สายเลือดนาคราช(จบ)

โดย: รัตนะมณี



ตอนที่ 9 : เจอคู่อภิเษก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เจอคู่อภิเษก

 

"สา!...เจอยัยดาไหม?"

อัญญาวิ่งหน้าตื่นมาหาสาวิตรีเมื่อได้รับโทรศัพท์ว่าปาลิดาเพื่อนสนิทตนหายตัวไปหลายชั่วโมง

"ไม่เจอเลย..อัญ!..สาใจไม่ดีเลยไม่รู้ว่าดาจะตกน้ำตกท่าไปบ้างหรือเปล่า"

สาวิตรีพยายามสังเกตบริเวณจุดนัดพบอยู่หลายครั้งว่ามีร่องรอยอะไรให้พอได้ผิดสังเกตบ้างแต่ก็ไม่พบเลย

"เอาไงดีหล่ะ..หรือจะต้องแจ้งตำรวจ?"

อัญญาที่ดูเป็นสาวแกร่งทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่

"เดี๋ยวอัญ!...ถ้ายังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงตำรวจเขาจะยังไม่รับแจ้งนะ..ยัยดาหายไปแค่ห้าชั่วโมงเท่านั้น" สาวิตรีที่ศึกษาเรื่องกฏหมายมาบ้างรีบยั้งเพื่อนรักเอาไว้

"แล้วเราจะนั่งรอจนครบยี่สิบสี่ชั่วโมงเหรอ..ควรโทรบอกคุณน้ามุกดาก่อนดีไหม?"

อัญญาที่พยายามควบคุมสติทั้งๆที่แสนจะห่วงเพื่อนถามความคิดเห็นเพื่อนรักที่เหลือ

 

"ขออภัยครับ..คุณเป็นเพื่อนของคุณปาลิดาใช่หรือไม่ครับ?"

ในขณะที่สองสาวกำลังครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีบุรุษลึกลับสวมชุดม่อฮ่อมสองคนก็ปรากฏตัวขึ้นโดยที่สองสาวไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

"ใช่ค่ะ...คุณรู้จักเพื่อนเราด้วยเหรอคะ?" สาวิตรีเอ่ยถามพร้อมหันมองอัญญาด้วยสีหน้างงๆ

 

"คุณปาลิดาฝากสิ่งนี้ให้พวกคุณครับ..พร้อมฝากบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง"

บุรุษแปลกหน้าส่งกระบอกไม้ไผ่ปล้องยาวเล็กมีจุกปิดหัวท้ายลักษณะประหลาดให้อัญญารับเอาไว้

"นี่...มันคืออะไรคะ?"

อัญญามองด้วยความสงสัยครู่หนึ่งแล้วจึงดึงจุกออกเห็นกระดาษลักษณะแปลกตาโผล่ปลายออกมาจึงนำออกมาคลี่ดู

"ลายมือยัยดา...เขียนบอกว่าได้เจอญาติเข้าโดยบังเอิญเลยมาค้างที่บ้านญาติสักสี่ห้าวัน..ต้องขอโทษที่ไม่ได้เข้าไปบอกเพราะมันกระทันหันจริงๆและโทรศัพท์เกิดร่วงตกน้ำไปจึงติดต่อไม่ได้เดี๋ยวญาติจะพามาส่งที่นี่เองไม่ต้องเป็นห่วงนะ"

อัญญาอ่านข้อความในกระดาษแล้วกล่าวบอกสาวิตรีที่ยืนลุ้นอยู่ด้วยความงงงันและสงสัยอย่างที่สุด

"ลายมือยัยดาไม่ผิดแน่..แต่ทำไมเกิดมาเจอญาติกระทันหันแบบนี้แถมตัดสินใจไปค้างบ้านญาติตั้งหลายวัน..แล้วพวกเราจะทำไงล่ะ?" อัญญามองหน้าสาวิตรีเพื่อขอความคิดเห็น

"จะทำไงได้ล่ะอัญ..ก็คงต้องรอหรือเราจะไปไหว้พระที่อื่นต่อโดยไม่มียัยดาแล้วค่อยกลับมารับที่นี่เหรอ?" สาวิตรีกล่าวอย่างไม่รู้จะทำเช่นถึงจะดีที่สุด

"สี่ห้าวันเชียวนะ..คงต้องโทรบอกพ่อแม่เราและน้ามุกดาด้วย..เพราะตามกำหนดเราจะมาแค่สามวันเองนะสา" อัญญาเอ่ยอย่างมีเหตุผล

"เอ่อ..พี่ชายคะ..พาเราไปพบดาได้ไหมคะจะได้ตกลงกันให้เข้าใจ?" สาวิตรีที่นึกขึ้นได้หันไปถามบุรุษแปลกหน้าทันที

"ไม่ได้!..ผมมีหน้าที่มาบอกเท่านี้..ขอตัวก่อนครับ"

บุรุษทั้งสองมีสีหน้าที่นิ่งสนิทแทบดูเหมือนหุ่นยนต์กล่าวจบก็รีบหันหลังเดินออกไปทางที่มืดๆ..ยากที่จะมองเห็นว่าบุรุษทั้งสองเดินทางมาด้วยพาหนะอะไร

 

ตู้มมม!!!

เสียงคล้ายบางอย่างตกน้ำ..ดังจนหญิงสาวทั้งสองสะดุ้งรีบหันมองหาต้นเสียงทันที

"เสียงอะไรน่ะ..อัญ" สาวิตรีรู้สึกขนลุกขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุขยับเข้าหาเพื่อนรักโดยไว

"คงเป็นปลาใหญ่เล่นน้ำน่ะสิ..ไม่มีอะไรหรอกเรารีบกลับขึ้นห้องพักเถอะ..เรื่องยัยดาก็รู้ข่าวแล้ว" อัญญาหันไปบอกเพื่อนสาวที่เกาะแขนตนแน่นแล้วก้าวเดินนำไป

"ก็จริง..แต่แหมพี่ชายสองคนนั่นก็แปล๊กแปลกขอให้พาไปให้หายัยดาก็ไม่ได้..เดินหันหลังกลับไปเฉยเลยหายไปไวอย่างกับผี" สาวิตรียิ่งนึกยิ่งเสียวสันหลังดึงแขนอัญญาให้เข้าไปอย่างเร็วที่สุด...

 

 

นครบาดาล

 

"ปาลิดา..พรุ่งนี้จะเป็นวันอภิเษกแล้ว..วันนี้เจ้าต้องลองเป็นข้าเพื่อทำให้ทุกผู้เชื่อ..เจ้าจะได้ไม่เผลอหลุดพิรุธออกมา"

กันติชาเอ่ยบอกหญิงสาวจากเมืองมนุษย์ที่มีใบหน้าเหมือนตนซึ่งกำลังรื้อกระเป๋าสะพายใบย่อมที่ติดตัวตกน้ำมาด้วย

"ได้..ฉันจะลองดู" ปาลิดาตอบรับทั้งๆที่ยังคงเปิดนั่นดูนี่อยู่

"เจ้ากำลังทำอันใดหรือ?" นาคีสาวมองด้วยความสงสัย

“ก็รื้อดูน่ะสิ..ว่ากระเป๋าสตางค์ฉันเปียกแฉะแค่ไหนมีอะไรเสียหายบ้าง..นอกจากโทรศัพท์ที่ตกน้ำหายไปน่ะ" ปาลิดาหันมากล่าวตอบแล้วกลับไปดูต่อ

"แล้วมีอันใดเสียหายหรือไม่เล่า?"

"ก็..เงินในกระเป๋าชื้น..บัตรประชาชนไม่เป็นไร บัตรเอทีเอ็มก็ไม่น่าจะเป็นอะไร..แล้วก็รูปของแม่ฉันดีนะที่ฉันเอาไปเคลือบไว้เลยยังโอเคอยู่"

ปาลิดาสาธยายยืดยาวหยิบสิ่งที่เอ่ยออกวางเรียงเพื่อไล่ความชื้น...แต่กันติชาได้แต่ยืนงงเพราะไม่เข้าใจคำพูดของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย

"ขะ..ข้าฟังเจ้าไม่เข้าใจ..สะ..ตาง..คืออันใดและที่เจ้าเอ่ยยาวๆก็ไม่รู้ว่าเจ้าหมายถึงอันใด..แถมเจ้ายังเอ่ยว่าเจ้าทำอันใดกับแม่ของเจ้า..แล้วนางมาอยู่ในสิ่งนี้ได้ด้วยหรือ?"

กันติชาหน้าตื่นพยายามมองหาบางอย่างที่น่าจะเป็นแม่อย่างที่ปาลิดาพูด

"โอยย...เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว...สตางค์ก็คือของที่เขาใช้แลกเปลี่ยนกับสิ่งที่เราอยากได้..เช่นใช้ซื้อเสื้อผ้าข้าวของ" กล่าวจบก็หยิบธนบัตรใบสีแดงให้กันติชาดูแล้วทำท่าทางเป็นตัวอย่าง

"เมืองมนุษย์ใช้กระดาษแลกซื้อรึ?..ที่นี่ใช้ทองแต่ก็ไม่บ่อยนัก"

"ห่ะ!..ทะ..ทอง..เธอมีทองเยอะเหรอกันติชา?"

ปาลิดาหูผึ่งเมื่อได้ยินคำว่าทองจากปากนาคีสาวที่มีใบหน้าเหมือนตน

"ในท้องพระคลังของท่านปู่มากมายมหาศาลรวมทั้งอัญมณีเพชรพลอยต่างๆ..หาได้มีประโยชน์อันใดข้าจึงไม่ใคร่จะสนใจ"

กันติชาส่งธนบัตรคืนหญิงสาวที่นั่งอ้าปากค้างในสิ่งที่ได้ยิน

"ท่านปู่เธอคงรวยมากสินะ..นี่ถ้าได้ไปฝากแม่สักชิ้นสองชิ้นคงจะดี"

ปาลิดาเอ่ยลอยๆเมื่อนึกถึงผู้เป็นแม่ที่ลำบากทำงานหนักมาตั้งแต่เธอจำความได้..แม้พ่อธนาจะคอยช่วยเหลือมาตลอดแต่ก็นับว่าแปลกที่ปาลิดากลับรู้สึกไม่ค่อยผูกพันธ์กับผู้เป็นพ่อมากนัก

"ถ้าอยากได้ไปฝากแม่เจ้า..ข้าจะมอบให้ในวันที่เจ้ากลับไป...เจ้าโชคดีที่ยังมีแม่คอยดูแล"

กันติชาเข้าไปนั่งข้างๆหญิงสาวแล้วเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม

"จริงเหรอ!..แต่..ไม่เอาดีกว่าแม่มุกดาสอนว่าอย่าไปอยากได้ของของใครถ้ามันไม่ใช่ของเรา"

ปาลิดาส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมยิ้มบางๆแล้วหยิบบางอย่างขึ้นมาส่งให้กันติชาดู

"นี่คือแม่ของฉัน...แม่มุกดา"

"มะ..แม่เจ้า..ไยจึงเข้าไปอยู่ในนี้ได้..นางโดนแม่มดตนใดร่ายเวทย์ใส่หรือ?" นาคีสาวทำท่าตกใจจนปาลิดาถึงกับหัวเราะ

"นี่เขาเรียกว่ารูปถ่าย..รูปภาพที่เหมือนจริงน่ะเป็นตัวแทนของแม่ฉัน" เมื่อปาลิดาอธิบายกันติชาจึงพอจะเข้าใจยอมขยับเข้ามาดูอีกครั้ง

"มุกดา...แม่ของเจ้านามเหมือนท่านแม่ของข้าเลยนี่คือนางสินะ...งดงามไม่น้อยทีเดียว"

กันติชาหน้าสลดลงเมื่อได้เห็นผู้เป็นแม่ของอีกฝ่ายในใจรู้สึกโหยหาความอบอุ่นจากผู้เป็นแม่ขึ้นมา..ยิ่งเห็นนางที่อยู่ในกระดาษใบเล็กๆยิ่งอยากพบผู้เป็นท่านแม่ของตนบ้าง

"จ้าวนาง!..จ้าวนางกันติชา..แย่แล้วเจ้าค่ะพระอัยกาให้ออกไปต้อนรับท่านธรณ์ธันย์นาคราชเจ้าค่ะ...ทรงมาพร้อมกับพญานิลทราช" รินแก้ววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน

"ปาลิดา..ท่านธรณ์ธันย์มาแล้ว..เจ้าต้องออกไปพบเขาแทนข้าเพราะวันนี้ข้าจะหลบไปอยู่ที่อื่นก่อนพี่รินแก้วจะคอยช่วยเหลือเจ้า" กันติชารีบกล่าวบอกพร้อมไปหยิบถุงผ้าของตนออกมา

"กันติชา..เจ้าจะไปไหน?" ปาลิดาเอ่ยถามด้วยตื่นกลัวจนมือเย็นสั่นไปทั้งตัว

"ข้าวางแผนกับพี่รินแก้วเอาไว้แล้ว..ข้าจะไปแอบที่ถ้ำใกล้ๆสระแสงจันทร์จนกว่าจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ปาลิดา..เจ้ากับข้าจะมาเจอกันอีกครั้งในวันที่จะต้องไปกับท่านธรณ์ธันย์..วันนั้นข้าจะให้พี่รินแก้วไปส่งเจ้ากลับเมืองมนุษย์ตามสัญญา" กันติชาเอ่ยจบก็พยักหน้าให้รินแก้วเริ่มแผนการในทันที

 

"จ้าวนาง..ไปกับข้าเถิดเจ้าค่ะ"

รินแก้วเริ่มเรียกปาลิดาว่าเจ้านางเป็นการรับรู้ว่าบัดนี้ปาลิดาจะต้องกลายเป็น..กันติชานาคี

"ฉัน..เอ๊ย..ขะ..ข้ากลัวจังพี่" ปาลิดาจับมือผู้เป็นพี่เลี้ยงอย่างหวาดหวั่น

"วางใจเถิดเจ้าค่ะ..ข้าจะคอยช่วยจ้าวนาง"

รินแก้วกล่าวบอกพร้อมจูงมือจ้าวนางผู้สวมรอยออกไปในทันที

"ปาลิดา...ขอให้เจ้าทำสำเร็จเถิดข้าจะขอบใจเจ้ามาก" จากนั้นกันติชาก็ลอบออกไปจากวังเพื่อมุ่งไปยังสระแสงจันทร์...

 

 

"กันติชา...ทำความเคารพท่านนิลทราชกับธรณ์ธันย์เสียสิจะยืนนิ่งทำกระไร?"

เสียงดุๆของบุรุษท่าทางน่าเกรงขามที่ทรงเครื่องทองลายโบราณเต็มตัวสวมผ้ากึ่งโจงกระเบนกึ่งกางเกงลายงดงามสีเขียวเข้มและที่ตรึงสายตาปาลิดาเอาไว้..คือมงกุฏทองที่มีพญานาคหลายเศียรทำเอาหญิงสาวยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก

"จ้าวนาง..ทำความเคารพท่านทั้งสองเจ้าค่ะ"

รินแก้วที่เห็นเหตุการณ์รีบสะกิดเตือนแล้วกระซิบบอกเสียงเบา..ปาลิดาจึงรีบน้อมกายลงพร้อมก้มศรีษะอย่างที่กันติชาเคยสอน

"นะ..น้อมเคารพท่านนิลทราชและท่านธรณ์ธันย์เจ้าค่ะ" เสียงที่เอ่ยออกมาสั่นจนเห็นได้ชัด

"กันติชา...เป็นอันใด?" พญาสิทธิสารเดโชถามขึ้นเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติของนัดดาตน

"อะ..เอ่อ..ข้า..รู้สึกไม่ค่อยสบายเจ้าค่ะ"

ปาลิดารีบแก้ตัวอย่างรวดเร็ว..รินแก้วที่อยู่ใกล้ๆก็พลอยลุ้นไปด้วย

"เยี่ยงนั้นก็พาธรณ์ธันย์ออกไปผ่อนคลายด้านนอกเสียก่อนเถิด..ปู่จะเจรจากิจธุระกับสหาย" ผู้เป็นพระอัยกาเอ่ยขึ้นพร้อมพยักหน้าให้ออกไป

"จะ..เจ้าค่ะ”

หญิงสาวตอบรับแล้วหันมองรินแก้วคล้ายเป็นคำถามว่าจะให้ทำอย่างไรต่อ..รินแก้วรีบกระซิบบอกอย่างรวดเร็ว

"เดินไปหาท่านธรณ์ธันย์แล้วกล่าวว่า..'ท่านธรณ์ธันย์เชิญเจ้าค่ะ'..เร็วเจ้าค่ะ" ปาลิดาพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปหานาคาหนุ่มตามที่พี่เลี้ยงสาวบอก

"ท่านธรณ์ธันย์..เชิญเจ้าค่ะ"

นาคราชหนุ่มคิ้วขมวดมองหน้าหญิงสาวที่ยืนจ้องหน้าตนนิ่งโดยไม่ยอมเดินนำไปเหมือนทุกครั้งจนปาลิดาหน้าฉงนว่านาคาหนุ่มจ้องหน้าตนทำไม

"จ้าวนาง..ไหวหรือไม่เจ้าคะเดี๋ยวรินแก้วช่วยพยุงนะเจ้าคะ"

รินแก้วหน้าเลิกลั่กรีบปรี่เข้ามาทำทีประคองนายตนแล้วดันร่างบางให้ออกเดินไปอย่างเร็วที่สุดโดยมีนาคาหนุ่มเดินตามมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก

"ทำไมเหรอพี่รินแก้ว?" ปาลิดาแอบกระซิบถาม

"จ้าวนางต้องเป็นฝ่ายเดินนำแขกบ้านแขกเมืองออกมาก่อนเจ้าค่ะ" รินแก้วพยายามอธิบาย

"อ่อ...ข้าจะจำไว้" ปาลิดาพยักหน้ารับรู้

 

"จ้าวนางกันติชา!...ข้าขอเวลาส่วนตัวกับเจ้าสักครู่เถิด" นาคาหนุ่มมาดนิ่งเอ่ยขึ้นทำให้รินแก้วจำเป็นต้องถอยออกไปไกลๆ..ทำได้เพียงจับมือให้กำลังใจปาลิดา

"มะ..มีอะไรหรือคะ..เอ่อ..เจ้าคะ?" ปาลิดาพยายามรวบรวมสติไม่ให้ตื่นเต้น

"วันนี้เจ้าดูแปลกไป..คงจะมิสบายจริงๆ"

"..เจ้าค่ะ"

"พรุ่งนี้ต้องอภิเษกแล้ว..ข้ามีเรื่องอยากตกลงกับเจ้า" นาคาหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ

 

"ท่านจะขอยกเลิกงานแต่งใช่ไหม!..ข้าก็เหมือนกันงั้นเราเข้าไปบอกท่านปู่กันเลยเถอะ"

ปาลิดาทำสีหน้าดีใจสุดฤทธิ์ไม่คิดว่างานของตนจะลุล่วงเร็วเช่นนี้..ไม่ต้องเข้าพิธี..ได้กลับบ้านแล้ว

"เจ้ากล่าววาจาแปลกๆ..เหตุใดดูดีใจยิ่งนักเหมือนรังเกียจนาคารูปงามเยี่ยงข้า..และข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าหากอภิเษกกันเจ้าต้องทำตามคำสั่งของข้าทุกอย่าง..มิใช่ข้าต้องทำตามที่เจ้าต้องการ"

วาจาและท่าทางที่เย่อหยิ่งของธรณ์ธันย์ช่างน่าหมั่นไส้เหลือเกินในความรู้สึกของปาลิดาแม้จะมีหน้าตาหล่อเหล่ายิ่งกว่าซูปเปอร์สตาร์ดังของเอเชีย..แต่นิสัยก็ร้ายเหลือรับเช่นกัน

"ท่านก็ดูไม่ได้อยากจะอภิเษกกับข้า..แล้วจะยอมเข้าพิธีทำไม...ข้าก็ไม่อยากอภิเษกกับท่านต่างคนต่างไม่ชอบกัน...ก็ยกเลิกไปสิท่าน"

ความตื่นเต้นกลัวหลุดพิรุธหายไปในทันทีที่ความหมั่นไส้เข้ามาแทนที่ผสมกับอยากให้เรื่องมันจบเร็วๆปาลิดาจึงเผลอตอบโต้ออกไป

"กันติชา!..ไม่มีใครเคยโต้แย้งข้าเยี่ยงนี้เดิมทีข้าจะหาข้อตกลงที่ดีกับเราทั้งคู่..ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้วจะอภิเษกเพื่อให้เจ้ายอมทำตามคำสั่งข้า"

ธรณ์ธันย์ที่เดิมทีคิดจะร่วมหาวิธียกเลิกการอภิเษกแต่พอเห็นสีหน้าและท่าทีของนาคีสาวในวันนี้กลับรู้สึกอยากเอาชนะขึ้นมาอยากบอกไม่ถูกแถมนางยังดูน่าดึงดูดมากกว่าครั้งก่อนที่ได้พบกัน

"อ้าว..ท่าน!...ไม่เคยสั่งใครได้หรือไงถึงจะมาเอาชนะผู้หญิงตัวเล็กๆแบบนี้...พญานาคบ้าอำนาจ"

ปาลิดาไม่เคยโกรธผู้ชายคนไหนเท่านาคหนุ่มผู้นี้ถ้อยคำที่กล่าวกับใบหน้านิ่งๆกวนๆนั่นน่าตบเสียจริง..แต่ทำได้แต่เพียงบ่นอุบอิบอยู่ในใจ

 

'อิตานาคหลงตัวเอง..บ้าอำนาจ..มิน่ากันติชาถึงหนีงานอภิเษก..ใครได้อิตานี่เป็นผัวคงซวยไปทั้งชาติ'

 

 

.....................................................................

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha