สัญญารักข้ามขอบฟ้า(จบ)

โดย: ปัญญ์นลิน



ตอนที่ 4 : เปิดศึก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

"เฝ้าคิดถึง นวลน้อง ยอดชีวา 
 ใจพี่ยา หมายมั่น เคียงจอมขวัญ  
โอ้น้องนาง เจ้าอยู่ไหน ดวงชีวัน 
 กลับมาคอย สบตากัน พี่ยารอ" 
 เสียงเทพบุตรหนุ่มส่งบทกลอนไพเราะบนเทวโลก ธันธนะกริช ผู้หลงรักพิมพ์ลภัสมาช้านาน เขาเฝ้าตามหญิงสาวทุกแห่งหนแต่ไม่พบเธอในเทวโลก เมื่อได้ทราบจากสหายเทพบุตรว่ายอดดวงใจกำลังจะไปเข้าเฝ้าองค์เทพี เขารีบเนรมิตกายหายไปปรากฎตรงหน้าหญิงสาวในทันทีด้วยความดีใจ
 "เจ้าหายไปแห่งหนใด ข้าคิดถึงเจ้าใจแทบขาด"
เทพบุตรหนุ่มเอ่ยกับพิมพ์ลภัสอย่างดีใจที่ได้พบกัน
 "เรามีหน้าที่ เหตุใดท่านต้องตามหาเรา"
  "ข้ารักเจ้ามาเนิ่นนาน เจ้าจะเปิดใจให้ข้าบ้างไม่ได้หรือ ข้าต้อยต่ำกว่าเทพบุตรอื่นก็หาไม่ เหตุใดเจ้าหมางเมินข้ายิ่งนัก"
 "เราเคารพท่านดั่งพี่ชาย หาได้คิดเช่นนั้น"  
"แต่ข้าต้องการเจ้ามาเคียงกาย" 
 เทพบุตรหนุ่มยังไม่ยอมลดละจะเกี้ยวหญิงงามตรงหน้ามาเป็นคู่ตน พิมพ์ลภัสมองเทพบุตรหนุ่มอย่างเห็นใจ
  "เราขอยืนยันคำสัตย์เช่นเดิม เราหาได้รักท่านฉันชู้สาวเช่นนั้น โปรดตัดใจจากเราและขอท่านโปรดหลีกทาง เราต้องไปเข้าเฝ้าองค์เทพี" 
 พิมพ์ลภัสแสดงความเคารพก่อนเดินอ้อมธันธนะกริชออกไป ทิ้งให้เทพบุตรหนุ่มมองตามอย่างหัวใจสลายที่นางในดวงใจตัดรอนความรักตน
 "ลูกคิดถึงพระองค์เหลือกิน" 
 เทพธิดาพิมพ์ลภัสใช้สองมือจับพระบาทขององค์เทพีอย่างเทิดทูน 
 "หน้าที่นั้นสำคัญกว่าทุกสิ่ง"
  เสียงเย็นด้วยพระเมตตาปลอบโยนหญิงสาวให้คลายเศร้าใจ 
 "ลูกจะรีบกลับมา" 
 "จงทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีที่สุด ถือว่าได้เรียนรู้ในหมู่มนุษย์"
  องค์เทพียิ้มให้อย่างอ่อนโยนแม้พระทัยจะรู้ดีว่าหน้าที่นั้นรวมถึงการรับศึกกับมิตรเทียมอย่างอินทิราสรณ์ด้วย
……. 
  ดึกสงัดในค่ำคืนนั้น หน้าบ้านของคุณหญิงปราณี ชายสี่คนสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ปีนรั้วเข้ามาในเขตบ้านในยามวิกาลพร้อมอาวุธปืนในมือเพื่อทำตามคำสั่งบางอย่าง   ส้มโอที่มาปิดประตูบ้านถึงกับตกใจเมื่อเห็นคนแปลกหน้าพุ่งพรวดเข้ามา
  "หยุด!!" 
 ชายฉกรรจ์ใช้ปืนจี้สัมโอให้อยู่ในความสงบพลางลากร่างอวบเข้าไปโยนทิ้งกับพื้นบ้านอย่างไร้ความปราณี
 "โอ๊ย..ยะ อย่านะ!นี่บ้านผู้กองศรณ์นะ แกจะปล้นบ้านตำรวจหรือไง" 
 สัมโอพยักมือท้วมหัวพลางขู่ด้วยความกลัว
 "ก็เพราะบ้านมันไงถึงปล้น!ยัยคุณหญิงอยู่ไหน!!!"
  ชายโฉดตะคอกถามเสียงดัง คุณหญิงเดินเลี้ยวเข้ามาเข้าอีกทางพอดี 
 "เสียงเอะอะอะไรกันสัมโอ" 
 คุณหญิงแทบช็อกเมื่อเห็นชายฉกรรจ์จับสัมโอเป็นตัวประกันและจี้ปืนหันมาทางเธอ 
 "คุณแม่!"
 พิมพ์ลภัสที่นั่งสนทนากับองค์เทพีเห็นเหตุการณ์ด้วยจิต ก่อนรีบลาองค์เทพี กระพือปีกสีชมพูอมขาวดึ่งลงมายังมนุษย์โลก เมื่อถึงบ้าน เธอรีบถลาเข้าไปขวางอย่างไม่พอใจ
  "พิมพ์อย่าเข้ามาลูก หนีไป!" 
 คุณหญิงพยายามร้องบอกให้พิมพ์ลภัสหนี แต่หญิงสาวกลับยืนนิ่ง โจรหันมามองพร้อมจ่อปืนไปที่เธอ ทันทีที่ เห็นใบหน้าของพิมพ์ลภัสก็ชะงักในความสวยจนตาค้าง  
"สะสะสวยมาก ไม่เคยเห็นใครสวยขนาดนี้ วันนี้โชคดี ได้ทั้งฆ่าคนตามคำสั่งนาย ได้ทั้งปล้นบ้าน ได้ทั้งเมีย ฮ่าๆๆๆๆ" 
 สี่โจรร้ายหัวเราะลั่นอย่างชอบใจ
  "พวกเจ้าทำผิดศีล ตายไปจะตกนรกหมกไหม้!" 
 พิมพ์ลภัสเอ่ยอย่างไม่ชอบใจ 
 "ตกนรกพี่ไม่ว่าแต่พี่ขอพาน้องขึ้นสวรรค์ก่อน หึๆ" 
 หนึ่งในโจรโฉดย่างกรายเข้าไปหาพิมพ์ลภัสด้วยความหื่นกระหายในตัวเธอ คุณหญิงสะบัดมือพ้นจากโจรร้ายรีบมาขวางไม่ให้ชายโฉดแตะต้องตัวพิมพ์ลภัส 
 "อย่านะ!" 
 "ขวางนักใช่ไหมยัยแก่!!"
  โจรผลักคุณหญิงล้มลงอย่างแรงจนศีรษะกระแทกกับขอบโต๊ะฟุบลงไป พิมพ์ลภัสเห็นเลือดซึมออกมาจากใบหน้าคุณหญิงก็ตกใจ 
 "คุณแม่!" 
 พิมพ์ลภัสโกรธ เธอเนรมิตกายมีปีกงออกออกมาพร้อมเป่าฤทธิ์เหวี่ยงใส่โจรร้าย สี่โจรกระเด็นไปกองดั่งพายุอัดเข้าใส่ สัมโอรีบฉวยจังหวะคลานหนีเพื่อโทร.หาศรณ์  ในขณะที่ในห้องรับแขกกำลังชุลมุน โจรโฉดโดนอิทธิฤทธิ์เหนือมนุษย์เล่นงานจนจุกกระอักก่อนจะพยายามพุ่งเข้ามาหาพิมพ์ลภัส หญิงสาวเป่าฤทธิ์ให้ลมตบโจรร้ายจนกระเด็นไปกองกับพื้นจนใบหน้าโทรมของพวกมันแดงเครือ
  "มันเป็น ผะผะผี!!!"  
หนึ่งในโจรตกใจยกปืนสาดกระสุนหลายนัดใส่ร่างของพิมพ์ลภัสไม่ยั่งอย่างสติแตก
 "พิมพ์!!!" 
 คุณหญิงร้องลั่นอย่างตกใจ แต่กระสุนกลับทะลุร่างพิมพ์ลภัสออกไปจนหมด ร่างหญิงสาวโปร่งแสงพร้อมปีกสีชมพูสวยสง่า โจรและคุณหญิงอึ้งกับสิ่งงที่เห็นตรงหน้า พิมพ์ลภัสย่างกรายไปหาโจรทั้งสี่พลางจ้องมองด้วยสายตาดุดัน  
"นี่คือบทเรียนของผู้กระทำผิด!!"
  หญิงสาวเนรมิตเชือกวิเศษออกมา เชือกค่อยๆรัดสี่โจรเข้าด้วยกัน ก่อนเชือกนั้นส่อประกายไฟลุกท่วมทำให้สี่โจรร้องลั่นด้วยความแสบร้อนดั่งโดนไฟเผา  เสียงรถของศรณ์และตำรวจดังเข้ามา พิมพ์ลภัสกำหนดจิตให้เชือกเป็นเพียงเชือกธรรมดา เนรมิตกายเป็นมนุษย์เข้าไปประคองคุณหญิงที่มองเธออย่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 
 "คุณแม่...พิมพ์"  
ศรณ์ถลาเข้ามากอดมารดาอย่างห่วงใย ขณะที่ตำรวจนายอื่นเก็บหลักฐานและเข้าจับกุมคนร้าย
……
 เมื่อทำแผลที่ศีรษะให้มารดาเสร็จแล้ว ศรณ์เริ่มสอบถามมารดาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่คุณหญิงกลับอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ พลางมองไปทางพิมพ์ลภัสอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก  
"คุณแม่...จงเล่าไปตามความจริง เพียงแต่ไม่ต้องเอ่ยสิ่งที่เกิดกับลูก คืนนี้ลูกจะบอกความจริงแก่คุณแม่ทุกประการ" 
 พิมพ์ลภัสส่งกระแสจิตเอ่ยกับคุณหญิงปราณี คุณหญิงมองเธออย่างผวาเล็กน้อย ก่อนให้ปากคำลูกชายโดยไม่ได้บอกเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น ....
 พิมพ์ลภัสประคองคุณหญิงปราณีเข้ามาพักในห้องนอนเพื่อส่งท่านพักผ่อน คุณหญิงมองเธออย่างหวาดหวั่นในสิ่งที่พบเจอ หญิงสาวประคองคุณหญิงนั่งบนเตียง ก่อนจะนั่งพับเพียบกับพื้นพร้อมก้มลงกราบเท้าอย่างเคารพ 
 "คุณแม่อย่ากลัวลูกเลย ลูกหาใช่ภูติผีวิญญาณ"
  "แล้วหนูเป็นอะไร?"  
คุณหญิงถามเผ่วเบาอย่างหวาดหวั่น
 "ลูกเป็นเทพธิดา" 
 "เทพธิดา?" 
 คุณหญิงทวนคำอย่างไม่อยากเชื่อ 
 "ลูกทำงานผิดพลาดที่เทวโลก องค์เทพีแห่งสวรรค์ส่งลูกมาแก้ไขการณ์ หากลูกไม่มา คุณศรณ์จะได้ครองคู่กับผู้ที่ไม่ใช่คู่แท้" 
 คุณหญิงไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่พิมพ์ลภัสเล่านัก ชึ่งหญิงสาวรู้ดี
 "หากคุณแม่ไม่เชื่อ ลูกจะพิสูจน์" 
 หญิงสาวนั่งหลับตาก่อนกำหนดจิต
  "เมรีญา"
 ปรากฎภาพเทพธิดาเมรีญาขึ้นกลางห้องนอน  นางทำความเคารพต่อพิมพ์ลภัสและคุณหญิง
  "นางเบื้องหน้าของท่าน คือองค์หญิงเทพธิดาพิมพ์ลภัส ที่มาทำภารกิจบนโลกมนุษย์และนางคือบุตรสาวของท่านที่เสียไป นางได้รับอนิสงส์บุญที่ท่านเพียรภาวนาจึงกลับไปจุติเป็นนางฟ้าบนสวรรค์และนี่คือปริศนาที่องค์เทพีมาเข้านิมิตให้ท่านเห็น" 
 คุณหญิงอึ้ง มองพิมพ์ลภัสอย่างตกตะลึง
  "ลูก แล้วทำไมลูกสาวฉันอายุสั้นนักล่ะ?" 
 เธอถามในสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอด น้ำตาค่อยๆเอ่อล้นอย่างสะเทือนใจ หัวอกคนเป็นแม่ยังคงเจ็บปวดไม่คลายเมื่อนึกถึงอดีตที่เคยกอดศพบุตรสาวร้องไห้เหมือนหัวใจดวงนี้แตกสลายไปกับลมหายใจของลูก การเห็นควันไฟที่ลอยขึ้นจากเมรุในวินาทีที่กองเพลิงทำลายร่างบุตรสาว เป็นวินาทีแสนสาหัสที่สุดในชีวิตคนเป็นแม่ที่ต้องมาจัดงานศพให้ลูกตัวเอง 
 "บุตรสาวของท่าน มีบุญสัมพันธ์กับคุณศรณ์ที่ไม่สามารถเป็นพี่น้องกันได้ สิ่งนี้องค์เทพีจะแจ้งทีหลัง ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้บอก" 
 คุณหญิงเริ่มคลายความกลัวในตัวพิมพ์ลภัส เธอรู้สึกแต่แรก ว่าหญิงผู้นี้เหมือนบุตรสาวเธอจริงๆ เมื่อเมรีญากลับไป พิมพ์ลภัสห่มผ้าให้คุณหญิงอย่างห่วงใย 
 "หนูจะปิดบังศรณ์แบบนี้หรือว่าหนูเป็นใคร?" 
 "คุณแม่ก็รู้ว่าหากเอ่ยไปแล้วเขาก็ไม่เชื่อ ลูกมีเวลาเพียงสามเดือนของมนุษย์เท่านั้น คุณแม่พักผ่อนเถิดค่ะ"
  หญิงสาวยิ้มให้อย่างอ่อนหวานแก่ผู้เคยเป็นมารดาที่มาพานพบกันอีกครั้ง...
 ระหว่างทางกลับสู่เทวโลก เมรีญาเห็นอินทิราสรณ์บินลงมาจากสวรรค์ไปยังมนุษย์ก็แปลกใจอย่างมาก ปกติแล้วเทวานางฟ้ามักไม่ค่อยสุงสิงกับมนุษย์หากไม่จำเป็นจึงเข้าไปถามเมทินีที่ยืนอยู่ด้วยความสงสัย
“อินทิราสรณ์ไปไหนหรือ ช่วงนนี้ก็ไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตาและไม่ไปรับใช้องค์เทพีเลย”
“นายของข้าก็มีธุระบ้าง คิดว่านายของเจ้ามีธุระเป็นผู้เดียวหรือ เมรีญา”
เมทินีพูดเหน็บก่อนเดินหน้าเชิดออกไป ทิ้งให้เมรีญาถึงกับเหวอไปที่โดนสวน พลางมองไปยังทางที่อินทิราสรณ์บินไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha