ทัณฑ์ปรารถนา

โดย: Vanalak29



ตอนที่ 1 : สูญเสียและเริ่มต้น


ตอนต่อไป

เสียงไอของยายอิ่ม ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองด้วยความเป็นห่วง พักนี้ยายไอติดต่อกันมาหลายวันศศิรญารู้สึกเป็นห่วง แต่พอพูดเรื่องพาไปหาหมอทีไร ยายจะเมินหน้าหนีและไม่ยอมไปเลยสักครั้ง เห็นทีครั้งนี้คงต้องบังคับกันเสียแล้ว

ยายเป็นอะไรหรือเปล่า ญาว่ายายไปหาหมอดีกว่า หล่อนนิ่วหน้ามองยายด้วยความเป็นห่วง

ยายไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย เราก็เป็นห่วงมากเกินไปเดี๋ยวก็หายแล้วยายอิ่มบอก แล้วล้มตัวลงนอน

“ไม่ได้นะยาย พรุ่งนี้ญาจะพายายไปหาหมอ ห้ามปฏิเสธด้วย เดี๋ยวนี้โรคคนแก่เยอะแยะจะตายไป ไปตรวจสักนิดจะเป็นไรไป”

หล่อนจับท่อนแขนยาย แล้วเอามืออังหน้าผากเพื่อทดสอบดูว่ามีไข้หรือเปล่า  ยายไม่มีอาการไข้ แต่ร่างกายกลับเย็นเสียมากกว่า

เดี๋ยวญาไปทำกับข้าวก่อนนะ เสร็จแล้วจะมาเรียก ยายจะได้กินยา หล่อนบอก แล้วเดินไปหลังครัวเพื่อเตรียมอาหารให้กับยาย

เพียงเวลาไม่นานทำอาหารเสร็จ หล่อนรีบยกออกมาแล้วตะโกนเรียกยายอิ่มให้ตื่น แต่เสียงเรียกของหญิงสาว ไม่ได้ทำให้หญิงชรายอมขยับกายลุกขึ้นแม้แต่น้อย

ยายญาทำกับข้าวเสร็จแล้ว ลุกขึ้นมากินข้าวก่อนนะคะแล้วค่อยนอนศศิรญาเรียกยายของตนเองพร้อมกับใช้มือจับไปที่ต้นแขนของยายอิ่มแล้วเขย่าเบาๆ

 ยายอิ่มกลับนิ่งสนิทไม่มีอาการตอบสนองใดๆ ต่อการเขย่าหรือการเรียกจากหญิงสาวเลย ศศิรญาหน้าซีดเผือด เริ่มเขย่ายายแรงขึ้น แต่กระนั้นหญิงชรายังคงไม่ไหวติงเช่นเดิม หล่อนมองใบหน้าเห็นยายยิ้ม ในใจเริ่มหวาดกลัว

“ยาย...” ศศิรญาเรียกยายเสียงสั่นเครือไปหมด “ยายเป็นอะไร!

กายของหญิงสาวสั่นเทาเมื่อหล่อนกำลังตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่าง หล่อนค่อยๆก้มลงใช้หูแนบที่อกข้างซ้ายฟังเสียงหัวใจ น้ำตาของค่อยๆ ไหลริน หล่อนฝันไปหรือเปล่า ไม่จริงหรอก

“ยาย ไม่จริงใช่ไหม ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ ไหนยายบอกว่าจะอยู่กับญานานๆ จะดูญารับปริญญา ยายมาทิ้งญาไปได้ยังไง!” คนตัวเล็กโถมกายกอดยายสะอื้น ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้

เวลาล่วงเลยผ่านนานเท่าไหร่หล่อนไม่รับรู้ รู้แต่ตอนนี้ได้สูญเสียญาติเพียงหนึ่งเดียว ความเจ็บปวดเช่นนี้หล่อนไม่อยากได้รับอีกแล้ว

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูบ้านทำให้ศศิรญาสะดุ้ง กลั้นใจยกมือปาดน้ำตา กัดฟันลุกเดินไปหน้าประตูบ้าน ปลดกลอนแล้วแง้มดู สายตาของหญิงสาวมองเห็นชายวัยกลางคนพิการนั่งรถเข็นอยู่ กับชายฉกรรจ์อีกสองคนที่ยืนขนาบข้างเขา คิ้วบางขมวดหากัน หล่อนไม่รู้จักชายคนนี้มาก่อนเลย ประตูเปิดอ้ากว้างมากขึ้น บางทีเขาอาจมาผิดบ้าน

คุณมาหาใครคะ”

“ฉันต้องการพบยายอิ่ม” ชายพิการตอบหล่อนเสียงแผ่ว

ศศิรญาแปลกใจ ผู้ชายท่าทางเหมือนเศรษฐีมีเงิน รู้จักยายด้วยเหรอ

 “คุณรู้จักยายอิ่มด้วยเหรอคะ?” หล่อนสงสัย

“ใช่”

“ขอโทษนะคะ ยายคงไม่พร้อมจะพบคุณในเวลานี้หรอกค่ะ”  หล่อนปฏิเสธ เพราะเกรงว่าตนอาจถูกหลอก

คนปฏิเสธหรี่ตาลงจ้องมองความผิดปกติที่ซ่อนในแววตาคู่สนทนา หรือว่าเขาจะมาไม่ทัน ชายพิการหันไปหาลูกน้องแล้วออกคำสั่งทันที

“เข้าไปดูยายอิ่มในบ้านหน่อย”

ชายฉกรรจ์ดูเหมือนเป็นลูกน้องเขาตรงดิ่งเข้าบ้าน ร่างบางพยายามห้ามปรามแต่กลับถูกผลักดันให้หลีก

“เข้าไปไม่ได้นะ พวกคุณทำแบบนี้มันบุกรุกกันชัดๆ” หญิงสาวร้องตะโกน

“หยุดเดี๋ยวนี้ศศิรญา เธอไม่ควรทำแบบนี้!” ชายพิการตวาด ร่างบางสะดุ้งหันมองแววตาสับสน

“พวกคุณต้องการอะไรกันแน่ แล้วทำไมถึงรู้จักชื่อของฉัน”

ฉันรู้จักชื่อเธอเพราะยายอิ่มเป็นคนบอกฉันเอง” ชายพิการคลายความสงสัย

“ยายรู้จักคุณได้ยังไง ในเมื่อฉันเป็นหลายยังไม่รู้จักคุณเลย ถ้าหากยายรู้จักจริงก็น่าจะบอกฉัน”

คนถูกถามชะงักเล็กน้อย จะบอกอย่างไรให้หญิงสาวเข้าใจ เพราะเขากับยายอิ่มรู้จักกันในสถานการณ์ไม่ดีนัก มันเป็นเรื่องเลวร้ายมากเลยทีเดียว ศศิรญายังไม่ควรทราบเรื่องนี้ หากรู้คงหนีห่างจากเขาแน่นอน

“เรื่องมันยาวเอาไว้เล่าทีหลังก็แล้วกัน” ธานุภาพตัดบท

ไม่นานนักบอดี้การ์ดของธานุภาพก็เดินออกมา แล้วกระซิบข้างใบหู ธานุภาพพยักหน้าเข้าใจ เหลือบมองหญิงสาวตัวคนเดียวด้วยความสงสารระคนเห็นใจ เพราะยายอิ่มเป็นโรคร้ายวันนั้นหญิงชราถึงได้โทรมาหาเขาหลังจากที่หายไปไม่เคยติดต่อมาเลยสักครั้ง ยายอิ่มต้องการให้ดูแลหลานสาว เขาเองยินดีที่จะทำเช่นนั้น เพราะตนทำผิดกับครอบครัวนี้ไว้มาก หากไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้น ครอบครัวนี้คงมีความสุขมากทีเดียว

ไปพาร่างยายอิ่มออกมา ฉันคงต้องไปจัดการที่โรงพยาบาลอีก ชายพิการสั่ง แล้วเข็นรถนำออกไป

คุณจะเอายายฉันไปไหนไม่ได้นะ!” หญิงสาวร้องห้าม

เธอคิดว่าเธอมีปัญญาจัดการงานศพยายอิ่มได้อย่างนั้นเหรอ ฉันไม่ได้คิดร้ายกับเธอหรอกนะ

ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร” คนตัวเล็กน้ำตารื้น

ฉันบอกแล้วว่าจะอธิบายให้เธอฟังทีหลัง เวลานี้เธอควรจะไปพักที่บ้านฉันเสียก่อน อยู่คนเดียวมันอันตราย เธอเองหน้าตาสะสวย คงมีพวกวัยรุ่นขี้ยาแถวนี้จ้องไม่น้อย ฉันเองไม่ได้คิดอะไรไม่ดีกับเธอเลย แค่อยากทำตามคำสั่งเสียของยายอิ่มก็เท่านั้นเอง” เขาพยายามอธิบาย

คุณแน่ใจนะคะว่าไม่ได้เข้าใจผิดไป พวกคุณรู้จักยายจริงๆใช่ไหม? หล่อนถามย้ำอีกครั้ง เพราะคำพูดเขามีเหตุผลมากทีเดียว หล่อนเองหวาดกลัววัยรุ่นแถวนี้ไม่น้อย พวกมันคอยแซวเวลากลับจากเรียนเสมอ ถ้าพวกมันรู้ว่าหล่อนอยู่คนเดียว อาจจะบุกมาเมื่อไหร่ก็ได้

ใช่แล้ว ฉันรู้จักยายเธอดีแล้วก็รู้จักเธอด้วยศศิรญา”

ศศิรญามองคนพวกนั้นด้วยสีหน้าลังเล ก่อนตัดสินใจเดินตามพวกเขาไปเงียบๆ หล่อนมาถึงรถตู้สีขาวแล้วขึ้นนั่งมันเคลื่อนไปตามเส้นทาง เวลาผ่านไปไม่นานรถตู้คันใหญ่เลี้ยวเข้ามาภายในรั้วบ้าน รถจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หล่อนลงจากรถแล้วกวาดสายตามอง ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่ายายรู้จักเศรษฐีร่ำรวยขนาดนี้ ศศิรญาเริ่มหวั่นใจเสียแล้ว

“เชิญด้านในครับ” บอดี้การ์ดเขาบอกแล้วผายมือ หล่อนพยักหน้าแล้วก้าวตาม

หญิงสาวเดินไปตามทางหินอ่อนที่ถูกขัดทำความสะอาดอย่างดีจนเป็นมัน สองเท้าก้าวเดินตามและหยุดที่ห้องรับแขก หล่อนยืนหน้าห้องไม่กล้าก้าวเข้าไป มองเห็นชายชรานั่งรออยู่ก่อนแล้ว

เข้ามาสิ

หล่อนก้าวเข้ามาแล้วทรุดลงพับเพียงกับพื้น ไม่อยากนั่งโซฟาราคาแพงให้เลอะ หล่อนเกรงถูกตำหนิ

“นั่งบนโซฟาเสียสิ จะนั่งกับพื้นทำไม” ชายพิการบอก

“ค่ะ” หล่อนรับคำแล้วทำตาม

เขาช้อนสายตามองหล่อนแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มันเป็นความรู้สึกสงสาร รู้สึกผิด และเสียใจ ทุกอย่างเป็นเพราะเขา ทำให้ศศิรญาพบชีวิตอันแสนอาภัพเช่นนี้

“ฉันชื่อธานุภาพ” ชายพิการยิ้มบางๆ ไม่อยากให้อีกฝ่ายเกร็ง “เธอคงสงสัยใช่ไหมว่าฉันพาเธอมาที่นี่ทำไม”

คนถูกถามพยักหน้าช้าๆ

 ยายอิ่มเป็นผู้มีพระคุณของฉัน ยายอิ่มเป็นคนช่วยชีวิตฉันไว้จากอุบัติเหตุ ฉันอยากจะตอบแทนยายอิ่มแต่ยายอิ่มไม่ต้องการ จนกระทั่งยายอิ่มโทรมาหาฉัน และอย่างที่เธอเห็นยายอิ่มต้องการให้ฉันดูแลหลานสาวให้” ธานุภาพบอกความจริงให้หญิงสาวฟัง

ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่อพยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้มันไหลออกมา  มือบางสั่นเทาด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ทำไมยายไม่บอกหล่อนสักคำว่าเป็นอะไร  ทำไมยายถึงได้ใจร้ายแบบนี้

“เธออย่าโกรธยายเลยที่ไม่บอกความจริงกับเธอ เรื่องราวต่างๆ บางครั้งมันซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้ แต่สิ่งเดียวที่เธอควรรู้ศศิรญา ยายอิ่มรักเธอมาก”

หล่อนไม่อาจอดทนเก็บน้ำตาไว้ได้อีก ใบหน้าเรียวสวยก้มลง ไหล่มนสั่นเทา พยายามเก็บกลั้นเสียงสะอื้นแต่ไม่อาจกักเก็บหยาดน้ำตา ทำไมจะไม่รู้ว่ายายรักหล่อนมากเพียงใด แต่ที่ไม่เข้าใจทำไมยายต้องปิดบังด้วย หล่อนรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ตอบแทนพระคุณที่ยายคอยเลี้ยงดูมา

 ธานุภาพมองหญิงสาวด้วยความสงสาร หล่อนคงงเจ็บปวดมากกับการจากไปของยาย เพราะเหลือยายเป็นญาติเพียงคนเดียว เขาเองคงทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ หล่อนดูเป็นคนเรียบร้อย เจียมเนื้อเจียมตัวและหน้าตาสะสวย ดูสะอาดตา ชั่วขณะความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา หากศศิรญาเป็นสะใภ้คงดี เพราะเขาไม่อยากได้ผู้หญิงที่บุตรชายควงอยู่ด้วยทุกวันนี้

ศศิรญา... ฉันต้องการให้เธอมาเป็นเจ้าสาวของลูกชายฉัน ชายชราโพลงออกมา

หญิงสาวชะงักเงยหน้าสบตา ให้หล่อนเป็นเจ้าสาวลูกชายของเขา เป็นไปไม่ได้หรอก เราสองคนไม่รู้จักกันเสียด้วยซ้ำไป

หมายความว่ายังไงคะ?หญิงสาวถามด้วยสีหน้ากังวล

“ก็อย่างที่ฉันบอก ฉันต้องการให้เธอแต่งงานกับลูกชายของฉัน”

“คงไม่ได้หรอกค่ะ ญา... ยังไม่พร้อม แล้วอีกอย่างงานศพยายญาก็ยังไม่ได้จัดการอะไรเลยค่ะ” หล่อนรีบปฏิเสธ

ไม่อยากให้เขาเสียความรู้สึก เหตุผลสำคัญคือนิสัยใจคอบุตรชายคุณธานุภาพเป็นเช่นไรนั้นหล่อนไม่รู้ เขาอาจไม่ชอบให้ถูกบังคับก็ได้

 ฉันไม่ได้ให้เธอแต่งตอนนี้สักหน่อย ให้เธอได้เจอกับเจ้าธานต์เสียก่อนแล้วทำความรู้จักกัน ตอนนั้นค่อยแต่งกันก็ได้”

ศศิรญารู้สึกใจชื่นขึ้นมาเล็กน้อย แต่อย่างไรหล่อนก็ไม่อยากแต่งงานกับบุตรชายเขา ในความคิดบางทีชายคนนั้นอาจคิดว่าหล่อนหมายจะจับเพราะฐานะทางบ้านเอาเสียมากกว่า แต่ทว่าหล่อนก็ไม่กล้าเอ่ยปากปฏิเสธในตอนนี้ ให้คุณธานุภาพรู้เองดีกว่า ว่าตัวหล่อนและลูกชายของเขาเข้ากันไม่ได้

“ค่ะ คุณธานุภาพ” หล่อนรับคำเสียงแผ่ว

ต่อไปนี้ก็อยู่ที่นี่ให้สบายใจเถอะนะ มีเรื่องอะไรก็บอกฉันได้ไม่ต้องเกรงใจ”

“ค่ะ”

หล่อนมองคุณธานุภาพด้วยความซึ่งใจ งานศพยายเขาช่วยดูแลให้เรียบร้อยแล้ว แถมยังให้อยู่อาศัยในบ้าน คงไม่มีใครใจดีกับหล่อนเช่นนี้อีกแล้ว

ตอนนี้ไปพักผ่อนเถอะศศิรญา เดี๋ยวจะให้สอางค์มันพาไปก็แล้วกันนะ

สอางค์สาวใช้เก่าแก่ประจำบ้าน รีบเดินออกมาตามเสียงเรียกของธานุภาพ สาวใช้ก้าวนำหล่อนสู่ชั้นบนของบ้าน

ห้องนี้ล่ะค่ะ ที่เป็นห้องของคุณ สาวใช้บอก

“ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวบอกแล้วยกมือไหว้

โอ้ย! คุณคะไม่ต้องมาไหว้สอางค์หรอกค่ะ สอางค์เป็นแค่คนใช้

คนใช้ก็คนค่ะ ญายกมือไหว้เพราะพี่สอางค์อายุมากกว่าญาค่ะ อย่าคิดมากเลยญาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสูงส่งกว่าใคร และต่อให้พี่ห้ามญาไม่ให้ไหว้พี่ยังไงญาก็จะไหว้อยู่ดีละคะ ศศิรญาบอกความคิดตัวเองกับสอางค์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

สอางค์นึกพอใจในตัวหญิงสาว พอรู้มาว่าเจ้านายของบ้านต้องการอุปการะผู้หญิงคนนี้ แถมยังหมายมาดตำแหน่งว่าที่สะใภ้ หล่อนคิดว่าบางทีอาจหยิ่ง แต่ที่ไหนได้กลับเรียบร้อย รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน หากเป็นนายคนใหม่คงใจดีกับคนใช้อย่างพวกหล่อน

“งั้นสอางค์ขอตัวก่อนนะคะ”

“จ้ะ”

ร่างบางเดินเข้าไปในห้องกวาดตาสำรวจ ห้องที่ทาด้วยสีชมพูอ่อนตกแต่งด้วยม่านลูกไม้สีขาวนวล โต๊ะเครื่องแป้งสีชมพูอ่อน แม้กระทั่งตู้เสื้อผ้าและเตียงนอน มันถูกทำขึ้นมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ ยายของหล่อนคงจะบอกกับธานุภาพไว้นานแล้วสินะเขาถึงได้เตรียมการไว้อย่างดีขนาดนี้ ร่างบางก้าวยาวชิดริมหน้าต่างแล้วเปิดมันออกแหงนมองข้างบนฟ้า

“ถ้ายายอยู่บนนั้น... ญาอยากให้ยายรู้ว่าญารักยายมากนะคะ” หญิงสาวเอ่ยกับท้องฟ้าราวกับต้องการให้หญิงชราได้รับรู้


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha