สรวงสุบรรณ

โดย: สำนักพิมพ์ น่านนที



ตอนที่ 2 : วันพิเศษ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            เพียงเสี้ยวนาทีเดียว เขาอาจกลายเป็นฆาตกรโดยสมบูรณ์แบบ ชมพูนุชสำลักควันไฟ เธอไอเป็นระยะ จ้องเขาเขม็ง

            “อะไรเล่า ฉันแค่จะทิ้งรถ”

            “พี่ทศกำลังสร้างมลภาวะเพิ่มให้กับโลกใบนี้อยู่นะคะ” เธอดีดอกเขาออก พลางคว้ากระเป๋าสะพายใบใหญ่ที่บรรจุรายงานเอาไว้หลายแผ่น พบว่ามันยังคงไม่ไหม้ไฟไปด้วย พลันโล่งอก

            “ขอบใจสักคำก็ไม่มี”

            “พี่ทศต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษดิฉัน” สะเก็ดไฟทำให้ขาเธอบาดเจ็บ ชมพูนุชดึงกระโปรงยาวคลุมไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเห็น

            “ขาเธอเป็นอะไร” คนตาไวจ้องตาม

            “แล้วเราจะกลับบ้านกันยังไงล่ะคะทีนี้” ปกติแล้วเธอจะรอนิศานาถมารับ แต่วันนี้ทศรัศมิ์ดันระเบิดรถทิ้งกลางทาง

            “ช่วยไม่ได้”

            “พี่ทศจะทำอะไร”

            “ก็ต้องอุ้มเธอกลับบ้านน่ะสิ ใช่ว่าฉันอยากทำหรอกนะ แต่ไม่งั้นเธอก็ต้องเดินกลับ ตั้งหลายกิโล นี่เธอบินไม่เป็นจริงๆ น่ะเหรอ”

            “ท่านแม่สั่งห้ามเด็ดขาดค่ะ ถ้ามีมนุษย์เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่ แล้วระเบิดเสียงดังขนาดนี้ อีกไม่นานต้องเป็นข่าวแน่ๆ พี่ทศเตรียมตัวอธิบายกับท่านพ่อของพี่เถอะ”

            “จะให้ฉันอุ้มกลับดีๆ ไหม”

            “ถ้าอุ้ม พี่ก็ต้องโดนตัวดิฉัน มันเสียสมดุลความเป็นหญิง บัดสีบัดเถลิงค่ะ”

            ชายหนุ่มกัดฟัน เขาเริ่มหงุดหงิด ลืมคำบัญชาจากบิดาไปสิ้น

            “งั้นเดินกลับเองก็แล้วกัน คนอุตส่าห์หวังดี”

 

            ชมพูนุชต้องกะเผลกขากลับบ้านเองอย่างเสียไม่ได้ อีตาครุฑเชื้อเทพจอมหลงตัวเอง คงคิดว่าจะได้อุ้มสาวๆ ไว้ในครอบครองให้ผยองใจ แต่ฝันไปเถอะ แค่ปลายนิ้วก็จะไม่ยอมให้เขาแตะ ไม่นานนักก็มีรถอีกคันแล่นฉิวมาคลุกฝุ่น

            รถคันใหม่ของคนที่เพิ่งด่าในใจไปหยกๆ

            “รีบขึ้นมา ฉันต้องพาเธอไปพบท่านพ่อด่วน แล้วเอาพลาสเตอร์ยาปิดแผลนั่นด้วย ฉันไม่อยากโดนด่า”

            “แผลแค่นี้ไม่ระคายผิวหรอกค่ะ ลืมไปแล้วเหรอคะว่าเราเป็นชาวทิพย์”         

            “เธอยังบินเองไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับใช้พลังงานรักษากาย”

            ปมในใจของเธอคงจะเป็นเรื่องนี้ เพราะมารดาของเธอสั่งให้ใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ทั่วไป เวลามีแผลก็ห้ามใช้พลังพิเศษ แล้วเธอใช้เป็นที่ไหนเล่าในเมื่อไม่รู้วิธี ไม่มีใครสอน เวลาวิ่งล้มตอนเด็กๆ มีแผลใหญ่ นิศานาถเทวีแอบใช้พลังช่วยประสานผิวกายให้สมานดังเดิมก็จริง แต่หลังจากนั้นมันกลายเป็นเรื่องผิดสังเกต ทำให้เธอต้องย้ายโรงเรียนเมื่อแผลของเธอไร้ริ้วรอยโดยสิ้นเชิง

            ต่างจากทศรัศมิ์ที่ไม่เคยแคร์อะไรเลย ต่อให้เขามีแผล ก็รักษามันเองอย่างง่ายดาย แม้จะมีใครทัก เขาก็แค่บอกคนอื่นว่าตัวเองเป็นผู้วิเศษ แล้วเพื่อนๆ ของเขาก็พากันหัวเราะประจบประแจง ไม่มีใครมองเขาเป็นตัวประหลาดเหมือนที่เธอแบกรับความทุกข์อยู่ลำพังเลยสักคน เชื้อสายเทพในตัวของเขา ทำให้คนมักนิยมรักใคร่อยู่เสมอ โดยเฉพาะสตรี

            “โกรธเหรอ”

            “ดีใจที่เกือบตายมั้งคะ”

            เขาส่ายศีรษะ ยังคงยิ้มอยู่ได้จนเธอชักสีหน้าใส่

            “ยิ้มอะไรนักหนา”

            “กระโปรงเธอขาด”

            ชมพูนุชมองตามตาของเขาลงไปยังเรียวขา แหวกขาดขึ้นมาคืบหนึ่งถึงน่องจนเกือบเผยอาภรณ์น่าอาย เธอหน้าแดงจัด แต่ไม่ใช่เพราะเขิน หากโกรธที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เพราะเขา

            “มองสิคะ จะได้ควักลูกตาออกมากลิ้งเล่น”

            “เธอนี่มันสวยแต่ไร้เสน่ห์จริงๆ ไม่ยักอ่อนหวานเหมือนเพื่อนของเธอ ลูกศรน่ะ รายนั้นหน้าตาก็ โอเค หมวยๆ น่ารักดี ถึงจะสวยสู้เธอไม่ได้ แต่นิสัยดีกว่าเยอะเลย”

            “ช่วยไม่ได้ค่ะ ดิฉันเป็นของดิฉันแบบนี้”

            ทศรัศมิ์ล้อเลียนท่าทางและคำพูดของเธอ พลางบิดพวงมาลัยไปด้วย เลี้ยวเข้ายังตัวบ้านหลังใหญ่กลางหุบเขาที่มีเพียงสองหลังติดกันเท่านั้น

            “คุณหนู กลับมาแล้วเหรอคะ” สาวใช้ชาวมนุษย์ที่มารดาของเธอจ้างเอาไว้สี่คน เพื่อคอยทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้กับธิดา มีสองคนเข้ากะกลางวัน ผลัดเปลี่ยนกับอีกสองคนในเวลากลางคืน และนั่นก็คืออีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมชมพูนุชต้องดำเนินชีวิตเช่นมนุษย์ทั่วไป

            “ฝากกระเป๋าขึ้นไปเก็บก่อนนะ ฉันต้องไปบ้านพี่ทศก่อน มีธุระนิดหน่อย”

            “ค่ะ คุณหนู”

           

            พอไปถึงห้องนั่งเล่น หญิงสาวก็อ้าปากค้าง คนที่ไม่ได้พบกันมานานมาก กำลังยืนอยู่ข้างหน้าต่าง จามจุรีย์ มารดาของเธอนั่นเอง

            “ท่านแม่”

            “สุขสันต์วันเกิดจ้ะ”

            ชมพูนุชลืมไปสนิทเลยว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของตนเอง เธอไม่ได้พูดถึงมันเลยตั้งแต่มารดาไม่ได้อยู่เมืองมนุษย์

            “เสียดาย เขามาด้วยไม่ได้” มารดาหมายถึงทรงสุบรรณ ผู้เป็นบิดา มีงานยุ่งทั้งงานแฟชั่น และงานภารกิจลับจับอมนุษย์ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่โลกไปส่งท้าวจตุโลกบาลเพื่อตัดสิน

            “สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ หนูนุช ของขวัญจ้ะ” นิศานาถให้กล่องดนตรีรูปกระถางต้นไม้เป็นของขวัญ ส่วนมารดาให้สิ่งที่เธอไม่คาดคิด

            “เอ๊ะ นั่น”

            “กุญแจรถของลูกจ้ะ อีกหน่อยจะได้ไม่ต้องลำบากให้นิศาไปรับส่ง แม่ก็ลืมไปเสียสนิทว่า เป็นมนุษย์ต้องใช้พาหนะในการเดินทาง แต่แน่นอนว่าต้องไปสอบใบขับขี่ก่อน”

            เธอยังคงขวัญหนีดีฝ่อกับรถสปอร์ตของทศรัศมิ์ ซึ่งเพิ่งระเบิดกลางอากาศไป แต่ก็จำต้องรับมา

            “ขอบคุณค่ะ คุณแม่นิศาฯ คุณแม่จามจุรีย์” เธอติดเรียกมารดานำหน้าชื่อจนชินทั้งคู่ไปตั้งแต่เด็ก หลังจากที่นิศานาถต้องดูแลตนประหนึ่งมารดาอีกคนแทนแม่ที่แท้จริง

            “นั่นชุดลูกไปข่วนอะไรมา ถึงได้ขาดรุ่งริ่งไม่น่ามองเช่นนี้” หัวหน้ากินรีกำลังคิดว่าลูกสาวตนเองกลายเป็นเหล่ากินรีในปกครองไปเสียแล้ว ดวงตาจับผิดสอดส่อง กระทั่งนิศานาถกระแอมไอขึ้นมา “ขอโทษที ติดนิสัยมาน่ะ แล้วลูกไปโดนอะไรมาหรือ”

            “ไม่มีอะไรค่ะ พอดีตอนลงจากรถ กระโปรงไปเกี่ยวถูกอะไรสักอย่าง งั้นนุชไปเปลี่ยนชุดลำลองก่อนนะคะ”

            สองมารดามองตามหญิงสาวไป โดยมีสายตาของนิศานาถเทวีเหล่ไปทางทศรัศมิ์ บุตรชายที่รู้สึกเหมือนกินปูนร้อนท้อง

            “ผมเปล่านะ”

            “แม่ยังไม่ได้พูดอะไร จะร้อนตัวทำไม”

            “ก็แม่มองอย่างกับผมทำอะไรผิด”

            “แล้วทำอะไรหรือเปล่าล่ะ” เธอมองไม่ผิดหรอก เขม่าควันดำที่ขาของชมพูนุช กับรอยคราบเขม่าที่ชายเสื้อของบุตรชาย น่าสงสัย!

            “ไม่เอาน่า ที่รัก วันนี้วันดีนะ เตรียมอาหารเย็นเสร็จแล้วหรือจ๊ะ” ภัคราห์เวนไตยตรงเข้ามาจุมพิตภรรยาออกนอกหน้า ทำเอาจามจุรีย์บุ้ยใบ้ให้ทศรัศมิ์และตนออกไปก่อน เพราะสงสัยว่า น่าจะไม่ได้จบลงแค่จูบ

            ภัคราห์เวนไตย เป็นครุฑเปี่ยมไปด้วยพลังทางเพศเหลือล้น แล้วเขาก็ไม่สนใจด้วยว่าจะแสดงความรักต่อหน้าใคร ก็คนมันรัก จะเหนียมอายไปทำไมกันเล่า ทั้งรักทั้งหื่นเป็นของคู่กัน แล้วเขาก็ภูมิใจมากที่ทศรัศมิ์ได้เชื้อเสน่ห์จากพ่อไปเต็มๆ ขออย่างเดียว ห้ามมีหลานหลุดออกมาเด็ดขาด เพราะเขายังไม่อยากให้บุตรชายโตไวเกินไปนัก

            “น้อยๆ หน่อย ต่อหน้าลูกนะ”

            “ดีสิ จะได้เรียนรู้ตั้งแต่ตอนนี้เลย ไม่พลาดสักขั้นตอน”

            “ดีกับผีน่ะสิคะ วันนี้วันเกิดชมพูนุช ฉันขอเถอะ”

            “งั้นวันหลังชดเชยให้ด้วยก็แล้วกัน สองเท่า” เวนไตยที่ไม่มีทีท่าว่าจะยอมแก่ ด้วยใบหน้าชาวทิพย์ เขายังคงมีใบหน้าและรูปร่างหนุ่มแน่นเฟิร์มเปรี๊ยะดังเดิม มีเพียงอายุทิพย์ปีที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น เขาอ้อนภรรยาด้วยการคลอเคลียกับเธออยู่นานสองนาน ก่อนจะดื่มน้ำเย็นไปอึกใหญ่เพื่อดับความใคร่กระสันในกายลงชั่วคราว

            “ว่าแต่ท่านครุฑ”

            “เมื่อไหร่ เธอจะเรียกฉันว่าที่รักสักทีล่ะ”

            “แหม เอาเถอะน่า ก็มันติดไปแล้ว นี่ท่านสังเกตบ้างหรือเปล่า ตาทศทำตัวมีพิรุธ”

            “ไม่มีอะไรเล็ดลอดสายตาพ่อมันไปได้หรอกน่า ไม่ต้องห่วง”

            “หมายความว่า ท่านรู้อะไรมา” นิศานาถตาโต

            ครุฑประสาทสัมผัสไวอย่างเขา ไม่มีทางจะไม่ได้ยินเสียงระเบิดกลางเหว แม้ไกลออกไปหลายกิโลก็ตามที แล้วมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทศรัศมิ์ทิ้งรถยนต์แบบนั้น

            “เห็นทีจะต้องสอนลูกเรื่องมลพิษในเมืองมนุษย์ หลักสูตรที่เรียนมาไม่ได้เข้าหัวมันเลยมั้ง” เขาส่ายศีรษะ

            “อะไรนะคะ”

            “นิศาจ๋า”

            “เสียงมาแนวนี้ ไปไกลๆ เลยนะคะ ไหนบอกว่าวันหลังไง”

            “วันนี้ตัวหอมจังเลย” มือรุ่มร้อนไต่ยวบยาบจนคนฟังอ่อนใจ แต่นิศานาถก็กัดฟันเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวต้องเตรียมเค้กให้ชมพูนุช พลางเท้าเอวชี้หน้าปานให้เด็กเกเรไปยืนรออยู่นอกห้องก่อน

            “บอกว่าไม่ ก็คือไม่ เข้าใจตรงกันนะคะ ที่-รัก”

 

            เวนไตยหน้าบูดเหมือนหมีกินผึ้ง พร้อมจะถล่มพายุไปซัดเล่นที่ไหนสักแห่งด้วยความหงุดหงิด เขารู้สึกไม่อินกับงานวันเกิดเมืองมนุษย์ที่ภรรยาไม่เอาใจ จึงบินหนีไปผ่อนคลายที่ไหนสักแห่งก่อน

            อายุที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปของนิศานาถ ทำให้เธอต้องย้ายถิ่นฐานโดยบอกลาเพื่อนเก่าว่าไปตั้งรกรากยังต่างประเทศ พวกเขาไม่รู้ว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ ทำให้ในทุกวันเธอใช้เวลาไปกับการเรียนทำอาหารและการดูแลชมพูนุช

            ภายในบ้านเดี่ยวสไตล์กรีกผสมโรมัน มีรูปปั้นแองเจลประดับอยู่ตามมุมเสา ชมพูนุชมองกุญแจรถอย่างหนักใจ ประเดี๋ยวจามจุรีย์ก็กลับนครกินรา เธอคงไม่ต้องขับมันหรอกกระมัง ขณะที่กำลังมองหาชุดเปลี่ยนในตู้ เธอสะดุ้งเมื่อเห็นใครอีกคนนั่งอยู่บนเตียงและจ้องมา ตาไม่กะพริบ

            “พี่ทศ”

            “แหม นึกว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าโชว์ให้ดูสักหน่อย”

            “เข้ามาห้องนอนของดิฉันทำไมคะ” ชมพูนุชยังโกรธเขาไม่หาย

            “เอาของขวัญมาให้”

            “ของขวัญ พี่ทศน่ะรึจะให้ของขวัญดิฉัน”

            “ก็...” วันนี้เขาไม่รู้ว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดของเธอ ไม่อยากนั้นคงจะเลื่อนวันแกล้งเอาคืนออกไปเสียหน่อย ชายหนุ่มยืนขึ้น มือล้วงกระเป๋า “แต่ฉันยังไม่ได้ซื้อ เอาเป็นว่า เธออยากได้อะไรก็บอกมาละกัน แพงหน่อยก็ได้ ฉันไม่ถือ”

            “ดิฉันไม่อยากได้อะไรจากพี่ทศค่ะ นอกจากช่วยออกไปจากห้องเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวพวกเมดมาเห็นเข้า จะเข้าใจผิด”

            “เธอไม่อยากมีเรื่องเข้าใจผิดกับฉันบ้างเหรอ” เขากระโดดลงจากเตียง มาประชิดตัว

            “พี่ทศ จะทำอะไร”

            “เห็นเป็นวันเกิด เลยยังไม่อยากทำอะไร แต่ถ้าวันหลัง ไม่แน่มั้ง”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha