สิเน่หาสาวพรหมจรรย์ [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 8 : ตอนที่ 4 คุณหนูตกอับ (1)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 4 คุณหนูตกอับ

 

 

 

สัปดาห์ต่อมา ร่างสูงใหญ่ยืนรับลมของอากาศยามเย็น ดวงตาคมเศร้าหมองนับตั้งแต่สูญเสียน้องสาวที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ ปัณณธรเฝ้าอ่านข้อความที่น้องสาวฝากไว้นับเป็นครั้งที่สิบ เมื่อน้องสาวตัวดีสั่งให้เขาหยุดภารกิจเพราะในตอนนั้นทางบ้านของ    ลลิตาแม่นางฟ้าใจกล้ากำลังตกที่นั่งลำบาก และยังสูญเสียบิดาอย่างกะทันหันในวันเดียวกันที่เขาเองก็สูญเสียน้องสาวเพียงคนเดียวเช่นกัน

        ปัณณธรเฝ้าทวนอ่านข้อความที่น้องสาวได้ฝากฝังไว้ว่าให้ดูแลเพื่อนของเธอด้วยหากพลาดพลั้งเพราะเธอห้ามพี่ชายไม่ทัน มุมปากของผู้เป็นพี่ชายแย้มยิ้มนิดๆ เมื่อถึงหน้าของหน้าของน้องสาวที่เจ้ากี้เจ้าการเหลือเกิน

“แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน...ลลิตา” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำให้คนงานหนุ่มที่เดินเข้ามารายงานเรื่องคณะทัวร์ที่มาลงภายในวันนี้ ทำหน้างงเล็กน้อย

“เอ่อ...คุณปัณครับ ใครหรือครับ ลลิตา” เอก คนงานหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีถามด้วยความสงสัยเพราะไม่เคยเห็นเจ้านายหนุ่มพาสาวที่ไหนเข้ามาในไร่สักครั้งนับตั้งแต่เลิกรากับคนรักเก่า

“เดี๋ยวจะโดนเตะไอ้เอก” เจ้าของไร่ธนานนท์และเจ้าของขุนเขารีสอร์ทหันมาถามเสียงเข้ม พร้อมตั้งท่าจะเตะตามที่พูดไว้ เอกกระโดดหลบแทบไม่ทัน

“โธ่คุณปัณ ผมก็ถามแหย่เล่นๆ นะครับ ก็ผมไม่เห็นคุณปัณยิ้มมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ เอ...หรือว่าคนที่ชื่อลลิตาจะเป็นนางฟ้าครับ คุณปัณถึงได้ถามฟ้าถามลมแบบนี้” เอกพูดขึ้นพร้อมยิ้มกว้างแล้วกระโดดไปหลบข้างกระถางต้นไม้ขนาดเล็ก หน้าระเบียง แต่สายตาก็จับจ้องไปยังเจ้านายหนุ่มที่เอกเห็นแล้วก็คิดว่ามันต้องมีอะไรแน่เลย

“ไอ้เอก! แกนี่มันวอนโดนเตะซะจริง แล้วมานี่มีอะไร เห็นทุกวันเสาร์แกต้องรีบแจ้นเข้าเมืองไปหาสาวๆ ในอาบอบนวดไม่ใช่เหรอ” ปัณณธรหันมาถลึงตาใส่ ก็เพราะหญิงสาวที่กำลังอยู่ในความฝันของเขาเป็นนางฟ้าน่ะสิ แต่บังเอิญว่าเป็นนางฟ้าที่เขาแตะต้องได้

“คุณปัณทำมาเป็นว่าผม จะว่าไปเจ๊คนสวยอย่างมาดามแหม่มก็แอบบ่นคุณปัณอยู่เหมือนกันนะครับ ที่ไม่ได้แวะเวียนไปเยี่ยมสาวสวยในสต๊อกของมาดามแหม่มมาเกือบปี” เสียงของเอกยังคงตามมากวนใจเจ้านายหนุ่มอยู่ไม่ห่าง

“ไอ้เอก! ฉันเบื่อโว้ย!” คนที่เริ่มจะหมดความสนุกสนานกับชีวิตโสดก็เพราะนับตั้งแต่เลิกรากับแองจี้ เขาก็ทำตัวราวกับนักล่าพรหมจรรย์เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น ทำอยู่แบบนั้นร่วมสามปีก็ชักเริ่มจะเต็มอิ่มและนึกอยากหาใครที่ทำให้เขาร้อนรุ่มเหมือนแม่นางฟ้าตัวน้อยคนนั้นที่ทำให้ร่างกายเขาร้อนผ่าวจนยากจะระงับความต้องการได้

“โอ้โห! เบื่อเหรอครับ หรือว่า...” เอกทำตาโต ไม่เชื่อว่าคนอย่างคุณปัณที่ออกล่าผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเมื่อสามปีที่แล้วจะเบื่อเรือนร่างขาวผ่องของผู้หญิง

“หรือว่า อะไรไอ้เอก นี่ถ้าแกพูดไม่เข้าหูฉัน ฉันถีบแกร่วงระเบียงแน่” เสียงเข้มของปัณณธรตะคอกใส่ มองอย่างคาดโทษ วันนี้จะต้องเตะไอ้ลูกน้องตัวแสบเสียหน่อยแล้ว กวนบาทาเหลือเกิน

“คุณปัณจะเปลี่ยนไปชอบผู้ชายไงล่ะครับ” พูดจบร่างของคนพูดก็หายวับไปกับตา คิดไว้ว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยมาบอกรายละเอียดเรื่องกรุ๊ปทัวร์แล้วกัน ด้านคนถูกกล่าวหาก็ตะโกนไล่หลังมือใหญ่เท้าสะเอวนึกขบขันกับคำกล่าวหาของคนงานหนุ่ม อย่างเขานี่น่ะหรือจะหันไปชอบผู้ชายไม่มีทางซะหรอก พลันใบหน้าสวยสดงดงามของแม่นางฟ้าก็ลอยเด่นมาให้คิดถึงบทรักบนเตียงนุ่ม

“ลลิตา ผมจะทำให้คุณมายืนอยู่ตรงหน้าผมให้ได้” เจ้าของไร่คิดอย่างมาดหมาย เพราะนึกชอบและติดใจเรียวหน้าสดใสของหญิงสาว

ขณะที่สาวสวยที่เขากำลังเฝ้าคิดถึงก็นั่งหน้าเศร้าเมื่อเงินที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับห้องพักที่ตกคืนละห้าพันบาท ในเมื่อบัตรเครดิตของเธอทุกใบถูกอายัดหมดแล้ว

“โอ๊ย! ยายต้าร์แล้วแกจะทำยังล่ะทีนี้” ลลิตาแอบบ่นพึมพำหลังจากตัดสินใจขอพักอยู่อีกสักคืน คุณหนูคนสวยพยายามหว่านล้อมแทบตายกว่าจะได้เข้าพักต่อเมื่อพนักงานเริ่มมองมาแบบไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่

เจ้าของร่างบอบบางเดินกลับขึ้นห้องพักในสภาพคอตก เงินในกระเป๋าตอนนี้เหลืออยู่แค่พันกว่าบาทสั่งอาหารเย็นมื้อที่ผ่านเข้าท้องมาก็เหลืออยู่แค่ห้าร้อยกว่าบาท ลลิตามองนาฬิกาฝังเพชรของขวัญจากคุณป๊าในวันที่สำเร็จการศึกษาแล้วตาละห้อย

“คุณป๊า ถ้าต้าร์เอานาฬิกาไปขายคุณป๊าจะโกรธต้าร์หรือเปล่าคะ” เสียงเศร้าสร้อยของคุณหนูลลิตาเฝ้าถามรูปถ่ายของบิดาในกระเป๋าสตางค์แบรนด์หรู ก่อนให้คิดว่ามันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่คุณป๊าให้มาถึงอย่างไรเธอก็ไม่มีวันเอาไปขายอย่างแน่นอน เธอต้องหางานทำ แล้วจะไปหาที่ไหนล่ะ ในเมื่อออกไปไหนก็ลำบากคนของปราโมทย์ ไอ้ตี๋วายร้ายคอยตามหาเธออยู่

“ยายปริม โทรหายายปริมก่อนดีกว่า” ใบหน้าของเพื่อนรักลอยเด่นขึ้นมาหลังจากที่มัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของตัวเองนับแต่แยกจากแม่บ้านของเพื่อน ลลิตาคว้าโทรศัพท์มากดโทรหาเพื่อนรักแม้จะรู้ว่าช่วงนี้เธอรบกวนเพื่อนสนิทบ่อยเหลือเกิน แล้วให้นึกถึงข้อความที่ปริมฝากไว้ว่าให้เธอเดินทางไปที่ไร่ธนานนท์ แต่นั่นจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของเธอ ตั้งแต่คบกับปริมเพื่อนรักมา เธอยังไม่เคยเห็นหน้าพี่ชายของเพื่อนเลย แต่ถึงแม้จะเห็นมันก็นานมากแล้ว แถมในรูปนั้นยังเป็นตอนที่เพื่อนรักกับพี่ชายยังเด็กกันทั้งคู่

“ปริม แกต้องช่วยฉันนะ ตอนนี้ฉันลำบากมาก มีคนตามล่าฉันอยู่ ฉันไปไหนก็ไม่ได้ ฉันกลัวมากเลยปริม แกต้องมาช่วยฉันนะ ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงแรม” ลลิตาส่งเสียงไปตามสายทันทีหลังจากเพื่อนกดรับพร้อมกับบอกชื่อโรงแรมที่พักให้เสร็จสรรพ แต่ทว่าปลายสายกลับเงียบกริบ

“ปริม! ปริม แกฟังฉันอยู่หรือเปล่า ฉันขอโทษนะที่ต้องรบกวนแกอีกแล้ว แต่ฉันอยากหนีไอ้ปราโมทย์ไปไกลๆ แกรู้ไหม ไอ้ตี๋บ้านั่นมันจะบังคับให้ฉันแต่งงานกับมัน ทั้งที่...เอ่อ...ทั้งที่คุณป๊าของฉันเสียไปแล้ว แกต้องมาช่วยฉันนะปริม” เพราะหมดหนทาง  ลลิตาก็ได้แต่พร่ำเพ้อขอให้เพื่อนรักมาช่วย โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ฟังเสียงของตนนั้นไม่ใช่เพื่อนรักของเธอ

“รออยู่ที่นั่นแหละ เดี๋ยวจะไปรับ” สิ้นเสียงทุ้มของปลายสาย ลลิตาอ้าปากค้างอึ้งไปชั่วขณะ และกว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรคนพูดก็ตัดสายไปแล้ว ปัณณธรเรียกหาเอกคนงานหนุ่มรู้ใจ ให้อยู่ดูแลไร่เพราะเขาต้องเข้ากรุงเทพฯ ด่วน

“เอก แกช่วยดูแลงานทางนี้ให้ทีนะ ฉันอาจจะไปวันเดียวหรือสองวันก็ได้ แต่ถ้ามีอะไรด่วนก็โทรหาฉันได้ตลอด เออ แล้วก็เรื่องกรุ๊ปทัวร์ที่จะมาลง พรุ่งนี้เช้าแกก็ให้สายใจช่วยดูแลแล้วกัน เห็นทำงานเข้าขากันดีนี่ แล้วอย่าปล่อยปละเรื่องคนงานล่ะ อย่าให้ดื่มเหล้าและทะเลาะกันอีกนะ ไม่งั้นฉันจะไม่ขึ้นทัณฑ์บนแล้วแต่จะไล่ออกให้หมด เพราะฉันไม่ชอบพวกไม่มีความรับผิดชอบ” เจ้าของไร่สั่งเสียงเข้ม นึกห่วงแม่นางฟ้าตัวน้อยที่กำลังเป็นอันตราย

“แล้วเอ่อ คุณปัณจะไปหาใครหรือครับ ที่กรุงเทพฯ น่าจะให้คนงานขับรถไปให้นะครับ อีกอย่างนี่ก็สามทุ่มแล้วด้วย” เอกเสนอความคิดเห็นเพราะนึกห่วงเจ้านายหนุ่ม

“ไม่ต้องฉันรีบ ไปละ” กล่าวจบเจ้าของไร่ก็ตรงไปที่รถส่วนตัวขับออกไปอย่างรวดเร็ว เขาต้องไปถึงแม่นางฟ้าตัวน้อยก่อนที่เธอจะถูกคนพวกนั้นพบเข้า ส่วนเอกได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วงโดยมีสายใจเดินตามมายืนอยู่ข้างๆ

“นี่พี่เอก คุณปัณรีบร้อนจะไปไหนเหรอ” ถามแต่สายตาก็มองไปที่รถเบนซ์คันงามที่ใกล้จะลับตา

“ไปหานายหญิงน่ะ” เอกพูดขึ้นลอยๆ ก็รีบร้อนขนาดนี้ไม่ไปหาผู้หญิงแล้วจะไปหาใคร

“ฮะ! ไปหานายหญิง” สายใจอุทานเสียงดัง รั้งตัวพี่เอกกล้ามโตหันมาเผชิญหน้า

“สายใจอยากเห็นหน้าหล่อๆ ของพี่ขนาดนี้เลยหรือไง” เอกบอกด้วยเสียงกรุ้มกริ่มอีกทั้งแววตาก็แพรวพรายจนสายใจนึกอยากเอานิ้วจิ้มตาให้บอด วันนี้เป็นอะไรพิลึกคน

“ฮึ!  ไม่มีใครเขาอยากเห็นหน้าพี่หรอก อ้อ จะมีก็แต่สาวงามนุ่งน้อยห่มน้อยในอาบอบนวดเท่านั้นแหละ”

“เสียงแบบนี้เหมือนสายใจหึงพี่เอกเลยเนอะ” ชายหนุ่มได้ทีก็แกล้งเย้าให้หญิงสาวได้แก้มแดง

“อย่ามามั่วพี่เอก รีบบอกมาว่าคุณปัณจะไปตามหานายหญิงจริงเหรอ แล้วใครกันเหรอ สวยหรือเปล่าล่ะพี่เอก” สายใจหันไปตวาดใส่พร้อมทั้งบังคับให้พี่เอกที่ยังไม่เลิกส่งสายตาเจ้าชู้มาให้เธอตอบข้อสงสัย

“ไม่รู้เหมือนกัน พี่ก็เดาส่งไปนะก็เห็นคุณปัณเพ้อถึงคนชื่อ ลลิตาอะไรนี่แหละ พี่ก็เลยเดาเอา” เอกบอกทีเล่นทีจริงก็เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่นึกๆ ไปก็อยากให้คุณปัณมีความรักกับใครอีกสักครั้ง หลังจากที่ต้องอกหักเพราะรักแรกมานานหลายปี

“ว่าแล้วเชียว อย่างพี่เอกนี่พูดอะไรเชื่อถือไม่ได้สักเรื่อง ไปดีกว่า” สายใจสะบัดเสียงใส่ รีบเดินกลับบ้านพัก แต่กลับมีอีกคนเดินตามมา สายใจจึงรีบวิ่งกลับบ้านพัก

“พี่เอกจะวิ่งตามมาทำไม สายใจเหนื่อยแล้วนะ” เจ้าของบ้านพักหลังสุดท้ายยืนหอบแฮ่กเอ่ยถามคนที่ตามมาติดๆ เสียงหอบเหนื่อยทั้งที่มันก็เลยบ้านพักของพี่เอกมาหลายหลังแล้วด้วย

“ก็พี่เห็นสายใจวิ่งไง พี่ก็เลยวิ่งตาม” คนนึกอยากสานสัมพันธ์กับสาวสวยก็ตอบกลับด้วยเสียงยียวน เออหนอ มองข้ามคนใกล้ตัวไปได้ยังไง

“สายใจก็วิ่งหนีพี่นั่นแหละ วิ่งตามอย่างกับคนบ้ากาม ประสาท!” สายใจตวาดใส่อย่างคนอารมณ์เสีย แถมจังหวะเต้นของหัวใจก็แปลกๆ เพราะสายตากรุ้มกริ่มของพี่เอกที่ทำงานมาด้วยกันนานหลายปีก็ไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้เลยนี่

“อ้าว! ก็สายใจวิ่งไงพี่ก็เลยวิ่งบ้าง แต่ก็สนุกดีนะ” คนที่ว่าสนุกก็ผลักบานประตูเข้าบ้านของหญิงสาวหน้าตาเฉย

“นี่พี่เอกจะเข้ามาทำไม กลับบ้านไปได้แล้ว มาเข้าห้องผู้หญิงได้ไง” สายใจตามเข้ามาแล้วเอ่ยถามเสียงห้วน รู้สึกสองแก้มมันเห่อร้อนชอบกล

“พี่เหนื่อย ขอน้ำเย็นๆ  ดื่มหน่อยไม่ได้หรือไง” คนที่คิดแผนรวบหัวรวบหาง เพราะกลัวหนุ่มๆ  ที่กำลังตามจีบหญิงสาวอยู่จะมาตัดหน้าไป เขาก็เพิ่งจะนึกเอะใจก็ตรงที่คุณปัณบอกว่าเขากับสายใจทำงานได้เข้าขากันมากนี่แหละ ถึงได้รู้ว่าต้องได้เธอมาเป็นเมียให้ได้ จะได้ทำให้อย่างอื่นมันเข้ากันได้ด้วย

“เอ้า! น้ำรีบกินๆ  เข้าไปซะ จะได้รีบกลับ สายใจจะอาบน้ำนอนแล้วพรุ่งนี้ต้องไปต้อนรับคณะทัวร์แต่เช้า” ยื่นแก้วน้ำให้เสร็จเจ้าของบ้านก็เดินไปเปิดทีวีเพื่อรอเวลาให้พี่เอกกลับบ้านพัก

“สายใจจ๋า” หลังได้น้ำเย็นดับกระหาย คนเจ้าเล่ห์ก็เรียกเสียงหวานแต่สายใจตวัดตาเขียวไปให้แล้วเอ่ยเสียงห้วนๆ ตามนิสัย

“อะไร!

“โธ่ สายใจพูดไม่เพราะเลย” คนอยากอ้อน ทำเสียงตัดพ้อจนหน้าหมั่นไส้ ส่วนสายใจก็หันมองท่าทีแปลกๆ ของพี่ร่วมงาน

“นี่พี่เอก ไม่ต้องมาทำเสียงแบบนี้ได้ไหม ฉันฟังแล้วจะอ้วก น้ำหมดแก้วแล้วนี่กลับๆ ไปได้แล้ว”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha