ทัณฑ์ปรารถนา

โดย: Vanalak29



ตอนที่ 3 : สูญเสียและเริ่มต้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ร่างบางนั่งทอดอาลัยอยู่บนเตียงกว้าง ชีวิตของหล่อนต่อจากนี้จะทำเช่นไร และสิ่งที่คุณธานุภาพคาดหวังนั้นหล่อนจะทำให้ได้หรือไม่ การแต่งงานสำหรับศศริญาแล้วมันไม่ง่ายเลย เพราะหล่อนไม่เคยรู้จักความรัก

“คุณญาคะ คุณท่านให้มาเชิญไปทานอาหารค่ะ”

เสียงสาวใช้ตะโกนบอกนอกห้อง ศศิรญาหยุดความคิดชั่วขณะ

“ทราบแล้วค่ะ เดี๋ยวญาลงไปนะคะ” หล่อนตอบ

ศศิรญาถอนหายใจอขยับกายเพื่อลุกไปทำธุระส่วนตัว ใช้เวลาไม่นานหญิงสาวจึงลงมาด้านล่าง ธานุภาพช้อนสายตามองแล้วส่งยิ้มให้ เขาอยากให้กำลังใจ เกรงหล่อนจะเหงา เพราะมาอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย หล่อนเดินมาถึงโต๊ะอาหาร แล้วยืนนิ่งไม่กล้าทำอะไรโดยพลการ

นั่งลงสิลูก

หล่อนชะงัก กับคำเรียก ลูกงั้นเหรอ ทำไมคุณธานุภาพเรียกหล่อนเช่นนี้ มันฟังแล้วรู้สึกเกรงใจเหลือเกิน หล่อนไม่คู่ควรเลย

“อย่าเรียกญาว่าลูกเลยค่ะ ญาเกรงใจคุณมาก ญาไม่คู่ควรสักนิดเลยค่ะ” หญิงสาวขอร้อง สีหน้าไม่สบายใจ

“เธอไม่ชอบเหรอที่ฉันแทนตัวเองว่าพ่อ ที่ฉันพูดแบบนั้นเพราะเธอไม่มีญาติที่ไหน ฉันเองอยากได้ลูกสาวมานาน ในเมื่อฉันคิดจะให้เธอมาเป็นสะใภ้แล้ว เรียกล่วงหน้าคงไม่เป็นอะไร”

แต่หล่อนไม่ได้อยากเป็นสะใภ้ เป็นคนรับใช้ยังดีเสียกว่า กับการเปลี่ยนแปลงแบบฉาบฉวย อีกอย่างหล่อนไม่รู้จักบุตรชายของคุณธานุภาพเลย นิสัยใจคอเป็นเช่นไร จะเข้ากันได้หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ตนหนักใจ แล้วเขาคนนั้นจะยอมรับการแต่งงานแบบนี้เหรอ หล่อนไม่ค่อยเห็นด้วยเลย

“คุณท่านแน่ใจแล้วเหรอคะ เรื่องที่จะให้ญาแต่งงานกับลูกชายน่ะค่ะ” หล่อนถาม สีหน้าเครียด

ธานุภาพเข้าใจว่าคนตรงหน้าคงคิดมาก และดูเหมือนมันชวนให้คิดเสียด้วย ลูกชายตัวดีไม่ยอมง่ายๆ หากไม่ยกเรื่องมรดกมาอ้าง แถมผู้หญิงซึ่งติดแจกับบุตรชายไม่ห่าง ยิ่งทำให้เขากลุ้มหนัก อะไรมันก็ดีเสียอย่างเดียวเรื่องผู้หญิง

“แน่ใจสิ”

คนฟังขมวดคิ้วเล็กน้อย บางทีปัญหานี้มันคงไม่ได้ตกที่หล่อน แต่น่าจะเป็นลูกชายคุณธานุภาพเสียมากกว่าหากทางนั้นปฏิเสธคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“อย่าเพิ่งคิดมากเลยศศิรญา พ่อไม่ได้ให้แต่งวันนี้พรุ่งนี้เสียเมื่อไหร่ เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ค่ะ ญาทราบแล้ว” หล่อนตอบรับ แล้วถอนหายใจ เรื่องนี้คงต้องใช้เวลา

“อีกอย่างพ่อรับปากยายอิ่มไว้แล้ว พ่ออยากให้ยายอิ่มหมดห่วง ญาเข้าใจใช่ไหม ถึงยายอิ่มไม่ได้เห็นหลานแต่งงาน แต่ยายน่าจะรับรู้ว่าหนูอยู่สุขสบายดี กับครอบครัวที่พร้อมให้หนูได้ทุกอย่าง” ชายชราเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาอยากชดใช้กับเรื่องที่เคยทำลงไป ความทรมานนั้นทำให้เขาไม่อาจข่มตาหลับลงได้ตลอดหลายปี

ศศิรญาน้ำตาคลอ กระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ หล่อนรู้ว่ายายรักมากแค่ไหน หากสิ่งนี้ทำให้ยายหมดห่วงได้หล่อนยินดี ขอเพียงยายไปสูสุขคติ

“ค่ะคุณท่าน”

“เรียกพ่อเถอะ” ธานุภาพระบายลมหายใจ “ปกติบ้านหลังนี้ลูกชายพ่อก็แทบไม่เข้ามาสักเท่าไหร่ หากได้หนูมาเป็นเพื่อนคุยพ่อคงหายเหงา พ่ออยากให้หนูมาเป็นลูกสาว”

หล่อนช้อนสายตามองชายชราด้วยความซาบซึ้ง เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อข่มน้ำตา

“ค่ะคุณพ่อ ขอบคุณมากนะคะที่เมตตาญา”

หญิงสาวพูดคุยกับเจ้าของบ้านพักใหญ่ อาหารมากมายจึงถูกนำมาวาง หล่อนเริ่มเกร็งขึ้นมาอีกครั้ง พอเห็นสาวใช้เข้ามาปรนนิบัติราวกับหล่อนเป็นนายอีกคน ไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้ เพราะหล่อนเข้ามาในฐานะคนอาศัย หากได้ช่วยเหลือทำงานบ้านก็ยังดี ดูเหมือนธานุภาพจะรู้ว่าศศริญาคิดอย่างไร

“คิดมากอีกแล้วเหรอเรา อย่าคิดมากไปเลย พ่อให้มาอยู่ในฐานะลูกสาวแล้ว คนใช้ที่นี่ไม่มีใครไม่ชอบญาหรอกนะ ทุกคนเอ่ยชมหนูทั้งนั้น”

ศศิรญากวาดตามองสาวใช้ในบ้าน ทุกคนส่งยิ้มมาให้เลยพลอยโล่งใจ หล่อนกลัวว่าพวกเขาจะคิดว่าหล่อนเป็นใคร มานั่งตรงนี้ให้รับใช้เพิ่มอีก

“พรุ่งนี้ เป็นวันเผาแล้วสินะ” ธานุภาพเอ่ยกับหญิงสาว

หล่อนพยักหน้าช้าๆ “ค่ะ”

“ยายอิ่มคงสบายใจแล้ว พ่อสัญญาว่าจะดูแลหนูให้ดีที่สุด อย่ากลัว อย่ากังวลไปเลย”

หล่อนยกมือกระพุ่มไหว้ “ขอบคุณค่ะ”

“ทานข้าวกันเถอะ พูดเรื่องเศร้ามากๆ คงไม่ดี พ่อไม่อยากให้เราต้องเสียน้ำตามากกว่านี้ เริ่มต้นใหม่เสียให้สมกับที่ยายอิ่มฝากฝังหนูไว้กับพ่อ”

“ค่ะ” หล่อนรับคำ แววตาสดใสเพราะคิดในคำพูดของชายชรา

เสียงฝีเท้าจากชั้นบนค่อยๆ ดังขึ้น ธานุภาพเงยมองแล้วเมินทางอื่น ธานต์เมธาขัดใจกับท่าทางบิดา วันนี้เขาอุตส่าห์ไม่ออกไปไหน กะว่าจะประจบให้พ่อยอมฟังเรื่องงานแต่ง แต่ดูแล้วคงเป็นไปได้ยาก เขาลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย หยุดสายตาที่หญิงสาวอีกคนซึ่งนั่งร่วมวงกับบิดา เขามองไม่ชัดนัก เห็นเพียงแผ่นหลังที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำเงางาม เสี้ยวหน้าด้านหนึ่งเผยต่อสายตา แค่มองผาดๆ เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้ หน้าตางดงามไม่น้อย

ชายหนุ่มไม่อาจละสายตาจากแผ่นหลังบอบบาง เขาเดินตรงไปยังโต๊ะอาหาร สายตาหยุดที่ใบหน้าตรงของหล่อน ศศริญาเม้มริมฝีปากดวงตาสบกับเขา ธานุภาพยกยิ้มพึงพอใจกับสถานการณ์ ในตอนนี้ ดูเหมือนลูกชายพึงพอใจกับว่าที่เจ้าสาวไม่น้อย ธานต์เมธาไม่ยอมละสายตาจนอีกคนต้องหลบเลี่ยงเสียเอง

ผู้ชายคนนี้ ไม่รู้จักรักษามารยาทเอาเสียเลย

ธานุภาพเลิ่กคิ้วเล็กน้อย ขนาดพ่ออยู่ เจ้าลูกตัวดียังไม่ละสายตาเลย ถ้าไม่อยู่คงตะล่อมไหนต่อไหนแล้ว มือไวใจไวเช่นนี้ จะมีหญิงคนไหนเอาอยู่

“เจ้าธานต์มาแล้วไม่นั่งหรือไง”

เจ้าของชื่อชะงักรีบนั่งลงตรงข้ามกับหญิงสาวแปลกหน้า ปลายสายตายังคงจดจ้องไปยังใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่บ่อยๆ

“นี่หนูญา ศศริญา ที่พ่อเคยบอกว่าจะให้แต่งงานกับแกไง” ธานุภาพเฉลย และนั้นทำให้คนฟังกระตุกอารณ์ เปลี่ยนความรู้สึกไปอีกทางทันที

ผู้หญิงคนนี้นะเหรอ ที่ทำให้เขาต้องเข้าตาจน หล่อนใช่ไหมที่ทำให้พ่อเขาออกปากยกสมบัติให้ ดูหน้าตาท่าทางก็เรียบร้อย แล้วเหตุใดถึงหวังรวยทางลัด

“สวยได้แค่นี้เหรอครับพ่อ ผมนึกว่าจะสวยปานนางฟ้านางสวรรค์เสียอีก เห็นพ่อบ่นอย่างได้มาเป็นสะใภ้นักหนา” ชายหนุ่มยิ้มเยาะ

ศศิรญากำมือตนเองแน่นเพื่อข่มความโกรธ หล่อนไม่ได้ตำหนิหากจะต่อว่าว่าไม่สวย แต่หล่อนไม่ชอบสายตาดูถูกดูแคลนเช่นนี้เลย

“อยากได้นางฟ้าแกคงต้องตายเสียก่อนนั่นล่ะ บนพื้นโลกพ่อจะหานางฟ้าจากไหนมาให้ นอกจากหาคนดีที่ไม่มีนิสัยเหมือนปลิงดูดเลือด ส่ำส่อน มักมากในเรื่องกามอารณ์ ดีแต่แต่งหน้าทาปากแดงไปวันๆ เพื่อหาจับผู้ชายรวยๆ พ่อหาให้แกไม่ได้หรอก ผู้หญิงแบบนั้น มีแต่แกนั่นแหละสรรหามาเอง ใช่ไหมเจ้าธานต์” ปลายเสียงติดเยาะเย้ย คนฟังเริ่มฉุน

“พ่อครับ! ชายหนุ่มเรียกเสียงดัง

“ทำไมเหรอ หรือพ่อพูดถูก แกเลยรู้สึกเหมือนถูกแทงใจดำ ไม่ถูกก็เถียงได้เลย แกคิดว่าพ่อแกโง่หรือไง เงินที่แกให้ผู้หญิงของแก มันปาไปกี่บาทแล้ว หรือต้องให้พ่อแจกแจง”

“แต่มันเงินของผมนะครับ” เขาเถียง มันเป็นเงินปันผลจากหุ้นซึ่งมีสิทธิ์จะใช้อะไรก็ได้

“ใช่! มันเงินของแก แต่ฉันเป็นพ่อไม่มีสิทธิ์ห่วงแกหรือไง ถ้าหากแกคิดว่าตัวเองเก่งพอ ก็ไปทำมาหากินด้วยตัวเองได้เลย ถ้าหากไม่มีคนอย่างฉันถามหน่อยแกจะได้นั่งไหมเก้าอี้ประธานบริษัท” ธานุภาพเริ่มเดือด พอนึกถึงเงินที่ลูกนำไปใช้กับผู้หญิงอย่างนั้น

“พ่อไม่เคยพูดกับผมแบบนี้เลย นภาเป็นคนรักของผม ผมดูแลเธอมันผิดตรงไหน การที่ผมพึงพอใจใครสักคน มันผิดมากเหรอครับ”

“มันไม่ผิด ถ้าแกเลือกคนที่แกพึงพอใจ แกรู้หรือเปล่าว่าฉันฟังคนอื่นพูดว่ายังไง ผู้หญิงที่แกอ้าปากบอกคนอื่นว่าเป็นคู่หมั้น ในสังคมที่แกเดินเชิดหน้าเข้าไป คนในนั้นมันก็ได้แม่นภาของแกกันทั้งนั้น” ชายชราทอดสายตามองบุตรชาย “นอนเพื่อแลกเงิน แกเข้าใจที่พ่อพูดหรือเปล่า”

ธานต์เมธาขบกรามแน่น ทำไมพ่อต้องขุดเอาเรื่องจำพวกนี้มาพูดต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ด้วย

“พ่อไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องนี้มาพูดหรอกครับ ดีหรือไม่ดีผมตัดสินเอง แต่ตอนนี้พ่อกำลังเห็นคนอื่นดีกว่าผม เทิดทูนผู้หญิงพรรค์นี้เหนือผม หัวนอนปลายเท้าเป็นใครพ่อสืบประวัติมาดีแล้วเหรอ ดีไม่ดีพ่อจะโดนปลอกลอกมากกว่าผมก็ได้ใครจะรู้!

ชายชราตวัดสายตามองสีหน้าไม่พอใจ

“นี่แก กล้าย้อนฉันเหรอ!” ธานุภาพขุ่นเคืองกับคำพูดบุตรชาย เพราะรู้ความหายในนั้นดี

ผมไม่ได้ย้อนพ่อเลยครับ ผมเป็นลูก ผมย่อมมีสิทธิ์ห่วงพ่อเหมือนกัน”

“ดี... เจ้าธานต์ ถ้าเป็นแบบนี้ แกก็ไปอยู่กับแม่นภาลักษณ์นั่นเสีย ไม่ต้องทำตามความต้องการของฉันก็ได้ ไปอยู่กับผู้หญิงที่แกรัก สร้างเนื้อสร้างตัวใหม่โดยไม่มีพ่อแกหนุนหลังซะ อยากจะรู้นักว่าแม่นั้นจะเอาแกไหม!

คนนอกเช่นหล่อนกำลังสั่นเทา บทสนทนาเดือดระอุนี้ทำเอาอยากแทรกหนีไปเสียตอนนี้ หล่อนกลายเป็นสาเหตุให้พ่อลูกต้องทะเลาะกัน มันไม่ควรเลย ดูท่าแล้วเขาคงเกลียดหล่อนมาก ทั้งสีหน้าแววตายามมองมาราวกับจะฆ่าแกงกันเสียอย่างนั้น

“นี่พ่อไล่ผมเหรอ”

“ใช่!

“แต่ผมเป็นลูกพ่อนะ!

“ลูกที่ไม่เคยเห็นหัวพ่อแกเลย เห็นแต่อย่างอื่นดีกว่าพ่อ แกเคยสนใจด้วยเหรอว่าฉันจะเป็นตายร้ายดียังไง แกเคยโผล่หัวมาเหรอ จนวันที่ฉันบอกจะยกสมบัติให้คนอื่นแกถึงได้กลับมาเฝ้าสมบัติอยู่นี่ไง!

“พ่อดูถูกผมเกินไปแล้ว” เขาตัดพ้อเสียงเครือ

“ฉันก็ดูแกถูกอยู่นี่ไง ถูกต้องทุกอย่าง ฉันปล่อยแกมานานมากแล้ว ถ้าแกคิดว่าผู้หญิงของแกสำคัญกว่าพ่อก็ไสหัวไปเสีย!

คนเป็นลูกไม่อาจทานทน ไม่มีครั้งไหนร้ายแรงเท่านี้อีกแล้ว มันเจ็บที่ถูกพ่อประณามเช่นนี้ เขาอาจเผลอไผลไปกับเรื่องอย่างว่า แต่ใช่ไม่สนใจบิดาตนเอง แค่เพียงไม่แสดงออกให้เด่นชัดเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะคนคนเดียว ผู้หญิงที่ชื่อศศิรญาคือต้นเหตุของเรื่องนี้

เขาตวัดสายตามอง นัยน์ตาราวมีเปลวไฟ คนตัวเล็กชะงักสบตาเขาร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ทำไมแววตาชายคนนี้ถึงดุดันนัก

“ตกลงเธอจะมานอนกับฉัน หรือมานอนกับพ่อฉันกันแน่!” ชายหนุ่มตวาดถาม

คนฟังตาโต เส้นขนในกายลุกชัน ความกลัวหมดสิ้น เหลือแค่เพียงความโกรธ กล้าดียังไงดูถูกกัน เขารู้จักหล่อนดีพอแล้วงั้นเหรอ ถึงหล่อนต่ำต้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าไร้ค่า ไร้ศักดิ์ศรี มือบ้างง้างขึ้นตามสัญชาติญาณ

เพียะ!

ชายหนุ่มหน้าหันตามแรง มันไม่ได้เจ็บปวดมากนัก แต่ทว่ามันทำให้เขารู้สึกราวกับมีไฟแผดเผา คนที่ตัวเองเกลียดมาตบหน้ามันสุดแสนคับแค้น

“กล้าดียังไงเอามือสกปรกมาตบหน้าฉัน!

คนตบมองมือตนเองกายสั่นเทาด้วยความกลัว หล่อนไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น

 “ฉะ... ขะ...” หล่อนไม่ทันได้พูด ร่างสูงใหญ่กำลังก้าวเข้ามาใกล้

ศศิรญาตระหนกรีบถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ธานุภาพเห็นท่าไม่ดี

“หยุดสิ่งที่แกกำลังคิดจะทำเดี๋ยวนี้เจ้าธานต์ แกผิดเองไม่ใช่หรือไงที่ดูถูกคนอื่นเขา หัวสมองแกมีแต่เรื่องหว่างขาหรือไงถึงคิดออกมาได้แค่นี้ มันสมควรแล้วที่โดนตบ ความจริงฉันว่าแค่นี้มันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ!

ธานต์เมธาโกรธจนแน่นในอก ตวัดสายตามองบิดา ก่อนใช้จังหวะเผลอจับเรียวแขนอีกฝ่ายแล้วกระชากลากมาหาเหวี่ยงลงบนโซฟา

“ว้าย!” หญิงสาวร้องเสียงหลง

“เธอคงรู้แล้วใช่ไหม ผู้หญิงอย่างเธอแค่ฉันใช้มือเดียวก็กระชากมาร่วงอยู่ตรงนี้แล้ว จำไว้เธอเริ่มสงครามก่อน เรื่องมันไม่จบแค่นี้แน่” ชายหนุ่มฝากความแค้น แล้วหันไปทางบิดา “เชิญพ่อโอ๋กันตามสบายเลย!” ชายหนุ่มตัดพ้อแล้วเดินหนีออกจากบ้านไป

ธานุภาพหันมองหญิงสาวที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนโซฟาด้วยความสงสาร เขาเองก็ไม่อยากจะบังคับจิตใจหล่อนนักแต่ก็ไม่อาจให้บุตรชายแต่งงานกับผู้หญิงที่ควงเล่นอยู่ทุกวันนี้ได้ ไม่อยากให้ลูกชายต้องโดนปลอกลอกจนหมดตัวผู้หญิงอย่างศศิรญาเขามองไม่ผิด เขาเองก็อายุมากแล้วผ่านอะไรมามากมายทำไมจะดูคนไม่ออก... แม้เวลานี้บุตรชายของเขาอาจจะยังไม่เห็นเพชรที่อยู่ในตม แต่เขาเชื่อว่าวันหนึ่งบุตรชายจะต้องเห็นสิ่งล้ำค่านี้แน่นอน

“ญา... หนูคงตกใจมากใช่ไหม แต่อย่าไปสนใจเลยเพราะเจ้าธานต์มันเป็นคนไม่ชอบการถูกบังคับสักเท่าไหร่ อีกไม่นานมันก็หาย หนูไม่ต้องกังวลหรอกลูก”ธานุภาพพยายามปลอบ

ค่ะรับคำแม้ในใจของหญิงสาวรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ

วันนี้หญิงสาวมาซื้อเสื้อผ้าที่ห้างสรรพสินค้า โดยมีสาวใช้ที่ชื่อสอางค์มาด้วยร่างบางเดินมองรอบๆ ห้าง แต่ไม่กล้าเลือกซื้ออะไรมากนักเพราะรู้สึกเกรงใจที่ธานุภาพจะต้องมาออกค่าเสื้อผ้าให้กับหล่อน แต่น้าสอางค์กลับจัดเสื้อผ้าให้หล่อนไม่หยุดแม้จะห้ามยังไงก็ไม่ฟัง

“คุณญาคะ ต่อไปก็ไปร้านทำผมกันค่ะ”สอางค์บอกพลางลากหญิงสาวไป

“ไปทำไมคะ”

“อย่าสงสัยอะไรค่ะ แค่ทำตามคำแนะนำของสอางค์ก็พอ!

ไม่นานนักหล่อนก็ต้องมานั่งทำผมอยู่ที่ร้านหลังจากเสร็จจากการทำผม สอางค์ยังคงพาหญิงสาวไปต่อที่ร้านขายเครื่องสำอางอีก

“พอแล้วค่ะ ญาไม่ซื้อหรอกนะคะเครื่องสำอางค์แพงจะตาย!”มองเห็นป้ายราคาทำให้นึกถึงอาหารหลายมื้อเลยทีเดียว

“อย่าดื้อค่ะคุณญา ตามสอางค์มาค่ะ”สอางค์ลากหญิงสาวอีก

สุดท้ายแล้วหล่อนก็ได้เครื่องสำอางมาเพิ่มอีกจนได้ หล่อนถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเสียดายเงิน

“เรียบร้อยแล้วค่ะ เรากลับกันได้แล้วค่ะ”สาวใช้ชื่อสอางค์เดินนำหล่อนไปอีกครั้ง

ไม่นานรถเลี้ยวเขามาจอดเทียบหน้าบ้าน ร่างบางลงจากรถพร้อมกับสาวใช้แล้วเดินเคียงหอบหิ้วข้าวของมากมายเข้าด้านใน ธานุภาพเหลือบมองศศิรญาด้วยความพอใจ จากสาวบ้านนอกหน้าตาสะสวยพอแต่งตัวเข้าไปด้วยแล้วยิ่งทำให้สวยมากขึ้นไปอีก ทั้งหน้าตาผิวพรรณของหล่อนก็ดีไม่น้อยพอแต่งตัวแบบนี้แล้วดูเหมือนคุณหนูลูกผู้ดีก็ไม่ปาน

เป็นไงบ้างลูกสนุกไหม?ธานุภาพเอ่ยถามหญิงสาว

ดีค่ะ พอดีน้าสอางค์ช่วยเลือกให้ญาค่ะ

อ๋อ สอางค์มันใช้ได้เหมือนกันนะนี้ จับเราแต่งตัวซะสวยเชียว

ใบหน้าเรียวแดงซ่านกับคำชม แล้วขอตัวขึ้นไปบนห้องของตนเองเพื่อเก็บข้าวของที่ซื้อมาจากห้างสรรพสินค้า เมื่อจัดเสร็จหล่อนสาวเท้าลงมาชั้นล่างอีกครั้ง

“เย็นนี้เราต้องไปที่วัดกันใช่ไหมลูก?”ธานุภาพถาม

 ค่ะ

“งั้นหนูไปจัดการอะไรให้เรียบร้อย แล้วเดี๋ยวเราไปพร้อมกันเลยนะ”

“ได้ค่ะ”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha