สิเน่หาสาวพรหมจรรย์ [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 6 : ตอนที่ 3สิ้นไร้ไม้ตอก (1)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

  • ตอนที่ 3สิ้นไร้ไม้ตอก

 

 

 

“พี่ปัณ ยายต้าร์ มัวทำอะไรกันอยู่นะ โทรศัพท์ก็ไม่รับ จะทำไงดีล่ะ” ปริมระเบิดเสียงดังอย่างคนกลัดกลุ้ม ก่อนตัดสินใจจอดรถแล้วฝากข้อความไว้ในมือถือของพี่ชาย เธอก็หวังเพียงว่าหากหยุดเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ พี่ชายของเธอก็ต้องรับผิดชอบลลิตา ในเมื่อตอนนี้ลลิตาก็เหลือตัวคนเดียวแล้ว ก่อนที่ปริมจะโทรไปที่คฤหาสน์ของเจ้าสัวทรงชัยหวังได้พูดคุยกับแม่บ้านที่เธอรู้จักมักคุ้นเพื่อเอ่ยถามเรื่องราวต่างๆ ซึ่งปริมไม่รู้เลยว่าทุกคนในที่นั้นต่างถูกเจ้านายใหม่ไล่ออกกันถ้วนหน้า โดยที่แม่นมของลลิตาทำได้เพียงเก็บเสื้อผ้าและสร้อยเพชรของคุณผู้หญิงที่ล่วงลับเอาไว้ได้ แม้แต่จะเข้าไปเคารพศพของท่านเจ้าสัว ทางฝ่ายนั้นก็ไม่ยินยอม อ้างว่าจะทำพิธีให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ ทว่าปริมรอสายอยู่นานก็ไม่มีใครรับโทรศัพท์ของเธอเสียที หญิงสาวจึงค้นหาเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของแม่นมที่เคยให้ไว้จากสมุดโน้ตที่พกติดตัวอยู่เสมอ

“แม่นม ปริมดีใจจังค่ะที่หาเบอร์แม่นมเจอ แล้วเกิดอะไรขึ้นที่คฤหาสน์หรือเปล่าคะ ปริมโทรเข้าไปตั้งนานแต่ไม่มีใครรับเลยสักคน”

“แม่นม และคนงานถูกไล่ออกหมดแล้วค่ะคุณปริม” แม่นมบอก และอดดีใจไม่หายที่เพื่อนรักของคุณหนูที่นางเลี้ยงมาแต่แบเบาะโทรมาหาในเวลานี้ เมื่อนางเองก็อยากทราบเรื่องของคุณหนูลลิตาอยู่เช่นกัน

“นี่มันอะไรกันคะ ทำไมคนพวกนั้นใจร้ายแบบนี้นะ เรื่องเพิ่งจะเกิดขึ้นแท้ๆ” ปริมถามด้วยความสงสัย เพราะทุกคนที่เคยเป็นข้ารับใช้ท่านเจ้าสัวทรงชัยและลลิตาถูกขับไล่ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว ก่อนที่เธอจะนึกขอบคุณแม่นมที่ช่วยจัดการเรื่องข้าวของของเพื่อนให้ได้ตรงใจเธอ

“นมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แล้วนี่คุณปริมติดต่อคุณหนูต้าร์ของนมได้บ้างไหม นมเป็นห่วงคุณหนูเหลือเกิน” แม่นมถามด้วยเสียงสั่นเครือ ก่อนหันไปมองคฤหาสน์หลังงามที่เคยอยู่รับใช้ท่านเจ้าสัวมานานหลายปี ไม่นึกเลยว่าจะถูกขับไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมาเช่นนี้

ความมืดมิดของยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้ความสวยงามของคฤหาสน์หลังนี้ลดน้อยไปได้เลย ภาพคืนวันเก่าๆ ที่มีคุณหนูต้าร์วิ่งเล่น พร้อมกับเหล่าสาวใช้โดยมีท่านเจ้าสัวทรงชัยยืนมองด้วยรอยยิ้มยิ่งทำให้แม่นมร่ำไห้

“แม่นมคะ” ปริมเรียกเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของแม่นม เธอก็อยากติดต่อกลับไปหาเพื่อนใจจะขาดและตั้งใจว่าจะไปหาลลิตาและบอกข่าวร้ายเรื่องนี้ซะ เธอต้องบังคับให้พี่ชายรับผิดชอบลลิตาให้ได้หากว่าพี่ชายของเธอหยุดภารกิจนั้นไม่ได้

“ขอโทษนะคะคุณปริม นมอดคิดถึงท่านเจ้าสัว คิดถึงคุณหนูไม่ได้”

“ปริม เข้าใจค่ะแม่นม แต่ตอนนี้ต้าร์สบายดี แม่นมเบาใจได้เลยนะคะ แล้วนี่แม่นมจะไปอยู่ที่ไหนคะ” ปริมถามด้วยความเป็นห่วงเพราะเวลานี้ก็ดึกมากแล้ว ส่วนแม่นมหันไปมองคู่ชีวิตที่เคยรับใช้ท่านเจ้าสัวเล็กน้อย

“นมจะกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัดค่ะคุณปริม เอ่อ...แล้วเสื้อผ้าของคุณหนูนี่ล่ะคุณปริม” ก่อนก้มมองกระเป๋าใบใหญ่ซึ่งในนั้นเป็นของส่วนตัวที่บุตรสาวของท่านเจ้าสัวชอบและรักมากที่สุด ซึ่งก่อนวันเกิดเรื่อง นางก็นึกสงสัยอยู่เช่นกันที่ท่านเจ้าสัวได้ให้สร้อยเพชรน้ำงามเส้นนี้มาและฝากให้คุณหนูต้าร์ ในตอนนั้นแม่นมก็ไม่ทันได้ถามอะไรมากมายนัก เมื่อท่านเจ้าสัวได้รับโทรศัพท์แล้วรีบผลุนผลันออกไปและได้ทราบข่าวร้ายจากนั้นในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

“แม่นม จำคอนโดของปริมได้ใช่ไหมคะ งั้นปริมไหว้วานให้เอาไปฝาก รปภ.ไว้นะคะ คือตอนนี้ปริมไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ น่ะค่ะ แต่ปริมจะโทรไปบอกลุงยามไว้นะคะ ขอบคุณค่ะแม่นม”

ปริมกดวางสายแล้วนั่งมองโทรศัพท์ และตัดสินใจโทรหาพี่ชายอีกครั้ง ทว่าไม่ใครรับเหมือนเช่นทุกครั้ง และบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเพื่อนรักของเธอให้พี่ชายได้กดอ่านในข้อความ โดยไม่ลืมส่งแมสเซทหาเพื่อนรักว่าหลังจากตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบเธอให้เดินทางไปที่ไร่ธนานนท์โดยด่วน หลังจัดการเรื่องราวทุกอย่างเสร็จสิ้น ปริมก็เคลื่อนรถกลับไปที่ไร่ธนานนท์และรอให้เพื่อนรักตามไปพบที่นั้น

ปรี๊นๆ

เสียงบีบแตรรถที่ดังยาวติดต่อกันพร้อมกับแสงไฟจากรถบรรทุกส่องกระทบดวงตาหวานภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะ ขณะที่เจ้าของรถกำลังจะเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางเข้าไร่ธนานนท์ พร้อมกันนั้นก็เกิดเสียงชนดังสนั่นหวั่นไหว รถคันงามของปริมถูกอัดเต็มแรงและถูกลากไปพร้อมกับด้วยเสียงหวีดร้องของปริม

เสียงรถที่บังเอิญสัญจรไปมาจอดรถและลงไปดูเหตุการณ์ ก่อนที่ผู้หวังดีจะเข้าไปดูรถเบนซ์ที่ถูกลากไปไกลในสภาพพังยับเยิน ไม่นานนักร่างไร้สติของปริมก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลจังหวัดราชบุรีใกล้ที่สุดทว่าปริมกลับสิ้นลมหายใจขณะนำตัวออกจากรถซึ่งเป็นคนงานไร่ธนานนท์โดยบังเอิญ

 

 

ปัณณธรนั่งมองร่างบอบบางที่นอนหมดแรงอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ ตาคมเฝ้ามองใบหน้าสดใสของคนที่นอนไม่รู้สึกตัวด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในหัวใจ แต่ก็ยังจดจำได้ดีว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับคนที่บิดาเลือกให้ ซึ่งน้องสาวเขาไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่านั้น แต่ที่สงสัยมากที่สุดคือ เธอไม่ได้รักผู้ชายคนนั้นหรือไงกัน

“ลลิตา เธอเป็นผู้หญิงแบบไหนกันแน่นะ ทำไมถึงได้มาเสนอตัวให้ผู้ชายแบบนี้” ปัณณธรก้มลงไปจุมพิตกลีบปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยราวกับฝันดี วาดปลายนิ้วไปตามเนินไหล่ลาดเนียนนุ่มมือ ก่อนตัดใจละห่างเข้าห้องน้ำชำระร่างกายออกมาด้วยชุดเดิม

“โชคดีนะ ลลิตา ส่วนเงินนั้นหากเธออยากได้คืนก็บอกยายปริมแล้วกัน” ร่างสูงเข้าไปกระซิบบอก เพราะเงินสองแสนบาทนั้นเขาไม่ได้ต้องการเลยสักนิด ก่อนยกมือลูบไล้แก้มเนียนนุ่มของเธออย่างยากที่ลบเลือนไปจากใจ

“ฮื่อ...ยายปริม อย่ากวนได้ไหม ฉันจะนอน” เสียงครางอืออาและแอบบ่นงึมงำทำให้มือใหญ่ละห่างราวกับถูกของร้อน เพราะกลัวหญิงสาวจะลืมตาตื่นขึ้นมาจดหน้าเขาได้ก่อนวางของบางอย่างเอาไว้ให้หญิงสาวได้ดูต่างหน้า

“หวังว่า คุณคงจะจดจำผมได้บ้างนะ ลลิตา” ปัณณธรกล่าวเสียงทุ้มและรู้สึกแปลกใจกับตัวเองเสียจริงที่ผู้หญิงร่างเล็กคนนี้กำลังทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขารู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมา แล้วหันไปยิ้มให้กับเศษซากเจ้าอุปกรณ์ป้องกันของสุภาพบุรุษที่เขาทิ้งไว้ให้หญิงสาวได้ระลึกถึง และก็ภาวนาขอให้เธอได้เก็บมันเอาไว้เป็นที่ระลึกอย่างคนครึ้มอกครึ้มใจไม่น้อย รู้สึกว่าอีกไม่นานร่างบอบบางของเธอคนนี้จะกลับมาเป็นของเขาอีกในไม่ช้า โดยก่อนออกไปจากห้องร่างสูงก็ย้อนกลับมาพร้อมกระดาษแผ่นเล็กฝากไว้ให้ แล้วยิ้มกริ่มออกไป

กระทั่งมานั่งภายในรถเรียบร้อยแล้วก็หันไปหยิบโทรศัพท์ที่ลืมทิ้งไว้ในรถขึ้นมากดรับในทันที เมื่อเห็นเป็นเบอร์ของคนงานในไร่ “ว่าไง มีอะไรกันหรือเปล่าถึงได้โทรมาซะดึก” เสียงทุ้มกรอกกลับไปหลังอีกฝ่ายโทรมาแล้วเงียบกริบ

“เอ่อ...คุณปัณครับ คือ...คุณปริม คุณปริมถูกรถชนครับ”

“อะไรนะ!” หลังฟังจบปัณณธรผุดลุกขึ้นและออกมายืนนอกรถเอ่ยถามเสียงดัง ร่างสูงใหญ่ผงะถอยหลังเมื่อได้ทราบข่าวว่าน้องสาวเพียงคนเดียวเสียชีวิตแล้ว เขามองโทรศัพท์ในมือนิ่ง ก่อนเห็นสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับนับสิบและฝากข้อความ ก่อนตัดใจกลับเข้าไปในรถและมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลเพื่อไปรับร่างไร้วิญญาณของน้องสาวสุดที่รัก

คล้อยหลังปัณณธรไปไม่นาน ลลิตาเริ่มรู้สึกตัวและปวดเมื่อยไปทั่วร่างก่อนดีดตัวลุกขึ้นนั่ง พลันทำให้ต้องร้องเสียงหลง “เขาหายไปไหนแล้ว” ก่อนก้มมองร่างกายตัวเองที่มีร่องรอยฝากรักไว้

“กรี๊ด! ไอ้ผู้ชายบ้า ฉันจ้างให้มาพรากพรหมจรรย์ ไม่ใช่ให้มาทำรอยแบบนี้ ฮือๆๆ แล้วฉันจะใส่เกาะอกได้อีกไหมเนี่ย” เจ้าของร่างกายกรีดร้องทันควัน และก่นด่าบุรุษหนุ่มนิรนามที่เธอพอจำได้เพียงกลิ่นกายของเขาแต่มันดูเลือนรางเหลือเกิน

“ยายปริม คอยดูนะ ฉันจะด่าแกให้หูชาเลย ที่ไม่รู้จักบอกพ่อเทพบุตรด้วยว่าห้ามทำรอยแบบนี้ ฮือ...” ลลิตากล่าวออกมาพร้อมเสียงสะอื้น ขยับตัวจะลงจากเตียงเพื่อหาโทรศัพท์แต่ก็ร้าวระบมกับร่างกายไม่น้อย

“โอ๊ย นี่ฉันถูกคนบ้าพรากพรหมจรรย์หรือเปล่านี่ แค่ครั้งเดียวทำไมมันระบมแบบนี้ล่ะนี่” บ่นเสียงดังโดยไม่รู้เลยว่าบุรุษหนุ่มนิรนามอย่างคุณปัณณธรนั้นพาเธอไปทัวร์สวรรค์ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็เพราะฤทธิ์ยาที่ดื่มเข้าไปตามคำร้องขอของปริมเพื่อนรัก ก่อนมองหาโทรศัพท์โดยเจ้าตัวได้ลืมไว้ที่ห้องรับแขกชั้นล่างของบ้าน คุณหนูลลิตาพยายามฝืนลุกไปคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับ พลันสายตาเหลือบไปเห็นอาวุธป้องกันตัวของท่านสุภาพบุรุษที่เธอเห็นแล้วก็กรีดร้องอีกครั้ง

“อีตาบ้า! ยังจะมีหน้าทิ้งเอาไว้ให้ฉันดูอีกนะ คนผีทะเล ไม่เป็นสุภาพบุรุษ กรี๊ด! ชาตินี้ก็อย่าได้เจอกันอีกเลย ไปตายซะไป๊!

ตะโกนไล่ยังไม่พอ ยังจะคว้าเอาเจ้าเศษซากที่เขาทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าปาทิ้ง ทว่าเธอกลับเห็นกระดาษแผ่นเล็กวางไว้คู่กัน ที่ระลึกสำหรับความสัมพันธ์ ระหว่างเรา เรียวหน้าหวานงอง้ำแทบอยากจะกระโดดขย้ำคอคนที่ฝากข้อความไว้ให้เธอ ทว่าพอพลิกกลับไปดูข้างหลัง เธอก็กรีดร้องอีกหน อย่าคิดปาทิ้งเด็ดขาดนะครับ เพราะผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันป้องกันได้ดีแค่ไหน ไม่แน่ในท้องคุณอาจมีผลผลิตจากผมก็ได้

“ท้องเหรอ ไม่นะ” คราวนี้คนที่เริ่มคิดแผนนี้ขึ้นมาก็หน้าซีดราวไข่ต้ม เธอลืมนึกไปได้ยังไงกันืความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงมันอาจทำให้เธอท้องก็ได้ แล้วเธอก็ไม่ได้ป้องกัน

ยาคุม ยาคุมฉุกเฉิน ใช่ๆๆ ต้องไปหา ต้องไปหา ยายปริม แกช่วยฉันด้วยนะท้ายที่สุดลลิตาก็เอาไอ้ของบ้าๆ  ไปทิ้งลงขยะอย่างแค้นเคือง

        ก่อนจะเดินลงมาตามขั้นบันไดด้วยอาการทุลักทุเล เธอร้าวระบมไปทั่วร่าง อีกทั้งก็เจ็บใจพ่อเทพบุตรในฝันที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้จะไม่อยากเห็นหน้าของเขา แต่พอเอาเข้าจริงเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน

“อยู่นี่เอง โทรศัพท์ฉัน ตายละเบอร์ไม่ได้รับเยอะมาก ของยายปริมทั้งนั้นเลยด้วย” หลังคว้าโทรศัพท์มาได้เจ้าของเครื่องก็ตกอกตกใจไม่น้อยที่เบอร์เพื่อนรักโชว์หรา

“อ้าว ทำไมโทรไม่ติดล่ะนี่ เอ...มีฝากข้อความด้วยเหรอนี่” ลลิตาพาร่างร้าวระบมไปนั่งบนโซฟา ก่อนมองออกไปภายนอกก็เห็นท้องฟ้าเริ่มส่องแสงให้รู้ว่าใกล้เช้าเข้าไปทุกที

ต้าร์ แกฟังฉันให้ดีๆ นะ ตอนนี้ที่บ้านแกมีเรื่อง และแกก็ต้องหยุดภารกิจนั่นซะ แล้วก็รีบมาหาฉันที่ไร่ธนานนท์ของพี่ปัณ อย่าลืมนะไปหาฉันที่ไร่ธนานนท์ แล้วฉันจะเล่ารายละเอียดให้แกฟังทั้งหมด

“ที่บ้านเกิดเรื่องงั้นเหรอ คุณป๊า แม่นม” หลังฟังข้อความจบ ลลิตารีบโทรหาคุณป๊าทว่าเธอกลับติดต่อไม่ได้ โทรเข้าบ้านก็ไม่มีใครรับ โทรหาแม่นมก็ปิดเครื่อง ซึ่งโทรศัพท์ของแม่นมโชคร้ายถูกแก๊งวัยรุ่นมาฉกชิงไปต่อหน้าต่อตา

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วทำไมต้องไปที่ไร่ธนานนท์นั่นด้วย” ไม่ทันที่ลลิตาจะคิดอะไรได้เสียงของป้าแม่บ้านก็ตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้าน เพราะได้รับโทรศัพท์จากคุณปริมเมื่อช่วงดึกว่าให้ใครก็ได้ไปเอาของที่คอนโดมาให้ลลิตาที่บ้านพัก ซึ่งประจวบเหมาะที่สามีของป้าแม่บ้านเข้าไปทำธุระที่กรุงเทพฯ จึงได้สัมภาระของเธอมาด้วย 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha