สรวงสุบรรณ

โดย: สำนักพิมพ์ น่านนที



ตอนที่ 4 : เงื่อนพิศวาส


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

             “หรือว่า นี่คือเงื่อนพันธนาการที่ท่านพ่อเคยพูดถึง ตอนสอนวิชาศิวลึงค์ศาสตร์ให้เรา สินค้าขายดีในหิมวันต์” เขาแน่ใจว่าใช่ เพราะชมพูนุชต้องการจะคลายเชือกแต่ไม่สามารถทำได้ จึงเหลืออีกวิธีเดียวเท่านั้นที่ต้องลอง

            แต่ต้องมาลองกับเจ้ากรรมนายเวรอย่างเธอน่ะหรือ!

            “มันคืออะไรหรือคะ ดิฉันไม่เคยได้ยินเลย”

            ทศรัศมิ์รู้สึกกระอักกระอ่วนที่ต้องบอกเธอ จึงปดไป

            “มัน เอ่อ คิดว่าต้องทำภารกิจอะไรบางอย่างให้เสร็จ ถึงจะคลายออกได้”

            “ทำอะไรล่ะ”

            “ตามหาลูกศรมั้ง”

            “งั้นเหรอ” ชมพูนุชครุ่นคิด แต่ก็ลืมไปว่ามือติดอยู่กับเขา เธอเดินไปนั่งลงยังโซฟา ก็ดึงตัวเขาเข้ามาแนบใกล้ด้วยอย่างไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวรีบผลักเขาออกแต่ก็ไปไม่ได้ไกล ดุจบูมเมอแรง เหวี่ยงออกไปด้วยแรงมากแค่ไหน ก็ย้อนกลับมาแรงแค่นั้น เขาล้มทับตัวเธอจนทั้งคู่ดิ้นพล่านราวถูกน้ำร้อนลวก

            “ทำอะไรของเธอน่ะ”

            “พี่ทศต่างหากที่ล้มทับตัวดิฉัน ลุกไปเดี๋ยวนี้เลยนะคะ”

            ถ้าล้มทับคนอื่น เขาไม่ยอมลุกแน่ เพราะเป็นชมพูนุชหรอกนะ เขาถึงต้องรีบยืนขึ้น

            “โอ๊ย พี่จะพาดิฉันไปไหน”

            เขาลืมไปได้อย่างไรนะว่า เชือกบ้านี่มันกำลังมัดให้เขาไปไม่พ้น

            “ฉันจะกลับบ้าน ง่วงนอนแล้ว”

            “ก็ปลดเชือกนี่ก่อนสิคะ เป็นถึงครุฑเชื้อเทพ แค่นี้ทำไม่ได้เหรอ”

            “ทำได้ แต่เธออยากให้ทำไหมล่ะ”

            “ทำไม่เป็นล่ะสิ ดีแต่ปาก”

            “ทำไม่ยากหรอก แต่เธอคิดให้ดีเถอะ ถ้าฉันทำ”

            “พี่ทศหมายความว่ายังไง พูดกำกวมอยู่ได้”

            “ก็เชือกนี่น่ะ เป็นเงื่อนเอส.อี.เอ็กซ์ มันต้องจบกิจกรรมก่อน ถึงจะปลดออกได้ เข้าใจหรือยัง!

 

            ของเล่นของผู้ใหญ่ มันมาอยู่ในกล่องของพ่อเธอได้อย่างไรกันเล่า หญิงสาวหน้าร้อนผ่าว ทรงสุบรรณต้องหยิบสลับให้แน่ๆ เธอเอามืออีกข้างหนึ่งกุมขมับ มันไม่มีวันเกิดขึ้นเด็ดขาด ไม่มีวัน

            “อย่าได้คิดทำบ้าๆ เชียว”

            “ถึงคิดก็ทำไม่ลงหรอก กับสาวไร้เสน่ห์อย่างเธอน่ะ”

            ความยาวของเชือกไกลสุดก็ห่างกันได้แค่เมตรเดียวเท่านั้น

            “แล้วจะเอายังไง เธอจะนอนบ้านฉัน หรือให้ฉันนอนที่นี่”

            “ดิฉันไม่ไปนอนห้องพี่ทศแน่ๆ ค่ะ”

            “งั้นฉันนอนมันที่นี่ก่อนก็แล้วกัน คิดอะไรไม่ออก เครียด ถ้าฉันเครียด ฉันต้องหลับ”

            “หลับทั้งอย่างนี้น่ะเหรอคะ ดิฉันจะไปอาบน้ำ”

            “ก็ไปสิ”

            “เงื่อนมันผูกอยู่นี่คะ”

            “แล้วไง เธอจะให้ฉันเข้าไปอาบน้ำกับเธอด้วยไหมล่ะ”

            ชมพูนุชไม่รู้จะทำอย่างไร หากไม่อาบน้ำ เธอนอนไม่หลับแน่

            “เรายังห่างกันได้ตั้งเมตรหนึ่ง พี่เอาแขนห้อยอยู่นอกห้องให้หน่อยก็แล้วกันค่ะ ถ้าแอบดู ขอให้เป็นตากุ้งยิง”

            “อยากแอบดูตายชัก” ช่วยไม่ได้ที่ต้องมานั่งรออยู่หน้าห้องอาบน้ำ แง้มประตูที่มีเงื่อนขวางไว้ ได้กลิ่นหอมสบู่ ทศรัศมิ์นึกอยากได้เงื่อนพันธนาการมาตลอด และตั้งใจจะเดินทางไปซื้อถึงหิมพานต์หลังเรียนจบ และคิดว่าจะลองใช้กับมักกะลีสักผล หรือไม่ก็สาวสวยในหิมวันต์

            แต่นี่มันดับฝันกันชัดๆ เลย เขานั่งสัปหงกด้วยความเซ็งที่สุดในรอบปี

 

            ฝันร้ายติดกันเกินไปแล้ว ทศรัศมิ์หลงทางอยู่ในความฝันที่ออกไม่ได้ เขาสะดุ้งตื่นด้วยเหงื่อท่วมตัว รีบถอดเสื้อออกคลายร้อน ก็พบว่าแขนอีกข้างติดเชือกพิเรนอยู่ พลางคลี่กรงเล็บออกตัดให้พ้นตัว จากนั้นก็เห็นร่างเล็กกว่านอนสบายอยู่บนเตียง ขณะที่เขานั่งพาดขอบเตียงปานทาส

            “ยัยนี่ ใจร้ายสุดๆ แทนที่จะแบ่งเตียงให้สักครึ่ง อย่างกับเราจะทำอะไรลง เห็นแบบนี้ก็เลือกคนเหมือนกัน”

            เขาเอาเสื้อที่ถอดขว้างปลุกเธอ

            “อืม...”

            “ยังจะมาอืมอีก ตื่นได้แล้ว”

            หญิงสาวบิดขี้เกียจ แต่กลายเป็นว่าเหวี่ยงร่างให้ทศรัศมิ์ยืนขึ้นมาคร่อมตัวเธอเอาไว้เต็มแรง ชมพูนุชตื่นเต็มตา ถ้าไม่ติดว่าเขาเอามือปิดปากเธอเอาไว้ ป่านนี้พวกสาวใช้คงแห่กันขึ้นมาแล้ว พอเห็นว่าเธอสงบลง ก็ค่อยคลายมือออก

            “พี่ทศจะทำอะไรน่ะ ลงไปเดี๋ยวนี้นะ แล้วถอดเสื้อทำไม” เธอผินหน้าหนี

            “โชว์ซิกแพคตั้งแต่หกโมงเช้ามั้ง เธอนั่นแหละ ลืมเหรอไงว่าเชือกมันยังอยู่”

            “แล้วจะทำยังไงดี”

            ชายหนุ่มไม่คิดจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาบิดาแน่ๆ เขายังไม่อยากเป็นไก่อ่อนในสายตาผู้ชายด้วยกัน มีหวังพ่อได้ล้อเขาไปยันวันแต่งงานกับใครสักคน มารดาก็ยิ่งแล้วใหญ่ นิศานาถมีหวังเทศนาโวหารให้เขาฟัง แล้วสุดท้ายมันก็จะแก้ไม่ได้อยู่ดี นอกจากต้องไปจบลงด้วยการแก้ผ้าให้ฝ่ายตรงข้าม มันถึงจะปลดออกได้

            ไปๆ มาๆ เขาอาจต้องได้ชมพูนุชเป็นเมียโดยไม่เต็มใจไปเลย แล้วก็ถูกบังคับให้สมรส แค่คิดก็สยองแล้ว

            “มันต้องมีวิธี เราต้องไปหาวิธีจากคนขายที่หิมวันต์”

            “พี่ไปถูกหรือไง”

            เวนไตยเคยสั่งห้ามไม่ให้เขาเข้าหิมพานต์ไปโดยไม่ได้รับอนุญาต นี่เป็นกฎข้อเดียวที่เขายังไม่ได้แหก เพราะในนั้นเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์และหลายเผ่าพันธุ์ อีกทั้งในเมืองมนุษย์ยังมีทางเข้าลับที่เขาไม่รู้ เคยลองหาเล่นๆ แต่ก็ยังไม่พบ อาจเพราะเขาคิดว่าเดี๋ยวเรียนจบแล้วค่อยลุยเดี่ยวยาวๆ

            “ต้องหาต้นเถาวัลย์หลงให้เจอก่อน ถึงจะบอกได้” แต่เท่าที่รู้ข้อมูลมา หากมนุษย์หลงแล้วละก็จะหลงป่าไปเลย ไม่สามารถหาทางออกเจอ แม้จะมองเห็นอยู่ใกล้ๆ ก็ตาม เป็นมนต์คาถาสะกดของชาวทิพย์ ไม่ให้มนุษย์ธรรมดาสามารถหลงเข้าไปต่างมิติได้นั่นเอง

            “ต้องไปหาที่ไหน”

            “ส่วนใหญ่มันจะอยู่ตามป่า ต้องเสี่ยงดวงเอา”

            “ดิฉันไม่ไปหาหรอกค่ะ เสียเวลา พี่ไปหาเองก็แล้วกัน”

            “ถ้าฉันไปคนเดียวได้ ก็ไม่มีทางลากเธอไปด้วยแน่” เขายื้อเชือกให้สติ หญิงสาวกัดฟัน เธอเองก็ไม่อยากเดือดร้อนเช่นเดียวกัน เพราะถึงอย่างไรคนที่หยิบเชือกออกมาก่อนก็คือเธอเอง

           

            ทั้งสองตัดสินใจสวมเสื้อแขนยาวเพื่อซ่อนเชือกเอาไว้ ทำให้ต้องเดินตัวติดกันเหมือนคู่รัก ทศรัศมิ์สวมเสื้อแขนยาวนักศึกษาตัวเมื่อวาน ส่วนชมพูนุชก็สวมเสื้อยีนส์แขนยาว เพราะเดินลำบากทำให้เขาต้องจับมือเธอเอาไว้

            “จับมือดิฉันทำไมคะ” เธอจะสะบัดออก แต่เขาโน้มตัวลงมากระซิบ

            “ขืนไม่จับสิ เดินไปเดินมา คนจะได้เห็นว่ามีเชือกมัดแขนเราสองคนไว้ติดกันอยู่ ได้กลายเป็นคู่รักวิตถาร”

            ชมพูนุชรู้สึกอึดอัด ไม่ชินที่ต้องถูกจับมือจากเพศตรงข้าม

            “ฉันก็ไม่ชอบเหมือนเธอนั่นแหละ มาถึงทางเข้าป่าแล้ว เธอหลับตาก่อน”

            “ทำไมคะ”

            “เดินไปมันช้า ตรงนี้ตื้นเกินไป เครือวัลย์หลงของจริงไม่มีทางอยู่ตื้นๆ ให้มนุษย์หาเจอได้ง่ายแน่ ฉันต้องบินไปลึกสักหน่อย” เขายกเธอพาดบ่าด้วยเพียงมือเดียว ชมพูนุชยังไม่ทันได้หวีดร้อง เขาก็พาเธอบินสูงไปอย่างรวดเร็ว เกินกว่าสายตาของมนุษย์จะมองได้ทัน และมาถึงป่าชั้นในได้ภายในอึดใจ

            เป็นป่าทึบที่แสงส่องเข้าไม่ถึง แถมยังเป็นวันที่อากาศครึ้ม ทำให้มองไม่เห็นอะไรได้ดีนัก เธอไม่ชอบบรรยากาศวังเวงนี่เลย

            “แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า ต้นไหน”

            “มองอะไรที่เป็นลักษณะเถาวัลย์แปลกๆ เข้าไว้”

            “กรี๊ด”

            “อะไร”

            “สะ เส้นผมคน”

            ในมุมสลัว ทศรัศมิ์ขยับตัวเข้าไปใกล้ แล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ

            “นี่แหละ เครือเถาหลง แต่แย่แล้ว” เขาย่อตัวลง ใบหน้าซีดเซียวแล้วจู่ๆ ก็แดงก่ำ มีเลือดฝาดเต็มไปหมด มือของชมพูนุชที่ถูกมือเปียกเหงื่อของเขาหลอมละลายเคียงใกล้ มันปลุกระดมอารมณ์เปลี่ยวให้ขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ เงื่อนพันธนาการมีหน้าที่กระตุ้นความรู้สึกทางเพศของผู้ที่ถูกมัดเอาไว้เป็นระยะ

            “เป็นอะไรไปคะ พี่ทศ”

            ชายหนุ่มยิ้มอย่างไม่เต็มใจนัก

            “พี่ทนไม่ไหวแล้ว!” 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha