สายเลือดนาคราช(จบ)

โดย: รัตนะมณี



ตอนที่ 6 : พบเจอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

พบเจอ

 

"นางเป็นใครกัน?...ท่านหน้าจืดท่านแกล้งข้าใช่หรือไม่?"

กันติชารีบลืมตาโพล่งคำถามออกมาอย่างฉับไวจนนาคาหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้ๆต้องพลอยลืมตาขึ้นมาด้วยอย่างช้าๆ

 

"เจ้าเป็นอันใด..ข้าหาได้ทำอันใดเจ้าทั้งนั้นเจ้าให้ข้าสอนสมาธิข้าก็สอนให้แล้ว..จะมาต่อว่าข้าด้วยเรื่องใดอีก?"

"ท่านแกล้งให้เห็นภาพประหลาดๆนั่น"

"ภาพ?...ในสมาธิน่ะหรือ?" นาคหนุ่มทำสีหน้าครุ่นคิดชั่วครู่หนึ่งแล้วจึงย้อนถาม

 

 

"ใช่...ข้าเห็นสตรีนางหนึ่งตกน้ำ..นางมีใบหน้าเหมือนข้าทุกประการราวกับเป็นตัวข้าเองก็ไม่ปานแต่ทว่า..นางแต่งกายผิดแผกจากข้าและสีผมที่อ่อนกว่าข้า" กันติชาบอกเล่าในสิ่งที่ตนเห็นให้แก่นาคาหนุ่มผู้สอนสมาธิได้ฟัง

"นั่นเรียกว่า'นิมิต'..เจ้าอาจเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าบางอย่าง" นาคหนุ่มเอ่ยบอกหน้านิ่ง

"แล้วเหตุใดข้าต้องเห็นนางผู้นั่นเล่าเจ้าคะ?" นาคีสาวรีบถามในทันที

"ข้ามิใช่ผู้วิเศษเยี่ยงฤาษีชีไพร..จะไปตอบเจ้าได้อย่างไร..หากได้เห็นก็คงมีบุญสัมพันธ์ต่อกันกระมัง" กล่าวจบนาคหนุ่มร่างบางก็หลับตาเข้าสู่สมาธิไปอีกครั้ง

"อ้าว!..หลับตาหนีข้าไปอีกแล้วนะ..ท่านนี่!"

"จ้าวนาง!..อยู่แถวนี้หรือไม่เจ้าคะ..จ้าวนาง!"

กันติชากำลังจะต่อว่าพ่อเทพบุตรรูปงามรักสงบนี่อีกคราทว่ารินแก้วผู้เป็นพี่เลี้ยงเรียกหาเสียก่อนจึงต้องรีบออกไปอย่างขัดใจ...

เมืองมนุษย์

 

"แม่คะ..ดาไปนะดูแลตัวเองด้วยนะคะ..อีกไม่กี่วันก็กลับมาแล้วเดี๋ยวจะซื้อผ้านุ่งสวยๆมาฝากแม่ด้วยนะ...พ่อธนา...ดาฝากแม่ด้วยนะคะ"

"ไปเถอะลูก..ไม่ต้องห่วงหรอกพ่อกับแม่ดูแลตัวเองได้...เรานั่นหล่ะแม่ตัวดีระวังเนื้อระวังตัวอย่าซุกซนให้มากนัก" ผู้เป็นแม่เอ่ยพร้อมเขย่าศรีษะลูกสาวเบาๆอย่างเอ็นดู

"ดารับปากค่ะ..จะไม่ดื้อไม่ซน"

ปาลิดายิ้มพร้อมยกมือไหว้ลาผู้เป็นพ่อแม่ก่อนจะขึ้นรถไปกับเพื่อนๆที่จัดทริปทัวร์ในครั้งนี้...

 

"ดา...เป็นอะไรน่ะฉันเห็นแกนั่งเกาแขนเกาขามาพักใหญ่แล้วนะ"

สาวิตรีซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่นั่งเรียนข้างกันมาตลอดเอ่ยถามเมื่อเห็นเจ้าตัวทำท่าทางเหมือนลิง

"ไม่รู้เหมือนกันสา...ฉันเกิดคันยุบยิบขึ้นมาตั้งแต่เข้าเขตสระบุรีมานี่หละ" ปาลิดากล่าวบอกหน้ายุ่งด้วยความไม่สบายตัว

"ฉันมียาแก้คันแก้แพ้นะในกระเป๋า..สาเอาให้ยัยดากินก่อนก็ได้..น่าจะแพ้อะไรนั่นแหล่ะ"

อัญญาที่เป็นคนขับรถและเป็นคนจัดทริปรีบบอกเพื่อนรักให้ค้นหาในกระเป๋า

"ขอบใจนะอัญ...งั้นเดี๋ยวฉันขอนอนหลับตาสักพักเผื่อจะดีขึ้น"

เมื่อสาวิตรีหยิบยาพร้อมน้ำส่งให้..ปาลิดาจึงรีบกลืนลงไปแล้วขอตัวนอนพักทันที

"จะหลับก็ได้นะดา..เดี๋ยวถึงวัดแรกแล้วฉันจะปลุกเอง" สาวิตรีเอ่ยบอกด้วยความเป็นห่วง

"จ๊ะ..สา"

ปาลิดารับคำเพื่อนสนิทแล้วหลับตาทิ้งตัวเมื่อฤทธิ์ยาเริ่มทำงานจิตก็ดิ่งลึกสู่นิทราในบัดดล

 

'จ้าวนาง..จ้าวนางอยู่ที่ใดเจ้าคะ?'

เสียงเรียกหาใครคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมภาพที่แปลกตาอย่างที่สุดเริ่มปรากฏขึ้นในห้วงนิมิต

'พี่รินแก้ว...ข้าอยู่นี่..จะเอะอะไปไย'

หญิงสาวที่ยืนหันหลังรูปร่างสะโอดสะองคุ้นตาอย่างประหลาด..การแต่งกายของพวกเขาอย่างกับย้อนไปอยู่ในยุคโบราณที่มีผ้าพันหน้าอกท่อนหนึ่งเปิดหน้าท้องและหัวไหล่แล้วจึงสวมผ้านุ่งผ้าถุงทอลายวิจิตรงดงาม..แถมด้วยเครื่องประดับสีทองอร่ามเต็มตัวเยี่ยงเชื้อสายกษัตริย์

'กลับเถิดเจ้าค่ะ..ประเดี๋ยวท่านพ่อเรียกหาจะทรงโดนตำหนินะเจ้าคะ'

เสียงของหญิงสาวที่คล้ายนางกำนัลในหนังจักรๆวงศ์ๆที่เคยผ่านตาเอ่ยบอกหญิงสาวผู้เป็นนายอย่างเร่งรีบจนแทบจะจับมือวิ่ง..แต่เมื่อร่างงามนั้นหันมา..ปาลิดาถึงกับตกใจผงะ

 

"กรี๊ดด!"

ร่างที่นอนอยู่ดีๆดีดกายลุกพรึ่บขึ้นมาร้องกรี๊ดจนเพื่อนสาวอีกสองคนหันขวับด้วยความตกใจ

"ดา!..เป็นอะไร?" สาวิตรีที่อยู่ใกล้สุดเขย่าตัวถามในทันที

"ฉัน...ฉัน...ฝันร้าย..ฝันเห็นตัวเองใส่ชุดโบราณ" ปาลิดาเอ่ยบอกเสียงสั่นเมื่อภาพที่เห็นยังคงเด่นชัดอยู่ในจิต

"หลอนแล้วแก...ยัยอัญยาของแกผสมกัญชาหรือยาบ้าใช่ไหม..ยัยดาถึงเพ้อแบบนี้" สาวิตรีหันไปมองคนขับรถเอ่ยถามประชดกึ่งขำ

"สา..ฉันไม่ได้เพ้อเพราะฤทธิ์ยานะแก..มันเหมือนจริงมากๆ" ปาลิดาพยายามอธิบาย

"เอาน่า..ฉันล้อเล่นให้คลายเครียด..ฝันก็คือฝันแกอย่าใส่ใจเลย...นอนพักเถอะ"

สาวิตรีตบไหล่เพื่อนรักเบาๆเป็นการปลอบโยน..ปาลิดาถอนหายใจออกมาอย่างอึดอัดยังคงงุนงงในสิ่งที่เห็น..แต่ก็คิดว่าอาจจะแค่ฝันอย่างที่สาวิตรีกล่าวจริงๆก็ได้แล้วล้มตัวลงนอนหลังรถอีกครั้ง

"สงสัยยัยดาจะดูละครมากไป..เก็บไปฝันจนร้องกรี๊ดเอาเสียเพื่อนตกอกตกใจหมด" อัญญายิ้มขำออกมาเมื่อเห็นว่าปาลิดาน่าจะหลับไปแล้ว

"นั่นสิ...สาว่าปล่อยให้นอนไปก่อนเดี๋ยวค่อยปลุกยัยดาตอนถึงวัดเลยทีเดียว"

สาวิตรีหันไปยิ้มกับอัญญาโดยไม่คิดว่าจะมีอะไรน่าติดใจในฝันของเพื่อนรักของตน

 

"สา...ปลุกยัยดาเถอะถึงวัดแรกแล้วเดี๋ยวไหว้เสร็จจะได้ไปหาร้านอาหารทานกลางวันกัน"

อัญญารีบเอ่ยบอกสาวิตรีที่นั่งมองมือถือดูข่าวคราวในโซเชียลอย่างจดจ่อ

"จ๊ะ..เดี๋ยวสาปลุกเอง"

กล่าวจบสาวิตรีก็เก็บโทรศัพท์มือถือแล้วหันไปเพื่อจะปลุกเพื่อนสนิทตน

 

"กรี๊ดดดดด!!!"

เสียงกรี๊ดของสาวิตรีทำเอาทั้งคนขับอย่างอัญญาที่เพิ่งจอดรถเสร็จพอดีและคนนอนหลับอย่างปาลิดาสะดุ้งโหยงหันรีหันขวางหาที่มาของเสียงกรี๊ดทันที

"สา!..เป็นอะไร..กรี๊ดเสียงดังเชียว?" อัญญาเอ่ยถามเป็นคนแรก

"สะ..สา..เห็น..ดะ..ดา....."

สาวิตรีปากคอสั่นยกสองมือขึ้นปิดปากตาพองโตเหมือนเห็นผี

"อื้ออ...สา..เป็นอะไรเหรอดาตกใจตื่นเลย..มีอะไรกันเหรอ?" ปาลิดาลุกขึ้นนั่งท่าทางงัวเงียขยี้ตาไปมาเพื่อให้ตื่น

"อัญ..สาเห็น..งะ..งูใหญ่สีเขียวมรกตตรงที่ดานอนเมื่อครู่นี้" สาวิตรีกล่าวเสียงสั่นยืนยันในสิ่งที่เห็น

"ห๊า..งะ..งู..ไหนๆ..สาตรงไหน...ดากลัว"

ปาลิดากระโดดดึ๋งลงจากรถอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจรีบมองหางูที่ว่าในทันที

"มะ..มันกลายเป็นดาไปแล้วไง" สาวิตรีหันไปบอกอัญญาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

"โธ่เอ๊ย!..ยัยสา..นี่แกตาฝาดใช่ไหมทำเพื่อนตกใจไปอีกคน..พอๆกับยัยดาเลย...จากนี้ต่อไปแกสองคนตั้งสติให้ดีๆก่อนจะกรี๊ดนะ..ฉันหัวใจจะวายตาย"

อัญญาส่ายหน้าเซ็งเอือมระอายัยเพื่อนตัวดีทั้งคู่ที่เห็นอะไรนิดเห็นอะไรหน่อยก็กรี๊ดหูแทบแตก

"ฮือ...สาเห็นจริงๆนะอัญ..ดา..สาไม่ได้โกหกนะ"

สาวิตรีหน้าเสียพยายามจะยืนยันในสิ่งที่ตนเองเห็นเมื่อสักครู่นี้

"พอเลย...ไปๆไหว้พระกัน..ให้พระท่านพรมน้ำมนต์ให้แกสองคนด้วยยิ่งดี"

อัญญารีบเข้าไปดึงมือเพื่อนรักทั้งสองเข้าวัดไปอย่างรวดเร็ว

 

 

"โยม...คืนนี้จะพักที่ไหนกันหรือ?"

หลังไหว้พระทำบุญเสร็จพระภิกษุผู้พรมน้ำมนต์ให้ก็เอ่ยถามขึ้น

"ตั้งใจว่าจะขับไปเรื่อยค่ะใกล้ค่ำที่ไหนก็ค่อยหาที่พักที่นั่นค่ะพระคุณเจ้า" อัญญากล่าวตอบอย่างนอบน้อม

"ระวังที่ที่ใกล้น้ำนะ..พยายามห่างๆไว้"

พระภิกษุเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าเรียบนิ่งปรายตามองไปทางปาลิดาอย่างเป็นนัย

"ทำไมล่ะคะพระคุณเจ้า..ที่จริงตั้งใจว่าจะหาที่พักใกล้แม่น้ำด้วยซ้ำค่ะ..บรรยากาศน่าจะดีมาก"

ปาลิดาเอ่ยถามขึ้นเพราะตนเองชอบที่จะอยู่ใกล้ๆน้ำเพียงแค่เห็นก็สดชื่นอย่างบอกไม่ถูก

"หึหึ..คงไม่มีใครฝืนชะตาที่ลิขิตเอาไว้ได้สินะ"

คราวนี้พระคุณเจ้ายิ้มบางๆกล่าวด้วยถ้อยคำที่ทำให้ทั้งสามสาวถึงกับเกาศรีษะ..ไม่เข้าใจความหมาย

"ไปเถอะโยม...เดี๋ยวจะค่ำมืดดึกดื่นเสียก่อน"

ทั้งสามจึงกราบลาพระภิกษุผู้เคร่งครัดงดงามในศีลและวัตรแล้วออกเดินทางต่อ

 

 

"ว้าว!...สา..ดา..ที่นี่สวยจังเลย"

อัญญายิ้มปิติเมื่อมาถึงวัดที่สองในอีกจังหวัดหนึ่งหลังจากทานกลางวันเรียบร้อยก็มาไหว้พระที่นี่ในทันที

"สวยจริงๆอัญ...ติดแม่น้ำด้วย..ดาชอบจังเลยคืนนี้หาที่พักใกล้ๆแม่น้ำนี่ดีไหม?" ปาลิดาเสนอความคิดอย่างรวดเร็ว

"สาแล้วแต่อัญกับดาเลยจ๊ะ..ว่าไงก็ว่าตามกัน"

"แถวนี้มีบ้านพักริมน้ำอยู่..อัญเห็นโฆษณาผ่านตาแวบๆเดี๋ยวถามคนแถวนี้ก็ได้..ก็ดีนะจะได้พักเร็วหน่อย"

อัญญาเห็นด้วยทำให้ปาลิดายิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ..จากนั้นจึงพากันเข้าไปไหว้พระอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

นครบาดาล

 

"อันใดเจ้าคะท่านปู่...มันจะไม่เร็วไปหรือเจ้าคะหลานเพิ่งจะได้พบเขาเพียงไม่กี่คราจะกำหนดวันอภิเษกเสียแล้ว"

กันติชาโวยวายเมื่อถูกเรียกมาเข้าพบพระอัยกาเพื่อรับรู้วันอภิเษก

"ข้ากำหนดแล้ว..อีกสองวันเจ้าต้องเข้าพิธีอภิเษกกับธรณ์ธันย์นาคราช..ไม่มีการเปลี่ยนแปลง"

ผู้เป็นพระอัยกากล่าวหน้านิ่งไม่มีท่าทีเห็นอกเห็นใจหลานสาวแม้เพียงน้อยนิด

 

"ท่านปู่!...ใจร้าย!..ฮือๆๆ!"

กันติชายอมเสียมารยาทเมื่อความอดทนถึงที่สุด..ต่อว่าผู้เป็นพระอัยกาแล้วปล่อยโฮออกมาวิ่งหนีไปโดยไม่ทำความเคารพไม่สนใจอะไรอีก

"กันติชา..หลานย่า"

มเหสีคู่บารมีถึงกับหน้าเสียเมื่อเห็นผู้เป็นหลานสาววิ่งร้องไห้ออกไป

"เจ้าอย่าให้ท้ายหลานข้า...เมื่อครั้งชโลธรก็เสียหน้าคราหนึ่งแล้วเพราะเจ้าใจอ่อน" พญาสิทธิสารเดโชหันไปตำหนิผู้เป็นมเหสีตน

"เจ้าพี่...ข้าก็รักลูกรักหลานของข้า..ท่านพี่น่าจะนึกถึงจิตใจของพวกเขาบ้างนะเจ้าคะ" กล่าวจบผู้เป็นมเหสีก็ลุกเดินออกไปด้วยท่าทีแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

"กวินตาเทวี!"

พญาสิทธิสารถึงกับตบเข่าฉาดด้วยความโมโหที่ทั้งมเหสีและนัดดาตนแสดงท่าทีไม่พอใจในการตัดสินใจในครั้งนี้

 

"ฮือ..ท่านปู่ใจร้าย..ข้าไม่แต่ง..ข้าไม่แต่งกับนาคาบ้าอำนาจเหมือนท่านปู่ดอก..ข้าจะหนี..หนีไปให้ไกลๆเลย"

กันติชาเช็ดน้ำตาแล้วตัดสินใจเด็ดขาดที่จะหนีออกจากวังแห่งนี้เพื่อหลบเลี่ยงงานอภิเษก

"นี่ๆเจ้า..อย่าเอ็ดไปเราแอบขึ้นไปเมืองมนุษย์แค่ครู่เดียวไม่มีผู้ใดรู้ดอกน่า"

"เยี่ยงนั้นก็รีบไปเถิด..จะได้รีบกลับ"

เสียงกระซิบกระซาบของทหารนาคสองตนมาเข้าหูกันติชาเข้าพอดี..นางได้ยินคำว่าเมืองมนุษย์ก็รีบลอบตามทหารทั้งสองไปในทันใด

"อ่อ...ที่แท้ทางเข้าออกอยู่ตรงนี้นี่เอง..เมืองมนุษย์หรือ?"

เมื่อมาถึงกันติชาก็เห็นทหารนาคทั้งสองกลายร่างเป็นนาคราชสีดำสนิทแล้วแหวกว่ายขึ้นสู่เบื้องบนโดยที่ประตูลับนั่นยังคงปิดไม่สนิท

"เอาหล่ะ...ข้าจะหนีไปเมืองมนุษย์"

นาคีสาวหันมองซ้ายขวาเมื่อปราศจากทหารนาคผู้เฝ้าประตูแล้วนางจึงรีบย่องออกมาจากที่หลบแล้วเปิดประตูกลายร่างเป็นนาคราชสีเขียวอ่อนทะยานขึ้นสู่เบื้องบนในทันที...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha