สรวงสุบรรณ

โดย: Venusrin Books



ตอนที่ 1 : กินรีไร้ปีก


ตอนต่อไป

             พรประทานจากเทพท้าวชั้นผู้ใหญ่ เป็นมรดกตกทอดมาถึงธิดาของทรงสุบรรณ แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามขอพรเพื่อทำร้ายผู้อื่น แม้การขอให้ใครมารักนั้นก็ถือว่าเป็นบาป เพราะไม่ใช่หัวใจที่แท้จริง ชมพูนุชจึงยังไม่แน่ใจนักว่าควรจะขออะไรดี

            “ขอให้เป็นคู่หมั้นกัน ทำไมไม่ได้ล่ะ ในเมื่อท่านแม่ยังเคยใช้พรเพื่อขอถอนหมั้นมาก่อนเลย” นางกินรีครึ่งครุฑบ่นอุบอิบ

            “ความรักมันบังคับใจกันไม่ได้น่ะสิจ๊ะ” ลูกศร หรือศรระยา เป็นเพื่อนสนิทของเธอในโลกมนุษย์ ไม่มีใครรู้ว่าชมพูนุชไม่ใช่คนธรรมดา ครอบครัวของเธอตั้งรกรากอยู่ในบริเวณโคราช และเรียนมหาวิทยาลัยนานาชาติ  

            ชมพูนุช เป็นธิดาของจามจุรีย์ หัวหน้ากินรี นานทีปีหนถึงจะมาเยี่ยมเยียน กับทรงสุบรรณ ครุฑนำแฟชั่นที่เดินสายทำงานไปมาระหว่างกรุงเทพฯ และต่างประเทศ ไม่ค่อยอยู่กับที่ นอกจากเธอแล้วก็ยังมีพวกที่ ไม่ใช่คนอยู่อีก คือ ทศรัศมิ์ เขาเป็นรุ่นพี่เธอหนึ่งปี บุตรของภัคราห์เวนไตยและนิศานาถเทวี นางเชื้อเทพ

            หญิงสาวไม่ได้อยากเป็นคู่หมั้นเขาจริงๆ หรอก แต่แค่อยากแกล้งชายหนุ่มมากกว่า ผู้ชายอะไร๊ คิดว่าตัวเองเท่เสียเต็มประดา แค่ซิ่งรถสปอร์ตอวดสาวไปวันๆ ถ้ามีคู่หมั้นอย่างเธอคอยเบรกเสียหน่อย เผื่อตานั่นจะได้หลงตัวเองน้อยลง และเพื่อความปลอดภัยของสตรีชาวมนุษย์

            “เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ ลูกศร” ชมพูนุชแอบบ่นลำพัง หวังว่าอีกฝ่ายคงไม่ทันได้ยินอะไร

            “อ๋อ ฉันคิดว่าเธอกำลังพูดถึงละครเมื่อคืนน่ะ ว่าแต่ เธอจะจ้องพี่ทศเขาอีกนานไหม”

            “ฉันเหรอ จ้องเขา”

            “ใช่ เธอจ้องเขามาสักครึ่งชั่วโมงได้แล้วมั้ง”

            ชมพูนุชหน้าแดง เธอน่ะเหรอจะชอบตาหลงตัวเองนั่น!

            “ไม่ใช่สักหน่อย ฉันแค่เหม่อแล้วบังเอิญมองไปทางนั้นพอดีต่างหาก”

            “แล้วไป เพราะฉันคิดว่าน่าจะหลงรักพี่ทศรัศมิ์เข้าแล้วละ” ลูกศรตาเป็นประกาย ทว่า ไม่ใช่เพื่อนของเธอเท่านั้นที่หลงใหลชายหนุ่ม สตรีทั้งห้องสมุดเลยก็ว่าได้ ไม่รู้ว่าตานั่นจะมาสิงที่นี่ทำไม ไม่เห็นจะรักเรียนตรงไหน นอกเสียจากมาบริหารเสน่ห์เล่นไปวันๆ

            “ขอเตือนด้วยความหวังดี อย่าเลย”

            “จริงด้วย ฉันได้ยินข่าวลือมาว่า เธอเป็นญาติกับเขาเหรอ หรือแบบว่ารู้จักกันมาก่อน มีคนเห็นเธอว่าบ้านของเธอกับพี่ทศอยู่ใกล้กันมาก”

            “ไม่ใช่ญาติหรอก แต่บังเอิญต้องรู้จักกัน คือ แม่ของฉันเป็นเพื่อนรักกับแม่ของพี่ทศน่ะ”

            “ว้าว อย่างนี้เธอก็คงเจอพี่ทศบ่อยๆ ตั้งแต่เด็กใช่ไหม”

            “เจอบ่อย แต่แล้วไงล่ะ ก็แค่เจอ”

            “เธอไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลยหรือไง รูปหล่อ พ่อรวย ขับรถคันละตั้งสิบๆ ล้าน เธอว่าเขาพกเงินมาเรียนเท่าไหร่กันนะ”

            รูปโฉมที่ได้ความงามมาเต็มๆ จากนิศานาถเทวี นางเชื้อเทพแห่งพระแม่ลักษมี กับความร่ำรวยของภัคราห์เวนไตยที่มีนครเป็นของตนเอง ในนั้นมีเพชรนิลจินดานับไม่ถ้วน ใช้ไปสิบชาติก็ยังไม่หมด ส่วนรสนิยมเรื่องรถสปอร์ตเปิดประทุนของทศรัศมิ์ก็นับว่าโก้ไม่เบา แต่จะมีใครบ้างล่ะที่รู้ว่า ความจริงแล้วเขาไม่ใช่มนุษย์ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับชาวทิพย์ ไม่เห็นจะมีอะไรวิเศษวิโสตรงไหนเลย

            “แต่จะว่าไปคนสวยอย่างเธอ ก็คงมีคนหล่อๆ มาจีบเยอะใช่ไหม”

            “ฉันยังไม่คิดเรื่องนี้หรอก แต่เธอรู้เอาไว้เถอะว่า ตานั่น... เอ้ย พี่ทศน่ะ ไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษเหมือนที่สร้างภาพหรอก”

            “ยังไงเหรอ”

            “เจ้าชู้เหมือนพ่อแน่ๆ”

            “แต่ก็หล่อเลือกได้อะเนอะ เธอว่าเขานับถือศาสนาอะไร พอจะมีภรรยาได้หลายคนไหม เผื่อฉันจะไปสมัครบ้าง” ลูกศรเป็นเอามาก แต่ชมพูนุชไม่โทษเพื่อน เพราะรัศมีคาริสมาของชาวทิพย์สามารถดึงดูดมนุษย์ให้หลงใหลได้ง่ายดาย

            “น้องนุชครับ เย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ”

            เดือนนี้ก็คนที่สิบพอดี ที่อาจหาญมาจีบลูกครึ่งครุฑครึ่งกินรีอย่างเธอ จนได้สมญานามว่า ดาวคณะวิทยาศาสตร์ สาขาพิษวิทยาที่จีบติดยากที่สุดในประวัติศาสตร์

            จะว่าไป เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมทรงสุบรรณ ผู้เป็นบิดาถึงได้ให้เธอลงเรียนวิชานี้ พร้อมกับทศรัศมิ์ด้วย แต่ได้ยินมาว่า เมืองมนุษย์เริ่มจะมีสารพิษประหลาดที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ อาจจะเป็นฝีมือของอมนุษย์ ทว่า ยังไม่มีอะไรแน่ชัด

            TI = LD50/ED50 ค่าความปลอดภัยของฉันจะสมดุลก็ต่อเมื่อไม่ไปทานข้าวกับผู้ชาย ขอตัวนะคะ ดิฉันยังมีบทความอีกหลายหน้าที่ต้องอ่าน”

            ลูกศรมองตามเพื่อนไปอย่างทึ่ง ชมพูนุชค่อนข้างหยิ่งเลยทีเดียว แต่ความหยิ่งของเธอมีไว้เป็นเครื่องป้องกันพวกหน้าหม้อโดยเฉพาะ กับเพื่อนฝูงแล้ว เธอเป็นคนมีน้ำใจ และมักจะหัวไวกว่าเพื่อน จึงคอยติวให้ลูกศรที่ไปขอความช่วยเหลืออยู่เสมอ

            “แต่ไปกินข้าวกับเพื่อนผู้หญิงได้ใช่ไหม”

            “แน่นอน” ชมพูนุชยิ้ม คล้องคอลูกศรไปหาอะไรอร่อยๆ ทานหลังจากทั้งสองหาบทความทำรายงานเพียงพอแล้วสำหรับวันนี้

            รถสปอร์ตปาดหน้ายังทางเท้าพร้อมเครื่องยนต์แสบแก้วหู สเตริโอเปิดเพลงร่วมสมัยดังกระหึ่ม แม้จะทำตัวเกเรเพียงใด บรรดาอาจารย์ก็ไม่กล้าเอ่ยปากกับเขาเลยสักครั้ง เพราะฐานะทางบ้านของทศรัศมิ์รวยมาก แถมครอบครัวของเขายังบริจาคให้ทางมหาวิทยาลัยปีละหลายล้านจนทางสถาบันเองต้องเป็นฝ่ายเกรงใจ

            หน้าตาเขาบอกบุญไม่รับทุกครั้งเวลาที่ต้องพบกับชมพูนุช

            “ขึ้นรถ” เขาสั่ง

            “มีอะไร” เธอรู้ดีว่า หากเป็นยามปกติ ไม่มีทางที่เขาจะเรียกเธอขึ้นรถที่แสนหวงแหนนักหนานั่นแน่

            “ธุระด่วน”

            หากใช้คำนี้ เธอจะรู้ทันทีว่า ไม่ใช่ธุระของเขาแน่นอน เพราะชายหนุ่มไม่เคยมีธุระอะไรกับเธอแม้แต่ครั้งเดียว คงจะเป็นเรื่องภายในครอบครัวเป็นแน่ และเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับชาวทิพย์โดยตรง

            “ฉันคงไปกินข้าวกับเธอไม่ได้แล้ว ลูกศร เอาไว้วันหลังนะ”

            “ไม่เป็นไรจ้ะ ไปเถอะ” ดวงตาของศรระยายังคงจ้องทศรัศมิ์อย่างแทบจะกลัดมัน เขาเองก็รู้ตัวและหว่านเสน่ห์เป็นปกติด้วยการยิ้มให้เชิงสุภาพอย่างไว้ตัวที่สุด ทำให้ลูกศรยิ่งคลั่งเขาหนักกว่าเดิม

            ชมพูนุชเปิดประตูไป กลอกตาไป

            “เว้นเพื่อนดิฉันไว้สักคนเถอะค่ะ”

            “ทำไม อย่าบอกนะว่าเธอหึง”

            “ฝันไปเถอะค่ะ อย่างพี่ทศ ดิฉันไม่คิด”

            “ดี เพราะฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน” เขาเร่งเครื่อง ไม่อยากเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงกับเธออีก เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่เด็ก เห็นทีไรก็ขัดตาไปหมด

            “แล้วธุระคือเรื่องอะไร”

            “ท่านพ่อสั่งให้รับเธอกลับไปพร้อมกันด้วย ฉันรู้แค่นั้น ที่เหลือเธอไปดูเอาเอง”

            “มีเรื่องอะไรกันนะ ดิฉันต้องเขียนรายงานส่งอาทิตย์หน้าด้วยสิ ยังเหลืออีกตั้งเยอะ”

            “จะไปซีเรียสอะไรนักหนา เธอไม่ใช่มนุษย์จริงๆ สักหน่อย”

            “แต่ตอนนี้ดิฉันอยู่เมืองมนุษย์ และจะต้องทำให้ดีที่สุด เผื่อเป็นประโยชน์ให้พวกเขาได้ใช้ข้อมูลดีๆ ต่อไปในอนาคตด้วย พี่ทศเองก็ควรจะสนใจตั้งใจเรียนบ้างเหมือนกันนะคะ ไม่ใช่เอาแต่นั่งอ่อยสาวไปวันๆ และขอทีเถอะ ถ้าจะไปหว่านเสน่ห์ ก็ไปที่อื่น อย่าไปแต่ห้องสมุด”

            “มันเงียบดี ฉันชอบ ไม่ใช่มหาวิทยาลัยของเธอคนเดียวนี่ที่ฉันจะต้องทำตาม”

            ชมพูนุชกอดอก

            “อีกอย่าง แค่เรามีเชื้อสายเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าต้องสนิทกัน ถ้าไม่ติดว่าไม่อยากทำให้ท่านพ่อขุ่นเคือง ฉันไม่มีทางรับเธอมาด้วยเด็ดขาด”

            “กลัวพ่อตัวเองก็บอกมาเถอะ”

            “ฉันไม่ได้กลัว แต่เคารพ”

            “โอ๊ย ขับช้าๆ หน่อยไม่ได้เหรอไงคะ นี่ขอบเหวนะ” หญิงสาวหวาดหวั่น ถึงเธอเป็นครึ่งครุฑครึ่งกินรี แต่ก็ถูกสั่งห้ามให้แสดงความเป็นทิพย์โดยเด็ดขาด ตั้งแต่เล็กจนโต เธอไม่เคยลองบินเลยสักครั้ง ต่างจากทศรัศมิ์ที่แอบบินออกนอกหน้าต่างตอนกลางคืนตลอด

            “กินรีอะไรกลัวความสูง”

            “ดิฉันรักกฎเกณฑ์ตามที่ท่านแม่สั่งสอนมาค่ะ”

            “มีปีกแต่ไม่กาง เสียชาติเกิด”

            “ใครมันจะเป็นนักแหกกฎตัวยงเหมือนพี่ทศล่ะคะ เดี๋ยวสักวันคงได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน”

            “ฉันไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครนี่ แค่บินรับลม เธอไม่กล้าเองต่างหาก”

            ราวกับจี้ใจดำ เพราะชมพูนุชต้องอยู่บ้านตามลำพังตั้งแต่เด็ก มารดาจำเป็นต้องกลับนครเบื้องบนไปตามหน้าที่ ส่วนบิดาก็มีทั้งงานหลวงและงานราษฎร์ พอได้รับคำสั่งมา เธอก็ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลยสักครั้ง มีอยู่หลายหนที่คิดจะลองกางปีกบิน แต่ก็ได้แค่คิดเท่านั้น

            นิศาเทวีคอยดูแลเธอให้ เปรียบเสมือนมารดาคนที่สอง เธอจึงไม่ต้องการก่อเรื่องใดๆ ให้สหายของมารดาต้องหนักใจ

            “ดิฉันไม่นิยมแหกกฎค่ะ”

            “สมแล้วที่เป็นลูกสาวหัวหน้ากินรี” ทศรัศมิ์เบะปาก เขาไม่เคยชอบเธอเลยแต่ไหนแต่ไร สวยก็จริง แต่แล้วไง ก็แค่สวย

            “โค้งนั่น พี่ทศ ระวัง!

            รถนั้นบินไม่ได้เหมือนเขา ชายหนุ่มอยากแกล้งเธอกลับเสียบ้าง ข้อหาเคยแกล้งหาเรื่องเขาสารพัด นับไม่ถ้วน แม้จะไม่เคยถูกบิดาลงโทษเพราะคนปากโป้ง แต่เขาก็เลยต้องมีเรื่องผิดใจกับมารดาอยู่บ่อยๆ นี่เป็นคราวที่จะเอาคืนบ้างแล้ว

            “ก็บินออกมาสิ ฉันเบื่อรถคันนี้แล้ว” ทศรัศมิ์ปล่อยให้รถสปอร์ตพุ่งตรงไปยังขอบเหวแล้วหล่นร่วงลงไปต่อหน้า หญิงสาวพยายามดึงเข็มขัดนิรภัยออกแต่มันก็ติดขัด แถมเธอยังตกใจและทำอะไรไม่ถูก

            เขากางปีกสีขาวประกายทับทิม ลอยอยู่เหนือภูเขาสูง มองดูรถที่กำลังจะระเบิด พลันสังหรณ์ใจ

            “ชมพูนุช เธอแกล้งฉันตอนนี้นี่ไม่ขำนะ รีบบินออกมาเร็ว รถจะระเบิดแล้ว” น้ำมันไหลออกมาเรื่อยๆ ไฟลามมาจากต้นไม้ใหญ่ที่ลุกโชติช่วง รถคาอยู่ยังชะง่อนหินที่รอวันพลิกคว่ำแล้วกลายเป็นกลุ่มควันไฟมหึมา

            “ดิฉันไม่ได้แกล้ง แต่มันติดล็อก”

            “อะไรนะ”

            หญิงสาวดึงสายนิรภัยไม่ขาดออกจากกัน ทั้งที่รถนั้นก็เปิดหลังคาเอาไว้ อีกเพียงนิดเดียว รถจะระเบิดกลายเป็นจุณ

            ไฟสีส้มสว่างวาบ ชอนเข้าตาจนชมพูนุชไม่อาจหลบหลีกได้

            บึ้ม!

            


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha