สายเลือดนาคราช(จบ)

โดย: รัตนะมณี



ตอนที่ 7 : ช่วยชีวิต


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ช่วยชีวิต

 

"สา...อัญ...ดาขอไปนั่งรับลมชมสายน้ำสักพักนะ ที่นี่สวยดึงดูดใจมากเลยจนดาอยากจะลองไปว่ายน้ำเล่นทีเดียวเชียว"

ปาลิดาที่นั่งมองสายน้ำอยู่ในห้องมาครู่หนึ่งพร้อมๆกับจัดข้าวของให้เข้าที่เอ่ยขึ้นหลังจากเข้าที่พักได้เป็นที่เรียบร้อย

"ตามสบายเถอะยัยดา..แต่อย่าคิดพิเรนทร์ลงไปว่ายน้ำเล่นเชียวนะแก..แม่น้ำทั้งใหญ่และกว้างขนาดนี้คงลึกน่าดู" อัญญาที่ดูทะมัดทะแมงเป็นหญิงแกร่งเอ่ยเตือนเพื่อนรัก

"ดา..ไปก่อนเลยเดี๋ยวสาตามไป..ขอจัดของอีกสักหน่อยก่อน" สาวิตรีหันมาบอกปาลิดาในขณะที่กำลังรื้อของกระจุยกระจาย

"จ๊ะ..สา...เจอกันที่ตรงจุดชมวิวนะ" เอ่ยจบปาลิดาก็เดินออกไปทันที

'จุดชมวิวริมแม่น้ำ...คำเตือน!ห้ามลงเล่นน้ำ'

 

เมื่อเดินมาถึงระเบียงริมแม่น้ำสายตาของปาลิดาก็เหลือบไปเห็นป้ายเตือนเข้าพอดี

"โธ่เอย..แม่น้ำกว้างใหญ่น่าจะลึกมากอยู่ใครกันจะคิดลงไปว่ายน้ำเล่น..ไม่ต้องมีป้ายเตือนก็คงไม่มีใครคิดเสี่ยงชีวิตหรอกมั้ง"

หญิงสาวเปรยขึ้นพลางเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ติดระเบียงไม้ซึ่งเป็นส่วนที่ยื่นไปในแม่น้ำมากที่สุด

"เอ๋?..นั่นมันอะไรน่ะ..ปลาเหรอแต่ทำไมตัวยาวจัง"

ปาลิดาเห็นบางอย่างไม่ไกลจากจุดที่ตนเองนั่งอยู่นักจึงพยายามเพ่งสายตาจับจ้อง

"เฮ้ย!..หรือว่า..พะ..พญานาค...ระ..รูป..ต้องถ่ายรูปไปให้สากับอัญดู"

หญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายใบย่อมที่ห้อยติดตัวออกมาด้วยแล้วยื่นตัวเข้าไปถ่ายให้ใกล้ที่สุด

"อีกนิดเดียว...โหววว...ชะ..ใช่แน่ๆ"

ร่างบางพยายามยืดทั้งตัวและแขนไปจนสุดเพื่อจับภาพให้ชัดที่สุดด้วยความตื่นเต้น..ทว่าสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อโทรศัพท์เกิดลื่นหลุดมือปาลิดาสะดุ้งตกใจพยายามจะคว้าเอาไว้

 

"กรี๊ดดด!!!"

ตู้มมมม!!!

ร่างของปาลิดาพลัดหล่นลงไปในแม่น้ำใหญ่ทันที หญิงสาวพยายามตะเกียกตะกายแหวกว่ายเพื่อจะขึ้นมาสู่ผิวน้ำ..แต่ทว่าร่างกายเกิดความผิดปกติไม่สามารถจะขยับได้อย่างใจคิดและด้วยความตื่นตกใจทำให้ปาลิดาเกิดอาการช๊อกสติกำลังจะดับวูบลงได้แต่ร้องขอความช่วยเหลืออยู่ในใจ

'ช่วยด้วย!...ใครก็ได้ช่วยดาด้วย..พ่อจ๋า..แม่จ๋า'

ในขณะเดียวกัน..กันติชาที่แอบหนีออกมาก็แหวกว่ายมาถึงในบริเวณนั้นเข้าพอดีจึงได้เห็นหญิงสาวนางหนึ่งตกลงมาในแม่น้ำ

'อ๊ะ!..นั่น...ใครกัน..เหมือนกำลังจะหมดสติ"

กันติชาจึงว่ายเข้าไปใกล้ร่างที่พยายามจะดิ้นรนในเฮือกสุดท้าย..ใบหน้าเจ้าของร่างจึงหันมาทางนาคีสาวเข้าพอดี

'นาง!..นะ..นางที่หน้าตาเหมือนข้า'

ปาลิดาที่กำลังจะหมดสติเห็นนาคีสาวในร่างนาคราชสีเขียวอ่อนอย่างเต็มสองตา..ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจก่อนหมดสติไป

'เจ้า!..เจ้าเป็นอันใด...อ๊ะ!..อะ..อันใดกันนี่?'

กันติชาตกใจแทบจะว่ายหนีเมื่อร่างมนุษย์สาวที่หมดสติเกิดเปล่งแสงขึ้นมาแล้วเปลี่ยนร่างนั้นกลายเป็นนาคราชสีเขียวมรกต

'นะ..นางกลายร่างได้!'

 

               .........................................

 

"ดา...สามาแล้ว..ดาอยู่ไหน?"

สาวิตรีที่เพิ่งจัดข้าวของเสร็จแล้วรีบตามเพื่อนรักลงมาที่จุดชมวิว..แต่ก็ต้องแปลกใจที่มาถึงกลับไม่พบเพื่อนสาวรออยู่เหมือนอย่างที่ตกลงกันไว้

"ยัยดาหายไปไหนนะ..หรือว่าไปเดินเล่นที่อื่น..จะถามใครก็ไม่เห็นมีใครสักคนให้ถามเลย"

สาวิตรีหันรีหันขวางอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจหาที่นั่งชมวิวรอเพื่อนรักไปพลางๆ...

 

 

"พี่รินแก้ว...มากับข้าหน่อยเถิด"

กันติชาที่ตัดสินใจกลับมาที่วังบาดาลรีบไปเรียกนางกำนัลผู้เป็นพี่เลี้ยงให้มากับตน

"มีอันใดหรือเจ้าคะจ้าวนาง...เหตุใดจึงดูลุกลี้ลุกลนชอบกล?" รินแก้วมองผู้เป็นนายอย่างประหลาดใจ

"ข้ามีเรื่องอยากให้พี่ช่วย...มากับข้าก่อนเถิดนะ"

ผู้เป็นนายดึงมือพี่เลี้ยงสาวไปอย่างรวดเร็วแถมพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้ใครเห็นจนรินแก้วสงสัยเหลือทน

"จ้าวนาง...เหตุใดต้องทำลับๆล่อๆด้วยเจ้าคะอย่างกับว่าไปสร้างเรื่องอันใดไว้"

"ถึงแล้วๆ...เดี๋ยวข้าจะเล่าให้พี่ฟังทั้งหมดเลยแต่พี่รินแก้วต้องรับปากว่าจะช่วยข้านะ"

รินแก้วกำลังจะอ้าปากถามต่อ..แต่ก็ต้องชะงักสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อเห็นร่างหญิงสาวนางหนึ่งที่มีใบหน้าเหมือนจ้าวนางของตนไม่มีผิดเพี้ยนกำลังนอนหมดสติอยู่

"จะ..จ้าวนาง...นี่มันอันใดกันเจ้าคะ..นางผู้นี้เป็นใครกันเหตุใดมีพระพักตร์เหมือนจ้าวนางของรินแก้วเยี่ยงนี้"

ผู้เป็นพี่เลี้ยงทำหน้าเหมือนโดนผีหลอกหันมองใบหน้าที่หมดสติกับจ้าวนางของตนสลับกันไปมา

"พี่รินแก้ว...ชู่ววว!...อย่าเอ็ดไปเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า พี่ช่วยข้าแบกนางไปไว้ที่ห้องข้าก่อน"

กันติชายกนิ้วชี้แตะปากเป็นสัญญาณให้เงียบเสียงแล้วกระซิบบอกรินแก้วด้วยเสียงอันเบา

"ทำเยี่ยงนี้..หากท่านปู่กับท่านพ่อรู้เข้าจะทรงถูกลงโทษนะเจ้าคะ?" รินแก้วพยายามกล่าวเตือนด้วยความหวาดหวั่น

"พี่ทำตามที่ข้าบอกก่อนเถิด..เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้พี่รินแก้วฟังทั้งหมดจริงๆจ๊ะ"

เมื่อขัดผู้เป็นนายไม่ได้รินแก้วจึงต้องช่วยนำหญิงสาวผู้หมดสติไปไว้ที่ห้องอย่างที่กันติชาต้องการ

 

"โอ๊ยยย....หนักจะแย่เจ้าค่ะ...แฮ่กๆๆ"

ทันทีที่วางนางลงบนแท่นบรรทมรินแก้วหมดแรงนั่งลงอย่างเหนื่อยหอบ

"ขอบใจจ๊ะพี่รินแก้ว...อีกไม่นานนางคงจะฟื้นขึ้นมา" กันติชาหันไปมองร่างบางที่นอนสลบไสล

"นางเป็นใครเจ้าคะ..จ้าวนาง?" รินแก้วเอ่ยถามอีกครั้งด้วยความสงสัย

"ข้าก็ไม่รู้..แต่ข้าเคยเห็นนางมาครั้งหนึ่งในสมาธิตอนแรกที่เห็นข้าก็ตกใจอยู่เช่นกัน...แต่ตอนนี้ข้าคิดว่านางน่าจะมีประโยชน์แก่ข้า..ด้วยหน้าตาที่เหมือนข้าราวกับเป็นคนคนเดียวกัน"

นาคีสาวจึงได้เล่าทุกเหตุการณ์ให้ผู้เป็นพี่เลี้ยงฟังรวมทั้งการอภิเษกที่ได้ถูกกำหนดขึ้นแล้วในอีกสองวันข้างหน้า

"แล้วจ้าวนางคิดจะทำอันใดล่ะเจ้าคะ?"

รินแก้วนึกสงสัยถึงการนำตัวหญิงสาวลึกลับผู้นี้กลับมาของนายตน

"ข้าจะให้นางอภิเษกกับท่านธรณ์ธันย์นาคราชแทนตัวข้านางจะเป็นกันติชานาคีแทนข้า" ผู้เป็นนายกล่าวบอกด้วยสีหน้ามั่นใจ

"จ้าวนาง!..แต่นางมิใช่นาคี..นางแต่งกายเยี่ยงมนุษย์และนางอาจตายด้วยพิษนาค..นางจะไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นะเจ้าคะ" รินแก้วรีบทักท้วง

"พี่รินแก้ว...ข้าเห็นกับตาว่านางกลายร่างเป็นนาคราชสีเขียวมรกตตอนนางจะหมดสติ..หากนางมิใช่นาคีแล้วเหตุใดจึงกลายร่างได้" กันติชากล่าวบอกในสิ่งที่ตนได้เห็นด้วยตาตนเอง

"กลายร่างได้!...มนุษย์เยี่ยงนางกลายร่างได้อย่างไรกัน...นอกเสียจากว่าจะมีสายเลือดแห่งนาคราชอยู่ในตัวเหมือน..." รินแก้วเกือบหลุดปากดีว่ายั้งเอาไว้ได้ทัน

"เหมือนอันใดจ๊ะ...พี่รินแก้ว?" ผู้เป็นนายเอ่ยถามทันที

"เอ่อ...เหมือนพวกลูกครึ่งมนุษย์นาคทั่วไปน่ะเจ้าค่ะ" พี่เลี้ยงสาวรีบตอบพยายามปรับสีหน้าให้นิ่งเฉย

"ลูกครึ่ง?...มนุษย์นาค?" กันติชาทำสีหน้าฉงนเพราะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

"มะ..ไม่ต้องสนใจดอกเจ้าค่ะ...อ๊ะ!..เหมือนนางจะฟื้นแล้ว"

รินแก้วพยายามหลบเลี่ยงประจวบเหมาะพอดีที่หญิงสาวจากเมืองมนุษย์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา

 

"อื๊อ...โอยยย...มึนหัวจัง"

ปาลิดาที่เริ่มรู้สึกตัวยกมือกุมขมับทั้งๆที่ยังหลับตาด้วยอาการปวดศรีษะ

"เจ้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง?" กันติชาเอ่ยถามผู้ที่นอนอยู่

"หืม?...เสียงใครกันทำไมพูดแปลกๆ"

ปาลิดาค่อยๆลืมตามองเจ้าของเสียงซึ่งแน่ใจว่าไม่ใช่เสียงเพื่อนรักทั้งสองของตน

 

"กรี๊ดด!!...อุ๊บ!"

กันติชารีบเข้าไปปิดปากหญิงสาวจากเมืองมนุษย์เมื่อนางได้เห็นหน้ากันติชาแล้วตกใจจนร้องกรี๊ดออกมา

"มิต้องตกใจไป..ข้าเป็นผู้ที่ช่วยเจ้าจากการตกน้ำแล้วจึงพามาที่นี่...พวกข้ามิได้คิดจะทำร้ายเจ้า"

ปาลิดาฟังคำกล่าวที่นาคีสาวบอกเล่าจึงพยักหน้ารับเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ตนพลัดหล่นลงแม่น้ำขึ้นมาได้

"เธอ..ช่วยฉันไว้ขอบใจมากนะ...เอ่อ..แต่ว่าทำไมเธอจึงมีหน้าตาเหมือนกับฉันเลย" ปาลิดามองหน้าผู้ที่ช่วยชีวิตอย่างประหลาดใจ

"ข้าก็มิอาจจะรู้ได้..บางทีเราอาจมีบุญสัมพันธ์กันมาจึงทำให้ข้าได้ช่วยเจ้า..และเจ้าก็มาช่วยข้า"

กันติชาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มรู้สึกถูกชะตากับมนุษย์ผู้มีใบหน้าเหมือนตนยิ่งนัก

"ว่าแต่..ที่นี่คือที่ไหนเหรอคะ?"

ปาลิดามองไปรอบๆสังเกตเห็นถึงความแปลกตาในสถานที่ที่ตนได้มาอยู่ตรงนี้

"ที่นี่คือนครบาดาล..เมืองของพญาสิทธิสารเดโชนาคราชผู้เป็นนาคาธิบดี" รินแก้วเป็นผู้เอ่ยบอกนางผู้มาจากเมืองมนุษย์

"บะ..บาดาล..มะ..เมืองพญานาคน่ะเหรอคะ?"

ปาลิดาแทบลมจับเมื่อได้ยินว่าตนกำลังอยู่ที่ใดไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

"ใช่...เจ้าจะตกใจไปไย?" กันติชายิ้มบางเอ่ยด้วยความขบขันในท่าทีของผู้ที่มีใบหน้าเหมือนตน

"เอ่อ...ช่วยพาฉันกลับไปเมืองมนุษย์ได้ไหมคะ ฉันจะไม่ลืมพระคุณที่เธอช่วยฉันเอาไว้ในครั้งนี้เลย"

ผู้มาจากเมืองมนุษย์เอ่ยวิงวอนขอให้ช่วยพาตนกลับขึ้นไป

"ข้าจะพาเจ้ากลับไปส่งแน่..แต่เจ้าต้องช่วยเหลือข้าก่อนเป็นการตอบแทนที่ข้าช่วยเจ้าไว้" นาคีสาวมองหน้าปาลิดานิ่ง

"ช่วยเหรอ?...เธอจะให้ฉันช่วยยังไงเธอเป็นพญานาคมีฤทธิ์มากมายไม่ใช่เหรอ..แล้วฉันจะไปช่วยอะไรเธอได้ล่ะ?"

หญิงสาวทำสีหน้าไม่ถูกเมื่อได้รู้ว่าจะต้องช่วยเหลือนาคีสาวเป็นการตอบแทน

"เจ้ามีนามว่าอันใดหรือ?" นาคีสาวเอ่ยถามขึ้น

"ฉันชื่อ..ปาลิดา..แล้วเธอล่ะ?" ปาลิดาตอบแล้วจึงย้อนถามนาคีผู้อยู่เบื้องหน้า

"ข้านามว่า..กันติชานาคี..จะเรียกกันติชาก็ได้และนี่คือพี่เลี้ยงของข้า...พี่รินแก้ว" กันติชาแนะนำตนเองและผู้เป็นพี่เลี้ยง

"กันติชา..เธอจะให้ฉันช่วยอะไรเหรอ?" ปาลิดาเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

"ข้าจะให้เจ้าปลอมเป็นตัวข้า...และเข้าอภิเษกแทนข้าในวันจัดพิธี..หลังจากนั้นข้าจะหาทางช่วยเจ้าให้กลับไปเมืองมนุษย์" ถ้อยคำที่ปาลิดาได้ยินแทบจะทำให้หญิงสาวรีบปฏิเสธในทันที

"อะ..อภิเษก..ที่แปลว่าแต่งงานน่ะเหรอ?"

"ก็ใช่น่ะสิ..เจ้าเอ่ยเหมือนไม่ค่อยเข้าใจความหมาย"

รินแก้วที่มองดูท่าทีผู้เป็นนายเจรจากับหญิงสาวจากเมืองมนุษย์อยู่นานอดที่จะเอ่ยแทรกขึ้นไม่ได้

"แต่..นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ..จะให้ฉันแต่งกับพญานาคผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้..ละ..แล้วฉันจะทำยังไงล่ะมิต้องตกเป็นเมียพญานาคหรอกเหรอ?"

ปาลิดาทำสีหน้าลำบากใจอยากจะรีบกลับเมืองมนุษย์ในทันทีทันใด

"ไม่ดอก..ข้ารับปากจะช่วยเจ้าออกมาก่อนที่จะเข้าหอ...อีกอย่างท่านธรณ์ธันย์เองก็หาได้ชอบข้านักเข้าอภิเษกเพราะขัดพระอัยกามิได้เช่นกัน..เขาอาจจะมิอยากแตะต้องตัวเสียด้วยซ้ำ" กันติชาพยายามกล่าวบอกเพื่อให้ปาลิดาวางใจ

"อ้าว...ถ้าต่างคนต่างไม่อยากแต่งก็ยกเลิกไปเลยสิ..จะมาฝืนเข้าพิธีกันทำไม..เดี๋ยวนี้เขาหมดยุคคลุมถุงชนกันแล้วนะ" หญิงสาวกล่าวบอกด้วยความไม่เข้าใจ

"ผู้ใดเขาจะเอาถุงมาคลุมแล้วชนกันในงานอภิเษกเล่า...นี่เป็นงานพิธีอันยิ่งใหญ่ของนครบาดาลเลยทีเดียว...พระนัดดาของทั้งสองเมืองอภิเษกต่อกันย่อมไม่ธรรมดา"

รินแก้วมองหน้าปาลิดาอย่างขัดใจในคำกล่าวที่แสนประหลาดนัก

"แต่ฉันไม่ใช่พญานาค..อาจจะถูกจับได้ก็ได้นะ..ถ้าโดนจับได้..ฉันจะถูกกินไหม?"

ปาลิดาทำสีหน้าหวาดหวั่นพรั่นพรึงขึ้นมา..กันติชาเห็นแล้วอดที่จะยิ้มขันเสียมิได้

"นี่แม่ลูกครึ่งผู้ใดจะกินเจ้ากัน..มิรู้หรือนาคราชหาได้กินเนื้อมนุษย์พวกเราอิมทิพย์หากจะกินก็กินเพียงผลหมากรากไม้เท่านั้น" ผู้เป็นพี่เลี้ยงอธิบายเสียยืดยาวมองค้อนปาลิดาด้วยความหมั่นไส้

"พี่รินแก้วอย่าตำหนินางเลย..ข้าคิดว่านางคงมิรู้เรื่องนี้จริงๆ" กันติชาเอ่ยห้ามผู้เป็นพี่เลี้ยง

"เอ่อ...พี่สาวเรียกฉันว่าลูกครึ่งเหรอคะ..ฉันเป็นคนไทยเต็มตัวนะคะไม่ได้มีเชื้อสายต่างชาติเลยค่ะ"

ปาลิดางุนงงที่ผู้เป็นพี่เลี้ยงกล่าวเรียกตนว่าลูกครึ่งทั้งๆที่แน่ใจว่าหน้าตารูปร่างตนเป็นไทยแท้เต็มตัวอย่างแน่นอน

"ปัดโธ่เอ๊ย...ข้ามิได้หมายความเยี่ยงนั้นข้าหมายถึง.."

ยังไม่ทันที่รินแก้วจะเอ่ยจบประโยค..เสียงใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นจนทั้งสามถึงกับสะดุ้งเฮือก

 

"กันติชา...เจ้าอยู่หรือไม่ลูกพ่อ?"

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha