สายเลือดนาคราช(จบ)

โดย: รัตนะมณี



ตอนที่ 11 : หัวใจที่สั่นไหวของนาคาผู้บำเพ็ญ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

หัวใจที่สั่นไหวของนาคาผู้บำเพ็ญ

 

"กันติชา...เจ้ารู้สึกเยี่ยงไรบ้าง?"

เสียงทุ้มอ่อนโยนของชโลธรเอ่ยถามนางผู้นั่งหน้าตึงเหม่อลอย..ขนาดตนเดินมาหยุดอยู่ข้างๆนางก็ยังไม่สังเกต

 

"อะ..เอ่อ..ขะ..ข้าสบายดีเจ้าค่ะ"

หญิงสาวสะดุ้งตกใจเมื่อหันมาเห็นบุรุษหนุ่มหน้าตาท่าทางงามสง่ารู้สึกถูกชะตาคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก...ตั้งแต่ธรณ์ธันย์กลับไปพร้อมสายตาที่บ่งบอกว่าฝากเอาไว้ก่อน..ปาลิดาก็นั่งครุ่นคิดจะระมัดระวังตัวยังไงไม่ให้นาคหนุ่มจับได้

"พ่อรู้..ว่าเจ้าอึดอัดใจหากเจ้ามิยินดีพ่อจะพาเจ้าไปอยู่ที่อื่นก็ได้นะ..ท่านปู่เจ้าจะได้มิต้องบังคับเจ้าอีก"

'พ่อ?...นี่คือพ่อของกันติชาสินะ..หล่อจังยังดูหนุ่มอยู่เลย'

ปาลิดามองใบหน้านาคาหนุ่มอย่างพิจารณาคล้ายมีแรงดึงดูดบางอย่างเกิดขึ้น

"กันติชา!...เจ้าจ้องหน้าพ่อมีอันใดหรือ?"

"ปะ..เปล่าเจ้าค่ะ..ข้ามิได้เป็นอะไรค่ะ..เอ๊ย..เจ้าค่ะ"

"วันนี้ลูกดูแปลกไป..เหตุใดลูกของพ่อจึงดูต่างจากทุกครา...หืม...สีผมของเจ้า?"

ชโลธรผงะไปเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นชัดว่าวันนี้สีผมของกันติชาหาใช่สีดำสนิทเช่นทุกครั้งแต่กลับเป็นสีน้ำตาลเหมือนของตน

"อ๊ะ..เอ่อ...ผมข้า..ผมข้าทำไมหรือเจ้าคะ?" ปาลิดาใจหายวาบเมื่อผู้เป็นพ่อของนาคีสาวเกิดจับสังเกตในสิ่งนี้ได้

"มันดู..อ่อนลง..ปกติสีผมของเจ้าจะดำสนิทเหมือนเส้นผมของแม่เจ้า"

ชโลธรเอื้อมมือมาสัมผัสอย่างแผ่วเบาหัวใจสั่นไหว..เพราะสีผมของกันติชาคือสิ่งเดียวที่เป็นตัวแทนของมุกดานางในดวงใจ

"ทะ..ท่านพ่อ..เดี๋ยวมันก็กลับเป็นปกติเองแหล่ะเจ้าค่ะ..มันคงเปลี่ยนสีได้กระมัง..แหะๆ"

หญิงสาวขยับหนีด้วยความหวาดหวั่นเผลอไปชนบางอย่างร่วงลงมาจากข้างๆที่ตนนั่ง

 

ตุ๊บ!..กระเป๋าสะพายใบน้อยที่วางเอาไว้เพราะลืมเก็บเข้าที่ปรากฏแก่สายตาชโลธรทันที

 

"นี่มัน..ของมนุษย์"

ชโลธรรีบหยิบขึ้นมาดูด้วยความประหลาดใจนึกสงสัยทันทีว่าเหตุใดของจากเมืองมนุษย์จึงมาอยู่ในห้องธิดาตน

"ขะ..ของข้า..ท่านพ่อ!"

หญิงสาวพยายามจะคว้าคืนแต่นาคราชหนุ่มผู้เป็นพ่อไวกว่ารีบหยิบของที่อยู่ด้านในออกมาดู

"กระดาษ...แผ่นโลหะ.......นะ..นี่!.."

สิ่งที่อยู่ในมือของนาคาหนุ่มมีทั้งธนบัตรและบัตรต่างๆของปาลิดา..แต่ที่ทำให้ชโลธรตกใจมากที่สุดหัวใจเต้นระรัวคือสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกระดาษแต่มีภาพหญิงสาวปรากฏอยู่

"มะ..มุกดา..มุกดาของพี่"

"เอ่อ...ท่านพ่อ..ขะ..ข้าเก็บได้เจ้าค่ะ..ข้าเก็บสิ่งนี้ได้ขอคืนเถอะนะเจ้าคะ"

ปาลิดาพยายามจะยื้อแย่งทุกอย่างคืนใส่กระเป๋าซึ่งนาคาหนุ่มไม่ได้คิดจะยึดไว้มีเพียงอย่างเดียวที่ชโลธรจับเอาไว้แน่นคือรูปถ่าย

 

"เจ้าเก็บได้ที่ใดกันบอกพ่อมาบัดเดี๋ยวนี้!"

สายตาของชโลธรเต็มไปด้วยความหวังแม้ทหารจะรายงานแก่พญาสิทธิสารเดโชว่าได้ฆ่านางมนุษย์ผู้นั้นแล้ว..แต่ภายในใจชโลธรก็ภาวนาขอให้มันมีปาฏิหารย์เกิดขึ้น

"อะ..เอ่อ..." ปาลิดาคิดหนักจะตอบคำถามนี้อย่างไรดี

 

"ข้าเองเจ้าค่ะที่เอามาให้จ้าวนาง..วันก่อนมีทหารนาคที่ไปสำรวจใกล้ๆเมืองมนุษย์แล้วพบสิ่งนี้จึงนำมาฝากข้าเจ้าค่ะ..เห็นว่าแปลกตาจึงนำมาถวายจ้าวนางกันติชา" รินแก้วที่นั่งลุ้นอยู่นานรีบช่วยแก้ตัวอย่างทันท่วงที

"กันติชา..เจ้าแอบหนีขึ้นไปเที่ยวเล่นที่เมืองมนุษย์ใช่หรือไม่?" ชโลธรคล้ายจะไม่เชื่อคำรินแก้วหันไปจ้องหน้าบุตรสาวตาเขม็ง

"เปล่าเจ้าค่ะ...พี่รินแก้วเอามาให้ข้าจริงๆ" ปาลิดายืนยันเสียงแข็งมองหน้ารินแก้วให้ช่วยกันพูด

"จ้าวนางมิได้ไปเจ้าค่ะ..ข้าดูแลอยู่ตลอดเจ้าชาย"

ชโลธรปลายตามองผู้เป็นพี่เลี้ยงและธิดาตนแล้วเก็บความรู้สึกเอาไว้ในใจ

"ครั้งนี้พ่อจะเชื่อเจ้า..แต่สิ่งนี้พ่อจะขอเก็บไว้"

"ท่านพ่อ!..แต่นั่นของข้า" หญิงสาวเกือบลืมตนไปแย่งกลับมา..ทว่ายั้งใจเอาไว้ได้ทัน

"กันติชา...เจ้ารู้มาก่อนหรือว่านางในภาพนี้เหมือนแม่ของเจ้า" นาคาหนุ่มกล่าวนิ่งมองธิดาตน

"แม่...หน้าเหมือนนางในรูปนี้หรือเจ้าคะ?"

"รูป?...หมายถึงสิ่งนี้หรือ?"

ชโลธรยิ่งมองยิ่งประหลาดใจในตัวธิดาอย่างล้นเหลือ..วันนี้นางดูแปลกไปจนผิดตา

"ภาพเจ้าค่ะ..ลูกเอ่ยว่าภาพ..ท่านพ่อคงฟังผิดไป"

"หากว่าท่านแม่ของเจ้ายังมีชีวิตอยู่นางก็มิต่างจากนางผู้อยู่ในภาพนี้เลย"

ชโลธรเก็บความแปลกใจเอาไว้เพราะวันรุ่งขึ้นธิดาของตนก็จะอภิเษกแล้ว..คงไม่มีอะไรบางทีความอึดอัดอาจทำให้นางมีท่าทีแปลกไปบ้าง

"เอาเป็นว่าหลังเสร็จพิธีอภิเษกพ่อจะคืนให้เจ้า ตอนนี้พ่อขอเก็บเอาไว้ก่อน" ชโลธรยิ้มบางๆแล้วลูบศรีษะธิดาตน

"เจ้าค่ะ..ท่านพ่อ" ปาลิดารับคำอย่างจำใจเพราะกลัวจะผิดสังเกต

'ตายแล้วๆ..จะหนีก็ลำบากรูปแม่มุกดายังถูกจับไปเป็นตัวประกันอีก...แถมจะบังเอิญไปไหมทั้งชื่อทั้งหน้าตาแม่ของกันติชาดันมาเหมือนแม่ของเราเสียทุกอย่าง...แม่จ๋าอย่าบอกนะคุณน้าพญานาคสุดหล่อท่านนี้เป็น..กิ๊ก..แม่'

 

 

วันอภิเษก

 

"พะ..พี่รินแก้ว...ข้าตื่นเต้นอ่ะ"

ปาลิดาเอ่ยบอกเป็นรอบที่สิบในขณะที่รินแก้วช่วยจัดเครื่องแต่งตัวให้เข้าที่จนเป็นที่เรียบร้อย

"ข้าได้ยินจนหูชาแล้วเจ้าค่ะ..จะทำเยี่ยงไรได้มาถึงขั้นนี้แล้ว" รินแก้วพยายามช่วยสอนเรื่องพิธีการและคำพูดต่างๆเพื่อให้ปาลิดาจำให้ได้มากที่สุด

"พี่รินแก้ว..เมื่อวานข้าถวายเข่ามอบให้กล่องดวงใจท่านธรณ์ธันย์ไป..วันนี้อิตาบ้าอำนาจนั่นจะกินข้าไหม?"

ร่างงามในชุดเต็มยศทรงเครื่องประดับทองและอัญมณีจนหนักอึ้งเอ่ยอย่างหวาดหวั่น

"จ้าวนางต้องระวังคำให้มาก..เมื่อวานเจ้าชายชโลธรเกือบจับได้เพราะคำพูดของจ้าวนาง" รินแก้วพยายามเตือนสติ

"ข้าจะระวังให้มากขึ้น...แต่ตอนนี้ข้าตื่นเต้นจนฉี่จะราดอยู่แล้ว" ปาลิดาขยับเนื้อขยับตัวลุกลน

"ใจเย็นๆเจ้าค่ะ...ท่านธรณ์ธันย์คงมิกล้ากินจ้าวนางดอก..วันนี้งามอย่างกับเทพธิดาชั้นฟ้า"

ผู้เป็นพี่เลี้ยงอมยิ้มเมื่อเห็นเต็มสองตาว่าปาลิดางดงามไม่ต่างจากกันติชาแม้แต่น้อยจะมีก็ทรวงอกที่ออกจะอวบอัดกว่ากันนิดหน่อย

"พี่รินแก้ว..ทำไมชอบว่าข้าดอก..ข้าไม่ได้ทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดีนะ" ปาลิดาเอ่ยด้วยความสงสัยมานานเวลาที่ได้ยินดอกๆมันขัดหูชอบกล

"หืม..ใครไปว่าอันใดท่าน..ข้าหาได้ว่าเลยสักคำ" รินแก้วทำสีหน้าฉงนงุนงงว่าตนไปกล่าวต่อว่าตั้งแต่เมื่อใด

"ก็ที่พูดท่านธรณ์ธันย์มิกล้ากินจ้าวนาง..ดอกกก" ปาลิดาลากเสียงยาวให้รู้ว่าตนหมายถึงคำไหนที่มันสะกิดใจ

"มิได้ต่อว่าเจ้าค่ะ...ท่านมิกล้ากินจ้าวนางเพราะจ้าวนางงามมาก..ถ้าจะกินคงความหมายอื่นเจ้าค่ะ"

รินแก้วอธิบายความหมายอย่างที่ตนคิดแล้วก็ทำท่าอมยิ้มขบขันขวยเขินแทน

"อ่อ...ข้าเข้าใจแล้ว..พี่คงกล่าวว่าท่านธรณ์ธันย์คงมิกล้ากินข้าหรอก...ดอกคือคำว่าหรอกนี่เอง"

หญิงสาวนึกเปรียบเทียบขึ้นมาจึงได้เข้าใจแต่พอทวนประโยคหลังของรินแก้วเมื่อครู่ก็หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

 

"พี่รินแก้ว!...กินอะไรของพี่น่ะ"

"จ้าวนางต้องกล่าวใหม่..กินอันใดมิใช่อะไรเจ้าค่ะ"

"นั่นแหล่ะๆ..กินอันใดของพี่..หมายความว่าอันใดพี่รินแก้ว...กล่าวสองแง่สามง่าม"

ผู้เป็นพี่เลี้ยงยิ้มขำไม่หยุดจนปาลิดาเกิดอาการหัวใจเต้นยิ่งนึกถึงตอนถูกบดจูบยิ่งหน้าแดงจัดร้อนวูบวาบ

"อย่าลืมสิพี่...พรุ่งนี้ข้าก็จะได้กลับบ้านตามที่กันติชาสัญญาเอาไว้แล้วนะ"

ปาลิดากล่าวแก้เก้อเขินนึกเจ็บใจตัวเองจะไปใจเต้นกับอิตานาคหยิ่งยโสนั่นทำไม

"คิดวางแผนเอาตัวรอดคืนนี้ให้ดีเถิดเจ้าค่ะ..เกิดท่านธรณ์ธันย์อดใจไม่ไหวคงได้เป็นชายาโดยสมบูรณ์..เมืองมนุษย์คงมิต้องกลับ"

"พี่รินแก้ว!...ตาบ้าอำนาจนั่นคงไม่พิศวาสในตัวข้าดอกกกกกก" ปาลิดาเอ่ยประชดนึกหมั่นไส้ท่าทีหยิ่งๆนั่นเต็มทน

"ไปเถิดเจ้าค่ะ..จวนได้เพลาแล้ว"

กล่าวจบรินแก้วก็ประคองปาลิดาที่แต่งกายเต็มยศออกไปในงานพิธีอย่างระมัดระวัง..ปาลิดาเองก็นึกขำในใจหากตนเองหนีกลับไปในชุดนี้คงรวยเละเพราะเครื่องประดับเต็มตัวเลยทีเดียว...

ถ้ำใกล้สระแสงจันทร์

 

"ท่านหน้าจืด..เราติดอยู่นานแล้วนะ..ป่านนี้พิธีคงเริ่มแล้วคนของท่านยังไม่ผิดสังเกตอีกหรือ?"

กันติชาที่เริ่มหงุดหงิดกับความมืดเพราะระหว่างรออมรเทพก็เอาแต่นั่งสมาธิหลับตา..ปล่อยให้กันติชานั่งเงียบอยู่คนเดียว

"ข้าไม่อยู่ที่วังจนคนที่นั่นเคยชิน..คงไม่ได้รู้สึกผิดปกติอันใด" นาคาหนุ่มตอบเสียงเรียบทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่

"แล้วเราจะต้องอยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อใดกัน..วันรุ่งข้ามีกิจสำคัญต้องทำเสียด้วย"

"ก็จนกว่าจะมีผู้มาเปิดกระมัง" อมรเทพตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

"ดูท่านไม่ทุกข์ร้อนใจอันใดเลย...หากพวกเขาไม่มาเปิดข้ากับท่านมิต้องอยู่ในนี้จนลูกโตรึ?" คำกล่าวของกันติชาทำให้นาคราชหนุ่มลืมตาขึ้นมาแล้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบางๆ

"เจ้าจะมีลูกกับข้าหรือนาคีน้อย?"

"ใครจะทราบได้เจ้าคะ..หากอยู่กันนานๆท่านเกิดหน้ามืดขึ้นมา..ข้าก็แย่สิเจ้าคะ"

"เจ้าคิดว่าข้าจะหน้ามืดตามัวข่มเหงรังแกเจ้ากระนั้นหรือ..กันติชา?" นาคาหนุ่มยิ้มขำกับความคิดของนาคีผู้นั่งหน้างอใกล้ๆตน

"ก็ท่านมิเคยยุ่งเกี่ยวอิสตรี..แต่ตอนนี้จำต้องมาถูกขังกับข้าเพียงสองต่อสองความเป็นบุรุษของท่านอาจจะทำให้ท่านเป็นเยี่ยงนั้น"

"หึหึ...ข้ามิเคยข่มเหงใครอย่าได้กังวล..ขอเพียงเจ้ามิเข้ามาข่มเหงข้าก็พอแล้ว..แค่นี้เราทั้งคู่ก็สบายใจได้" อมรเทพกล่าวกลั้วขำจากนั้นจึงหลับตาลงสมาธิต่อ

 

ตุ๊บ!!...กรี๊ดดดด!!!

เสียงบางอย่างหล่นลงมาในความมืดทำเอานาคีสาวสะดุ้งสุดตัวตกใจจนหวีดร้องกระโดดไปนั่งตักอมรเทพอย่างกับมีวิชาตัวเบา

"กันติชา...เจ้าเป็นอันใด?"

นาคาหนุ่มที่ตกใจเช่นกันเมื่อร่างบางโผเข้ามานั่งตักกอดตนเอาไว้แน่นรีบเอ่ยถาม

"สะ..เสียงอันใดก็มิรู้..ขะ..ข้ากลัว" นางตอบทั้งๆที่ยังหลับตาปี๋

"ก็แค่เสียงเศษหินจากผนังถ้ำร่วงหล่น..ไม่มีอันใดดอก"

เสียงนุ่มพยายามปลอบใจภายในใจก็เริ่มตุ้มๆต่อมๆด้วยมิเคยมีสตรีนางใดเข้ามาใกล้ชิดถึงเพียงนี้

"เกิดเป็นภูตผีปีศาจจะเป็นเยี่ยงใดมิถูกจับกินหรือ?" นางยังคงกอดนาคาหนุ่มแน่นไม่ปล่อย

"หึหึ..ใครกันหลอกเจ้าเยี่ยงนั้นเจ้าโตเป็นสาวแล้วไยยังกลัวเป็นเด็กๆไปได้"อมรเทพนึกขำในท่าทีของนาง

"พี่รินแก้วน่ะสิชอบบอกข้า..ยามข้าดื้อพี่รินแก้วบอกว่าจะมีปีศาจมาคอยจับนาคีกิน..จนข้าเชื่อ"

"เจ้าเงยหน้าขึ้นมาดูเถิดว่ามิมีอันใดเลยจริงๆเจ้าจักได้สบายใจเสียที"

สิ้นคำของนาคาหนุ่มกันติชาจึงค่อยๆขยับกายเงยหน้าขึ้นมาจึงได้รู้ตัวว่าบัดนี้ใบหน้าตนอยู่ใกล้กับนาคาหนุ่มเพียงแค่คืบ..ต่างจ้องมองกันและกันอย่างนิ่งอึ้งคล้ายโลกหยุดหมุน..กันติชาได้เห็นความงดงามดั่งรูปสลักทั้งใบหน้า..ดวงตาที่มองมาช่างอ่อนโยนแถมริมฝีปากที่น่าสัมผัสนั่นก็เข้ากับจมูกที่โด่งเป็นสันเหลือเกิน

"ทะ..ท่าน.."

เสียงเล็ดลอดออกมาเพียงเท่านั้นใบหน้าหล่อเหลาก็ได้ขยับเข้ามาให้นางได้ชิมริมฝีปากอย่างใจคิด..กลายเป็นนาคาหนุ่มที่เผลอตัวเข้าประกบกลีบปากงามแดงระเรื่อที่เย้ายวนเพียงแค่นางขยับปากเอ่ยเพียงประโยคเดียว...

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha