สยบรักอิทธิพลร้าย

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 3                             

รถยนต์หรูแล่นเข้ามาจอดที่เซฟเฮาสน์แห่งหนึ่ง ที่มีชายฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำยืนคุมอยู่โดยรอบ ลูกน้องคนสนิทลงจากรถ และมาเปิดประตูให้กับเจ้านายที่นั่งอยู่ด้านหลัง เซบาสเตียนก้าวเท้าลงจากรถและเดินเข้าไปด้านใน

“ในที่สุดก็มาซักที ปล่อยให้คนอื่นเขารอ ไม่สมกับเป็นมือขวาเอาซะเลย ฉันว่าน่าจะเลื่อนจากมือขวาไปเป็นปลายแถวน่าจะดูดีกว่ามั๊ง”

โจเซฟหนึ่งในสมาชิกและศัตรูคู่อาฆาตของเซบาสเตียนเอ่ยทักทายและพูดเยาะ เสียงดัง สร้างความไม่พอใจให้กับเบนลูกน้องคนสนิทของเซบาสเตียน จนเบนต้องชักปืนออกมา

“เบนอย่า” เซบาสเตียนเอ่ยปรามลูกน้อง

“หมามักจะหวงเจ้าของเสมอๆ” โจเซฟพูดขึ้นและมองเบนอย่างท้าทาย

“หมามันก็ยังดีที่มันยังรักเจ้าของ แต่ตัวอะไรวะที่มันไม่ค่อยรักเจ้าของ ชอบตีท้ายครัวเจ้าของ แอบแทงข้างหลังเป็นประจำๆ ถ้าแกรู้ก็บอกฉันด้วยนะ ฉันจะได้ไปบอกดอน”

“ไอ้บาสเตียน!

“พอได้แล้วเลิกทะเลาะกันซะที รีบเข้าไปข้างในได้แล้ว นายเรียกแล้วเร็ว!” ฟรานซิสเดินเข้ามาห้ามพร้อมกับร้องสั่งเสียงเข้ม โจเซฟเลยต้องยอมหยุดและเดินหนีเข้าไปในห้องอย่างหัวเสีย

“ขอโทษนะฉันติดธุระน่ะ เลยมาช้าไปหน่อย”

“ไม่เป็นไรหรอก นายเข้าใจดี จะมีก็แต่ไอ้เวรนั่น”

“ปล่อยมันไปเถอะ ฉันไม่ถือสาอะไรมันหรอก”

“อืม... ป่ะเข้าไปข้างในกันดีกว่า” ฟรานซิสบอกแล้วเดินนำเขาเข้าไปข้างใน

ภายในห้องประชุมลับ สมาชิกระดับหัวหน้าสิบกว่าคน นั่งรอผู้เป็นหัวหน้าใหญ่สุดที่กำลังเดินออกมาและมาหยุดนั่งลงที่เก้าอี้หัวโต๊ะ

“ที่ฉันเรียกทุกคนมาในวันนี้ เพราะฉันจะแจ้งให้ทุกคนรู้ทั่วกันว่าตอนนี้มีแก๊งค์มาเฟียลับ กำลังพยายามจะโค่นล้มองค์กรของเรา แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้ตัวตนของมัน แต่ก็กำลังพยายามสืบอยู่ พวกมันรู้การเคลื่อนไหวของเราเป็นอย่างดี ฉันอยากให้ทุกๆ คนช่วยกันตามสืบและจับตาดูแก๊งค์มาเฟียทุกๆ แก๊งค์ และตามจับตัวมันมาลงโทษในวิธีของเรา ก่อนที่มันจะเจาะเอาข้อมูลของเราและแย่งลูกค้าของเราไป เพราะตอนนี้ลูกค้าทางเอเชียเริ่มจะลดการสั่งเข้ามาบ้างแล้ว และฉันก็เชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากพวกมัน”

“ผมก็พอได้ข่าวนี้มาบ้าง และในบางครั้งก็รู้สึกเหมือนถูกตาม”ฟรานซิสเอ่ยขึ้นกลางที่ประชุม

โจเซฟได้ยินก็พูดสวนขึ้นพร้อมกับทำเสียงปืนและทำหน้าตาล้อเลียนฟรานซิส “นายระวังตัวเอาไว้ก็ดีนะฟรานซิส ฉันว่าดีไม่ดี พวกมันอาจจะเริ่มเล่นแกเป็นคนแรกก็ได้ ปัง!

“ไอ้โจเซฟ!

“เฮ้ยๆ!…หยุด! เลิกทะเลาะกันซะที ภายในยังทะเลาะกัน แล้วพวกแกจะปกป้ององค์กรได้ยังไง อย่าให้ฉันเห็นอีก พวกแกต้องสามัคคีกันเอาไว้ ถ้าใครขัดขืนคงรู้นะว่าโทษจะเป็นยังไง” ดอนฟาเบียโน่สั่งเสียงเข้มและเด็ดขาด

“ผมขอโทษครับดอน” ฟรานซิสพูดขึ้นดอนฟาเบียโน่เลยพยักหน้าตอบรับ

ภายในกลุ่มยังคงประชุมเรื่องอื่นๆกันต่อราว 20 นาที ก็แยกย้ายกันกลับ ภายในห้องประชุมยังคงหลงเหลือดอนฟาเบียโน่ และเซบายเตียน ที่ยังคงนั่งคุยกันต่อ

“เมื่อกี๊พ่อแกโทรมาหาฉัน”

“ถ้าดอนจะพูดกับผมเรื่องเดิมอีก ผมต้องขอตัว”

“บาสเตียน เรื่องมันก็ผ่านไปนานแล้ว ทำไมแกยังไม่ลืม แม่ของแกเข้าใจเขาผิดนะ และแกด้วย แกก็เข้าใจในตัวของเขาผิดไป”

“แต่เขาก็ไม่เคยอธิบาย”

“ฉันว่ากิลล์พยายามอธิบาย แต่แกต่างหากที่ไม่ยอมรับรู้”

“ดอนก็ยังคงเข้าข้างเขาเสมอ นั่นเพราะเขาเป็นเพื่อนรักของดอน”

“แต่แกก็เป็นลูกน้องของฉัน และก็เป็นลูกชายของเขา ทำไมแกไม่ลองฟังพ่อของแกบ้าง แกจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน”

“ผมคงต้องขอตัวก่อน ผมอยากพัก”

“พักอยู่ที่นี่กับฉัน ยังไม่ต้องกลับ เพราะตอนนี้ไอ้โจเซฟมันคงดักรอแกแล้วล่ะ”

“ดอนรู้?”

“ฉันไม่ได้หูหนวกตาบอดนะ จะได้ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพวกแก”

“แล้วเรื่อง...”

“ซูซานกับโจเซฟน่ะเหรอ” เซบาสเตียนขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างแปลกใจ ดอนฟาเบียโน่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

“ฉันรู้มาตั้งนานแล้ว แต่ว่านังงูพิษนี่มันยังมีประโยชน์อยู่ ปล่อยพวกมันเอาไว้ก่อน ถ้าหมดประโยชน์เมื่อไหร่ เราค่อยจัดการมัน” เซบาสเตียนพยักหน้าตอบ

 “ผมขอตัวก่อนนะครับดอน” เซบาสเตียนลุกขึ้นยืน แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะเสียงของดอนฟาเบียโน่

“อย่าลืมคำพูดของฉัน กลับไปหาพ่อของแกซะ ปรับความเข้าใจกับเขา ก่อนที่แกจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต” พอดอนฟาเบียโน่พูดจบ เซบาสเตียนก็เดินออกจากห้อง เขาเดินตรงไปที่ห้องพักประจำของเขา

เมื่อประตูห้องถูกปิดลง เซบาสเตียนก็ถอดเสื้อผ้าออกแล้วเดินเข้าไปนอนแช่น้ำอยู่ในอ่าง เขานอนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อ 20 ปีก่อน ภาพการตายของแม่สุดที่รัก ที่ยังคงติดอยู่ในความทรงจำ และสาเหตุที่พ่อไม่มาร่วมงานศพของแม่ ที่ยังคงสร้างความเจ็บปวดจนเป็นปมในใจของเขาอยู่ทุกวันนี้

ห้องเสื้อแคทเธอลีน

แคทเธอลีนกำลังคุยเรื่องแบบเสื้อกับดีไซน์เนอร์คนอื่นๆอยู่ก็ต้องหยุดและหันไปมองต้นเหตุของเสียงรบกวน

“พี่เคทคะ พี่เคท”

“มีอะไรเอมี่ วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว โดนมาเฟียข่มขู่รึไงกันฮึ”

“เอมี่ไม่ได้โดนข่มขู่หรอกค่ะ แต่... พี่เคทดูเอาเองเถอะค่ะ”

“พูดอะไรแปลกๆนะเรา” แคทเธอลีนส่ายหน้าไปกับความตื่นกลัวจนโอเว่อร์ของลูกน้อง ก่อนจะหันไปมองตามที่ลูกน้องบอก และก็ต้องตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อเจอเข้ากับชายหนุ่มที่ประมูลชุดราตรีของเธอในงานการกุศลเมื่อคืนก่อน

“คุณ...มีธุระอะไรคะ”

“สวัสดีครับ ผมโจเซฟที่ประมูลชุดของคุณ”

“ค่ะ ฉันจำได้ ว่าแต่คุณมีธุระอะไรถึงได้มาที่นี่”

“ผมอยากจะชวนคุณไปทานอาหารมื้อค่ำ”

“เนื่องในโอกาส?”

“เพราะชุดของคุณทำถูกใจน้องสาวของผมมาก และเธอก็ฝากคำขอบคุณมาถึงคุณด้วย”

“ฝากคำขอบคุณมาถึงฉันเหรอคะ?”

“ครับ ถึงคุณ”

“ถ้าคุณจะจีบฉัน ฉันว่าคุณต้องหาวิธีอื่นนะคะ เพราะฉันรู้ทัน”

“ในเมื่อคุณรู้แล้วผมก็ขอจีบคุณเลยก็แล้วกันนะครับ”

“ฉันขอให้คำตอบเลยได้มั๊ยคะ”

“ได้สิครับ ผมรอฟังอยู่”

“ฉันไม่ว่างค่ะ ฉันมีนัดแล้ว”

“คุณมีนัดแล้ว?”

“ใช่ค่ะ นั่นไงคะ นัดของฉันกำลังมา” โจเซฟหันไปมองตามที่แคทเธอลีนชี้บอก เห็นเซบาสเตียนกำลังเดินลงจากรถ กรามหนาถูกบดเข้าหากันแน่น เมื่อเห็นศัตรูคู่แข่งคนสำคัญ

“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอตัวก่อน” โจเซฟบอกแล้วเดินออกจากร้านไป เขาหยุดมองเซบาสเตียนเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถที่จอดรอ

ทางด้านเซบาสเตียนเขาไม่ได้นัดกับแคทเธอลีนหรอก เขามารับน้องสาวสุดที่รัก ที่กำลังลองชุดเจ้าสาวอยู่ที่ร้านข้างๆ ร้านของแคทเธอลีนต่างหากล่ะ แต่ว่าตรงหน้าร้านไม่มีที่จอดรถ ก็เลยต้องเลื่อนมาจอดตรงหน้าร้านของแคทเธอลีน เพราะมันว่างพอดี

เซบาสเตียนกำลังมองหาน้องสาวสุดที่รัก เสียงเรียกเขาก็ดังมาจากด้านหลัง

“พี่บาสเตียน”

บาสเตียนหันไปตามเสียงร้องเรียก พอเห็นหน้าของน้องสาวสุดที่รักก็ยิ้มกว้างพร้อมกับกางมือรอรับ

“ลองชุดเสร็จรึยัง แล้ววันนี้เจ้าบ่าวไปไหนซะล่ะ ถึงได้โทรหาพี่ได้”

“โทนี่เขาติดประชุมด่วนค่ะ เทย่าก็เลยใช้บริการของพี่ ไม่ได้เจอพี่ตั้งนานฉันคิดถึ๊ง...คิดถึง ตอนแรกฉันคิดว่าพี่จะไม่มารับฉันซะอีก”

“น้องสาวสุดที่รักเรียกทั้งทีพี่จะปฏิเสธได้ยังไง ป่ะไปทานอาหารกันแล้วค่อยกลับบ้าน มื้อนี้พี่เลี้ยงเอง”

“ค่ะ นานๆทีป๋าจะใจป้ำ เทย่าจะถล่มพี่ให้หมดตัวเลย”

“อืม... เท่าที่เทย่าทานไหวพี่เปย์ไม่อั้นเลย”

ภาพของชายหนุ่มกับหญิงสาวที่กำลังยืนกอดรัด และคุยกันด้วยท่าทางที่สนิทสนม กำลังอยู่ในสายตาของแคทเธอลีน เธอมองเขาแทบไม่วางตา ท่าทางและรอยยิ้มที่อ่อนโยน ต่างกันกับที่เจอในคืนนั้นราวกับคนละคน เธอชักอิจฉาผู้หญิงคนนั้นแล้วล่ะสิ

“นั่นคุณเทย่าน้องสาวของคุณบาสเตียนค่ะ”

“ฮึ...อะไรนะ น้องสาวเหรอ” แคทเธอลีนหันมารอฟังคำตอบจากลูกน้อง และก็หันกลับไปมองเขาต่อ

“ค่ะคุณเทย่าเธอมาลองชุดเจ้าสาวที่ร้านข้างๆร้านเรา และเธอกำลังจะแต่งงาน อย่าบอกนะคะว่าพี่เคทสนใจคุณบาสเตียน”

“อืม...เขาก็หล่อและดูมีเสน่ห์ดีไม่ใช่เหรอ”

“เอมี่ว่าพี่เคทอย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยดีกว่านะคะ คนๆนี้น่ะ เขาเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น เอมี่เห็นเขาควงสาวๆแทบจะไม่ซ้ำหน้า และที่สำคัญเขาดูน่ากลัวและลึกลับยังไงก็ไม่รู้”

“ลึกลับจนน่าค้นหา...” แคทเธอลีนพึมพำมาเบาๆ

“พี่เคท!

แคทเธอลีนยังคงยืนมอง จนกระทั่งรถของเซบาสเตียนแล่นออกไป

บนถนนของค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสี ในย่านสถานบันเทิงสุดหรู

“เอ้า!ยกแก้วหน่อยสิยัยเคท แกนั่นนิ่งมานานแล้วนะ วันนี้เป็นอะไร งานที่ร้านมีอะไรให้ต้องคิดมากรึไง”

“เปล่าหรอก ฉันแค่คิดอะไรเพลินๆน่ะ”

“ฉันชวนแกมาสนุกนะจ๊ะ ไม่ได้ชวนแกมานั่งคิด เพราะฉะนั้นมาชนแก้วกับฉัน เร็ว” คริสตินบอกกับเพื่อนรักที่เอาแต่นั่งนิ่งมานานสองนาน

แคทเธอลีนยิ้มแล้วชนแก้วกับเพื่อนรัก ก่อนจะเทคอล์กเทลสีสวยๆเข้าไปในปากจนหมดแก้ว

“สวัสดีครับคุณเคท” เสียงเอ่ยทักทายดังขึ้นจนแคทเธอลีนต้องหันไปมอง แล้วก็ทำหน้าเซ็งนิดๆ เมื่อรู้ว่าเป็นใคร

“ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่นะครับ จะรังเกียจมั๊ยครับถ้าผมจะร่วมโต๊ะด้วย” โจเซฟพูดพร้อมกับนั่งลงข้างๆแคทเธอลีน จนหญิงสาวต้องขยับหนี

“คุณเคทชอบมาที่นี่เหรอครับ”

“ไม่หรอกค่ะฉันแค่มาเป็นเพื่อนๆของฉันเท่านั้น นี่คริสตินเพื่อนฉันค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“เช่นกันค่ะ เคทแกมีเพื่อนแล้วเดี๋ยวฉันไปหาเพื่อนที่โต๊ะโน้นก่อนนะ” คริสตินหันมาบอกแล้วเดินออกไป แคทเธอลีนมองตามเพื่อนรักอย่างไม่สบอารมณ์

โจเซฟขยับตัวให้ติดกับแคทเธอลีน คอยหาเรื่องมาพูดคุยและแตะเนื้อต้องตัวหญิงสาวเท่าที่จะทำได้  เขาถูกใจในตัวผู้หญิงคนนี้ และเขาจะต้องได้ตัวเธอซะด้วยสิ

แต่ทางด้านแคทเธอลีนกลับตรงกันข้าม เธอไม่สนใจในตัวของเขาเลย กลับรู้สึกรำคาญซะด้วยซ้ำ แต่เพื่อรักษามารยาท เธอก็เลยยอมนั่งคุยด้วย จนเมื่อเห็นว่าเริ่มดึกและเธอก็อยากจะกลับ

“ฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ ฉันจะกลับแล้วล่ะค่ะ”

“ให้ผมไปส่งคุณที่บ้านดีกว่ามั๊ยครับ ดึกๆอย่างนี้ผู้หญิงตัวคนเดียวมันอันตราย” โจเซฟเสนอ เขายังคงนั่งโอบไหล่เธอเอาไว้ ทั้งๆที่แคทเธอลีนก็พยายามเบี่ยงออก

“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันขับรถมาและฉันก็พอรู้วิธีป้องกันตัวอยู่บ้าง”

“แต่ถ้าผมไปส่งจะปลอดภัยมากกว่านะครับ”

“ฉันขอกลับคนเดียวดีกว่านะคะ ปล่อยมือของฉันได้แล้วค่ะ” แคทเธอลีนสะบัดข้อมือออก แล้วเดินหนีโจเซฟออกไปที่ลานจอดรถ

โจเซฟมองตามอย่างหงุดหงิด ได้โอกาสแบบนี้แล้วคิดว่าจะปล่อยไปง่ายๆแบบนี้เหรอ ไม่มีทาง เขารีบก้าวตามหญิงสาวไปติดๆ แคทเธอลีนเห็นว่าโจเซฟและลูกน้องกำลังเดินตามมาก็พยายามเดินหนีให้เร็วที่สุด เธอเดินมองหน้ามองหลังและรีบจนไม่ทันระวัง

เอี๊ยด!…

เสียงเบรกของรถยนต์ดังขึ้น แคทเธอลีนมีทีท่าตกใจ แต่กระนั้นก็ยังคงมองไปทางด้านหลัง พอเห็นว่าโจเซฟและลูกน้องกำลังตามมาก็รีบเดินไปเคาะกระจกด้านข้างของรถคันนั้น เพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะตอนนี้ที่ลานจอดรถ แทบจะไม่มีคนอยู่เลย

“คุณคะ คุณ! ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!

เบนหันไปมองอย่างตกใจ แล้วหันกลับไปมองเจ้านาย

“แกชนเธอรึเปล่าเบน”

“เปล่าครับ ผมเบรกได้ทัน แต่เธอกำลังขอความช่วยเหลือ”

“คุณเปิดสิ! ช่วยฉันด้วยเถอะนะ ฉันขอร้อง” หญิงสาวยังคงเคาะกระจกร้องขอความช่วยเหลือ

เบนหันไปมองหญิงสาวที่กำลังเคาะกระจกขอความช่วยเหลือ แต่พลันสายตาของเขาก็หันไปเจอโจเซฟและลูกน้องที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งและใกล้เข้ามาทุกที

“ไอ้โจเซฟ! สงสัยเธอจะหนีไอ้โจเซฟมา เอายังไงดีครับ จะปล่อยเธอรึว่า...”

“เปิดประตูให้เธอขึ้นมา เร็ว!

“ครับ” เบนกดปลดล็อค และเลื่อนกระจกบอกเธอ

“เชิญด้านหลังเลยครับคุณผู้หญิง”

แคทเธอลีนได้ยินก็รีบทำตามที่เขาบอก เธอเปิดประตูเข้าไปนั่ง เบนกดล็อคและขับรถออกไปทันที เฉียดฉิวโจเซฟและพวกไปเพียวเซี้ยววินาที โจเซฟได้แต่มองตามอย่างหงุดหงิดแต่ในเมื่อไม่สามารถทำอะไรได้ก็เดินกลับเข้าไปข้างในต่อ

บนรถยนต์คันหรู

แคทเธอลีนกำลังนั่งหอบเหนื่อย แต่พอหันไปมองคนข้างๆ ก็อึ้งอยู่นานราวสองนาที จนเขาต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาซะเอง

“ไปทำอีท่าไหนถึงได้ถูกไอ้โจเซฟมันตาม” เซบาสเตียนพูดพร้อมกับชำเรืองตามองเธอแว่บหนึ่งก่อนจะหันไปมองข้างหน้า

“ฉัน...” แคทเธอลีนยังไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อเขาก็พูดสวนขึ้นมาทันที

“จะให้ไปส่งที่บ้านเลยมั๊ย” เขาพูดโดยไม่หันไปมองเธอเลยซักนิด

“ค่ะ” แคทเธอลีนตอบได้เพียงเท่านั้น แล้วก็นั่งมองหน้าเขาราวกับต้องมนต์ เธอจ้องและสังเกตใบหน้าเขาไปทุกส่วนสัด

ตอนเห็นไกลๆว่าน่าค้นหาแล้ว ยิ่งพอได้อยู่ใกล้กลับยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก คิวเข้มหนาได้รูป และดวงตาสีฟ้ามันช่างชวนให้เธอหลงใหล จมูกที่โด่งเป็นสันและเรียวปากที่หยักได้รูปจนน่าจูบ บวกกับหนวดเคราที่ได้รับการกันมาเป็นระเบียบ และกลิ่นโคโลจนญ์อ่อนในตัวเขา โอ๊ยย...จะเป็นลม นี่ฉันหลงรักผู้ชายคนนี้เข้าแล้วเหรอ??

และพอคิดได้ดังนั้นแคทเธอลีนก็แกล้งสลบหมดสติ ทิ้งตัวเองให้ซบไปที่เขา

เซบาสเตียนสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยังโอบรับตัวเธอเอาไว้ และพยายามปลุกเรียก “แคทเธอลีน! แคทเธอลีน!...”

ในเมื่อเรียกแล้วเธอยังคงนิ่ง เขาเลยหันไปสั่งลูกน้อง

“เบน ไปคอนโดฉัน”

“ครับ”

เพราะถ้าเขาพาเธอกลับในสภาพแบบนี้ มันคงดูไม่ดีเท่าไหร่นัก และพ่อกับแม่ของเธอก็คงจะไม่เชื่อ และมันจะส่งผลทางธุรกิจของเขาแน่ๆ สู้รอให้เธอตื่นขึ้นมาและกลับเองมันน่าจะดีกว่า

เซบาสเตียนมองผู้หญิงในอ้อมกอด เธอเป็นผู้หญิงที่เขาเกลียดมากที่สุด แต่ทำไมเวลานี้ เวลาที่เธออยู่ในอ้อมกอดของเขา ความรู้สึกบางอย่างมันกลับสวนทางนะ ความต้องการบางอย่างมันกำลังตื่นขึ้น เมื่อได้สัมผัสกับกลิ่นกายของเธอ

สำหรับแคทเธอลีน เธอต้องพยายามนิ่งให้มากที่สุด ในที่สุดเธอก็มีโอกาสได้ใกล้ชิดเขา หญิงสาวซบหน้าไปกับอกของเขา และพยายามใกล้ชิดตัวเขามากที่สุด โอ๊ยย...นี่ฉันฝันไปรึเปล่านะ อยากอยู่แบบนี้ไปนานๆจัง....

..................................................................................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอขอบคุณสำหรับนักอ่านที่มอบเหรียญกำลังใจให้กับนิยายเรื่องนี้นะคะ ^^ "

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


None
โดย Anonymous | 2 years, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha