ทาสอารมณ์ (#ซีรี่ย์หื่น)

โดย: Love Top Book



ตอนที่ 5 : ทาสอารมณ์ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



 

ทาสอารมณ์ 2

 

                "เฮีย วันนี้ไม่ออกไปไหนหรอ"

                "ไม่ กูมีงานต้องทำ"

                "งานยุ่งหรอเฮีย เห็นนั่งหน้าคอมมาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย"

                "เออ!! เรื่องของกู ว่าแต่มึงเหอะ...เก็บยอดครบแล้วหรือไง ถึงมานั่งอยู่นี่"

                "ยังหรอก เหลือโซนตึกแปดไว้ไปเย็นทีเดียว ไปตอนนี้เค้าก็ยังไม่จ่าย"

                "เออ!! เก็บให้ครบๆ นะมึง สายมึงนี่เงินขาดตลอดเลย"

                "โห่เฮีย!! เงินนะใครจะไม่อยากได้ แต่เค้ายืนยันว่าไม่มีผมจะพูดอะไรได้"

 

 

                ครั้งหนึ่งชีวิตไอ้โอมมันเคยเป็นเหมือนเด็กปกติคนอื่น หน้าตาดี เรียนดี ที่เป็นกรี๊ดในหมู่สาวๆ แต่เพราะความดีรอบด้านนำมาซึ่งศัตรู ผมยังจำวันที่มันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนได้ดี ปากมันตะโกนก้องคำว่า "ช่วยด้วยๆ" แต่ไม่มีใครยอมช่วยเหลือ...ก็ไม่แปลก! ใครอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นคงหวาดกลัวเหมือนกันทุกคน เด็กนักเรียนรุ่นพี่อาวุธครบมือวิ่งไล่ล่าหวังเอาชีวิต โชคดีที่ผมเดินเก็บยอดอยู่แถวนั้นจึงช่วยมันไว้ ภาพแววตาเหมือนเจอที่พึ่งนั้นยังติดตาผม ไม่คิดเลยว่าวันต่อๆ มามันจะเจริญรอยตามผมแบบนี้

                "แล้วมึง...ไม่คิดจะกลับไปเรียนหรือไง" ผมเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง แต่หน้ายังนิ่งเฉยจ้องหน้าจอคอมไม่ละสายตา เสียงถอนหลายใจพร้อมเป็นอิริยาบถเป็นนอนเหยียดยาวบนโซฟา มือก่ายหน้าผากแบบผู้ใหญ่เรียกร้องความสนใจให้ผมหยุดมอง

                "เฮียก็รู้ พ่อแม่ผมตายหมดแล้ว...ไม่มีใครรอเห็นใบปริญญาผมแล้วแหละ" จุดพลิกผันในชีวิตมันถูกหยิบมาพูดอีกครั้ง ผมได้ยินมันตัดพ้อเรื่องนี้เป็นสอบรอบ ร้อยรอบแล้ว แต่ทุกรอบก็เฉยเพราะหวังว่าเมื่อมันโตขึ้นมันจะคิดได้เอง แต่เปล่าเลยมันยังจมปลักอยู่กับอดีตที่กลับไปแก้ไขไม่ได้

                "ก็เพื่อตัวมึงเองไงวะ คิดจะวิ่งเก็บยอดไปจนแก่หรือไง ไม่อยากออกจากวงจรนี้ไปหางานดีๆ เหมือนคนปกติเค้าทำกันหรอ" ประโยคไหลยาวของผมแฝงไว้ด้วยความห่วงใย น้ำเสียงนิ่งเรียบอย่างผู้มีประสบการณ์สูงกว่ากำลังปลอบประโลมมันทางอ้อม

 

                "ทำงานกับเฮียเงินดีจะตาย ผมจะอยากออกไปลำบากทำไม" เสียงกวนๆ เอ่ยตอบมาแบบนั้น เอาเสื้อคลุมห่มตัวซุกหน้ากับหมอนอิงอย่างสบายอารมณ์ กลายเป็นเราปิดบทสนทนาไว้เพียงแค่นี้ ผมยังคงทำงานต่อไป ในขณะที่มันก็หลับรออยู่ตรงนั้น

                วงการธุรกิจเงินกู้ในประเทศเรา ไม่ใช่แค่รวยเงินเหลือเกินเหลือใช้จะทำได้นะครับ ต้องมีบารมีมากพอลูกน้องล้อมหน้าล้อมหลังด้วย ถ้าถามว่าเงินดีจริงไหม...ไม่จริงหรอกครับ? ที่รู้ๆ กันตามข่าวนั่นไม่จริงเลย พอผมหันมาจับอาชีพนี้เต็มตัวผมถึงได้รู้ว่าเสี่ยเมตตามากขนาดไหน ธุรกิจของเราไม่ใช่สีเทาเลยสักนิด อยากรู้ไหมครับว่ามันเป็นอย่างไง...ผมจะเล่าให้ฟัง

 

การเดินทางของเงินก้อนหนึ่ง

                - เริ่มจากเจ้าสัวปล่อยมาคิดดอก 5%

                - ผมรับต่อแล้วแบ่งตามสาย คิดดอกที่ 15%

                - ลูกน้องเอาไปจัดการปล่อยต่อ เก็บดอกแบ่งกันตามสาย 30% หรือน้อยกว่านั้นแล้วแต่ความยากง่ายในการทวงถาม

         

 

สมมุติเงินก้อน 100,000 บาท

                - ลูกน้องผมเก็บดอกได้ 30,000 เอามาจ่ายผม 15,000 ที่เหลือเอาไปแบ่งกันในสาย

                - ผมรับมา 15,000 เอาไปจ่ายเสี่ย 5,000

                - เท่ากับเจ้าของเงินได้ดอกเพียง เดือนละ 5,000 บาท

 

                ลูกพี่อย่างเราได้เงินมากก็จริง แต่ก็ต้องเก็บไว้อุดส่วนที่ขาดและดูแลจัดการคุณภาพชีวิตลูกน้องให้ดีขึ้นด้วย เราไม่ได้อยากให้ใครมาเป็นหนี้แต่เพราะสังคมปัจจุบันนี้เศรษฐกิจฝืดเคือง คนจนหวังพึ่งคนรวยมากกว่ารัฐบาลหรือความยุติธรรมเวลาที่ใครเดือนร้อนต้องการความช่วยเหลือ ส่วนใหญ่ผมก็จะช่วยแต่พอวันหนึ่งที่เค้าผิดสัญญา จ่ายล้าช้าหรือไม่มีจ่ายสิ่งที่ผมได้รับกลับเป็นคำด่าทอ เหยียดหยาม ทั้งๆ ที่ผมเป็นคนช่วยเค้าไว้

                วงจรนักเลงมันก็แบบนี้ เราต้องสร้างภาพให้คนหวาดกลัวซ่อนตัวตนแท้จริงไว้ในส่วนลึก ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ผมยิ้มน้อยลง พูดน้อยลง เก็บตัวกลายเป็นคนนิ่งเฉย ผมถึงอ่านแววตาคุณเนตรดาวออกว่าที่เธอรู้สึกคือความหวาดกลัว เธอไม่ได้อยากทำในสิ่งที่เธอต้องทำ...แล้วมันเพราะกันไรกันนะ?

 

                "ให้ผมช่วยไหมพี่" นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่รู้สึกตัวเลยว่าไอ้โอมไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดิมแล้ว มันเดินมาซ้อนหลังมองจอคอมที่เปิดค้างอยู่แล้วเอ่ยถามเสียงกวนสไตล์มัน

                "ทำได้ ก็เอาดิ" สลับให้ไอ้เด็กนี่เข้าแทนที่ ผมยืนดูมันอยู่ใกล้ๆ มันดีดนิ้วอยู่ไม่นานข้อมูล "เนตรดาว บวรทรัพย์" ก็เด้งขึ้นมาเป็นพรืด ไอ้เราก็หลงไปสืบจากธุรกิจของบวรทรัพย์ ไม่ได้รู้เลยว่าสมัยนี้ใครๆ ก็ใช้โซเชียวกันหมด

 

                "คนนี้หรอ...ที่เฮียหาอยู่นะ"

                "ไม่ใช่นะ เธอไม่ได้หน้าตาอย่างนี้"

                "ชื่อนี้ก็หน้านี้แหละเฮีย ถ้าไม่ใช่หน้านี้ก็ต้องชื่ออื่น"

                "..."

                "เฮียจะหาคนหน้าตายังไงล่ะ"

               

 

 

                ผมยอมส่งรูปในมือถือให้มันดู ความคล้ายกันของคนทั้งสองมองผ่านๆ อาจคิดว่าเป็นคนคนเดียวกันแต่ถ้ามองดีดี...ไม่เหมือนกันเลยสักนิด โอมเริ่มเข้าไปโปรไฟล์ส่วนตัวเธอแต่ละโซเชียวที่เด้งขึ้นมา ไล่ลงลึกไปเรื่อยๆ จนเจอรูปหนึ่งน่าสนใจแม้ว่าหน้าตาในวัยเด็กจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็พอเดาโครงหน้าได้ว่าใครเป็นใคร

                "เธอไม่ใช่เนตรดาว บวรทรัพย์"

                "เยส!! เธอชื่อไอลีน บดินทร ดูนี่ดิแทคหากันด้วย"

                มือไอ้โอมไวกว่าความรู้สึกผม มันกดเข้าไปหน้าโปรไฟล์คนที่เราค้นหาทันที รูปเธอตั้งแต่ตอนเป็นเด็กไล่ยาวมาจนถึงปัจจุบันเผยความลับหลายอย่างต่อหน้าผม ชีวิตเธอแสนสบายครอบครัวอบอุ่น มีธุรกิจสร้างรายได้มั่นคงจนผมไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้อง...โกหก เพื่อเป็นคนอื่น

                "หาอะไรอีกไหมเฮีย"

                "ไม่ต้องแล้ว มึงจะไปไหนก็ไปเหอะ"

                ผู้ชายทุกคนเกลียดการโกหกที่สุด แม้ว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เถอะ ผมไม่สามารถหยุดคิดเรื่องเธอได้ ทำไมผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลกับใจผมเหลือเกิน

 

 

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrring

                "พี่หรัญญ์ งานปาร์ตี้วันนี้เรียบร้อยดีไหม"

                "ครับ ผมเตรียมทุกอย่างที่คุณเตวิณสั่งไว้เรียบร้อยแล้วครับ"

                "งั้นเดี๋ยวพี่เข้ามาหาผมที่ออฟฟิตหน่อย"

                ตั้งแต่ติดกล้องวงจรปิดท่าทีคุณธีร์กับคุณเนตรดาวก็เปลี่ยนไป ทั้งคู่ดูเข้ากันได้ดีจนผมนึกว่าทั้งคู่เสพสมกันแล้ว อยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามันยังไม่หมดโปรประมาณนั้น คุณธีร์ไม่ใช่คนโง่คงผิดสังเกตจึงให้ผมตามสืบ...ถ้าอย่างนั้น ในงานปาร์ตี้วันนี้ต้องมีอะไรสนุกๆ แน่

                ชุดเดรสแนบเนื้อสีดำสุภาพ ประดับบนร่างอวบเพรียวสวย เนินอกขึ้นรูปยั่วสายตา เอวขด สะโพกผายปล่อยชายกระโปรงพลิ้ว วินาทีแรกที่เห็นหน้าเธอผมเหมือนหลุดมิติอื่น หูอึ้ง ตาพร่ามัว ระคนความแปลกตาแปลกใจ...สวยเหลือเกิน นางฟ้าของผม

                เรานั่งหน้าคู่กันเหมือนทุกครั้ง เธอเรียกผมว่าพี่เสมอ...เราจึงสนิทกันคล้ายพี่น้องมากกว่าฐานะบอดี้การ์ด ผมปล่อยเธอเข้าไปในห้องคนเดียว แล้วค่อยเดินตามเข้าไปที่หลัง งานปาร์ตี้ที่คุ้นเคยดำเนินไปจนถึงจุดเมามันได้ที่ กิจกรรมคู่รักขยับเคลื่อนตัวโชว์ต่อหน้าทุกคน เสียงเชียร์ก้องตัดกับเสียงก้อนเนื้อกระทบกัน โยกย้ายไปมาเด้งเร้ากลางเสียงไฟหลายสี

           

                "อ๊ะ!! อ๊ะ!!.. อืม.. อร๊าย!!" ผมเดินไล่มาเรื่อยๆ จนถึงจุดที่คุณธีร์นั่งอยู่ หน้าก้มต่ำไม่กล้ามองต้นทำผมเผลอยิ้ม ยิ่งมือเรียวประกบเข้าหาบีบกันไว้แน่นแสดงอาการเกร็งจัด สีหน้าเธอเหลือบมองเป็นพักๆ ด้วยความอยากรู้...ไม่แปลกหรอก ใครไม่คุ้นกับปาร์ตี้เซ็กหมู่แบบนี้ก็ต้องตื่นตัวกันทั้งนั้น เธอเหลือบมองผมนิดนึงแล้วก้มหน้าลงเหมือนเดิม จนคุณธีร์ปลดปล่อยเสร็จแล้วย้ายมานั่งใกล้

                ภาพทั้งสองโผล่เข้ากอดจูบกันทำให้ผมชาวูบทั่วร่าง ใจดำดิ่งลงต่ำพยายามแสร้งหนีไม่มองภาพนั้น จนเสียงหวานหูครางระทวยเรียกร้องความสนใจ ชุดเดรสดำถกโชว์เรียวขาสวย ผ้าพลิ้วถูกรวบกองเหนือเอว ซ้ายขวาถูกขนาบด้วยหญิงสาวไล่ซุกไซ้เธอจากปลายเท้าไล่ขึ้นสูงจนถึงเนินเนื้อซอกขา ภาพความสวยงามตรงหน้าบวกกับเสียงครางกระเส่าสร้างภาพติดตามให้ผมยิ่งจำ ความกระหายในร่างตีรวนไปหมด แต่ผมไม่อาจละสายตาจากจุดนั้นได้

                ทุกครั้งที่คุณธีร์ประกบปากปิดคลึง ดูดกลืนเสียงกระเส่าลงคอ ผมรับรู้ได้ว่าเค้ากำลังตกอยู่ในห้วงความรัก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ควรจะดีใจซิ!! แต่ทำไมมันร้อนรนเหมือนคนอิจฉา จ้องเก็บทุกรายละเอียดจนเสียงสูงหวีดเสียว ดิ้นตัวเสียดสีแม้ร่างถูกวงแขนพันธนาการไว้

                "กลับคอนโดเลยครับ"

                "ครับ"


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha