ทัณฑ์ปรารถนา

โดย: Vanalak29



ตอนที่ 6 : บุคคลอันตราย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ธานต์เมธากลับมาจากบริษัทพร้อมกับนภาลักษณ์ คู่หมั้นสาวที่เดินเฉิดฉายเข้ามาทำท่าราวกับนางพญาก็ไม่ปาน ก่อนหายเข้าไปในห้องนอนของเจ้านายอีกคนในบ้าน

สาวใช้จ้องมองแล้วเบ้ปากกันยกใหญ่

น่าเกลียดจริง! จริ๊ง! ผู้หญิงอะไร มาบ้านผู้ชายแทนที่จะไปไหว้พ่อไหว้แม่เขา กลับเข้าห้องหายกันไปนานสองนาน น้าสอางค์เอยออกมาอย่างเหลืออด

เออ ฉันก็ว่ายังงั้นแหละนังอางค์ ผู้หญิงอะไรไร้ยางอายไม่มีสามัญสำนึกเอาเสียเลย!” สาวใช้อีกคนเห็นด้วย

ทั้งป้า ทั้งนังอางค์ พอเถอะ อย่าไปนินทาเจ้านายมันน่าเกลียด!” น้าสำรวยพูดแทรกขึ้นมาบ้าง

ฉันไม่ได้นินทาเจ้านายนะพี่สำรวย ฉันนินทายัยยางมะตอยนั้นต่างหาก!”

เออใช้! นังอางค์มันพูดถูกไอ้รวย พวกข้าไม่ได้นินทาเจ้านายนะโว้ย ยัยยางมะตอยนั้นไม่ใช่เจ้านายพวกข้า!”

มันก็จริง แล้วทำไมไปเรียกคุณนภาลักษณ์ ว่ายางมะตอยกันเนี่ยน่าเกลียดจริงๆ เลยพวกป้านี้!”

เอ้า! ก็หน้าไง! หน้าหนาเหมือนยางมะตอยเลยวะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆๆ เสียงหัวเราะอย่างคึกครื้นในครัวทำให้ศศิรญาอยากเดินมารวมวงด้วย

หัวเราะอะไรกันคะ บอกญาได้ไหม ศศิรญาเดินยิ้มหวานเข้ามาในครัว

แล้วคนนี้ล่ะป้า ให้ฉายาว่าอะไร?สำรวยแซว

คนนี้นางฟ้า ของฉันหยะ!!” สอางค์สอดขึ้นมา

เฮ้ย! สำหรับป้าก็นางฟ้าวะ ข้าจะบอกพวกเอ็งไว้เลยนะไอ้รวย นังอางค์ คนอย่างหนูญานะ ใครไม่ชอบก็บ้าแล้ว!

มีคนไม่ชอบป้า!” สำรวยย้อน

ใครวะ?”

ก็คุณธานต์ไง!” สำรวยกระซิบกระซาบ

บรรดาบ่าวไพร่ในบ้าน กำลังมองมา คนถูกมองขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

มีอะไรกันหรือเปล่าคะ มองหน้าญาแปลกๆ?”

ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่มองว่าคุณญาสวย... สอางค์รีบแก้ เพราะไม่อยากให้เจ้านายคนใหม่มารับรู้เรื่องนี้

น้าสอางค์ ล้อเล่นกับญาอยู่ได้ พอดีญาว่างๆ จะมาช่วยทำกับข้าวค่ะ มาค่ะมีอะไรให้ญาช่วยไหม ศศิรญารีบเดินเข้าไปช่วยหยิบจับอุปกรณ์ในครัว

ตอนนี้หล่อนไม่มีใคร อย่างน้อยก็มีคุณท่านและบรรดา ป้าๆ น้าๆ ที่เอ็นดู คอยให้กำลังใจเป็นอย่างดี กับข้าวจากในครัวถูกลำเลียงสู่โต๊ะอาหาร

ธานต์เมธาและนภาลักษณ์เดินลงมาจากห้องแล้วนั่งลงประจำที่ ศศิรญามองเห็นคู่หมั้นเขา เลยหยุดเท้าเดินกลับเข้าครัว ไม่มีใครถามว่าเป็นอะไรเพราะต่างรู้ดีขึ้น ธานุภาพออกมาจากห้องนอนของตนเอง เลื่อนรถเข็นไปบริเวณโต๊ะอาหาร เขามองบุตรชายและผู้หญิงอีกคน แววตาเยือกเย็น

สอางค์ ธานุภาพเรียกสาวใช้

ค่ะคุณท่าน

หนูญาล่ะไปไหน ไปตามมาทานข้าวด้วยกันสิ

ค่ะ สอางค์รับคำ แล้วเดินเข้าครัวเพื่อตามหา

สอางค์ก้าวมาหา กุมมือบีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ ตอนนี้หล่อนรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังออกศึกก็ไม่ปาน รู้ตัวว่าคราวนี้ คงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว หญิงสาวค่อยๆ เดินออกมาจากห้องครัวไปที่โต๊ะอาหาร

หนูญามานั่งสิลูก..... เสียงทักของธานุภาพทำให้ทั้งสองหันไปมองทันที

ทันทีที่ได้เห็นหน้าของศศิรญาความริษยามันก็พุดขึ้นมา ในความคิดของนภาลักษณ์แล้ว ผู้หญิงที่บิดาของธานต์เมธาเลือก น่าจะเป็นหญิงสาวหน้าตาจืดชืด เนื้อตัวดำคล้ำหรือสกปรกมอมแมม แต่ทุกอย่างตรงกันข้าม ผู้หญิงคนนี้สวยหวานหน้าตาคมคายไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเด็กบ้านนอกไร้การศึกษาอย่างที่ธานต์เมธาพูด

ร่างบางค่อยๆ เดินไปนั่งเคียงข้างธานุภาพ ดวงตาเรียวหลุบมองต่ำเพราะไม่กล้าสบตากับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม จำต้องทานข้าวอย่างฝืดคอ ทั้งๆ ที่ธานุภาพดูจะชอบอาหารที่หล่อนทำ รวมถึงชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูเจริญอาหารมากเลยทีเดียว ไม่นานนักมื้ออาหารแสนอึดอัดก็จบลง คนเป็นพ่อเหลือบมองลูก แล้วหันไปยิ้มให้ว่าที่สะใภ้

หนูญา... แล้วแกด้วยเจ้าธานต์ตามฉันไปที่ห้องรับแขก ธานุภาพสั่งก่อนเลื่อนรถเข็นออกไป

ศศิรญาเดินตามคุณท่าน รวมถึงชายหนุ่มด้วยแต่ สำหรับนภาลักษณ์แล้วหล่อนเกาะแขนเขาไม่ปล่อย เรื่องอะไรที่ธานุภาพคุยวันนี้หล่อนต้องรับรู้ด้วยให้ได้

นั่งลงสิ ธานุภาพเอ่ยเมื่อเห็นว่าทั้งสองเข้ามาในห้องพร้อมกันแล้ว

ธานุภาพมองเลยไปยังนภาลักษณ์ที่ถือสิทธิ์ตามมาด้วย เจ้าหล่อนนั่งลงบนโซฟาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่คนอย่างเขาก็ไม่ได้ใส่ใจผู้หญิงคนนี้สักเท่าใดนัก

แกอยากพาผู้หญิงของแกมาด้วยฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ขอบอกไว้ก่อนก็แล้วกันว่าอย่าได้พูดอะไรออกมาจากปากให้ฉันรำคาญก็แล้วกัน!” เขาเตือนบุตรชาย แววตาแข็งขึ้น

นภาลักษณ์เม้มริมฝีปากด้วยความไม่พอใจ เชิดหน้าขึ้นราวกับต้องการท้าทายอีกฝ่าย

เอาล่ะฉันจะเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ฉันจะให้หนูญาไปทำงานเป็นเลขาของแก

อะไรนะพ่อ! ธานต์เมธาเอยออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจไม่ต่างจากสีหน้าของนภาลักษณ์

ทำไม หรือว่าไม่ได้?

ไม่มีทางพ่อ! เรียนจบมาแค่ไหนก็ไม่รู้ บริษัทเราไม่ใช้ที่เด็กจบ ปอหก จะมาทำงานได้นะพ่อ แล้วแม่คนดีของพ่อ เรียนจบมาแค่ไหนกันเชียว!!” หันหน้ามองแล้วเหยียดยิ้ม ศศริญารู้สึกไม่พอใจกับท่าทางของเขาเช่นนี้จริงๆ

“หนูญา จบ ปวส. มา ทำไมจะทำงานในบริษัทเราไม่ได้!”

จบแค่นี้จะไปทำอะไรได้ ขนาดปริญญาโทเขายังไม่อยากรับเลย ถ้าเกรดไม่ดี นี่แค่ ปวส. จะให้มาทำงานเป็นเลขาเขาตลกสิ้นดี

ไม่ครับพ่อ ยังไงผมก็ไม่ยอมเด็ดขาด!” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น

ฉันเรียกแกมาพูดวันนี้ ไม่ได้ต้องการถามความเห็นของแกว่าได้หรือไม่? แต่ฉันต้องการสั่งให้แกทำเท่านั้น เพราะเวลานี้ฉันเป็นเจ้าของบริษัทอยู่ ถ้าแกไม่อยากทำตามที่ฉันสั่งแกก็รอให้ฉันตายไปก่อนแล้วกัน!” ประชดบุตรชายน้ำเสียงแข็งกร้าว

พ่อ! นี่มันเรื่องงานนะครับ ทำไมต้องเอาคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พ่อกล้าเอาบริษัทมาเดินพันหรือไง!” ลมหายใจหนักระบายออกมา หันมองตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาเดือดร้อนแล้วนึกหมั่นไส้

หนูญาปเป็นเลขาแกนะเจ้าธานต์ แกคิดว่าเขาจะไปเป็นประธานบริษัทหรือไงฮะ! ถึงพูดออกมาราวว่าเขาจะทำให้บริษัทเราเจ๊งอย่างนั้นแหละ!” ชายกลางคนย้อนเสียงเครียด

ศศิรญานั่งก้มหน้าฟังการโต้เถียงของทั้งสองฝ่ายด้วยความรู้สึกไม่สบายใจสักเท่าใดหล่อนไม่อยากถูกเกลียดไปมากกว่านี้ ยิ่งเขาเพิ่มระดับความรู้สึกเกลียด โกรธ ต่อหล่อนมากเท่าไหร่ เมื่อถึงเวลานั้นเขาต้องเรียกร้องให้ชดใช้แน่นอน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หญิงสาวรู้สึกกลัวที่สุด

โถ่พ่อ! พ่อจะเข้าข้างผู้หญิงคนนี้ไปถึงไหน ผมเป็นลูกของพ่อนะ ไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้! ทำไมพ่อต้องบังคับผมแบบนี้ด้วยเล่า!” คนถูกบังคับเริ่มหัวเสีย

แกรู้ไว้เลยนะเจ้าธานต์ ฉันไม่ต้องการให้แกได้ผู้หญิงที่ดีแต่เปลือก ฉันเป็นพ่อแกนะ! อะไรดีไม่ดีทำไมคนอย่างฉันจะไม่รู้ ฉันมีลูกคนเดียว และฉันจะไม่ยอมให้หน้าไหนมาปลอกลอกแกเป็นอันขาด เพราะฉะนั้นถ้าแกยังเห็นฉันเป็นพ่อของแกอยู่จงทำตามคำสั่งของฉันไม่อย่างนั้น แกก็ฆ่าฉันให้ตายซะจะได้สมใจแกไง! ความรู้สึกคนเป็นพ่อ ลูกไม่มีทางเข้าใจ เห็นอยู่ตรงหน้าว่าผู้หญิงที่ลูกชายควงไม่ดี แต่ทว่าตนเองกลับทำอะไรไม่ได้ ปล่อยให้ปลอกลอกไปวันๆ อะไรก็ดี ทำไมถึงโง่เรื่องผู้หญิงนัก เขาไม่เข้าใจเลย

พ่อ!ธานต์เมธาเรียกบิดาของตนเองด้วยเสียงอันดัง ยกมือกุมขมับตัวเองด้วยความหงุดหงิดใจ “พ่ออย่าพูดแบบนี้ได้ไหม ผมไม่ได้สารเลวขนาดนั้น!

คนเป็นพ่อยิ้มเยาะ แล้วตวัดสายตามองคู่หมั้นบุตรชาย “ดีที่แกยังไม่คิดอยากฆ่าพ่อแกให้ตายเพื่อสมบัติ”

“ผมไม่ใช่คนแบบนั้นครับพ่อ” เขาระบายลมหายใจ ความเครียดทวีหนักขึ้น “ผมแค่ไม่อยากทำในสิ่งที่พ่อต้องการเท่านั้น พ่อก็รู้ว่าผมไม่ชอบการถูกบังคับ”

นภาลักษณ์คันปากยิบๆ อยากจะเถียงใจแทบขาดแต่ติดว่าจะต้องมีปัญหากับธานุภาพทำให้ได้แต่นั่งเงียบ ยิ่งได้ยินคำปรามาสของธานุภาพแล้วทำให้หล่อนแทบอยากจะฆ่าชายแก่คนนี้ให้ตาย

อยากตายนักเหรอไอแก่ เดี๋ยวฉันจะสงเคราะห์ให้ค่อยดูเถอะอย่าให้โอกาสฉันมาถึงแล้วกัน!!”นภาลักษณ์คิดในใจ

“ถ้าแกไม่อยากให้ฉันบังคับ ก็ทำตัวให้มันดีกว่านี้ พ่อบอกแกแล้วใช่ไหมมีเรื่องเดียวที่พ่อไม่ชอบ นั่นคือ... ผู้หญิงที่แกควงทุกคน ถ้าแกคิดจะให้เงินกับผู้หญิงแบบนี้ ฉันว่าแกเอาเงินบริจาคการกุศลยังดีกว่าเลย”

นภาลักษณ์กำมือแน่น กัดริมฝีปากจนห้อเลือด ด่าทอกระทบกระแทกหล่อนดีเหลือเกินนะ อย่าให้ถึงทีบ้างก็แล้วกัน

“เรื่องนี้ผมว่าเราคุยกันแล้ว ผมไม่ได้ให้เงินกับผู้หญิงที่ผมควงมากอย่างพี่พ่อเข้าใจหรอกนะครับ ผมให้เท่าที่พอให้ได้” เขาอธิบาย

ธานุภาพไม่อยากโต้เถียง ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วสบตาลูก

“จบเรื่องนี้ แกอยากใช้เงินทำอะไรฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่ายอีกแล้ว เรื่องที่ฉันต้องการให้หนูญาไปทำงานด้วยเป็นอันตกลง คงมีเรื่องคุยกับแกเท่านี้ พาผู้หญิงของแกออกไปซะเจ้าธานต์ ฉันไม่อยากเรียกพระมาทำพิธีไล่สิ่งอัปมงคลแล้วถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องพามาที่นี่อีก!

เอ๊ะ! คุณพ่อคะ มันไม่มากไปเหรอคะ ทำไมทำกับนภาแบบนี้  นภากับธานต์เรารักกัน แล้วตอนนี้เราก็หมั้นกันแล้วด้วย!” นภาลักษณ์ไม่พอใจก่อนจะลุกขึ้นยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี

หึธานุภาพทำเสียงขึ้นจมูก หมั้นอย่างนั้นเหรอฉันไม่รับรู้ด้วยหรอกนะ เพราะฉันไม่ยอมรับเธอนภาลักษณ์!” ธานุภาพไม่อยากพูดอะไรที่ตนเองรู้มามากไปกว่านี้

หนูญา พาพ่อไปหน่อยลูก... หันมาบอกหญิงสาวน้ำเสียงอ่อนลง

ร่างบางเดินเข้ามาเข็นรถของธานุภาพออกไป ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล นภาลักษณ์มองผู้หญิงอีกคนด้วยความริษยา ทำไมถึงได้รับความเอ็นดูจากไอ้แก่นี่นักนะ กัดฟันแน่นหันมาทางคู่หมั้น

นภาไม่ยอมนะคะธานต์ ยังไงธานต์ก็ต้องพูดกับพ่อคุณนะคะ แบบนี้นภาก็แย่นะสิคะ!” นภาลักษณ์โวยวาย

คุณก็เห็นนภา ผมพูดอะไรได้ที่ไหนกัน เพราะแม่ตัวดีนั้นคนเดียวที่ทำให้พ่อผมเปลี่ยนไปแบบนี้ เห็นทีต้องจัดการขั้นเด็ดขาดแล้ว!” ขบกรามแน่นแววตากร้าวแข็ง

คุณจะจัดการกับมันยังไงคะธานต์?” นภาลักษณ์ถามด้วยความสงสัย

ผมมีไม้เด็ดแล้วกัน!” ชายหนุ่มตอบแล้วยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ

นภาลักษณ์เหลือบมองด้วยความลังเล จะปล่อยให้เขาจัดการกับศศิรญาดีหรือเปล่า ก็แม่นั้นสวยบาดตาขนาดนั้น แล้วผู้ชายอย่างเขาก็เจ้าชู้ไม่ใช่ย่อย แบบนี้หล่อนกลัวว่าจะส่งแมวไปหาปลาย่างล่ะสิไม่ว่า

ธานต์เมธาขับรถส่งคู่หมั้นที่คอนโดก่อนวกกลับมาที่บ้าน ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานระหว่างขับรถกลับมา คงต้องจัดการขั้นเด็ดขาดไม่เช่นนั้น หล่อนคงทำให้เดือนร้อนอยู่เรื่อย แล้วยิ่งตอนนี้บิดาเข้าข้างผู้หญิงคนนั้นยิ่งกว่าอะไรดี มีหวังคงได้ถูกจับแต่งงานกับหล่อนจริงๆ เป็นแน่ แต่อย่าหวัง! ว่าคนอย่างธานต์เมธาจะยอมให้มันเป็นไปตามความต้องการของบิดาง่ายๆ

อยากแต่งกับฉันดีนัก! ฉันจะสนองเธอให้ถึงใจเลยศศิรญา!” ชายหนุ่มนึกเข่นเขี้ยวในใจ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

 เสียงเคาะประตูดังขึ้นในยามราตรีกาลร่างบางค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง หลังจากพยายามข่มตาให้หลับไปอย่างยากเย็น หญิงสาวเหลือบไปดูนาฬิกา น่าแปลก... เวลาแบบนี้ ใครเป็นคนมาปลุกหล่อนกัน ลงจากเตียงยืนอยู่หน้าประตู มือกำลูกบิดประตูไว้ก่อนเปิดมันออก ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือดลงทันที ดึงประตูคิดปิดแต่อีกฝ่ายกลับรั้งไว้ไม่ยินยอม

 ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก ไม่ต้องกลัว เขาเอ่ยกับเสียงเบา สีหน้าเป็นปกติ

รู้สึกแปลกใจที่เขาไม่ได้ก้าวร้าวหรือดูถูกหล่อนเหมือนทุกวัน แววตาไม่มีอะไรเคลือบแฝง

แล้วคุณมาทำอะไรคะ?

สร้อยของเธอ ฉันคิดว่าฉันเจอมันแล้ว เขาบอก

จริงเหรอค่ะ! หญิงสาวร้องออกมาสีหน้ายินดี

อืม

แล้วอยู่ไหนล่ะคะ คุณเอามาด้วยหรือเปล่า?

ไม่ได้เอามาอยู่ที่ห้องฉัน อยากได้ก็ตามไปเอาเอง!” ธานต์เมธาเดินนำห่างออกไป

หญิงสาวลังเลไม่กล้าเดินตามเขาไป แต่สร้อยเส้นนั้นสำคัญกับหล่อนมาก เลยตัดสินใจตามไป สองร่างหยุดยืนหน้าห้องเขาเอื้อมเปิดประตูเดินนำเข้าไป

เข้ามาสิ ชายหนุ่มบอก

ไม่ดีกว่าค่ะ ญาขอยืนรอหน้าห้องนะคะคุณช่วยไปหยิบมาให้หน่อยได้ไหม

ถ้าไม่เข้ามาก็ไม่ต้องเอา! เขาบอกก่อนรั้งประตูมาปิด

คนตัวเล็กตกใจรีบแทรกกายเข้าไปในห้อง ด้วยเกรงว่าตนจะไม่ได้ของรักแสนสำคัญคืน พออยู่ด้านในศศริญากวาดสายตามองหาสร้อยทันที

สร้อยอยู่ที่ไหนคะ? หล่อนถาม เมื่อไม่เห็นวี่แวว

นั้นไง! ธานต์เมธาชี้ไปที่สร้อยสีเงินบนหัวเตียงของเขา

ศศิรญามองสร้อยแล้วยิ้มออกมาด้วยความดีใจ สร้อยเส้นนั้นมันเป็นสมบัติที่หล่อนกำลังตามหา เดินเข้าหาแล้วกอบกุมมันไว้ในมือด้วยความรักและหวงแหน

“คราวนี้เธอได้ระเห็จออกจากบ้านแน่!” เขาคิดในใจ

ชายหนุ่มเดินตรงมาใกล้ ในขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งหันหลังชิดหัวเตียงเพื่อสวมสร้อยคอของตนเองอย่างรีบร้อน โดยไม่ทันรู้ตัวเลยว่าอันตรายใกล้มาถึงตัวแล้ว ร่างสูงหย่อนก้นนั่งลงแล้วค่อยๆ เขยิบเข้าหา หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงความไหวยวบบนเตียง เหลียวมองเพียงสบตา จึงรู้ว่าระยะห่างระหว่างกันมันแทบไม่มี ตะเกียกตะกายหนีด้วยความตกใจ แต่ช้าไปเมื่อมือหนารวบเอวบางไว้ก่อนพาตัวเองหนีได้ทัน

ว้าย!” หล่อนกรีดร้องดิ้นรน

ร่างบางถูกกดตรึง ใบหน้าหญิงสาวซีดเผือดลงด้วยความกลัว ร่างกายสั่นเทา คนใจร้ายยิ้มเยาะแล้วจ้องมอง

คุณจะทำอะไร !” ถามเขาเสียงสั่นเครือ

แล้วเธอคิดว่าฉันจะทำอะไรเล่า ไหนๆ เราก็จะต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว เรื่องแบบนี้ยังไงมันก็ต้องเกิด ถ้ามันจะเกิดก่อนแต่งจะเป็นไรไป เขาตอบน้ำเสียงเนิบช้า แฝงไว้ด้วยความน่ากลัว

คนถูกกระทำอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ต้องทำร้ายกันขนาดนี้ด้วยเหรอ เราสองคนยังไม่ได้แต่งงานกันด้วยซ้ำ ทำไมต้องหลอกหล่อนให้มาที่นี่เพื่อหาทางแก้แค้นเอาคืนกันแบบนี้

คุณทำร้ายฉันไม่ได้นะคะ!” หญิงสาวร้องบอก เสียงสั่น

ทำไมจะทำไม่ได้! มีความสุขนักใช่ไหม ที่เห็นฉันเป็นแบบนี้ เธอพูดอะไรกับพ่อฉัน พ่อถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้!” สีหน้าดุดันขึ้น น้ำเสียงบ่งบอกถึงความไม่พอใจ คนใต้ร่างหวาดผวา

คำต่อว่ามันไม่ใช่ความจริง หล่อนไม่เคยพูดเรื่องเขากับคุณท่าน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน นิสัยใจคอเป็นเช่นไรก็ไม่เคยทราบ จะพูดใส่ร้ายกับคุณท่านได้ยังไง

“ฉันไม่เคยพูดอะไรกับคุณท่านเลยนะคะ”

เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเธอหรือยังไง! เธอไม่เห็นหรือว่าพ่อทำยังไงกับฉันบ้าง เธอเป็นใครถึงได้กล้ามาทำให้พ่อลูกทะเลาะกันแบบนี้ เธอไม่มีจิตสำนึกบ้างหรือไง!

ฉันไม่รู้ว่าคุณกับคุณท่านจะทะเลาะกัน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลย” หญิงสาวพยายามอธิบาย

เธอนี่น่าแปลก ทำไมพ่อให้ฉันแต่งงานกับเธอเธอถึงไม่ปฏิเสธ ถ้าเธอมีความบริสุทธิ์ใจจริงทำไมไม่ปฏิเสธพ่อฉันไป!

ริมฝีปากบางสั่นระริก หล่อนน้ำท่วมปากพูดไม่ออกและไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เขาเข้าใจได้ เพราะสิ่งที่หล่อนทำทุกอย่างมันทำเพื่อความสบายใจของยายเท่านั้นเอง แต่เขาคงจะยอมรับกับคำตอบแบบนี้ไม่ได้

ฉันแค่...” หญิงสาวพูดไม่ออก

ตอบมาสิ!”เขาเร่ง

เพราะนี้เป็นความตั้งใจสุดท้ายที่ฉันจะทำให้กับผู้มีพระคุณค่ะ ยังไงคุณก็คงไม่เข้าใจกับสิ่งที่ฉันทำหรอก!” หญิงสาวกัดริมฝีปาก แล้วสูดหายใจเข้าปอด “แล้วอีกอย่าง ฉันถามคุณท่านแล้ว ถามย้ำเรื่องงานแต่ง แต่ท่านยังยืนยันเหมือนเดิม คุณจะให้ฉันทำยังไง”

ปฏิเสธสิ ยืนกรานไป ทำไม่ได้หรือไง” ชายหนุ่มเริ่มเดือด มันไม่เข้าท่าสักนิดกับคำตอบแบบนี้ “เธอเองก็ไม่ชอบฉันอยู่แล้ว พ่อคงไม่บังคับให้แต่งงานกับฉันแน่ถ้าเธอไม่ยินยอม”

คนฟังเม้มปาก น้ำตาคลอ ทุกอย่างทำไมถึงตกที่เธอทั้งหมด การที่คุณธานุภาพต้องการให้เขาแต่งงาน ก็เพราะตนเองไปมีผู้หญิงมากมาย เที่ยวใช้เงินปรนเปรอจนคนเป็นพ่อต้องเป็นห่วง ทั้งหมดทั้งมวลมันเกิดจากการกระทำของเขาทั้งนั้น แล้วมาโทษเธอได้ยังไง ที่สำคัญตอนนี้เรายังไม่ได้แต่งงานกันเสียหน่อย แต่เขากลับตีโพยตีพายหาทางทำร้ายเธออยู่ได้

“คุณไม่ต้องกลัวหรอก ฉันหาทางปฏิเสธแน่ คุณท่านไม่ได้เร่งรัด ในเมื่อท่านไม่ได้พูดเรื่องแต่งงาน ฉันก็ไม่คิดถามท่านว่าจะให้แต่งหรือไม่หรอกนะคะ” หญิงสาวกัดริมฝีปาก “แต่ทำไมคุณต้องทำร้ายฉันด้วย เราสองคนยังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อย บางทีคุณท่านอาจทำเพื่อให้คุณกลับมาบ้านบ้าง พอคุณมาหาท่านบ่อยๆ ท่านก็คงลืมไปเอง”

ชายหนุ่มกัดฟัน “ฉันรู้จักนิสัยพ่อดี ถ้าไม่ทำพ่อไม่พูดออกมาหรอก”

อะไรก็ไม่ได้ ไม่เชื่อสักอย่าง ให้หาเหตุผลร้อยแปดมาอธิบายก็คงไม่มีประโยชน์

ถ้าเช่นนั้น ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดหรอกค่ะ ฉันทำเท่าที่ทำได้แล้ว” ดวงตาเรียวสวยกรอกไปมา ก่อนเอ่ยปาก “ฉันอยากให้คุณท่านยกเลิกงานแต่ง ฉันไม่เคยต้องการแต่งงานกับคุณ ยิ่งพอรู้จักนิสัยใจคอ ฉันยิ่งไม่เคยคิดอยากแต่ง แต่ถ้าหากคุณท่านขอร้องฉันก็จะทำ คนอย่างฉันใครมีบุญคุณต้องทดแทน ต่อให้มันสร้างความทรมานให้มากแค่ไหนก็ตาม” ไม่ใช่แค่ยายอิ่ม แต่กับคุณธานุภาพท่านดีกับหล่อน อยากให้ท่านสบายใจ

ธานต์เมธาขบกรามแน่น ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย

ผู้หญิงอย่างเธอมันหาผู้ชายไม่ได้อีกแล้วหรือไง! ถึงได้จ้องมาจับฉัน เธอก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าฉันมีคู่หมั้นแล้ว มีคนที่ฉันรักแล้ว เธอยังกล้าจะแต่งงานกับคนที่มีคู่หมั้นแล้วอยู่อีกอย่างนั้นเหรอ!

ต่อให้พูดอะไรออกไปก็คงไม่ฟัง หล่อนไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเขา เพียงแต่เชื่อว่าการแต่งงานจะทำให้ยายที่จากไปมีความสุข ทว่าเวลานี้หล่อนอาจคิดผิด เพราะเขาร้ายกาจ หยาบคาย แถมยังหลอกล่อเธออย่างเลือดเย็น เขาไม่ได้รู้อะไรเลย ยังมีหน้ามาว่าว่าเหตุผลของหล่อนมันฟังไม่ขึ้นเสียอีก ชายผู้นี้ไม่เคยนึกถึงความรู้สึกใคร เอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่เท่านั้น ยิ่งคิดกยิ่งรู้สึกโมโห เขาไม่มีค่าพอมาต่อว่าหล่อนให้เสียหาย ตวัดสายตามองสีหน้าไม่พอใจ

ฉันไม่เคยคิดอยากจะแต่งงานกับคุณ ต่อให้มีคุณคนเดียวที่เป็นผู้ชายบนโลกนี้ก็ตาม แต่เพราะมันเป็นความต้องการของคุณท่าน ฉันจึงไม่อาจปฏิเสธได้ ในเมื่อคุณคิดว่าฉันเป็นคนเช่นนั้นก็ตามใจ เพราะคนอย่างคุณมันก็แค่ผู้ชายหลงตัวเองคนหนึ่ง!”เผลอพลั้งปากออกไปด้วยความโกรธ

กรามถูกขบแน่นมองดูคนใต้ร่างดวงตาวาว ปากดีนัก! ผู้หญิงคนนี้ ในเมื่อกล้าต่อปากต่อคำ ก็อย่าหวังว่าเขาจะปราณี เห็นทีต้องจัดการขั้นเด็ดขาดให้อยู่บ้านหลังนี้ต่อไปไม่ได้

“เธอไม่เข็ดเลยใช่ไหม! หรือว่าเธอชอบมัน เธอถึงได้พูดจายั่วให้ฉันโมโหแบบนี้ ผู้หญิงอย่างเธอช่างไร้ยางอายน่าสมเพชจริงๆ” น้ำเสียงเยาะเย้ยเหยียดหยาม สีหน้าแววตาบ่งบอกถึงการดูถูกดูแคลน

เพียะ!

 ฟาดลงบนใบหน้าจนผิวแก้มแดงเป็นรอยมือ ธานต์เมธาหน้าชาความอดทนของเขาขาดผึง ชุดนอนตัวสวยถูกกระชากออกมาจากเรือนร่าง

 “กรี๊ด!” หล่อนกรีดร้องยกมือขึ้นปิดเรือนร่างตนเอง

เรือนร่างสมส่วนผิวขาวเนียนละเอียดเผยต่อสายตา เขาชะงักขบกรามแน่น พยายามระงับอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ เมินหน้าหนีสูดหายใจเข้าปอด แล้วหันกลับมาจ้องมองใบหน้าของคนปากดี ซึ่งกำลังซีดเผือด น้ำตาไหลรินออกมา

ลองปากดีกับฉันอีกสิ คราวนี้ฉันจะไม่ให้มีอะไรติดตัวเธอเลยคอยดู!” เขาขู่

คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชายคุณธานต์เมธา! คุณมันดีแต่รังแกผู้หญิง หน้าไม่อาย คุณใช้วิธีหยาบช้ามาทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง! บริภาษเขาพลางดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือ

คำพูด ไม่ได้ทำให้อารมณ์ครุกรุ่นเย็นลงได้ มันยิ่งทำให้เขารู้สึกเดือดมากขึ้น ดวงตาเรียวคมจ้องมองหญิงสาว

ปากดีอีกแล้วนะ บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าปากดีอีก ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นแบบนี้!” มือดึงทึ้ง กระชาก บราเซียจนขาด มันเสียดสีกับผิวเนื้อจนเกิดรอยแดง

กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” แม้จะกรีดร้องดิ้นรนพยายามตะโกนลั่นเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครมาช่วยได้เลย

ร่างบางดิ้นรนน้ำตานอง หล่อนกำลังกลัว ผู้ชายคนนี้ทำอะไรก็ได้ตามต้องการโดยไม่สนใจเลยว่าใครจะเป็นยังไง จากการกระทำของเขา ทรวงอกอวบที่กำลังเผยต่อสายตาทำเอาเลือดในเดือด ความร้อนกำลังเพิ่ม มันเกิดจากความโกรธหรือความต้องการกันแน่เขาเริ่มรู้สึกไม่เข้าใจ

จะปากดีอีกไหม ยังมีอีกชิ้นนะศศิรญาที่ฉันไม่ได้ถอด!”

ริมฝีปากถูกกัดจนเป็นห่อเลือด น้ำตาของหล่อนกำลังไหลออกมาไม่ขาด ทำไมต้องร้ายกาจกับหล่อนด้วย ทำไมต้องทำลายศักดิ์ศรี เขาน่าจะนึกถึงจิตใจหล่อนบ้าง หล่อนเป็นคนมีความรู้สึก แต่สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี่มันช่างหยาบช้านัก หล่อนไม่ได้ทำอะไรผิด แต่กลับถูกกระทำราวกับตนเองเป็นคนร้าย

ฉันเกลียดคุณ! ไอ้คนเลว! ตัดใจตะโกนออกมา

ยังไม่เลิกใช่ไหม! เธอวอนหาเรื่องเองนะ!” ชายหนุ่มไม่พูดอะไรต่อ

จับชิ้นส่วนสุดท้ายส่งสายตาเย้ยหยัน หล่อนอ้าปากค้างจับมือเขาไว้ไม่ให้เทำตามต้องการ แต่เรี่ยวแรงน้อยกว่า

แควก!

มันถูกกระชากออก ครูดผิวเนื้อ

ไม่!” คนถูกกระทำกรีดร้อง น้ำตาไหลอาบแก้ม

เรือนร่างเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้า ธานต์เมธาหายใจหนัก ขบกรามข่มกลั้นอารมณ์ปรารถนา เขาต้องทำตามแผนอย่าได้หลงรูปกายเป็นอันขาด

ปล่อยฉัน...ได้โปรด... อย่าทำแบบนี้เลย....” หญิงสาวพยายามอ้อนวอน

เธอเห็นหรือยัง! ว่าคนอย่างเธอไม่มีอะไรจะสู้ฉันได้ อย่าได้ปากดีกับฉันอีก!

หญิงสาวนิ่งเงียบหล่อนพูดอะไรไม่ออก อับอายเกินกว่าจะพูดอะไรออกไป เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องเจอกับความอับอายขนาดนี้ เรือนร่างไม่เคยให้ใครได้เห็น ทำไมต้องเป็นชายใจดำคนนี้ที่เห็นมันด้วย

“ถ้าความโชคดีของหล่อนคือการได้เจอธานุภาพ แล้วทำไมต้องมอบความโชคร้ายให้กับหล่อนโดยการเจอกับธานต์เมธาด้วย!” หญิงสาวคิดในใจอย่างเจ็บปวด

ศศิรญานิ่งหลับตาลงเวลานี้หากเขาต้องการทำอะไรก็ทำเถอะ อยากให้หล่อนอับอายมากกว่านี้ก็เชิญเลย ไม่ได้หวังอะไรอีกแล้ว คงแค้นมากเกลียดมากถึงทำลายศักดิ์ศรีหล่อนไม่มีชิ้นดี

“ไปบอกพ่อฉันซะว่าเธอจะไปจากที่นี่ แล้วก็ยกเลิกการแต่งงานบ้าๆนี้ซะ!” ธานต์เมธาสั่งเสียงกร้าว

เสียงเงียบทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสงสัย จ้องมองแต่ต้องชะงัก เมื่อเรือนร่างเปลือยเปล่าน่าหลงใหลมันทำให้ใจกระตุกขึ้นมา สังเกตสีหน้าแววตา ไม่เห็นอีกฝ่ายจะลืมตาขึ้นมา ใช้มือตบแก้มแผ่วเบา

“นี่เธอ!” เขาพยายามปลุก “ศศิรญา!

แต่กลับไม่มีการตอบสนองใดๆ ธานต์เมธาฉุนกึกหล่อนกล้าดียังไงมาหลับเอาตอนนี้เนี่ย

“บ้าเอ้ย! มาหลับอะไรตอนนี้วะเนี่ย!” สบถออกมาด้วยความหงุดหงิด

เรือนร่างเย้ายวนยังคงทำให้กายเขาร้อนรุ่มไม่หาย ธานต์เมธาจ้องมองไปยังวงหน้าที่อาบด้วยน้ำตา ริมฝีปากบางที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อยราวกับเชิญชวน ทรวงอกอวบอิ่มน่ามอง หรือแม้กระทั่งส่วนสำคัญที่เย้ายวนให้อยากเชยชม ใบหน้าก้มลงจุมพิตริมฝีปากจูบซับน้ำตา เมื่อดื่มดำจึงถอนริมฝีปาก เกลี่ยเส้นผมที่ปกปิดใบหน้าไว้ที่ข้างแก้ม สำนึกกลับมาธานต์เมธาชะงักกระชากผ้าห่มมาคลุมร่างหญิงสาวไว้

เฮ้ย! คิดอะไรวะเนี่ย บอกตนเองด้วยความหงุดหงิด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha