สิเน่หาสาวพรหมจรรย์ [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 9 : ตอนที่ 4 คุณหนูตกอับ (2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เจ้าของห้องออกปากไล่เป็นครั้งที่สามแต่ดูเหมือนคนถูกไล่ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร กลับล้มตัวลงนอนแผ่บนโซฟา สายใจเห็นเข้าก็เดินเข้ามาเท้าเอวมองอย่างหาเรื่อง โดยไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่วินาทีคุณพี่ร่วมงานกำลังคิดมิดีมิร้ายอยู่

“พี่เอก!” สายใจตะคอกใส่อย่างคนเริ่มโมโห

“อะไรล่ะ สายใจพี่ขอนอนพักไม่ได้หรือไง”

“ไม่ได้กลับไปนอนบ้าน...ว้าย! ” สายใจยังออกปากไล่ไม่ทันจะประโยค ร่างตัวเองก็ล้มไปอยู่บนตัวของพี่เอก เพราะอีกคนคว้าเจ้าหล่อนให้ลงไปนอนด้วย ริมฝีปากของคนทั้งคู่ประกบกันอย่างพอดิบพอดี สายใจทั้งดิ้นทั้งทุบแต่กลับถูกคนแข็งแรงกว่าจับไปอยู่ใต้ร่าง สายตาของคนทั้งสองสบประสานกันนิ่ง ลมหายใจติดขัดด้วยกันทุกคู่ ก่อนที่คนอยากมีเมียแบบกะทันหันจะเริ่มร่ายมนตร์พิศวาสใส่หญิงสาว ไม่นานนักทุกอย่างก็ดำเนินไปตามทุกจังหวะรักของธรรมชาติที่สรรสร้างไว้ เอกคิดเพียงแต่ว่าวันนี้เขาจะทำให้สายใจลืมไม่ลง แล้วรอให้คุณปัณกลับมาก่อน แล้วเขาจะเอ่ยปากเรื่องนี้กับคุณปัณ เพราะกฎเหล็กของที่นี่ห้ามทำเรื่องแบบนี้กับคนที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง ซึ่งเขากำลังจะเข้าข่ายข่มขืนอยู่แล้วแต่เมื่อสายใจก็ยินยอม ก็คงไม่มีปัญหา

 

       

“มัวทำอะไรอยู่ กว่าจะเปิดประตูได้” หลังจากประตูห้องพักเปิดปัณณธรก็เอ่ยปากต่อว่าด้วยเสียงห้าวห้วน เพราะต้องการปิดบังความรู้สึกบ้างอย่างเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับเมียข้ามคืนอีกครั้ง แค่เห็นหน้าแม่นางฟ้าตัวน้อยเขาก็คิดถึงเรือนร่างนวลลออของแม่คุณแล้ว ยิ่งทรวงอกอวบอิ่มที่กำลังซุกซ่อนอยู่ในเสื้อรัดรูปราคาแพงที่เจ้าตัวสวมอยู่ขณะนี้เขารู้ดีว่ามันนุ่มนิ่มและน่าสัมผัสเพียงใด

“เอ่อ...คือ..” เพราะตะลึงกับผู้มาเยือน ที่ทั้งหล่อ เท่ ดูดี ตรงตามสเปกของเธอทำให้ลลิตาได้แต่อ้ำอึ้งและรู้สึกหัวใจจะเต้นตูมตามจนทรวงอกเธอสะท้าน โดยมีตาคมจ้องมองอยู่เหมือนกัน ลลิตาชักสีหน้าไม่พอใจทันควันเมื่อเห็นสายตาที่เขามองมา

ปัณณธรยกมุมปากยิ้มแทบจะเป็นเยาะกับท่าทางของแม่นางฟ้า อยากจะบอกเหลือเกินว่าเขาเห็นมาหมดแล้ว จะให้บอกไหมว่ามีฝ้าไฝอยู่ตรงไหน ร่างใหญ่เดินสำรวจห้องพักพร้อมทั้งถอดเสื้อคลุมออกวางพาดบนโซฟา แล้วล้มตัวลงนอน ยกขาแข็งแกร่งตวัดทับกัน ตาคมปิดสนิท ลลิตามองทุกการกระทำของเขาด้วยความงุนงง ความสงสัยมากมายที่อยากถามก็บังคับให้เธอเดินเข้าไปนั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้าม

“คุณคะ คุณเป็นอะไรกับยายปริม แล้วยายปริมไปไหน คุณถึงได้รับโทรศัพท์ของเพื่อนฉัน อีกอย่างฉันอยากรู้มากเลย คือ คุณจะมาช่วยฉันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงมานอนสบายอยู่นี่ล่ะ แล้วถ้า”

“อย่าเพิ่งถามได้ไหม ผมจะนอน” ปัณณธรบอกอย่างรำคาญ เขาอุตส่าห์บึ่งรถจากราชบุรีถึงกรุงเทพฯ เหนื่อยจะตาย แถมยังได้เห็นหน้าสวยๆ ของคนที่ได้ชื่อว่า เมีย อยู่ใกล้ๆ ทำให้เขาต้องนอนหลับให้สนิทจะได้ลืมความคิดที่จะจับเมียข้ามคืนมาร่วมรัก เมื่อเห็นหน้าแม่นางฟ้าแล้วกายมันร้อนรุ่มชอบกล

“อ้าว! นี่คุณ เดี๋ยวสิ” คนถามทำหน้าตูมทำปากขมุบขมิบอยากจะต่อว่าให้มากกว่านี้ แต่ก็เพราะต้องพึ่งผู้ชายร่างใหญ่นี่ก่อนน่ะสิ

“คุณ แล้วจะไม่ออกไปตอนนี้เหรอ” ว่าจะไม่ถามอยู่แล้วเชียวแต่ก็อดไม่ได้ เสียงหวานๆ  จึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง ขยับตัวเข้าใกล้ๆ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันที่เห็นหน้าเขาแล้วรู้สึกอุ่นใจ

“ผมบอกว่าอย่าเพิ่งมากวน ผมเหนื่อย” บอกในขณะที่ตาคมยังปิดสนิท ลมหายใจค่อยๆ สม่ำเสมอ จนอีกคนนึกค่อนขอดอยู่ในใจที่เขาช่างจะหลับง่ายหลับดายซะเหลือเกิน ลลิตาชะโงกหน้าเข้าไปใกล้เผลอตัวสูดดมกลิ่นกายที่รู้สึกคุ้นเคยเหลือเกินเข้าเต็มปอด ทว่าตาคมที่ปิดสนิทกลับเปิดขึ้น ลลิตากระเด้งตัวกลับแทบไม่ทัน

“เป็นผู้หญิงบ้าอะไร มาแอบมองผู้ชาย คิดว่ารู้จักผมหรือไง แม่คุณ” เอ่ยถามเสียงหงุดหงิดทั้งที่ใจเต้นโครมคราม ให้ตายเถอะ แม่คุณนี่ช่างกล้าคิดกล้าทำเหลือเกิน แล้วไอ้พรหมจรรย์ที่ฝ่ามาแม่คุณรักษารอดได้ไง

“นี่! ทำไมคุณต้องมาว่าฉันด้วย ก็มีอย่างที่ไหน คุณบอกให้รอ ฉันก็นั่งรอจนตาค้าง แล้วพอคุณมาถึงก็เอาแต่นอน แล้วเราจะหนีพวกที่ตามเราได้ยังไงล่ะ ฉันเห็นในหนังเวลาพระเอกจะพานางเอกหนีก็ต้องหนีตอนดึกๆ นี่แหละจะได้ไม่มีใครเห็น”          ลลิตาเถียงคอเป็นเอ็น เธอก็ง่วงจะตายอยู่แล้วแต่เพราะต้องมานั่งรอเขานี่แหละทำให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอน แล้วยังจะมาว่าเธออีก มองค้อนให้คนร่างใหญ่ที่นอนเอกเขนกไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรเลย

นี่เธอกำลังถูกคนชั่วตามล่าอยู่นะเนี่ย ยังจะมาทำใจเย็นอยู่ได้ คนบ้า ทุเรศ ประสาทด้วย คนอยากหนีแอบบ่นอยู่ในใจ ไม่กล้าจะต่อว่าให้ได้ยินเพราะต้องขอเงินเขาไปจ่ายค่าห้องพักอีกหลายหมื่น

“ไปนอนได้แล้ว ผมจะออกเดินทางเมื่อไหร่ ผมจะไปปลุก เข้าใจหรือยัง” ปัณณธรขยับร่างเล็กน้อยพร้อมเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนชี้ไปทางประตูห้องนอนของหญิงสาวเป็นเชิงไล่ให้ไปนอนซะดีๆ เพราะถ้าขืนอยู่ต่ออีกสักนาทีเดียวพ่อจะลากขึ้นเตียงให้เข็ด ลลิตาจำใจเดินเข้าห้องนอนไม่วายที่จะหันมาค้อนเขาเบะปากใส่อย่างเคืองๆ

“ไม่ต้องปิดประตู ผมขี้เกียจเคาะเรียก ชอบเดินเข้าไปปลุกมากกว่า” เสียงทุ้มดังตามมา หลังจากลลิตาตั้งท่าจะปิดประตูแล้วกดล็อกให้แน่นหนา

“จะบ้าหรือไง คุณเป็นผู้ชาย แถมยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ส่วนฉันเป็นผู้หญิง มันเสียหายนะ” ลลิตาตะเบ็งเสียงกลับมาหาคนเจ้ากี้เจ้าการ แต่กลับได้รับเสียงหัวเราะจากเขา

ให้ตายเถอะ ไม่รู้จักงั้นเหรอแม่คุณ เราสองคนยิ่งกว่ารู้จักกันเสียอีกเจ้าของร่างใหญ่โตนอนอมยิ้มขำกับถ้อยคำที่ได้ยิน ก่อนกระชับคำสั่งเดิมให้หญิงสาวได้ปฏิบัติตาม

“หัวเราะอะไรคุณ” เจ้าของใบหน้างอง้ำที่นึกเคืองเสียงหัวเราะจากเขาถามเสียงห้วนๆ หมุนตัวกลับมาอย่างเอาเรื่อง

ฮึ่ม! ถ้าพูดไม่เข้าหูละก็ จะอัดให้น่วมเชียวคนร่างเล็กกระจ้อยร่อยนึกคาดโทษคนตัวโตเอาไว้อย่างนึกแค้น เดี๋ยวแม่จะงัดเอาแม่ไม้มวยไทยสมัยมัธยมมาใช้ให้ดู

“ก็ขำคุณน่ะสิ คิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่หรือไงครับคุณ ถึงได้กลัวผมจะเข้าไปปล้ำ จะบอกให้นะ อย่างผมน่ะต้องมีเยื่อพรหมจารีเท่านั้น ผมถึงอยากนอนด้วย” เสียงทุ้มกระเซ้ากลับแบบยียวน นึกชอบใจที่ได้ต่อปากต่อคำกับแม่นางฟ้า รู้สึกหัวใจมันกระชุ่มกระชวยดีแท้

“คนปากสกปรก!  มีสิทธิ์อะไรมาว่าวิจารณ์ฉัน ฉะ...ฉันเป็นสาวโสดอยู่นะ แล้วฉันก็ไม่สนด้วยว่าคุณอยากนอนกับผู้หญิงแบบไหน ไม่ต้องมาบอกฉัน เพราะฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ”           คนที่เพิ่งจะเสียความสาวให้กับหนุ่มนิรนามไปพูดไม่เต็มเสียงนัก ยิ่งทำให้อีกคนหัวเราะชอบใจ ก็แน่ละเพราะพรหมจรรย์ของเธอเป็นของเขาแล้วนี่

“อ้อ เป็นสาวโสด” ปัณณธรลากเสียงยานคาน แล้วหัวเราะด้วยความชอบใจ ส่วนลลิตาก้าวฉับๆ  มาหยุดตรงหน้าของเขาแล้วชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง

“นี่คุณ! หยุดหัวเราะฉันสักทีได้ไหม เป็นผู้ชายประสาอะไร”ใบหน้างดงามแดงก่ำเพราะอารมณ์โกรธก้มลงไปแผดเสียงใส่ แต่อีกคนกลับนึกชอบใจที่ได้ยินลมหายใจของหญิงสาวแบบชิดใกล้ ทรวงอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงนั่นหน้ามองยิ่งนัก ตาคมไล่มองจากเรียวปากบางสวยแล้วหยุดนิ่งที่อกอวบ

“ออกมาเสนอตัวให้ผมพิสูจน์ความบริสุทธิ์หรือไงคุณ ถึงได้เข้ามาใกล้ผมซะขนาดนี้” เจ้าของร่างใหญ่ไม่ได้นึกโกรธเสียงแหลมที่ตวาดใส่ แต่กลับจ้องลึกในดวงตาคู่สวย ลลิตาสะบัดหน้าหนีทันควัน

“อย่างคุณไม่มีทางได้แอ้ม ฉันหรอก ฝันไปเถอะ” สาวสวยร่างบางกอดอกตอบกลับอย่างถือดี ส่วนคนฟังก็แอบหัวเราะอยู่ในใจ ขยับตัวลุกนั่งในท่าสบาย นึกสงสัยว่าแม่นางฟ้าคงจดจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากบทรักก็ฤทธิ์เดชเยอะเหลือเกิน ไม่รู้กินยาปลุกเซ็กส์เข้าไปกี่ขนาด

“แน่ใจนะ ว่าผมจะไม่ได้แอ้มคุณ คุณลลิตา” เสียงทุ้มถามยียวน นัยน์ตาคมส่อประกายขบขัน จนลลิตานึกกลัว ทำไมใจมันสั่นระรัวพิลึก

“แน่ยิ่งกว่าแน่อีก” เสียงหวานตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ ในเมื่อเรื่องที่เธอทำไม่มีใครรู้นอกจากตัวเธอ ยายปริมเพื่อนรัก แล้วก็พ่อเทพบุตรในฝันของเธอ แต่หารู้ไม่ว่าพ่อเทพบุตรที่เธอว่าก็นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ

“ดูแน่ใจมากเลยนะครับ คุณลลิตา” คนที่รู้อยู่เต็มอกว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือเมีย ถึงจะเป็นเมียแค่ข้ามคืนก็เถอะ แต่เขาชอบแล้วนี่ ยังไงเธอคนนี้ก็ต้องเป็นเมียของเขาไปตลอดชีวิตจึงถามเสียงเข้มๆ แต่ติดจะขบขันเสียมากกว่า

“ไม่ต้องพูดมาก ฉันแค่อยากรู้ว่าคุณเป็นอะไรกับยายปริม เพื่อนรักของฉัน” คนที่เริ่มจะจนมุมเพราะไม่ได้เป็นสาวบริสุทธิ์ก็รีบเปลี่ยนเรื่อง

“ไม่ต้องรู้ เอาไว้ให้กลับถึงไร่ก่อนแล้วกัน แล้วคุณจะได้รู้ ไปนอนได้แล้ว แต่ถ้ายังไม่ไป ผมจะกล่อมคุณด้วยวิธีของผม” เขาบอกปัดเสียงขรึม ก่อนออกไปปากไล่แล้วล้มตัวลงนอนเพื่อยุติการสนทนา

“จำเอาไว้นะ ถ้าฉันเอาตัวรอดได้เมื่อไหร่ ฉันจะไม่พูด ไม่ง้อคุณเลย” เจ้าของห้องพักบ่นงึมงำ โดยที่ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยว่าเขาคนนั้นกำลังจะล่อลวงให้เธอเข้าไปติดกับและติดอยู่ในบ่วงรักที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าหล่อคมที่แสร้งทำว่าไม่รู้จักกันจนถอนตัวไม่ขึ้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha