อสูรเสน่หา

โดย: อักษรามณี



ตอนที่ 3 : บทที่ 3 สัมพันธ์ชั่วข้ามคืน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เข้าร่วมกลุ่ม อักษรามณี นิยาย ได้ที่นี่ค่ะ

https://www.facebook.com/groups/731945123609177/ 

 พบกับ เรื่องราวน่าอ่านได้ที่นี่นะคะ

https://www.pageqq.com/…/co…/view/page/cntth1/0-2588146.html

อัพเดทเรื่องน่าสนใจ ฝากรีดเดอร์ที่น่ารักเข้าไปโวตและแชร์ได้เลยค่ะ   -

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทที่ 3 สัมพันธ์ชั่วข้ามคืน

 

แม็กเซ็นแทบไม่มีเวลาจะใช้มือของเขาด้วยซ้ำ ชายหนุ่มใช้ฟันขบที่ขอบแพนตี้ก่อนจะดึงมันลงเบื้องล่างไปอยู่เหนือเข่ากลมกลึง กระนั้นมีนาก็ยังไม่รู้สึกว่าร่างกายของเธอกำลังถูกคุกคาม ตรงข้ามเธอยิ่งหวั่นหวามและสนองความรู้สึกกระสันเสียวของตัวเองด้วยการดีดเด้งช่วงกลางลำตัวให้สูงขึ้น

ในขณะนั้นเองที่แม็กเซ็นรู้ตัวว่าเขาไม่อาจต้านทานต่อเสน่ห์อันสุดแสนรันจวนจากหญิงสาวได้ เขาหันกลับไปวุ่นวายกับตัวเองด้วยการถอดเสื้อสูทออก ตามด้วยเชิ้ตขาวและกางเกงทรงสแล็คกองไว้บนพื้นข้างเตียง ชายหนุ่มก้มลงมองตัวเองที่กลางลำตัวของเขา

 ความเป็นชายกำลังโป่งพองอยู่ในบอกเซอร์สีขาวและเขารู้ดีว่าไม่อาจปล่อยเวลาให้นานไปกว่านี้ได้อีก เขาลูบฝ่ามือไปบนความคับแน่นที่ดุนดันอยู่ภายในบ็อกเซอร์เบา ๆ รู้สึกถึงรอยเปียกชื้นที่ซึมออกมาภายนอกเนื้อผ้าสแปนเด็กซ์ พระเจ้า...นี่เขาพร้อมมากถึงขนาดนี้เชียวหรือนี่

และสำหรับมีนาก็เช่นเดียวกัน เธอไม่ต่างกับเขา ปุยไหมที่ตรงกลางเรือนร่างคอดเว้าปกปิดกลีบงดงามนั้นราวกับมีน้ำหวานค่อย ๆ ซึมออกมา แม็กเซ็นสัมผัสกึ่งกลางของร่างสาว เลื่อนไล้ปลายนิ้วบนปุยไหมก่อนแทรกมันเข้าไปในดอกไม้ที่สยายกลีบรับ คับและแน่นคือความรู้สึกแรกที่เขาสัมผัส ออกจะคับแคบมากด้วยซ้ำไปสำหรับผู้หญิงแปลกหน้าที่เขาคิดว่าเธอคงเคยผ่านผู้ชายมาบ้างแล้ว

“มีน่า...คุณต้องการแบบนี้ใช่ไหม”

เขาถามแผ่วเบาราวกระซิบ หญิงสาวไม่ตอบได้แต่บิดตัวไปมาดูแล้วเซ็กซี่สำหรับเขาอย่างที่สุด แม็กเซ็นขยับนิ้วลึกเข้าไปอีก และรับรู้ถึงการบีบรัดอันแนบแน่นภายในนั้น เธออาจไม่ได้ร่วมรักกับผู้ชายมานานแล้วกระมัง

ไม่ว่าครั้งสุดท้ายของเธอจะเกิดขึ้นกับใคร เมื่อไหร่และที่ไหนก็ดูจะไม่ใช่ข้อกังขาสำหรับชายหนุ่มอีกต่อไปแล้วเขาหยั่งนิ้วลึกเข้าไป ลึกเข้าไปจนสุดความยาวนิ้วและขยับเบา ๆ ไปพร้อมกับเสียงครวญครางของหญิงสาวที่ดังอย่างต่อเนื่อง

“อา...อา...แม็กเซ็น...ลึกอีกค่ะ...ลึกอีก”

มีนาส่ายหน้าไปมา ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวราวกับเจ็บปวดทว่ากลับเรียกร้องให้เขาสำรวจเข้าไปลึกล้ำอยู่ตลอดเวลา

“อ๊า...อา”

หญิงสาวร้องครวญครางดังขึ้นเรื่อย ๆ และนั่นเองยิ่งเป็นการยั่วยุให้เขาก้มลงไปครอบครองยอดถันสีชมพูอย่างดูดดื่มอีกหน มีนายกสะโพกสูงขึ้นเพื่อรับความเสียวซ่านจากปลายนิ้วแกร่งที่เลื่อนเข้าออกและวนเป็นวงกลม ความชุ่มฉ่ำของเธอหลั่งรดบนนิ้วของเขา

กระทั่งเขาเองที่เป็นฝ่ายหมดความอดทน หมดแรงต้านทานต่ออาการยวนยั่วโดยไม่ได้ตั้งใจของหญิงสาวแปลกหน้าที่ยังอยู่ในอาการเมามายทว่าก็ยังมีสติเล็กน้อยในการช่วยจุดไฟปรารถนาในตัวเขา

ร่างสูงเลื่อนตัวขึ้น เขาดึงบ๊อกเซอร์ออกไปจากตัว ปลดปล่อยความแข็งแกร่งที่ผงาดอยู่เบื้องหน้าร่างสาวที่บิดเร่า อยู่ตรงกลางระหว่างขาเรียวที่แยกออกเผยให้เห็นกลีบสีแดงเข้มรำไรใต้ปุยไหมนุ่ม

แม็กเซ็นคร่อมตัวเขาลงบนร่างของหญิงสาว เธอปรือตามองเขาและลูบไล้ฝ่ามือไปตามร่องบนหน้าอกที่เคร่งเครียดด้วยมัดกล้ามและลอนหน้าท้องซิกส์แพ็ค

มีนาทำราวกับหลงใหลในตัวเขา ปรารถนาให้เขาชิดใกล้ซึ่งชายหนุ่มก็สนองตอบอาการยวนยั่วนั้นแต่โดยดี แม็กเซ็นนาบส่วนหน้าอกลงกับทรวงหยุ่นนุ่ม แนบความเป็นชายของเขาที่แข็งขึงและเสียดสีมันไปบนเนินสามเหลี่ยมกลางลำตัวของเธอ เขารีบร้อนมากจนลืมซองถุงยางในลิ้นชักหัวเตียง เขาค่อย ๆ เบียดแทรกตัวเขาให้จมหายลงไปในกลีบดอกไม้ด้วยความตื่นเต้น

“โอะ...โอ...พระเจ้า”

เขาครางกับตัวเอง ทว่าเสียงนั้นไม่ได้บ่งบอกความพึงใจเหมือนครั้งแรก ม่านนัยน์ตาสีมรกตขยายกว้าง ความเปล่าเปลือยที่แนบชิดระหว่างกันโดยปราศจากสิ่งใดขวางกั้นทำให้เขารู้สึกตระหนกเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่บอบบางยิ่งกำลังฉีกขาดตอนเขาแทรกผ่านเข้าไป

“มีน่า...นี่คุณ”

แม็กเซ็นเสียงแตกพร่า เขามองหน้าหญิงสาวที่คิ้วโก่งเหนือดวงตาคู่สวยขมวดเข้าหากันมุ่น เรียวปากอิ่มบิดเบี้ยว ความเจ็บปวดของหญิงสาวสำแดงออกมาในทันทีที่เขาเริ่มเหยียดขยายในตัวเธอ

มีนายังบริสุทธิ์!

เขาเกือบจะถอดถอนตัวเองออกจากหลืบร่องระหว่างกลีบดอกไม้ที่ บีบรัดหากแขนเรียวไม่กระหวัดเกี่ยวไปบนแผ่นหลังกล้างเสียก่อน

“แม็กเซ็น...ช่วยด้วยค่ะ...ฉันเจ็บ”

เธอครางออกมาอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มรู้สึกสับสนใจทว่าเขาก็โจนจ้วงเข้าไปไกลเกินกว่าจะถอนกลับได้ทัน ใจหนึ่งเขารู้สึกถึงความผิดหวัง นี่เขาทำอะไรลงไป ความปรารถนาและหลงลืมตัวพาเขามาไกลเกินจะหันหลังกลับ

เขากำลังพร่าพรหมจรรย์จากผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งไม่น่าอภัย ความรู้สึกรับผิดชอบของลูกผู้ชายแล่นปราดขึ้นมาในสัมปชัญญะ ทว่าทุกอย่างก็ถูกกลบทับด้วยกำหนัดร้อนแรงและไฟราคะแผดเผา แม็กเซ็นไม่อาจหยุดทุกอยางได้ ความเป็นชายที่จาบจ้วงลงไปกำลังเหยียดขยายและเรียกร้องให้เขาขยับอีกครั้ง

“มีนา...อา...อูว”

“แม็กเซ็น...ช่วยฉันด้วยค่ะ...ช่วยฉันด้วย”

หญิงสาวยังร่ำร้อง และยิ่งเสียงของเธอดังมากเท่าไหร่ก็เหมือนร่างกายของเธอจะดูดดึงและบีบรัดแก่นกายของเขามากเท่านั้น ชายหนุ่มรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขายับยั้งตัวเองไม่ได้และความบอบบางที่รัดรึงตัวเขาก็ทำให้ความอดกลั้นใกล้สิ้นสุด

 อาจจะเร็วเกินไปแต่ก็ยังมีเวลาพอให้เขาปลอบประโลมหญิงสาวด้วยการแทรกปลายลิ้นเข้าไปในกลีบปากนุ่ม เธอรับมันเอาไว้ ไล้ลิ้นตอบและเม้มริมฝีปากล่างของเขาเมื่อความเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ

“แม็กเซ็น...อา...อูว...”

“มีน่า...มันคับเหลือเกิน ผมกำลังจะทนไม่ไหวแล้ว...พระเจ้า”

แม็กเซ็นกระซิบข้างใบหูของหญิงสาวที่ตอนนี้เธอหลับตาเหมือนไม่อยากรับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชายหนุ่มเร่งรัวจังหวะ ความเป็นชายใหญ่โตและแข็งแกร่งเสียดสีอยู่ในตัวเธอ ทำลายบางสิ่งที่ผู้หญิงหวงแหน

แต่...เธอจะรู้สึกตัวหรือไม่ เธอจะรู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าได้สูญเสียอะไรไปแล้ว มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้สึกขณะการโจนจ้วงเข้าไปลึกสุดลึกทำให้ทุกส่วนของเขาแข็งเกร็ง ไม่อาจหยุดได้อีกแล้ว แม็กเซ็นควบคุมตัวเองไม่ได้ ทุกอย่างดำเนินไปตามครรลองที่ต่างคนต่างไม่ได้ขีดคั่นมันเอาไว้ กระทั่งถึงวินาทีสุดท้ายที่ตัวเขาแตกระเบิด

“อ๊า!!

 มีนาร้องออกมาก่อนที่ร่างกายของเธอจะขมวดเกร็งตามเขาและอ่อนระทวยลงในเวลาไม่ถึงนาที แม็กเซ็นยังคงฝังลิ้นร้อนไว้ในปากเล็ก ไม่ยอมถอนใบหน้าออก ยังคงดูดซับความหอมหวานเหมือนลูก       พีชสดฉ่ำ

 เขาทำราวกับเสียดายขณะก่ายกอดร่างแน่งน้อยเปลือยเปล่า ต่างคนต่างหอบหายใจหนัก ชายหนุ่มรับรู้ถึงกระแสธารแห่งความอบอุ่นที่ทะลักออกจากตัวเขา ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ อาบเอิบความแข็งแกร่งที่ยังไม่ยอมอ่อนไหวซึ่งยังฝังอยู่ในตัวเธอ

“มีน่า” แม็กเซ็นกระซิบเรียกหญิงสาว แต่ดูเหมือนเธอแทบไม่รับรู้อะไรนอกจากหลับพับไปและบนใบหน้าแสนสวยชื้นด้วยคราบเหงื่อที่เกาะอยู่บนเรือนผม

 เขายังไม่ยอมผละออกจากร่างเล็ก ฝังตัวตนที่จมมิดอยู่ในนั้น กอดเธอและนิ่งมองหญิงสาวชาวเอเชียที่เขาไม่เคยรู้จักด้วยความรู้สึกมากมายเกินกว่าจะกลั่นมันออกมาเป็นคำพูดได้ในตอนนี้

มีนาเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ใบหน้าของเธอหมดจดและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาดแม้ในเวลาหลับ แต่สิ่งที่ยังติดค้างในใจของเขาก็มีมากมายไม่ต่างจากความตะลึงพรึงเพริดต่อความงามนั้น

ทำไมเธอดื่มเหล้าจนเมามาย สภาพของเธอตอนที่เขาไปพบไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงชอบเที่ยวกลางคืนและรักสนุก เขาเผลอลืมตัวไปกับการยวนยั่วของเธอก็เพราะคิดว่ามีนาอาจไม่ถือสาเหมือนผีเสื้อราตรีทั่วไป แต่ผิดคาด...เธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์ และมันก็ฉุดความเชื่อมั่นในตัวเองของเขาลงกว่าครึ่ง แม็กเซ็นถอนหายใจ เขาคิดเรื่องเดิมซ้ำมาซ้ำไปกระทั่งเปลือกตาคู่นั้นหรี่ลงและปิดสนิทในที่สุด

“มีน...นี่เธอกลับมาแล้วเหรอ...โอ๊ย! คุณพระคุณเจ้า เธอไปไหนมา ฉันตามหาทั้งบาร์ให้ควั่กเลยนะเมื่อคืน พวกบอดี้การ์ดในบาร์ก็ช่วยกันหา ฉันเป็นห่วงเธอแทบแย่”

ปูนิ่มร้องออกมาด้วยความดีใจทันทีที่เห็นเพื่อนสนิทของเธอเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักแบบสองห้องนอนของอพาร์ตเม้นท์ซึ่งตั้งอยู่ในย่านที่พักของเขตนอร์ธ ฮอลลีวูดตอนเช้าตรู่ เธอวิ่งเข้าไปหาและดึงมือของมีนาซึ่งยังอยู่ในอาการอิดโรยมากุมไว้ ปูนิ่มแทบไม่สังเกตเห็นเลยว่ามีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นบ้างกับเพื่อนของเธอ

“ว่าไงล่ะ บอกฉันได้มั้ยว่าเมื่อคืนเธอไปอยู่ไหนมา”

“ฉัน...เอ้อ...นอนหลับอยู่บนฟุตบาธ”                                                                                       

“ห๊า! ว่าไงนะ เธอเมาขนาดไปนอนหลับอยู่ข้างถนนอย่างนั้นหรือ ตายละ แล้วนี่เพิ่งรู้สึกตัวใช่มั้ย ฉันบอกเธอแล้วมีน ว่าอย่าดื่มเข้าไปมาก โชคดีนะที่ไม่มีใครหิ้วปีกเธอไป ไม่อย่างนั้นล่ะเรื่องใหญ่แน่”

คำพูดของปูนิ่มทำให้ใบหน้าของมีนาซีดลงในทันใด หญิงสาวซึ่งยังอยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูกุหลาบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเท้าเย็นเฉียบหากก็พยายามรักษาอาการให้เป็นปกติไว้ไม่ให้เพื่อนจับสังเกตได้

“เอ้อ...มีนจ๊ะ เธอกลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเลยนะ”

มีนาย่นคิ้ว “อาบน้ำแต่งตัว?”

“อ้าว!...นี่มีนจำไม่ได้หรือว่าวันนี้ต้องไปเริ่มงานเลขาที่บริษัท ไพรเมอร์  รีคอน ชิพ มีนเป็นคนบอกปูนิ่มเองนะเมื่อวานนี้”

ดวงตาคู่สวยบนใบหน้างามเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความสำนึกได้แล่นวาบเข้ามาท่ามกลางความสับสนใจชั่วขณะ ใช่แล้ว วันนี้เธอต้องไปเริ่มงานกับบริษัทที่ตอบรับเธอเป็นที่แรกตั้งแต่มาถึงลอสแองเจลิส และหญิงสาวก็เต็มใจจะรับตำแหน่งเลขาซึ่งเป็นงานที่ตรงกับสายการเรียนที่จบมา มีนาพยักหน้ารับรู้หงึก ๆ

“จ้ะ...ปู ถ้าอย่างนั้นฉันขอไปอาบน้ำก่อนนะ”

เธอบอกเพื่อนสนิทก่อนพาร่างกายที่ยังอ่อนเปลี้ยกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง ปิดประตูลงและสะอื้นไห้ออกมาโดยพยายามไม่ให้เสียงลอดออกมาจากริมฝีปาก

เมื่อตอนรุ่งสางเธอรู้สึกตัวขึ้นมาพร้อมด้วยอาการปวดมึน แต่อะไรก็ไม่ทำให้เธอตระหนกมากไปกว่าการที่ต้องเห็นตัวเองอยู่ในสภาพเปล่าเปลือยบนที่นอนกว้างและที่ยิ่งน่าตระหนกไปมากกว่านั้นคือร่างสูงของใครคนหนึ่งซึ่งก็เปลือยเปล่าเช่นกันนอนเหยียดยาวอยู่ข้าง ๆ

เธอไม่กล้าส่งเสียงดังแม้เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนว่าเป็นผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลายิ่งกว่าเทพบุตรที่พระเจ้าสร้างสรรค์ หากแต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอยินดี หญิงสาวหลีกลี้ออกมาจากบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าซึ่งเธอเห็นป้ายบอกทางของเขตเบลแอร์

เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้หลังจากที่ดื่มมากเกินขนาดและรีบวิ่งออกมานอกบาร์เพราะอยากอาเจียนแทบทนไม่ไหว

เกิดอะไรขึ้นกับเธอ มีนา...เกิดอะไรขึ้นกับเธอ

หญิงสาวตั้งคำถามที่เห็นคำตอบเลือนรางอยู่แล้ว ผู้ชายคนนั้นพาเธอไปตอนไหนไม่รู้ได้ เธอไม่กล้าตั้งคำถามว่าเขาทำอะไรเธอทั้งที่ก็รู้สึกถึงความผิดปกติตรงกลางลำตัว ความเจ็บปวดที่ยังคงอยู่และทำให้เธอตระหนักรู้ว่าทุกอย่างคงสายเกินไปแล้ว ซึ่งมันเกิดจากอารมณ์ชั่วแล่นที่อยากปลดปล่อย

เธออยากลืมผู้ชายคนแรกในชีวิต ประชดตัวเองด้วยการดื่มไวน์และเหล้าจนเมามายไม่ได้สติถึงขนาดที่มีคนพาเธอไปทำอะไรต่อมิอะไรก็ยังไม่รู้สึกตัว ร่างกายของเธอรวดร้าวไปหมด ความเจ็บปวดเหมือนเหล็กที่ยังตรึงอยู่ที่แก่นกลาง ทว่ามันก็ยังน้อยกว่าความเศร้าเสียใจที่ต้องสูญเสียสิ่งที่ลูกผู้หญิงหวงแหนอย่างที่มิอาจเรียกร้องสิ่งใดคืนมาได้

 

“มีนาหรือจ๊ะ...อ้อ...เลขาคนใหม่ของท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นก็ไปพบท่านที่ห้องเลยนะจ๊ะ”

พนักงานสาวผมทองรวบเป็นหางม้าในชุดสูทซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน บนหน้าอกมีป้ายชื่อและตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบุคคลกล่าวขึ้นเมื่อได้รับซองเอกสารจากหญิงสาวชาวไทยร่างเล็กซึ่งอยู่ในชุดสูทสีกรมท่า มีนารับซองเอกสารจากมือของพนักงานสาวและกล่าว

“ขอบคุณค่ะ”

“ท่านประธานอยู่ชั้นบนสุดของตึกนะจ๊ะ เดี๋ยวจะให้คนพาเธอไปพบท่าน”

“ค่ะ...ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวร่างเล็กสอดซองเอกสารไว้ในกระเป๋าสะพายก่อนเดินตามพนักงานซึ่งเป็นผู้ชายอยู่ในชุดสูทสีเดียวกับหัวหน้าฝ่ายบุคคลไปยังชั้นที่สี่สิบของตึก ไพรเมอร์ รีคอน ชิพ บริษัทซึ่งทำธุรกรรมเกี่ยวกับการรื้อทำลายซากเรือเดินสมุทรที่มีอู่ขนาดใหญ่อยู่ในตุรกี ปากีสถาน อินเดียและจีน

มีนาได้รับการตอบรับการเป็นเลขาจากบริษัทแห่งนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากเดินทางมาอยู่ในมหานครแห่งนางฟ้าและเช่าห้องพักอยู่กับปูนิ่มเพื่อนสนิทของเธอเป็นเวลาเกือบสามเดือน ซึ่งมันเป็นข่าวดีในช่วงเวลาที่เธอต้องผิดหวังจากเพลย์บอยอย่างเซบาสเตียน มิลเลอร์

ใบหน้าอันหมดจดของหญิงสาวชาวไทยภายใต้กรอบเรือนผมเหลือบประกายสีน้ำตาลอ่อนซึ่งถูกรวบไว้เป็นหางม้ายังมีความอิดโรยฉายอยู่ในดวงตา มีนาพยายามทำใจให้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ที่บ้านของผู้ชายแปลกหน้าย่านเบลแอร์ เธออาจไม่ได้พบเขาอีกตลอดชีวิตก็เป็นได้

ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาและเรือนร่างอันบึกบึนคนนั้น

“ถึงแล้วครับคุณมีนา...ท่านประธานอยู่ข้างใน เชิญครับ”

ชายหนุ่มที่พาเธอมาถึงหน้าห้องท่านประธานเปิดบานประตูขนาดใหญ่ให้หญิงสาวก้าวเข้าไปด้านในก่อนที่เขาจะถอยหลังกลับ มีนาก้มลงหยิบซองสีน้ำตาลซึ่งมันเป็นเอกสารตอบรับใบสมัครของเธอขึ้นมาจากกระเป๋า แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นกลับต้องชะงักกึกเมื่อเห็นใบหน้าของใครคนหนึ่งซึ่งเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเงินยืนอยู่ในท่าตกตะลึงเช่นกันที่โต๊ะทำงาน

“คุณ...”

หญิงสาวอ้าปากค้างและแทบไม่รู้ตัวเลยว่าซองเอกสารร่วงหล่นจากมืออันสั่นเทาตอนไหน ไม่เฉพาะมือของเธอที่สั่นระริกแต่ร่างกายของเธอเหมือนมีอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามากระแทกเข้าอย่างจัง

“มีน่า”

ชายหนุ่มในชุดสูทผู้นั้นขานชื่อของเธอออกมา ถึงเขาจะออกเสียงเพี้ยนไปเล็กน้อยแต่นั่นก็เป็นชื่อของเธอ เขารู้จักเธอหรือนี่...มันเป็นเรื่องบ้าและแย่ที่สุดเท่าที่เธอเคยพบ! หญิงสาวรีบหันหลังกลับทว่ายังไม่ทันก้าวขาก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงของเขาดังขึ้น

“มีน่า!....คุณคือ มีนา สิวาภรณ์ใช่มั้ย?”

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha