อสูรเสน่หา

โดย: อักษรามณี



ตอนที่ 5 : บทที่ 5 เลขาคนใหม่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เข้าร่วมกลุ่ม อักษรามณี นิยาย ได้ที่นี่ค่ะ

https://www.facebook.com/groups/731945123609177/ 

 พบกับ เรื่องราวน่าอ่านได้ที่นี่นะคะ

https://www.pageqq.com/…/co…/view/page/cntth1/0-2588146.html

อัพเดทเรื่องน่าสนใจ ฝากรีดเดอร์ที่น่ารักเข้าไปโวตและแชร์ได้เลยค่ะ   -

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทที่ 5 เลขาคนใหม่

 

มีนาเหวี่ยงมือที่ยังเหลืออีกข้างหวังจะฟาดลงบนหน้าของเขาให้สาแก่ใจ ทว่าก็ไม่ทันมืออีกข้างของเขาที่คว้าหมับไว้ได้ก่อนจะกระชากตัวเธอเข้ามาชิดอกกว้างและก้มหน้าลงมาหาอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวตาเบิกโพลงเมื่อปากอิ่มถูกจาบจ้วงด้วยริมฝีปากหยักหนา แม็กเซ็นปิดโอกาสที่เธอจะได้ตอบโต้เขาด้วยลิ้นร้อนที่ฉกเข้าไปในโพรงปากเล็กและดูดเสียงอู้อี้ของเธอไว้ให้ดังอยู่ในลำคอ

“อื๊อ...อื๊อ”

 มีนาอยากจะกรีดร้องทว่าก็ทำได้แค่แค่นเปล่งเสียงที่แทบไม่มีทางลอดผ่านริมฝีปากร้อนของเขาที่ประกบปิดไว้แน่นได้ เธออยากจะตายไปเสียเดี๋ยวนั้น ไม่น่าเลยมีนา...เธอไม่น่าแหย่เท้าเข้ามาในแดนประหารให้เขาลงดาบเธอชนิดไม่ทันตั้งตัวแบบนี้

“อื๊อ!

คราวนี้เสียงของเธอลอดออกมาได้เมื่อเขาถอนริมฝีปากออก ใบหน้าของแม็กเซ็นเป็นสีเข้ม ท่าทางเขาเหมือนโกรธจัดก่อนกระหวัดแขนทรงพลังกักเธอไว้ในอ้อมกอด

“ปล่อยฉันนะ! แม็กเซ็น...คุณจะทำอะไรฉัน!

“คุณนี่มันร้ายไม่เบาเลยนะมีน่า...เป็นอย่างที่เซบาสเตียนว่าไว้จริง ๆ”

“อะไรนะ!...เซบาสเตียน” ร่างเล็กหยุดอาการขัดขืนแทบจะในทันทีที่ได้ยินเขาพูด เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดสุดประมาณ

“น้องชายของคุณอย่างนั้นหรือ...เขาว่าอะไรฉัน เขาบอกอะไรคุณ”

“คุณก็รู้จักเซบาสเตียนดีไม่ใช่หรือ และเขาก็รู้จักคุณดี รู้ดีว่าคุณชอบยั่วผู้ชาย ปั่นหัวผู้ชายเล่นซึ่งผมก็คิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องจริง”

“เขาพูดเกินไปแล้ว ทำไมเขาถึงได้ดูถูกฉันขนาดนี้”

“เขาอาจไม่ได้พูดเกินจริง คุณเองต่างหากที่รับไม่ได้ ขนาดเมื่อคืนคุณยั่วผมจนทนไม่ไหว แต่มาวันนี้กลับทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน”

“ฉันไม่เคยรู้จักคุณ แม็กเซ็น มิลเลอร์! เรื่องเมื่อคืนฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น คุณต่างหากที่เอาเปรียบ คุณต่างหากที่รังแกฉัน!

มีนาร้องไห้ออกมาอย่างหมดความอดกลั้น ความเจ็บช้ำถั่งโถมเหมือนคลื่นชายฝั่งที่พังทลายทุกอย่างสิ้น เธอสูญเสียกำลังใจเพราะผู้ชายคนนั้น เซบาสเตียน...เขาแปลงเปลี่ยนความรักของเธอให้กลายเป็นสิ่งไร้ค่าในสายตาพี่ชายของเขา

ในวินาทีนั้นแม็กเซ็นก็ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ มีนาพูดถูกแล้ว เธอไม่เคยรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่...เธอจะเมามายเกินกว่าจะจดจำอะไรได้แม้แต่ พรหมจรรย์ ของตัวเองอย่างนั้นหรือ เขาไม่ยอมพูดอะไร แต่มีบางอย่างข้างในผลักดันให้ใบหน้าคร้ามเข้มก้มลงไปหาเรียวปากอิ่มสวยอีกครั้ง

มีนาลืมตัวอยู่ในความเสียใจ มัวแต่ร้องไห้จนปากเผลออ้าออกรับลิ้นของเขาที่แทรกเข้ามาอีกหน คราวนี้นุ่มนวลกว่าครั้งแรก เขาเบาแรงลงแต่ยิ่งกอดเกี่ยวเธอไว้ในอ้อมแขนแน่นขึ้น

หญิงสาวยืนตัวแข็งทื่อเหมือนยอมจำนนหากก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เธออยู่ตรงกลางระหว่างขัดขืนและคล้อยตามเขา ใจหนึ่งอยากดีดดิ้นผลักใส แต่อีกใจกลับอยากสนองต่อรสลิ้นที่โรมรันอยู่ภายในนั้น

เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นเธออยากเอ่ยปากถาม เธอกำลังโอนอ่อนผ่อนตามเขาโดยไม่ตั้งใจ เหมือนเธอคุ้นเคยกับสัมผัสนี้ ทั้งหน้าอกแข็งแกร่งที่บดเบียดเสียดสี ทั้งรสชิวหาที่ทำให้เลือดสาวร้อนรุ่มอยู่ภายใน มีนายืนตัวแข็งเหมือนหุ่น แต่ปากของเธอกำลังเก็บกลืนความวาบหวามและซึมซับมันไว้ที่ใต้บึ้ง

ทว่าเพียงครู่ชายหนุ่มก็เลื่อนใบหน้าออก ปล่อยให้ริมฝีปากของเธอเป็นอิสระด้วยรู้สึกถึงรสเค็มของน้ำตาที่หลั่งไหลลงบนแก้ม แม็กเซ็นคลายอ้อมแขน ผละออกจากหญิงสาวที่ยืนโงนเงนหากก็พยายามทรงตัวให้ยืนอยู่ได้หลังจากหายมึนงง

“ผมไม่อนุญาตให้คุณลาออก มีน่า”

ท่านประธาน กล่าวออกมาเพียงสั้น ๆ แม้รู้สึกผิดทว่าใบหน้าของเขาก็ยังเย็นชาเหมือนเดิม พอตั้งสติได้หญิงสาวก็นิ่วหน้าใส่อย่างผิดหวัง

“ทำไมล่ะคะ ถ้าฉันลาออก คุณก็แค่รับเลขาคนใหม่ ส่วนฉัน...ก็จะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้หมด”

“ผมก็จะลืมมันเหมือนกัน”

แม็กเซ็นแทรกขึ้นมา ในน้ำเสียงนั้นเจือไว้ด้วยความฉุนเฉียวเล็กน้อยและหญิงสาวก็รู้สึกได้ เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน นั่งลงบนเก้าอี้และมองมายังเธอ

“ถ้าคุณลาออกมันจะกระทบกับภาพลักษณ์ของผม...อย่างร้ายแรง คนอื่นจะคิดยังไงถ้ารู้ว่าคุณมาเป็นเลขาของผมแล้วต้องลาออกทั้งที่ทำงานยังไม่ทันถึงครึ่งวัน เขาคงคิดว่าผมเป็นคนที่แย่จนลูกน้องถึงกับทนไม่ไหว แล้วใครจะกล้ามาสมัครเป็นเลขาส่วนตัวของผมได้อีก”

ชายหนุ่มให้เหตุผล แม้จะฟังดูคลุมเครือ ทว่าก็มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เธอหยุดคิดชั่วครู่ มีนาชั่งใจถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดหลังจากนี้ เธอยังมีภาระต้องเช่าห้องพักกับปูนิ่ม เธอได้งานนี้ตอนที่เงินในกระเป๋าใกล้หมดพอดี ถ้าหากจะปฏิเสธเธอเองจะกลายเป็นภาระให้เพื่อนรักต้องมารับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งมันไม่ควรเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

หญิงสาวนิ่งนึก เธออาจจะทนทำงานกับพี่ชายของเซบาสเตียนไปสักระยะ อาจเป็นเดือนหรือสองเดือน หรือสามเดือน ซึ่งในช่วงเวลานี้เธอก็จะส่งใบสมัครไปที่บริษัทอื่นด้วย โดยจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเขา...มีนาตัดสินใจอย่างยากเย็นก่อนเหลือบมองเพดานเพื่อให้น้ำรอบเบ้าตาไหลย้อนกลับเข้าไป ร่างเล็กบอบบางระบายลมหายใจเบา ๆ

“ค่ะ...ฉันจะไม่ลาออก แต่คุณก็ต้องไม่ลืมคำพูดของตัวเองว่าจะลืม...เรื่องนั้นให้หมด”

มีนาต่อรอง แม็กเซ็นวางมือทั้งสองลงบนโต๊ะด้วยท่าทีอันเยือกเย็น ดูเธอจะไม่อยากจดจำเรื่องที่เกิดขึ้นตอนตัวเองเมาและชายหนุ่มก็พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะตอบรับ

“ผมไม่ลืมหรอก...ว่าผม...จะลืมมัน”

เขากล่าวราวกับไม่ใส่ใจแต่คนที่รู้สึกถึงความผิดปกติได้คือมีนา เธอไม่ควรมาเจอเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ ต้องกล้ำกลืนกับสถานการณ์อันเลวร้ายและช็อคความรู้สึกของเธออย่างที่สุด

“นั่นโต๊ะของคุณ...ผมจะออกไปข้างนอก วันนี้อาจจะไม่กลับเข้ามาอีก ถ้ามีใครติดต่อเข้ามาคุณรับเรื่องเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน”

แม็กเซ็นกล่าวด้วยท่าทีเรียบเฉยก่อนลุกจากที่นั่งและเดินออกไปจากห้องทำงานเหมือนไม่สนใจอะไรอีก มีนาจำต้องไปนั่งในที่ของเธอซึ่งเป็นโต๊ะขนาดเล็กตรงมุมหนึ่งของห้องที่หันหน้าไปทางโต๊ะตัวใหญ่ของท่านประธานด้วยท่าทีเนือย ๆ

ชั่วครู่ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่กลางลำตัวขึ้นมาอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งช้ำใจและอับอายเป็นที่สุด ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะมาพบกับผู้ชายที่เธอมีความสัมพันธ์ด้วยในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน และไม่อยากเชื่อว่าเขาจะกลายเป็นเจ้านายคนใหม่ ซ้ำร้ายยังเป็นพี่ชายของเซบาสเตียน แฟนเก่าของเธอเสียอีกด้วย

 

“ปูจะย้ายออกจากที่นี่เหรอ...แล้วจะย้ายไปเมื่อไหร่กัน?”

มีนาเอ่ยถามเพื่อนสนิทของเธอขณะนั่งทานอาหารมื้อค่ำหน้าระเบียงของห้องพักบนชั้นที่ห้าซึ่งมองลงไปเห็นรถราและผู้คนยังเดินขวักไขว่ใต้แสงไฟในยามราตรี ปูนิ่มวางช้อนและมีดลงในจานสเต๊กขณะถอนใจเบา ๆ

“ก็ว่าจะย้ายสัปดาห์หน้า”

“แล้วปูจะไปอยู่ที่ไหน?”

“แถว ๆ ลองบีช...มันเป็นห้องชุดธรรมดาน่ะ...มีน...ปูขอโทษด้วยนะที่ต้องย้ายไปกะทันหันแบบนี้ มีนเลยต้องเช่าอยู่ที่นี่คนเดียว”

“ไม่เป็นไรหรอกปู” มีนาพูดเสียงปลง ๆ “คนเราก็ต้องขยับขยายตัวเองทุกคนนั่นล่ะ คงไม่มีใครจะอยู่ห้องเช่าเล็ก ๆ ไปตลอดชีวิต ปูอย่าเป็นห่วงเลยตอนนี้มีนก็ได้งานทำแล้ว เรื่องค่าเช่าห้องไม่มีปัญหา”

“มีนอยากจะหารูมเมทคนใหม่หรือเปล่า?”

มีนาส่ายหน้า “คงไม่ล่ะ ถึงจะจ่ายแพงหน่อยแต่อยู่คนเดียวก็สบายใจดี”

“ที่พูดแบบนี้มีนคงไม่คิดถึงเซบาสเตียนแล้วใช่มั้ย?”

คนถูกถามมีอาการสะอึก มีนาไม่อยากจะบอกว่าการได้พบกับเซบาสเตียนที่ทำงานใหม่เมื่อวานเหมือนยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เธอเจ็บช้ำมากขึ้น หากแต่หญิงสาวก็เลี่ยงที่จะพูดถึงเขา

“มีนคิดว่าจะเริ่มต้นตัวเองใหม่ อย่างน้อยมีนก็ได้พบอะไรใหม่ ๆ ในชีวิตแล้ว”

“งานเลขานั่นใช่มั้ย เป็นไง...เจ้านายของมีนเป็นยังไงบ้าง?”

คำถามนั้นยิ่งทำให้มีนาสะอึกแรง ทว่ากลับไม่เป็นที่จับสังเกตของเพื่อนสนิทว่ามันมีสิ่งผิดปกติแฝงอยู่ในท่าทีที่แสดงออก มีนาหยุดคิด ใบหน้าคร้ามเข้มของ ใครคนนั้น ล่องลอยอยู่ตรงหน้า

แม็กเซ็น  มิลเลอร์ ผู้ชายหยิ่งผยองและเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็ง

“เขาก็ดี” มีนาตอบพลางจิ้มสเต็กเข้าปาก

“แค่นั้นเองเหรอ มีนไม่เห็นจะเล่าอะไรให้ปูฟังเลยนะตั้งแต่ไปทำงานที่นั่น ทำอย่างกับว่าไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น”

เธอมีเรื่องให้ตื่นเต้นทุกวันต่างหาก...มีนานึกในใจ แม็กเซ็นทำท่าปั้นปึ่งกับเธอ บางวันก็ไม่เข้ามาในที่ทำงานเหมือนไม่อยากเห็นหน้าเธออย่างไรอย่างนั้น เขาคงเดียดฉันท์ผู้หญิงที่เขาคิดว่าใจง่าย ยอมมีอะไรกับเขาตอนเมามายไร้สติ...แม้มันจะเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว แต่ใครกันที่ผิดถ้าไม่ใช่เพราะความเลินเล่อในชีวิตของเธอเอง

“มีนสบายดีน่า ปู...ทุกอย่างโอเค” มีนาบอกเพียงสั้น ๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว ปูเป็นห่วงมีนนะ ปูน่ะรู้ดีว่าเพื่อนของปูคนนี้อ่อนไหวแค่ไหน แต่ปูไม่อยากให้มีนต้องจมปลักอยู่กับผู้ชายแค่คนเดียว ที่สำคัญเขาขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ ถึงจะหล่อถึงจะรวยก็เถอะ”

มีนายิ้มให้เพื่อนของเธออีกครั้ง แต่ก่อนที่ทั้งสองจะพูดอะไรกันอีกเสียงโทรศัพท์ภายในห้องก็ดังขึ้น

“เดี๋ยวมีนไปรับเอง...สงสัยพ่อโทรมาจากเมืองไทย”

มีนารีบกลับเข้าไปด้านในซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่โทรศัพท์มือถือของปูนิ่มซึ่งเธอตั้งระบบสั่นเอาไว้สะเทือนเบา ๆ บนโต๊ะ หญิงสาวหยิบขึ้นมาดูและเห็นหน้าจอบอกชื่อของใครคนหนึ่ง เธอกลืนน้ำลายลงคอเบา ๆ ขณะชะเง้อมองมีนาที่กำลังรับโทรศัพท์จากทางด้านหลัง ปูนิ่มกดรับและพูดด้วยเสียงเหมือนกระซิบ

“ค่ะ...เซบาสเตียน ห้องชุดเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยคะ?”

          มีนาต้องรีบไปให้ถึงที่ทำงานตั้งแต่ตอนเช้าซึ่งวันนี้ก็เหมือนกับทุกวันตั้งแต่เข้ามาทำงานในไพรเมอร์ รีคอน ชิพที่เธอต้องรีบเข้ามาตรวจสอบเอกสารและหนังสือรวมถึงนัดหมายต่าง ๆ ให้ ท่านประธาน ซึ่งเธอภาวนาขอให้วันนี้เขาไม่เข้ามาตลอดทั้งวัน

            หญิงสาวรู้สึกอึดอัดจะแย่ที่ต้องพบหน้าและสบกับเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวมรกตผู้นั้น แม็กเซ็น มิลเลอร์ เป็นผู้ชายที่ฉลาดหลักแหลม แต่เขาเงียบขรึมจนบางครั้งก็ไม่อาจหยั่งถึงว่าเขาคิดถึงเรื่องอะไรบ้าง

เรื่องเมื่อคืนนั้นล่ะหรือ...เขาคงลืมมันไปแล้วกระมัง จะมีใครมานั่งคิดถึงผู้หญิงที่ดื่มเหล้าเมาและใจง่ายยอมขึ้นเตียงกับผู้ชายแปลกหน้า เขาคงลืมมันไปได้แล้ว แต่เธอกลับยังคิดถึงเรื่องนั้นตลอดเวลาจนลืมไปว่าเรื่องของใครอีกคนที่เป็นต้นเหตุของความสับสนค่อย ๆ เลือนหายไปโดยที่เธอแทบไม่รู้ตัว มีนามัววุ่นอยู่กับนัดหมายที่ส่งมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์กระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องถูกผลักเข้ามาเบา ๆ

“ท่านประธานคะ...วันนี้มีนัดประชุมช่วงบ่ายที่ห้องประชุมใหญ่ค่ะ”

หญิงสาวรายงานนัดหมายโดยไม่ทันได้หันไปมองว่าใครเดินเข้ามาหยุดหน้าโต๊ะทำงานกระทั่งเธอเงยหน้าขึ้น

“เซบาสเตียน!

มีนาเผลออุทานออกมาทว่าเสียงนั้นกลับแหบแห้ง ร่างสูงใหญ่ของน้องชายท่านประธานดูหล่อเหลาภายใต้เสื้อโปโลและกางเกงสแล็ค เซบาสเตียนปรายยิ้มอันทรงเสน่ห์ของเขาให้หญิงสาวที่นั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น

“ไฮ...มอร์นิ่งครับมีน วันนี้คุณมาทำงานเช้ามากเลย”

เขาค้ำมือทั้งสองกับโต๊ะทำงาน เซบาสเตียนดูไม่แตกต่างจากวันก่อน หล่อเหลาบาดใจและรอยยิ้มของเขายังคงดึงดูดสายตาเสมอ

“มีอะไรหรือคะ ถ้าจะมาพบท่านประธานตอนนี้เขายังไม่เข้ามาค่ะ”

มีนาตั้งคำถามในฐานะพนักงานคนหนึ่งของบริษัท ทว่าช่างห่างเหินแตกต่างจากวันคืนเก่า ๆ ที่เธอและเขาเคยสนิทสนมกัน เซบาสเตียนถอนใจเล็ก ๆ ขณะเปลี่ยนเป็นเอามือล้วงกระเป๋า เขาจับจ้องหญิงสาวซึ่งอยู่ในชุดกระโปรงลายดอกไม้สดใสเหมือนใบหน้างดงามที่เปล่งประกายภายใต้กรอบเรือนผมสีเข้มประกายน้ำตาลอ่อนนุ่มปล่อยสยาย

ไม่ได้เห็นหลายวันเธอดูสวยขึ้นผิดตา สวยจนทำให้เขารู้สึกเสียดายที่ทิ้งขว้างหญิงสาวชาวไทยซึ่งเขาคิดว่าเธอจืดชืดไปตอนนั้น เขาเพิ่งรู้ตัวเองว่าคิดถึงเธอมากก็ตอนที่ได้พบเธออีกครั้งที่นี่

“ผมไม่ได้มาพบพี่ชายของผมหรอกนะ แค่อยากเข้ามาที่บริษัทตอนเช้าบ้าง และ...ได้เจอคุณ”

หญิงสาวสะดุดลมหายใจตัวเองเมื่อเขาไม่อ้อมค้อมที่จะใช้คำพูดปลุกความรู้สึกเก่า ๆ ของเธออีกครั้ง เขาจะมาไม้ไหนกัน มีนายังไม่ลืมวันที่เขาตัดความสัมพันธ์กับเธอ เซบาสเตียนไม่ยอมมาพบหน้าเธอด้วยซ้ำ เขาใช้โทรศัพท์เป็นสื่อกลางเพื่อเฉือนหัวใจของเธอ

“ขอโทษทีนะคะ...เชิญคุณรอท่านประธานอยู่ในห้องนี้ก่อน ฉันต้องเอาเอกสารไปให้ฝ่ายบุคคลค่ะ”

“มีน!” เซบาสเตียนหยุดหญิงสาวที่กำลังจะลุกจากเก้าอี้ด้วยเสียงเรียกของเขา ร่างสูงใหญ่ปราดเข้าไปและรั้งแขนเรียวบางไว้และนั่นทำให้มีนาตกใจถึงขนาดทำแฟ้มหล่นลงบนพื้น เธอสับสนกับท่าทีของเขา น้องชายของแม็กเซ็นทำเหมือนนี่คือวันคืนเก่า ๆ ระหว่างเธอและเขาที่ยังเปี่ยมล้นด้วยความผูกพัน

“ปล่อยนะคะ เซบาสเตียน... คุณลืมไปแล้วหรือคะว่าคุณกับฉันเราไม่ได้เป็นอย่างเมื่อก่อน เรื่องของเราจบไปแล้วนะคะ และคนที่เริ่มต้นทุกอย่างก่อนก็คือคุณ”

“มีน...ฟังผมก่อน ตอนนั้นผมแค่รู้สึกสับสนมากก็เท่านั้น ผมอยากให้เราลองมาทบทวนเรื่องระหว่างเรากันใหม่ บางที...”

“เพื่ออะไรกันคะ?” มีนาถามเสียงแข็งแต่น้ำตาของเธอกลับเอ่อล้นขึ้นมาจนท่วมเบ้า

“ทบทวนทุกอย่างเพื่ออะไรกันคะ...เพื่อให้คุณรู้สึกผิดน้อยลงที่ทิ้งฉันแล้วไปควงผู้หญิงคนใหม่อย่างนั้นหรือคะ ฉันรู้ค่ะว่าฉันน่ะต้อยต่ำ ไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณ ไม่สวยเหมือนดารานางแบบที่คุณควงด้วย แต่ขอความกรุณาอย่ามาปั่นหัวฉันอีกเลยค่ะ”

“มีน...คุณกำลังเข้าใจผมผิดนะ” เขาไม่พูดเปล่าแต่ยังจับไหล่บางของหญิงสาวเอาไว้ ดึงเธอเข้ามาเกือบชิดและมองด้วยสายตาเว้าวอน

“คุณรู้มั้ยว่าผมรู้สึกแย่มากแค่ไหนที่พูดไม่ดีกับคุณตอนนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจ..ถ้าเรา...”

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha