์โพล่งถ้อยคำออกมาทันทีที่เดินพ้นเขตบริเวณห้องของพญาสิทธิสารเดโชโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเช่นไร

"นี่เป็นความประสงค์ของท่านปู่..ข้าหาได้อยากอภิเษกกับท่านแม้แต่น้อย" กันติชาพยายามกล่าวตอบอย่างใจเย็น

"ข้าก็เช่นกัน...และข้ามิชอบอิสตรีที่มาวุ่นวายชีวิตข้า...หากต้องอภิเษกกันจริงเจ้าก็ต้องทำตามคำสั่งของข้าทุกอย่าง"

ถ้อยคำของธรณ์ธันย์สร้างความอึดอัดให้แก่กันติชามากขึ้นอีก..หากจะต้องแต่งไปกับบุรุษผู้นี้เหมือนได้แต่งกับท่านปู่ที่บ้าอำนาจไม่มีผิด

"ข้าก็มิใช่นาคีที่จะคอยทำตามคำสั่งใครเสียด้วยสิ"

คำกล่าวของกันติชาก็สร้างความลำบากใจให้แก่นาคาหนุ่มเช่นกัน..ธรณ์ธันย์มิค่อยพึงใจในอิสตรีที่ดูเอาแต่ใจกล้าโต้เถียงและพยายามจะฝืนคำสั่งของสวามีอยู่ตลอดเวลา

 

"ถ้าทำได้..ข้าก็อยากยกเลิกการอภิเษกในครั้งนี้"

นาคาหนุ่มผู้ถือศักดิ์ถือตัวเอ่ยอย่างไม่ไยดีในความรู้สึกของอีกฝ่ายแถมยังเพียงเหลือบตามองก่อนที่จะเดินหนีไป

 

"โอ๊ยย...ตาย...ขืนข้าต้องอภิเษกกับตานี่ข้าขออยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตคงจะดีกว่า"

กันติชาอยากจะกัดลิ้นตายเมื่อได้เห็นธาตุแท้คู่หมายตน..ตอนนี้ในหัวคิดอย่างเดียวจะหนีการอภิเษกครั้งนี้อย่างไรดี...

 

สระแสงจันทร์

 

หลังจากพญานิลทราชและธรณ์ธันย์กลับไปแล้วกันติชาจึงได้ขออนุญาตผู้เป็นบิดาออกมาผ่อนคลายที่สระแสงจันทร์อีกครั้ง

"พี่รินแก้ว...พี่เล่นน้ำรอข้าอยู่ตรงนี้นะข้าอยากไปเดินเล่นคนเดียวสักครู่" นาคีสาวเอ่ยบอกผู้เป็นพี่เลี้ยง

"จ้าวนาง..อย่าไปไกลนะเจ้าคะห้ามข้ามเขตแดนเด็ดขาด..หากเกิดอันใดขึ้นมามีหวังรินแก้วหัวขาดแน่ๆ"

พี่เลี้ยงสาวที่กำลังแหวกว่ายอย่างเย็นใจรีบกล่าวเตือนผู้เป็นนาย

"ข้ารู้แล้ว...อยู่แถวนี้แหล่ะจ๊ะ"

กล่าวจบร่างบางก็ค่อยๆเดินชมดอกไม้ใบหญ้าไปเรื่อยๆภายในใจคิดแต่หาทางที่จะหลีกเลี่ยงการอภิเษก

 

"อ้าว!...เดินมาถึงถ้ำนี้อีกแล้ว"

กว่าจะรู้ตัวก็มาหยุดอยู่หน้าถ้ำแต่เมื่อนึกถึงบุรุษหนุ่มที่เคยพบเมื่อครั้งก่อนสองเท้าจึงก้าวเดินเข้าไปภายในทันที

"หึ...ยังคงนั่งแข็งเป็นหินอยู่เลย..ไม่เบื่อบ้างหรืออย่างไรนะ"

กันติชายืนมองนาคาหนุ่มร่างบางที่ยังนั่งบำเพ็ญไม่ขยับไปไหน..แล้วจึงเอาฝ่ามือไปวนผ่านหน้าหล่อเหล่าสะอาดสะอ้านนั่นคล้ายจะลองดูว่าหลับตาสนิทหรือไม่

"จ้าวนาง...เจ้าคิดจะทำอันใด?" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากร่างที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงนั้น

"ไม่ได้หลับดอกหรือ?" นาคีสาวเอ่ยถามยิ้มๆ

"ข้านั่งสมาธิมิได้นั่งหลับ..แล้วเจ้ากลับมาที่นี่อีกด้วยเหตุใด?" ร่างที่นั่งนิ่งเอ่ยถามเสียงเรียบ

"ท่าน...นั่งสมาธิแบบนี้มีความสุขหรือไม่เจ้าคะ?"

ความสงสัยเกิดขึ้นในใจกันติชาจึงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูหมองเศร้า

"สุขสิ..สุขในความสงบ..หากเจ้ามีเรื่องทุกข์ใจการทำสมาธิอาจช่วยให้คลายลงได้" นาคาหนุ่มเอ่ยบอกทั้งๆที่ยังคงหลับตา

"ทำเยี่ยงไรหรือเจ้าคะ..สอนข้าบ้างได้หรือไม่?"

ประโยคของนาคีสาวทำให้ร่างบุรุษที่นั่งนิ่งลืมตาขึ้นหันมองผู้ที่เอ่ยถาม

"คราวนี้เจ้ามาแปลก..มีเรื่องทุกข์ใจอันใดหรือ?"

"เอ่อ..มิมีอันใดดอก..ข้าเพียงอยากลองทำตามท่านดูก็เท่านั้น"

กันติชาเลี่ยงที่จะตอบแล้วจึงขยับขึ้นนั่งข้างๆบุรุษหนุ่มพยายามจะทำท่าเดียวกันกับนาคาผู้นี้

 

"เอ่อ..เจ้าจะมานั่งเบียดข้าด้วยเหตุใด..ชายหญิงมิควรใกล้ชิดกัน"

นาคาหนุ่มรู้สึกวูบวาบอย่างบอกไม่ถูกด้วยไม่เคยให้สตรีใดได้เข้าใกล้ตนถึงเพียงนี้

"อ้าว..ก็จะให้ท่านสอนนั่งอย่างไรเล่าถ้าให้ข้าไปนั่งไกลๆจะตะโกนคุยกันกระนั้นหรือ?"

"แต่เจ้าเป็นหญิง"

"แล้วแปลกเยี่ยงไรหรือเจ้าคะ?"

ไม่พูดเปล่ากันติชายังยื่นหน้าถามเสียแทบจะติดบุรุษหนุ่มอยู่รอมร่อ..จนสายตาของทั้งคู่สบประสานกัน..ครานี้ต่างคนต่างสั่นไหวเมื่อได้เห็นใบหน้าชัดๆและชิดใกล้ของกันและกัน

"อะ..เอ่อ..ข้านั่งข้างล่างก็ได้"

นาคีสาวยอมแพ้ใบหน้าหล่อใสราวเทพบุตรนั่นจำต้องถอยร่นลงมาด้วยหัวใจที่เต้นระรัว

"เอาหล่ะลองนั่งดู..เอาขาซ้อนกันอย่างนี้แล้ววางมือทั้งสองไว้เช่นนี้แล้วก็หลับตา..หายใจเข้าออกช้าๆ"

กันติชาค่อยๆทำตามนาคาหนุ่มร่างบางอย่างว่าง่ายแล้วหลับตาสูดลมหายใจตามที่นาคาหนุ่มบอกเพียงไม่นานความสงบก็บังเกิด..กันติชาจึงได้สัมผัสถึงความสุขจากสมาธิเป็นครั้งแรก

'นี่เองที่ตาหน้าจืดกล่าว...สุขในความสงบ..สุขจากสมาธิ'

นาคีสาวรู้สึกปิติใจที่ความว้าวุ่นความกังวลในหัวได้หายโล่งไปเหลือแต่ความว่าง...แต่แล้วภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้น..สตรีนางหนึ่งพลัดตกน้ำนางพยายามแหวกว่ายด้วยความตกใจแต่แล้วใบหน้าของนางผู้นั้นก็หันมาอย่างเด่นชัดขึ้น

 

'นะ..นางเป็นใครกัน?...หะ..เหตุใด..หน้าเหมือนข้า'


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha