อสูรร้อนสวาท

โดย: กรัชเพชร



ตอนที่ 2 : บทที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 2

 

“โจรสลัดอย่างนั้นหรือ...นี่แกเป็นโจรสลัด ถ้าอย่างนั้น ที่นี่ก็...”

“เป็นเรือของฉันเอง ตอนนี้มันลอยลำอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากชายฝั่งประมาณห้าร้อยกิโลเมตร”

“อะไรนะ! ห้าร้อยกิโลเมตร...ไอ้โจรบ้า แกลักพาตัวฉันมาได้ยังไง!

 “ง่ายจะตายไป ฉันก็พาเธอมาตอนเมา”

“แต่ฉันไม่ได้กินเหล้าเข้าไปมากขนาดนั้นนะ!

“ไม่จำเป็นต้องกินมากหรอก แค่จิบเดียวยาของฉันก็ทำงานแล้ว”

“อะ...อะไรนะ...นี่นายวางยาฉันอย่างนั้นรึ”

“ถ้าไม่ทำอย่างนั้นแล้วฉันจะพาตัวเธอมาได้ยังไง แม่สาวเปรี้ยวจี๊ด แต่งตัวเข็ดฟันสมกับเป็นนางนกต่อเอาไว้ยั่วยวน ฉันเห็นเธอนัวเนียกับเพื่อนผู้ชายที่ปาร์ตี้ริมหาด เธอนี่คงไม่ใช่เล่น ๆ แน่ ๆ “

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ! พวกนั้นเป็นเก้งกวางต่างหาก นี่นายคงตามดูฉันที่นั่นทุกฝีก้าวซีนะ”

“ฉันตามเธอมาตั้งแต่ลงจากเครื่องบินแล้วไปที่หาดนั่น สนุกจนลืมตัวจนไม่รู้ว่าใครกำลังมองเธออยู่ตลอดเวลา!”

“ทะ...ทำไมต้องตามฉันมาถึงที่นี่”

“ฉันมีข้อมูลเกี่ยวกับเธอนะสาวน้อย ฉันรู้มาว่าเธอเป็นนางนกต่อ หนึ่งในสายของตำรวจที่มันกำลังตามล่าฉันอยู่  ฉันสืบรู้มาว่าพวกมันส่งผู้หญิงชาวไทยมาคอยป้วนเปี้ยนเก็บข้อมูลอยู่ที่หาดโบรา โบรา คนของฉันบอกว่าผู้หญิงคนนี้น่ะแฝงตัวมากับนักท่องเที่ยว เหมือนที่เธออ้างว่ามาปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ แต่ที่จริงแล้วเธอกำลังมาสืบหาข้อมูลของฉันไปส่งให้ไอ้ตำรวจพวกนั้น!

          “นายบ้ารึเปล่า! นี่เป็นเรื่องเหลวไหลที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมา นายคงไม่รู้หรอกว่าฉันมีพ่อเป็นนักธุรกิจใหญ่ เขาเป็นเจ้าของบริษัทซอฟท์แวร์ในประเทศไทยนะ นายทำอย่างนี้ถ้าพ่อฉันรู้เข้าเขาไม่ไว้ชีวิตนายแน่ เขาจะต้องส่งคนมาตามหาฉันที่นี่ นายคิดผิดแล้วที่จับฉันมา ไอ้โจรสลัดบ้า! นายต้องปล่อยฉันไปนะเมซุต ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจจับนายเดี๋ยวนี้!

            “ผมกลัวจะแย่แล้วครับคุณผู้หญิง” ว่าแล้วก็ลุกจากเก้าอี้แล้วก้าวพรวดเข้าไปยังที่หญิงสาวนั่ง ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปโดยค้ำมือทั้งสองไว้กับพนักเก้าอี้ ลมหายใจร้อนจากเขาเป่ารดลงบนใบหน้าของหญิงสาว รีริสสั่นไปหมดทั้งตัว กลัวก็กลัวแต่ที่ทำให้เธอตื่นเต้นคือเรือนร่างกำยำของโจรสลัดหนุ่มที่ความหล่อเหลาไม่เบานั้นกำลังสั่นไหวหัวใจของเธอ

            “ว่าแต่...ถ้าเธอเรียกตำรวจที่เป็นพวกเดียวกับเธอตอนนี้เกรงว่าพวกเขาจะมาไม่ทันนะสิ สาวน้อย”

เมซุตพูดก่อนยกนาฬิกาบนข้อมือขึ้นมาดู

“ฉันจะให้เวลาเธอถึงเที่ยงคืนของคืนวันนี้ บอกมาซะดี ๆ ว่าเธอมาที่นี่เพื่อต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับฉันไปส่งให้ไอ้พวกตำรวจพวกนั้นใช่หรือไม่ เธอกำลังจะสืบว่าฉันอยู่ที่ไหน มีชีวิตอยู่ยังไง พอเที่ยงคืนฉันจะกลับมา หวังว่าเธอคงฉลาดพอที่จะไม่เก็บความลับเอาไว้เพื่อรักษาชีวิตของตัวเธอเอง”

พูดจบก็เดินลงส้นออกไปจากห้องนั้น ปิดประตูไม้ลงดังปังใส่หน้าหญิงสาวที่นั่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก

“ไอ้โจรบ้า! ฉันจะเอาอะไรที่ไหนมาให้แก โอ๊ย! นี่มันเวรกรรมอะไรกันนี่ มาเที่ยวอยู่ดี ๆ ก็โดนไอ้โจรสลัดบ้าจับตัวมาไว้ในเรือกลางทะเล บ้าที่สุดเลย!

รีริสรำพึงกับตัวเองด้วยความโมโห เรื่องการเป็นนางนกต่อเพื่อหาข้อมูลบ้าบออะไรนั่นเธอไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน หรือว่ามันจะแอบอ้างเพื่อเรียกค่าไถ่ คิดแล้วยิ่งเจ็บใจที่เมซุตว่าเธอดีแต่แต่งตัวยั่วผู้ชาย ก็เธอแต่งตัวเปรี้ยวสุดชีวิตแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร เสื้อต้องเว้าตรงนั้นผ่าตรงนี้ กระโปรงหรือกางเกงต้องสั้นเท่านั้นถึงจะมาอยู่บนตัวเธอได้

ไอ้โจรสลัดห้าร้อย...หญิงสาวชาวไทยนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของโจรสลัดหนุ่มชาวต่างชาติก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง...ยั่วผู้ชายอย่างนั้นหรือ จริงซีนะ เธอก็มีอะไรดี ๆ อยู่กับตัวนี่นา น่าจะใช้ให้เป็นประโยชน์ ถึงจะไม่เคยใช้มันกับผู้ชายคนไหนแบบถึงเนื้อถึงตัวมาเลยก็ตาม

เวลาที่ผ่านไปนานนั้นไม่ได้ทำให้รีริสหลับตาลงได้แม้แต่น้อย หญิงสาวอยู่ในอาการรอคอยอย่างกระวนกระวาย เธอได้ยินแต่เสียงคลื่นที่อยู่เบื้องนอก ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยก็ให้นึกแปลกใจ

บนเรือลำนี้มีแต่เมซุต หรือว่ายังมีผู้ชายอีกหลายสิบคน เขาคงเป็นหัวหน้าโจรสลัด แล้วถ้าเขาเกิดบ้าเลือดให้เธอเป็นที่ระบายความใคร่ของไอ้พวกหื่นกามที่อยู่ข้างนอก แล้วเธอจะทำยังไงดี

“ว่ายังไง...มีคำตอบให้ฉันรึยัง!

เสียงของเมซุตที่ดังขึ้นพร้อมบานประตูไม้ที่ถูกผลักออกทำให้รีริสต้องสะดุ้งอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอคุมสติไว้ได้มากกว่าครั้งแรก การพบกันครั้งที่สองกลับมีความหมายต่อหญิงสาวที่พยายามสกัดความกลัวออกจากหัวใจ รีริสเชิดใบหน้าสวยที่ยังมีเมคอัพสีจัดจ้านขึ้น

“เมซุต ฉันยังไม่รู้เลยนะว่านายเป็นใครกันแน่ ถ้าให้เดานายคงเป็นหัวหน้าโจรสลัดบนเรือลำนี้ใช้มั้ย?”

รีริสรวบรวมความกล้ายืดเวลาด้วยคำถามต่อเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ก้าวมาหยุดตรงหน้า

“เมซุตน่ะเป็นชื่อจริงของฉัน ไม่ใช่ชื่อที่ฉันอุปโลกเพื่อไม่ให้ใครรู้จัก”

ว่าพลางก็โน้มตัวลงไปหาหญิงสาว ค้ำมือไว้กับพนักเก้าอี้ เขาอยู่ในท่าที่ทำให้รีริสหวั่นไหวเป็นที่สุด รีริสแสร้งยิ้มสู้

“ดูท่าทางนายไม่ใช่คนโพลีนีเซียนี่นา”

“ฉันเป็นลูกครึ่งเยอรมันกับนอร์เวย์ เรื่องนี้ฉันไม่ปิดบังหรอกนะ เพราะลักษณะของคนเรามันฟ้องชาติพันธุ์อยู่แล้ว แต่เธอคงเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ซีนะ”

เขาเชยคางของเธอขึ้น พอได้สบนัยน์ตาประกายสีน้ำเงินเจิดจรัสคู่นั้นมันเหมือนกับจะละลายตัวเธอได้ทีเดียว เมซุตหล่อกระชากใจ ถึงเขาจะเป็นโจรร้ายก็เถอะ เธอเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกแต่ไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนหล่อปานเทพบุตรและสมบูรณ์แบบอย่างเขามาก่อน 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha