ทัณฑ์ปรารถนา

โดย: Vanalak29



ตอนที่ 5 : บุคคลอันตราย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ร่างบางก้าวขึ้นมาบนห้องนอนนั่งลงแปรงผมบนเก้าอี้บุนวมสีขาวหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง  สายตาของหญิงสาวจ้องมองตนเองในกระจก หยิบหวีสางผมเบาๆ เรียบร้อยแล้วเตรียมเข้านอน แต่กลับรู้สึกถึงความผิดปกติ บางสิ่งบางอย่างหายไป ลูบลำคอระหงส์ก่อนหน้านี้เคยมีสร้อยที่ยายอิ่มให้ไว้ใส่ติดตัวประจำ บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว ฉุกคิดได้ออกจากห้องเพื่อลงมาชั้นล่าง คุกเข่าลงควานหาสร้อยเส้นนั้น เพราะความมืดของห้องรับแขก ทำให้ยากต่อการมองหา ไม่กล้าเปิดไฟเพราะเกรงใจคนในบ้าน

ธานต์เมธากลับมาจากคอนโดของคู่หมั้นสาว ไม่คิดหนีอีกแล้ว ในเมื่อที่นี่คือบ้านของเขาเอง คนนอกย่อมไม่มีสิทธิ์ มีเสียง ในบ้านหลังนี้ เงินสักแดง ก้อนหินสักก้อน ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่มีทางได้ไป ชายหนุ่มคิดอย่างแน่วแน่ พาตัวเองมาถึงหน้าประตูบ้าน ก้าวเข้าสู่ด้านใน เขาไม่จำเป็นต้องให้แสงสว่างช่วยเพราะเคยชิน เมื่อสายตาปรับเข้ากับความมืดแล้ว กลับเห็นแสงประกายบางอย่าง

ชายหนุ่มเดินไปถึงหยิบมันขึ้นมา มองดูแล้วขมวดคิ้ว มันเป็นสร้อยไม่ได้มีค่ามีราคาอะไรมากมายนัก

 “นี่มันของใครกัน เขาพึมพำไม่ได้ใส่ใจ จับสร้อยยัดใส่กระเป๋าตนเอง

ก้าวเดินต่อ สายตามองเห็นเงาตะคุ่มๆ กำลังคืบคลานบริเวณห้องรับรอง แว๊บแรกชายหนุ่มคิดว่าอาจเป็นขโมย แต่เมื่อก้าวเข้าหา ธานต์เมธาจึงเปลี่ยนความคิดใหม่ เมื่อร่างที่คลานเข่าหาของกลับมีทรวดทรงองเอวน่ามอง เท่านี้ก็รู้ได้ทันทีว่าใคร

นั้นใครกัน!” ชายหนุ่มแกล้งตะโกนถามเสียงลั่น

ร่างบางสะดุ้งหยุดควานหาสร้อย พลางยืดตัวตรงด้วยความกังวล

“ฉันเองค่ะ” ศศิรญารีบตอบ มือสั่น

“ฉันน่ะใคร ไม่บอกชื่อจะรู้หรือไง!” คนถามย้อน

“ศศิรญาเองค่ะ!

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเดินเข้าไปหาหญิงสาว หล่อนก้มหน้านิ่งไม่กล้าขยับไปไหนด้วยความกลัว

“เธอมาทำอะไรที่ห้องรับแขกตอนดึกมิทราบ หรือคิดจะขโมยของบ้านฉันกันฮะ!” เสียงเข้มตวาด

ปะ...เปล่านะคะ ญาแค่มาหาของเท่านั้นค่ะ ไม่เคยคิดที่จะขโมยอะไรเลย” คนตัวเล็กรีบปฏิเสธ นี่เขาจะมายัดเยียดข้อหาแบบนี้ให้ได้อย่างไรกัน

“ของอะไรของเธอ มีด้วยเหรอ เธอเพิ่งจะมาอยู่ไม่กี่วัน จะมาหาของในบ้านแล้วแบบนี้ จะให้ฉันเข้าใจว่ายังไงกัน!

“ญาแค่มาหาสร้อยคอเท่านั้นค่ะ สร้อยของญาหายไป ไม่ได้จะมาขโมยของอย่างที่คุณว่าเลยนะคะ”

“ถ้าเป็นอย่างที่เธอว่าก็หาต่อไปก็แล้วกัน แต่ฉันจะนั่งดูเธออยู่ที่นี่!” หันหลังแล้วหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟา กอดอกไขว่ห้างมองดู

ร่างบางรีบควานหาสร้อย ต้องเจอให้ได้ ไม่อย่างนั้นเขาต้องหาว่าเป็นขโมยแน่ ยิ่งหายิ่งไม่พบทำอย่างไรดี หล่อนรู้สึกร้อนๆหนาวๆ ชอบกล เพราะมีสายตาเขาจ้องมองอยู่ เกร็งไปหมดแล้ว ระแวงด้วย ทำไมเขาจะต้องมาเอาเวลานี้ หล่อนน่าจะรีบลงมาหาตั้งแต่แรก

เจอหรือเปล่า?” เขาถามเสียงเข้ม

ยังไม่เจอเลยค่ะ...” ศศิรญาหันไปตอบ

ชายหนุ่มยิ้มเยาะ งั้นแสดงว่าเธอโกหกนะสินะ

เปล่านะค่ะ ญาไม่ได้โกหก!” หญิงสาวรีบปฏิเสธ

แน่ใจเหรอว่าสร้อยหาย ไม่ใช่ลงมาสำรวจว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง” เขากระตุกยิ้มมุมปาก เหมือนต้องการหาเรื่องให้อีกฝ่ายจำนน

มือบางกำแน่นเพื่อข่มอารมณ์ “สร้อยญาหายไปจริงๆ ค่ะ”

เขายักไหล่แสดงท่าทีไม่สนใจต่อคำพูด

“ฉันเดินเข้ามาในนี้ฉันยังไม่เห็นเลยว่ามีสร้อยตกอยู่ที่นี่ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงได้เอาเธอมาชุบเลี้ยงแบบนี้ ไม่กลัวบ้างหรือไงว่าเธอจะขโมยของในบ้าน มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นของแพงๆ บางทีอาจจะอยากได้ก็ได้!” เขาสบประหม่า แล้วยิ้มเหยียดแล้วมอง

หญิงสาวกัดฟันแน่น ทำไมถึงได้พูดจาแบบนี้ออกมา หล่อนไม่เคยคิดทำอะไรแบบนั้นเลยสักนิด ทั้งๆ ที่หล่อนมาอยู่ที่นี่เพราะบิดาเขายินดีต้อนรับ ไม่เคยมีความตั้งใจมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก ของสักชิ้นในบ้านไม่เคยหยิบเลย แถมเขาก็ไม่ได้เห็นหล่อนกำลังขโมยของสักหน่อย กล้าดียังไงมาพูดจาดูถูกคนอื่นแบบนี้ ต่อให้ถูกบังคับให้แต่งงานกัน แล้วเขาโกรธ แต่ก็ไม่ควรมาพูดจาทุเรศแบบนี้ ดวงตาเรียวตวัดเผลอตวัดขึ้นมองด้วยความไม่พอใจ

มองทำไมมิทราบ! เขาถามเสียงลั่น

เปล่าค่ะ ตอบเลี่ยง หล่อนจำต้องเก็บอารมณ์ขุ่นเคืองภายในเอาไว้ ไม่อยากมีปัญหาให้คุณท่านไม่สบายใจ

ฉันขอเตือนศศิรญา อย่าได้หวังอะไรจากฉัน ที่ฉันยอมแต่งงานกับเธอเพราะพ่อบังคับ แล้วฉันจะบอกอะไรให้อีกอย่างคนอย่างฉันแต่งได้ก็หย่าได้!

มือกำแน่นพยายามระงับความโกรธที่กำลังพลุ่งพล่าน หล่อนไม่อยากอยู่ตรงนี้อีกแล้ว ไม่อยากทนแม้แต่วินาทีเดียว ยังไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เขากลับเอาแต่ต่อว่าถากถางดูถูกต่างๆ นานา แล้วทำไมต้องมานั่งทนกับสถานการณ์ที่หล่อนไม่ได้เป็นคนเริ่มมันขึ้นมาด้วยเล่า โทสะเข้าครอบงำตวัดสายตามอง

“คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครกันค่ะ ที่คุณมีทุกอย่างจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะพ่อของคุณ แต่แทนที่คุณจะทำให้ท่านสบายใจกลับเที่ยวไปควงผู้หญิงที่ทำให้ท่านต้องปวดหัว ความจริงการศึกษาคุณก็สูง แต่ทำไมรสนิยมคุณต่ำจังคะ!” หญิงสาวตอกกลับเขาอย่างเจ็บแสบ

“เธอ!” เขาตวาดกร้าว

คนโดนต่อว่าโมโหจนระงับตัวเองไม่อยู่  หล่อนช่างกล้านัก! แค่มาอยู่ที่นี่ไม่กี่วันกล้าต่อปากต่อคำกับเขา ไม่มีสำนึกเลยหรือไงว่าอยู่ในบ้านของใคร เป็นแค่ผู้อาศัยทำปากเก่งดีนัก เห็นทีต้องสั่งสอนให้สำนึกแล้ว

ศศิรญามองดูสีหน้าเขาด้วยความหวาดกลัว หล่อนพลาดไปแล้ว ไม่ได้ตั้งใจมันเป็นเพราะความโกรธแค่นั้น ร่างบางรีบลุกขึ้นพยายามเดินหนี แต่มือหนากลับคว้าเอวบางไว้ก่อนเหวี่ยงลงไปบนโซฟา

ว้าย!” หล่อนกรีดร้องพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น

“ปากดีนัก! ปากเก่งให้ตลอดก็แล้วกัน มาอยู่ที่นี่ไม่กี่วันกล้ามาสั่งสอนคนอย่างฉัน เธอคิดว่าคนอย่างฉัน ไม่กล้าทำอะไรเธอหรือไงฮะ!”เ ขาตวาดกดตรึงร่างบางไว้บนโซฟา

กายสั่นเทาด้วยความกลัว แต่ก็แสร้งเชิดหน้าเพื่อไม่ให้เขารังแกได้อยู่ฝ่ายเดียว

คุณมันก็ดีแต่รังแกผู้หญิง!

นี่ยังไม่เรียกว่ารังแกหรอก ถ้ารังแกมันต้องแบบนี้!”

ริมฝีปากถูกบดขยี้อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างบางผลักไสดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการ แต่เขากลับรวบมือไว้  ใช้อีกมือที่ยังคงว่างอยู่บีบปลายคางเพื่อควานหาความหวานจากริมฝีปาก

 อื้อ!

หญิงสาวยังคงไม่ยอมเปิดปากออก ชายหนุ่มเพิ่มแรงบีบจนอีกฝ่ายจำต้องตอบสนอง ธานต์เมธาได้จังหวะสำรวจความหวานจนพอใจ ไม่นานเขาถอนริมฝีปากออกมา ก้มลงมองหน้าหญิงสาว แล้วยิ้มเยาะออกมาด้วยความสะใจ

“ทีหลังอย่าได้มาปากดีกับฉันอีก! หัดสำนึกซะบ้างว่าตัวเองเป็นใครมีสิทธิ์อะไรในบ้านหลังนี้ ความจริงฉันไม่เคยคิดจะแตะเธอเลยด้วยช้ำ แต่วันนี้ฉันได้ลองแล้วก็รู้สึกว่าเธอก็พอใช้ได้นะ เอาไว้เราแต่งงานกัน ฉันจะให้เธอเป็นเมียฉันไปพลางๆ แล้วเราค่อยหย่ากันดีไหม” ผละห่างแล้วหัวเราะลั่นกับการกระทำของตนเอง ก่อนเดินออกจากให้หลังจากทำโทษคนตัวเล็กเรียบร้อย

ศศิรญาสะอื้น ทำไมเขาถึงได้ใจร้ายแบบนี้ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนต่อว่ากันก่อนชัดๆ กลับเอาแต่โทษว่าหล่อนเป็นคนผิด แล้วต้องยอมหรือไง ยอมให้ด่าทอต่อว่าต่อขานเพียงฝ่ายเดียวอย่างนั้นหรือ? ช่างเป็นผู้ชายที่น่ารังเกียจ จาบจ้วงหยาบคายเสียจริง หล่อนไม่อยากทนเลย

 ฉันจะทำให้เธออยู่ที่นี่แทนไม่เป็นสุขเลยศศิรญา!” ธานต์เมธาเข่นเขี้ยว

ยกมือปาดน้ำตาลุกขึ้นจากโซฟา ยังหาไม่พบไม่เป็นไร พรุ่งนี้มีแสงสว่างค่อยมาอีกครั้งดีกว่าอยู่ตรงนี้แล้วถูกรังแก กลับขึ้นห้องนอน ทิ้งกายลงบนเตียง โชคชะตาของหล่อนช่างน่าตลกเหลือเกิน ไม่รู้วันหน้าจะร้ายหรือดี แต่ตอนนี้.... หล่อนเริ่มรู้สึกหวั่นใจ

พลิกกายหลายครั้ง ความกังวลถาโถม ความกลัวเข้าแทรก หล่อนกลัวว่าเขาจะแผลงฤทธิ์ แล้วถ้าหากนานไปมันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เวลานี้หล่อนเองก็รู้สึกโดดเดียวเหมือนตัวคนเดียวอยู่แล้ว หากเวลานี้ได้นอนอยู่ที่บ้านตนเองโดยที่มียายอยู่ด้วยมันคงจะดีไม่น้อยเลย

ยิ่งคิดน้ำตาพาลไหล กัดริมฝีปากเพื่อกล้ำกลืน ไม่อยากร้องไห้เสียใจ เพราะนี่คือการตัดสินใจของยาย ที่ฝากฝังหล่อนไว้กับคุณท่าน ถ้าหากหล่อนเสียใจกับการได้มาอาศัยอยู่ที่นี่ เท่ากับว่าตนเองกำลังตำหนิยายอยู่ เตือนตนเองอย่ากังวล อย่างน้อยคุณท่านก็ยังอยู่ หากมีอะไรคงพอช่วยเหลือได้ทันการณ์

 

หญิงสาวลุกขึ้นใส่บาตรแต่เช้า สีหน้าหล่อนหมองลงจนสาวใช้อย่างสอางค์มองด้วยความแปลกใจ เมื่อคืนหล่อนนอนแทบไม่หลับเลยเพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องที่โดนเขากระทำ

คุณญา... เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอคะ? สอางค์สอบถามหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง

ญาไม่เป็นอะไรหรอกค่ะน้าสอางค์ แค่เหนื่อยนิดหน่อยเองค่ะ คนถูกถามตอบแล้วฝืนยิ้ม

พักผ่อนบ้างนะคะ ยังไงยายอิ่มก็ไปสบายแล้ว คนเราเกิดมาก็ต้องตายยังไง คุณญาหักห้ามใจบ้างเถอะค่ะ

ค่ะ ญาทราบ ขอบคุณน้าสอางค์มากนะคะที่คอยเป็นห่วงญา

หญิงสาวเดินเข้ามาภายในบ้าน เข้าครัวไปเก็บอุปกรณ์ใส่บาตรในตอนเช้า เสียงโทรศัพท์ประจำบ้านดังขึ้น  หล่อนยืนมองไม่กล้ารับเพราะกลัวว่าจะมีผู้หลักผู้ใหญ่โทรมาติดต่อ เรื่องงานกับธานุภาพหรือติดต่อกับผู้ชายใจร้าย หญิงสาวกวาดตามองรอบๆ แต่ไม่เห็นใครจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู

สวัสดีค่ะ เสียงหวานกรอกไปตามสาย

ญา! นั้น ญาใช่ไหม?” เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างตื่นเต้น

ใช่ค่ะ แต่ไม่ทราบว่านั้นใครเหรอคะ?”

ญา... เรากัลเองนะ!

กัลเหรอ! โทรมาได้ยังไงเนี่ย!” ถามเพื่อนด้วยความตื่นเต้นระคนแปลกใจ

ญา... เราเป็นห่วงแทบแย่ วันงานศพของยายอิ่มเราเห็นญา อยากเข้าไปคุยด้วยแต่พอเดินไปเห็นคนใส่ชุดสีดำๆ ยืนล้อมหน้าล้อมหลังญาเราเลยไม่กล้า!” ปลายสายบอกน้ำเสียงเครียด

ศศริญารู้สึกผิด เพราะมัวยุ่งในหลายเรื่องเลยขาดการติดต่อกับเพื่อนรักไป ขนาดมาอาศัยอยู่ที่นี่ กัลญณัฐยังพยายามติดต่อ

จริงเหรอ ขอโทษนะกัลเรามัวแต่ยุ่งเรื่องงานของยายเลยไม่ได้ติดต่อกัลเลย หญิงสาวบอกเสียงเบา

ไม่เป็นไรหรอกญา เราแค่เป็นห่วงเท่านั้น เพราะญามียายอิ่มเป็นญาติเพียงคนเดียว แต่เราเห็นญาสบายดีมีคนดูแลเราก็สบายใจแล้ว

ขอบใจนะที่เป็นห่วงเรา

ก็เราสองคนเป็นเพื่อนกันมานานนี่นา....

ใช่ เราสองคนเป็นเพื่อนกันมานาน เผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

ญาสบายดีนะ"

อืมเราสบายดีไม่ต้องเป็นห่วงหรอก... แล้วกัลรู้ได้ไงว่าเราอยู่ที่นี่” ถามเพื่อนด้วยความสงสัย

อ๋อ วันงานเราเห็นคุณธานุภาพ เราจำหน้าเค้าได้เค้าเป็นนักธุรกิจชื่อดังมากเลย เราก็เลยเดาว่าน่าจะอยู่ที่นี่” กัลญณัฐไขข้อข้องใจเพื่อนสาว

“ขอบคุณนะกัล ที่ตามหาญาจนได้”

ปลายสายสงสัย เหตุใดศศิรญาถึงไปอาศัยอยู่ในบ้านเศรษฐีได้

“แล้วญา ไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นได้ยังไง”

ศศิรญาถอนหายใจเฮือกใหญ่ จะเล่าก็คงยาว ต้องหาเวลาเหมาะๆ ติดต่อกันอีกที

เรื่องมันยาวน่ะกัล เอาไว้เราเล่าให้ฟังทีหลังนะ

ก็ได้ ญา... เราจะเข้าไปเรียนมหาลัยที่กรุงเทพฯ จะเรียนต่อโทพอดี เราได้ทุน เอาไว้เราลงไปกรุงเทพเมื่อไหร่เราจะแวะไปหานะ

หญิงสาวยิ้มกว้างเมื่อทราบข่าวดีของเพื่อน ได้สิ ดีใจด้วยนะกัล

งั้นกัลไม่กวนแล้วนะญา บายจ้ะ

บายจ้า

ศศิรญาวางโทรศัพท์จากเพื่อน รู้สึกดีใจกับเพื่อนที่สามารถสอบชิงทุนและเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่เมื่อนึกถึงตัวเองแล้วศศิรญารู้สึกเศร้าใจอยู่ลึกๆ เมื่อตัวเองไม่ได้เรียนต่อดั่งใจหวัง บางครั้งศศิรญานึกน้อยใจในโชคชะตา มันช่วยไม่ได้ คนเราเกิดมามักมีอะไรไม่เท่ากันอยู่แล้ว

หนูญา ศศิรญาหันไปตามเสียงเรียก

ค่ะ หล่อนขานรับเมื่อจำได้ว่านี้คือเสียงของธานุภาพ

ใครโทรมาเหรอเมื่อกี้พ่อเห็นคุยโทรศัพท์ตั้งนานสองนาน....

หญิงสาวอึกอักกับคำถาม เกรงใจคุณท่าน เพื่อนดันโทรเข้ามาในบ้านเสียด้วย

เออเพื่อนค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ที่ญาไม่ได้ขออนุญาตก่อนน่ะค่ะ เพราะญาเองก็ไม่ทราบว่าเพื่อนจะโทรเข้ามาที่บ้าน หลุบตามองพื้นด้วยความเกรงใจ

ไม่เป็นไรๆ ธานุภาพร้องออกมาพร้อมโบกมือพ่อเห็นญาหงอยๆ มีเพื่อนคุยน่ะดีแล้วลูก ธานุภาพมองหน้าหญิงสาวยิ้มให้ด้วยความอ่อนโยน “หนูญาพ่อมีเรื่องอยากจะคุยกับหนูสักหน่อยน่ะ”

เรื่องอะไรเหรอคะ? หญิงสาวรู้สึกสงสัย

พ่อขอถามก่อนแล้วกันว่าญาอยากทำงานไหม?”

อยากค่ะ คนถูกถามตอบกลับน้ำเสียงตื่นเต้น

งั้น พ่อจะให้ญาไปทำงานที่บริษัทพ่อดีไหม

ทำได้หรือคะ หล่อนหวาดหวั่นใจ เกรงว่าเขาจะหาเรื่องอีก

ได้สิ พ่อจะให้ญาเป็นเลขาของเจ้าธานต์

ศศิรญาหุบยิ้มของตนเองลงทันที แม้อยากทำงานก็จริง แต่ถ้าต้องทำงานกับเขาผู้ชายที่ดูถูกกันได้ทุกเวลา มองเห็นหญิงสาวราวกับหนอนก็ไม่ปาน จาบจ้วง ฉวยโอกาส โอ้ย! สารพัดจะบรรยายความร้ายกาจ เรียกง่ายๆ ว่าเทพบุตรในคราบซาตานเลยก็ว่าได้

เออญาว่าไม่ดีมั้งค่ะ

ทำไมไม่ดีล่ะ ยังไงหนูญาก็จะต้องแต่งงานกับเจ้าธานต์อยู่แล้ว ถ้าหนูญาไปเป็นเลขาเจ้าธานต์ จะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นไงลูก... ธานุภาพพยายามอธิบาย

มันไม่ใช่ทำความรู้จักนะสิคะ มันจะเป็นกัดกันมากขึ้นเสียมากกว่านะสิ!” ศศิรญาคิดในใจ

คือว่า คุณธานต์เค้าไม่ค่อยชอบญาสักเท่าไหร่หรอกนะคะ ถ้าญาไปทำงานกับเข าบางทีเขาอาจจะทำงานไม่ได้เลยก็ได้นะคะ ศศิรญาพยายามหาขอแก้ตัว ให้ตนเองไม่ต้องทำงานกับผู้ชายที่เกลียดหล่อน

นั่นแหละ! ยิ่งทำให้หนูญาต้องไปทำงานกับเจ้าธานต์มัน” ชายชรายังคงยืนยันความคิดตนเอง

หล่อนอยากจะปฏิเสธ แต่เห็นสีหน้าของธานุภาพแล้วทำไม่ลง

 ก็ได้ค่ะ

 “โอเค ตกลงตามนี้นะหนูญา เดี๋ยวพ่อจะไปคุยกับเจ้าธานต์มันให้นะ เขาบอกแล้วเลื่อนรถเข็นออกนอกห้อง

ในอกหญิงสาวสั่นสะท้านขึ้นมา ดูเหมือนคุณท่านไม่รู้อะไรเลย ลูกชายท่านทำอะไรไว้ ปากเขายิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก หล่อนกลัวต้องเจอความวุ่นวาย การกระทำร้ายๆ มันอาจหนักข้อกว่าที่เจอเมื่อคืน ไม่รู้จะทนแบกรับได้ขนาดไหน จนถึงตอนนี้หล่อนต้องภาวนาคำว่าอดทนตลอดเวลา ผู้ชายคนนั้นทำให้หล่อนกลัวมากจริงๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha