สายเลือดนาคราช(จบ)

โดย: รัตนะมณี



ตอนที่ 10 : คู่ปรับ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

คู่ปรับ

 

กันติชาลอบออกมาจนถึงสระแสงจันทร์แล้วครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ว่าตนจะหาที่พักชั่วคราวได้ที่ใดไม่นานก็นึกถึงนาคาหนุ่มผู้ชอบนั่งเป็นหินอยู่ในถ้ำไม่ไกลจากที่นี่นักจึงรีบมุ่งไปยังจุดหมาย

"เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใดอีก?"

ทันทีที่ไปถึงก็พบบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งยืนสงบนิ่งในชุดขาวคล้ายพวกฤาษีเพียงมิได้สวมใส่ลายหนังเสือเท่านั้นอยู่หน้าถ้ำและเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นตน

"ท่าน...คือท่านหน้าจืดที่อยู่ในถ้ำใช่หรือไม่?"

กันติชาเอ่ยถามเพื่อให้แน่ใจเพราะทุกคราที่เจอกันในถ้ำนั้นแสงสว่างไม่มากนักจึงไม่เคยเห็นนาคาหนุ่มผู้นั้นชัดเจนเหมือนในตอนนี้..

นาคีสาวเพิ่งจะได้ประจักษ์ว่าตาหน้าจืดผู้นี้รูปงามกว่าที่คิดแถมดูงดงามในกริยาท่าทางต่างจากธรณ์ธันย์อย่างสิ้นเชิง

"นาคีน้อย..เพลานี้เจ้าควรกลับไปหาพี่เลี้ยงของเจ้าเสีย..เพราะข้ากำลังจะกลับไปที่วังอย่ามัวเดินเล่นอยู่บริเวณนี้เลย" นาคราชหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ

"ท่านจะไม่นั่งสมาธิแล้วหรือ?"

"ในวันรุ่งพระเชษฐาของข้าจะมีงานอภิเษก..ข้าจำเป็นต้องไปร่วมพิธีในครั้งนี้"

"พระเชษฐา?...ท่านหน้าจืดท่านเป็นผู้ใดกันแน่เอ่ยคำคล้ายเป็นเชื้อสายกษัตริย์"

กันติชารู้สึกแปลกใจเป็นยิ่งนักที่นาคาเคร่งสมาบัติไม่รู้ที่มาที่ไปในถ้ำเกิดลุกออกมาเพื่อจะไปร่วมพิธีสำคัญของพระเชษฐาตน

"อ้าว...ข้ายังมิเคยบอกเจ้าหรือนาคีน้อยว่าข้านามว่า..'อมรเทพนาคราช'เป็นโอรสของพญานันทราชและเป็นราชนัดดาขององค์นาคาธิบดีนิลทราช"

"วะ..ว่าเยี่ยงไรนะ!..ละ..หลานท่านนิลทราช..งั้นพระเชษฐาของท่านคือ.." กันติชาแทบจะหยุดหายใจเมื่อได้รู้ว่าตาหน้าจืดเป็นถึงนัดดาของพญานิลทราชสหายพระอัยกาของตน

"พระเชษฐาของข้านามว่าพญาธรณ์ธันย์นาคราช เจ้ารู้จักกระนั้นหรือ?" นาคาหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"เอ่อ..ละ..แล้วท่านรู้หรือไม่ว่าพระเชษฐาของท่านจะต้องอภิเษกกับผู้ใด?" นาคีสาวใจเต้นระทึกหยั่งเชิงถาม

"ข้ามิทราบนามนางดอก..รู้เพียงเป็นหลานสาวของท่านสิทธิสารเดโชเท่านั้น...จริงสิ!นาคีน้อย..เจ้าก็เป็นหลานสาวของท่านสิทธิสารเดโชนี่หน่า"

อมรเทพคล้ายนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครั้งได้พบกันคราแรกนาคีสาวผู้นี้รีบรายงานตนว่าเป็นนัดดาแห่งพญาสิทธิสารเดโชจึงได้เอ่ยออกมา..ทำเอากันติชาใจหายวาบคิดว่าตนถูกจับได้เป็นแน่

"เจ้ามิไปร่วมงานสำคัญด้วยหรือ?..รีบกลับไปเตรียมตัวเถิด..ญาติเจ้าจะอภิเษกกับพระเชษฐาข้าหากไม่ไปคงถูกตำหนิแน่นอน"

"ห่ะ..อะ..เอ่อ..นั่นสินะ..อ่อ..ขะ..ข้าลืมของไว้ในถ้ำของท่านเมื่อครั้งก่อน..ขอข้าเข้าไปหาสักหน่อยเถิด..ท่านจะกลับก็กลับไปก่อนเลยมิต้องเป็นห่วงข้า"

กันติชาถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ตาหน้าจืดไม่เอะใจสงสัยอันใดแถมยังเข้าใจไปเองว่าพี่ชายตนกำลังจะอภิเษกกับพระญาติของนาง

"ของรึ?..ข้ามิได้สังเกตว่ามีอันใดตกหล่นอยู่แล้วสำคัญหรือไม่ข้าจะได้ไปช่วยหาอีกแรง" นาคาหนุ่มรีบเสนอตัวเข้าช่วยด้วยความหวังดี

นาคีสาวยิ้มแหยๆครุ่นคิดภายในใจจะหาทางให้นาคาหนุ่มผู้นี้รีบกลับไปได้อย่างไรเพื่อตนจะได้แอบหลบซ่อนที่ถ้ำนี้

'ตาหน้าจืด..ข้าจะขอหลบในถ้ำของท่านเสียหน่อยยังจะมามีน้ำใจคิดช่วยข้าหาของอีก..โธ่เอ๊ย!'

"เร็วเข้าสิ...มาเถอะข้าจะช่วยเจ้าหา" กล่าวจบอมรเทพนาคาหนุ่มผู้ชอบสมาบัติก็เดินนำร่างบางเข้าไปในทันทีแถมหันมาส่งสายตาเร่งเร้าให้รีบตามมาจนกันติชาต้องจำใจเดินตามไป

"เอ่อ...อยู่ที่ใดกันนะ..ข้าน่าจะทำตกแถวๆนี้..อืมมหรือว่าตรงนี้......หรือทางนั้น.."

นาคีสาวทำท่ามองหาบางอย่างที่ตกอยู่ที่พื้นพยายามขยับสายตาส่ายส่องดูไปทั่วๆ

"ของที่เจ้าว่ามีลักษณะเช่นไร..ข้าจะได้ช่วยหาได้ถูก"

นาคราชหนุ่มพยายามกวาดตามองเพื่อช่วยนาคีสาวจอมวุ่นวายหาให้เจอ

"ก็..เอ่อ..เป็นชิ้นเล็กๆ....แหวน..แหวนน่ะท่านสำคัญมากด้วย"

กันติชารีบถอดแหวนที่นิ้วตนออกมาหนึ่งวงแล้วซ่อนเอาไว้...ขยับกายสำรวจถ้ำดูบริเวณที่น่าจะหลบซ่อนกายได้

"นาคีน้อย...ตรงนั้นเจ้าเคยเข้าไปหรือมันจะไปตกบริเวณนั้นได้เยี่ยงไร?"

นาคาหนุ่มเดินตามเข้ามาเมื่อเห็นว่ากันติชาเข้าไปหาในส่วนที่เป็นเหลี่ยมบังตาผู้คน

"พระโอรสอมรเทพ!..ทรงอยู่ในถ้ำหรือไม่พระเจ้าข้า...พระโอรส!"

เสียงร้องเรียกของทหารทำเอากันติชาตกใจรีบเข้าไปดึงตัวนาคาหนุ่มแล้วพยายามปิดปากไม่ให้ส่งเสียง

 

"...จะ..เจ้า....อุ๊บ!"

อมรเทพถึงแม้จะมีร่างบางกว่านาคราชนักรบแต่ก็ยังใหญ่กว่ากันติชาที่เป็นหญิงจึงดึงมือนางออกได้โดยง่าย...นาคีสาวกลัวนาคาหนุ่มจะร้องตอบทหารองครักษ์ออกไปจึงรีบพุ่งไปประกบปากอย่างลืมตัวจนนาคราชหนุ่มตาค้างตกตะลึงดั่งโดนมนต์สะกด

 

"ข้าว่าพระโอรสคงกลับวังไปแล้ว..เรารีบปิดปากถ้ำเถิดประเดี๋ยวจะมีผู้ล่วงล้ำเข้ามา...หากพระโอรสอมรเทพกลับมาบำเพ็ญจะทรงเป็นอันตราย" สิ้นคำสนทนาของทหารนาคเสียงเคลื่อนหินก็ดังขึ้นและแสงสว่างก็ค่อยๆมืดลงเรื่อยๆ

ครืดดด!..ครืดดดด!

 

"อะ..แย่จริง..เราถูกขังเสียแล้ว"

กันติชารีบผละออกเมื่อปากถ้ำถูกปิดสนิท..ในใจว้าวุ่นนี่จะเป็นสิ่งที่ดีหรือแย่กว่าเดิมกันแน่

"นาคีน้อย..เจ้า..จูบข้า" อมรเทพที่ยังตกตะลึงไม่หายเอามือแตะที่ริมฝีปากของตนเบาๆในความมืด

"ขะ..ข้ามิได้ตั้งใจ...ขออภัยท่านจริงๆเจ้าค่ะ"

กันติชาเอ่ยขออภัยแต่ยังจับแขนนาคาหนุ่มเอาไว้แน่นด้วยกลัวความมืดมิดในยามนี้

ฟุบ!

เสียงฟุ่บดังขึ้นพร้อมๆกับเปลวไฟจากคบเพลิงที่ถูกจุดขึ้น

"ข้ามิรู้ว่าเจ้ามีจุดประสงค์อันใด..แต่ตอนนี้เจ้าทำให้ข้าถูกขังไปกับเจ้าด้วยแล้ว" นาคาหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าที่ดูเรียบนิ่งแต่หัวใจนั้นรู้สึกถึงความสั่นไหว

"เอ่อ...ประเดี๋ยวทหารของท่าน..คงจะมาเปิดปากถ้ำใช่หรือไม่เจ้าคะ?" นาคีสาวถามอย่างหวาดหวั่นใจ

"ก็..จนกว่าพวกเขาจะรู้ชัดว่าข้ายังมิได้กลับไป..แต่ช่วงนี้ในวังกำลังวุ่นวายเรื่องงานอภิเษกของพระเชษฐาข้า..คงมิทันสังเกตว่าข้ายังไม่กลับ..อาจจะรอจนหลังเสร็จสิ้นพิธีการไปแล้ว"

 

"ไม่ได้!...ข้าต้องออกไปให้ทันก่อน...เอ่อ.."

อาการลุกลนของกันติชาสร้างความประหลาดใจให้อมรเทพยิ่งนัก

"เจ้ามีเรื่องอันใดในใจหรือไม่..บอกข้าได้นะเผื่อข้าจะช่วยเจ้าได้"

"หากท่านช่วยให้ข้าออกไปได้ก่อนท่านธรณ์ธันย์จะนำพระญาติข้ากลับเมือง..จะเป็นพระคุณอย่างมากเจ้าค่ะ" กันติชาทำสีหน้าเว้าวอนขอให้นาคาหนุ่มช่วย

"เจ้าคงอยากไปร่วมงานสินะ..แต่กลับต้องมาติดอยู่ที่นี่" อมรเทพมองนาคีสาวด้วยความเห็นใจ

"กะ..ก็..ไม่เชิง"

นาคีสาวตอบอ้อมแอ้มไม่เต็มคำนัก..ยิ่งเมื่อนาคาหนุ่มจ้องมองมาคล้ายจะพิจารณาใบหน้างามอย่างละเอียดยิ่งทำให้กันติชาไม่กล้าสบตา

"กันติชา..คือนามของเจ้าใช่หรือไม่?"

"ใช่..เจ้าค่ะ"

"เยี่ยงนั้น..จากนี้ไปข้าจะเรียกเจ้าว่า..กันติชา"

อมรเทพกล่าวพร้อมรอยยิ้มบางทำให้นาคีสาวต้องยิ้มกลับด้วยมารยาทในใจก็นึกเป็นห่วงสถานการณ์ทางปาลิดาและรินแก้ว...

 

 

"ท่านธรณ์ธันย์..สรุปว่าท่านไม่ยกเลิกการอภิเษกใช่ไหมเจ้าคะ?" ปาลิดาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิด

"ไม่ยกเลิก...เจ้าจะต้องเป็นชายาข้าและเชื่อฟังคำสั่งของข้าอย่างอ่อนน้อม" ธรณ์ธันย์เอ่ยหน้านิ่งคล้ายเชิดหยิ่ง

"หูยย...บ้าอำนาจสุดๆ..รักก็ไม่ได้รักกันแต่ดันอยากแต่งเพราะจะเอาชนะ..เชื่อเลย"

ปาลิดาพ่นลมหายใจอย่างเอือมระอาในท่าทีของนาคาหนุ่มตรงหน้า

"เจ้ากล่าวอันใด..เป็นชายามิควรกล่าวถึงสวามีลับหลังต้องให้เกียรติและชื่นชมเท่านั้น"

ใบหน้าหล่อเอ่ยอย่างไม่แยแสว่าหญิงสาวเบื้องหน้าตนจะเห็นด้วยหรือไม่

"หึ!..สวามีก็ต้องให้เกียรติเมีย..เอ๊ย..ชายาของตนเช่นกัน...ต้องพูดจาดีๆกับชายา..ไม่นอกใจมีชายาเพียงแค่หนึ่งเท่านั้น" ปาลิดาไม่ยอมแพ้เอ่ยโต้แย้งอย่างไม่เกรงกลัว

"กันติชา..ข้าเป็นบุรุษจะมีชายากี่นางก็ย่อมได้และเจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับกฏเกณฑ์ข้าเยี่ยงนั้น" ธรณ์ธันย์เชยคางปาลิดาอย่างกดข่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงแสนเย่อยิ่ง

"เช่นนั้น..ข้าก็สามารถมีผัว..เอ๊ย..สวามีกี่คนก็ได้เช่นเดียวกันเจ้าค่ะ"

หญิงสาวโต้กลับทันทีทำเอานาคราชหนุ่มมีสีหน้าขึงโกรธควันแทบออกหู

"กล้าแย้งว่าที่สวามีเยี่ยงข้ากระนั้นรึ?...ดี!"

ความโกรธทำให้ธรณ์ธันย์จับใบหน้าหวานเอาไว้แน่นแล้วบดขยี้กลีบปากบางอย่างดุดัน

 

"อึ๊!...อื๊อออ...อื้อออ!"

ปาลิดาทั้งทุบทั้งผลักแต่ร่างแกร่งหาได้รู้สึกรู้สาอันใดกลับยิ่งดึงรั้งร่างเล็กเข้ามากอดรัดบดจูบจนกลีบปากแดงเจ่อจนตนพอใจ

"นี่คือบทลงโทษที่เจ้ากล้าโต้เถียงข้า..กันติชา"

คำกล่าวพร้อมสีหน้าเย้ยหยันยกยิ้มมุมปากของนาคราชนิสัยเสียทำให้ปาลิดาฟิวส์ขาดยกเข่าขึ้นกระแทกจุดยุทธศาสตร์อย่างตรงเป้าหมายและเต็มกำลัง

 

"อุ๊บ!!...จะ..เจ้า!!!"

ร่างนาคาผู้เย่อหยิ่งทรุดลงไปกับพื้นด้วยความเจ็บปวดไม่คาดคิดว่าราชนัดดาของพญาสิทธิสารเดโชจะอาจหาญทำกับตนเยี่ยงนี้

"อยากแต่งกับข้าก็ต้องเจอแบบนี้...ทีนี้ยังจะอยากแต่งอีกไหมล่ะท่านธรณ์ธันย์" กล่าวจบปาลิดาก็วิ่งหนีไปทันที

 

"จะ..เจ้ากล้ามาก..กันติชา..อูยยย"

ธรณ์ธันย์มองตามร่างเล็กที่วิ่งหนีไปด้วยความรู้สึกอยากเอาชนะและอยากรู้จักตัวตนของนางให้มากกว่านี้อย่างบอกไม่ถูก

 

 

................................................................

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha