ทัณฑ์ปรารถนา

โดย: Vanalak29



ตอนที่ 7 : ลูกไก่ในกำมือ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ร่างบางพลิกกายในยามเช้าในหัวสมองนึกได้ถึงเรื่องค่ำคืนผ่านมา รีบลุกพรวดมองสำรวจตนเองสีหน้าตระหนก กวาดตามองรอบห้อง ไม่ได้อยู่ในห้องของชายใจร้าย แต่ที่นี่คือห้องของตนเอง ถอนหายใจโล่งอก ทว่า... แล้วหล่อนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเกิดอะไรขึ้นกับหล่อนหรือเปล่า ร่างกายไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ กัดริมฝีปากจนเป็นห้อเลือด โชคดีเท่าไหร่แล้วรอดมาได้ แทบไม่อยากคิดเลย ร่างกายยังสั่นเทา ความทรงจำค่ำคืนผ่านมาตามหลอกหลอน ทำไมเขาต้องทำร้ายหล่อนถึงขนาดนี้ แค่เพียงเพราะต้องการยกเลิกงานแต่ง ถึงกับกระทำการไร้ศักดิ์ศรีเช่นนี้ หล่อนจะไม่หลงเชื่อชายคนนี้อีกแล้ว

ฝืนความรู้สึกตัวเอง ตัดสินใจอาบน้ำจัดกายแต่งกายเรียบร้อย เดินลงมาชั้นล่างก้าวไปยังห้องรับประทานอาหาร หญิงสาวนั่งลงตรงข้ามกับธานุภาพ ชายชรายิ้มให้เช่นเคย แล้วหันสั่งให้สาวใช้ตักข้าว เสียงฝีเท้าดังอยู่ช่วงบันได้ ดวงตาเรียวช้อนมองเห็นเขากำลังเดินลงมาแถมยังมองมาแล้วยิ้มเย้ย

ดวงตาเรียวสวยหลุบมองพื้น ใจเต้นโครมครามความกลัวแผ่ซ่าน ธานต์เมธาจงใจหย่อนกายลงบนเก้าอี้ข้างว่าที่ลูกสะใภ้ของพ่อ แต่ความกลัวของอีกฝ่ายทวีความรุนแรง มือบางที่กำลังถือช้อนอยู่สั่นระริกจนมันหล่นลง ธานุภาพมองหญิงสาวด้วยความแปลกใจ มีเพียงชายหนุ่มเท่านั้นที่รู้ว่ามันเป็นเพราะสาเหตุใดและเขาก็รู้สึกสนุกที่ได้แกล้งหล่อน

เป็นอะไรหรือเปล่าลูก เมื่อคืนนอนหลับไม่ค่อยสบายเหรอ ธานุภาพถามเหมือนเห็นหญิงสาวมีอาการแปลกๆ

ปะ...เปล่าค่ะ ญาหลับสบายดีค่ะ

หลับสบายก็ดีแล้วลูก พักผ่อนให้มากๆ เรื่องยายก็อย่าไปกังวลรู้ไหม ยายไปดีแล้ว อีกหน่อยเราต้องไปทำงานกับพี่เขาแล้ว

คนฟังกำมือแน่น ทำงานกับเขางั้นเหรอ นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด

ค่ะ

เจ้าธานต์ จะให้หนูญาไปทำงานกันแกได้วันไหน” คนเป็นพ่อหันมาถามบุตรชาย

ร่างสูงชะงักมือที่กำลังจะตักอาหารเข้าปาก วางช้อนลงด้วยความไม่พอใจ เหลือบมองหญิงสาวแล้วหันไปหาบิดาเพื่อตอบคำถาม

ผมจะรู้ได้ยังไงละครับ! ผมไม่ใช่เจ้าของบริษัท ผมก็แค่พนักงานคนหนึ่งเท่านั้น ผมว่าพ่อตัดสินใจเองจะดีกว่า เขาประชด

ธานุภาพกระตุกริมฝีปาก ไอ้ลูกคนนี้นี่! มันช่างกวนอารมณ์เสียจริง

ถ้าตามใจพ่อ พ่อก็จะให้หนูญาไปทำงานวันนี้ได้ไหมล่ะเจ้าธานต์!” ธานุภาพย้อน

เขาพ่นลมหายใจออกมา พ่อเขานี้ช่าง สรรหาเรื่องมาให้เสียเหลือเกิน จำเป็นไหมต้องให้ผู้หญิงคนนี้ไปทำงานกับเขา ความรู้แค่งูๆ ปลาๆ ทำอะไรได้แค่ไหนกันเชียว คิดแล้วน่าเบื่อหน่าย

ได้ครับพ่อ! ผมไม่ขัดใจท่านประทานใหญ่อยู่แล้ว ให้นั่งรถไปกับผมเลยไหมล่ะครับ จะได้เปิดตัวเลยว่าอีกหน่อยจะมาเป็นเมียผม!” ชายหนุ่มไม่วายตอกกลับบิดาด้วยถ้อยคำประชดประชัน แต่ดูเหมือนอีกฝายไม่ได้รู้สึกรู้สา

ก็ดี! ความคิดแกนี่ใช่ได้เลยเจ้าธานต์!”

หล่อนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ไปกับเขาไม่ได้เด็ดขาด เขาฆ่าหล่อนแน่ แค่เมื่อคืนก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว หากนั่งรถไปด้วยกันมีหวังถูกบีบคอตายคามือ

หนูญา... จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยลูก จะไปไปทำงานพร้อมพี่เขา ธานุภาพหันมาสั่งหญิงสาว

มือบางจับกันไปมา เหงื่อเริ่มผุดเต็มใบหน้า หล่อนกลัวมากจริงๆ ผู้ชายคนนี้คาดเดาอะไรไม่ได้ แถมอารมณ์รุนแรงอีกต่างหาก

แต่ว่า... ญายังไม่พร้อมเลยค่ะ หญิงสาวปฏิเสธเสียงสั่น

ไม่พร้อมอะไรเหรอลูก”

ริมฝีปากสั่น จะตอบเช่นไรดี “คือว่า... ญาไม่อยากรบกวนคุณธานต์น่ะค่ะ ถ้ายังไงให้ญาไปเองได้ไหมคะ”

ธานุภาพพอเข้าใจ สิ่งที่หญิงสาวต้องการ

“ไปด้วยกันนั่นแหละ ประหยัดดีจริงไหม จะไปขึ้นรถเมล์ทำไมในเมื่อพี่เขาก็ไปทำงานอยู่แล้ว”

ศศิรญาไม่ตอบ มีเพียงสีหน้าซึ่งซีดลง ชายชราเริ่มเห็นใจ

หนูญาไม่ต้องกลัวนะลูก หากเจ้าธานต์มันทำอะไรมาบอกพ่อได้

หญิงสาวไม่กล้าปฏิเสธธานุภาพอีก ร่างบางเดินขึ้นไปชั้นบน แล้วแต่งตัวลงมาด้านล่าง ธานต์เมธายืนรอหญิงสาวอยู่ที่รถ ศศิรญาเร่งฝีเท้าเดินตามไปก่อนที่เขาจะเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ โดยมีหล่อนอยู่เบาะหน้าคู่กัน ไม่นานรถเคลื่อนออกจากรั้วบ้าน

“เธอยังกล้านั่งเสนอหน้าในบ้านฉันอีกเหรอ!” เขาเยาะ ขณะขับรถไปได้สักระยะ

สงครามของเขาเริ่มขึ้นหล่อนคิดไว้แล้ว เขาต้องหาทุกวิถีทางเล่นงานหล่อนแน่ ตอนนี้ไม่กล้าพูดตอบโต้ ไม่มีเสียงใดตอบมีเพียงความเงียบ เขาเหลียวมองเห็นอีกฝ่ายกำมือแน่น ขอบตาเริ่มแดง กลัวกันงั้นหรือ

กลัวหรือ?  ถ้ากลัวแล้วทำไมไม่ออกไปจากบ้านฉันซะ!”เขาตวาดขึ้นมาอีกครั้ง

ศศิรญาสะดุ้งด้วยความตกใจ ก้มหน้าลงหลับตานิ่ง อารมณ์เขารุนแรงน่ากลัวมากเหลือเกิน

คุณธานต์ค่ะ.... เราสองคนต่างคนต่างอยู่ไม่ได้เหรอค่ะ หล่อนบอกเสียงแผ่วเบา พยายามไม่ใช้น้ำเสียงเพื่อยุยงให้อีกฝ่ายมีอารมณ์มากขึ้น

ถ้าต่างคนต่างอยู่ แล้วทำไม พ่อฉันถึงต้องบังคับให้ฉันแต่งงานกันเธอ แล้วนี่อีก ให้พาไปทำงานด้วย ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว!”

“ฉันไม่ทราบค่ะ เพราะนี้เป็นการตัดสินใจของคุณท่าน แต่ถ้าคุณไม่อยากแต่งงาน ญาจะพยายามไปหว่านล้อมคุณท่านให้นะคะ หญิงสาวพยายามเอาตัวรอด

ลองถ้าพ่อของฉันได้พูดออกมาแล้วล่ะก็ ไม่มีวันกลืนคำพูดตัวเองหรอก!

แล้วคุณต้องการให้ญาทำอะไรคะ ทุกวันนี้ญาก็ตกเป็นเบี้ยล่างของคุณอยู่แล้ว คุณหาว่าญาไม่ดี แล้วที่คุณทำกับญามันดีนักหรือไงคะ!” ความโกรธทำให้หล่อนย้อน เมื่อคืนทำอะไรไว้เขาน่าจะรู้แก่ใจ หล่อนต้องอับอายเสียศักดิ์ศรีมากแค่ไหน

อย่ามาปากกล้ากับฉัน! และสิ่งที่ฉันต้องการคือเธอต้องออกไปจากบ้านฉันซะ!” ชายหนุ่มตวาด

คนตัวเล็กน้ำตาคลอ หล่อนจะทำเช่นไร อยากออกไปจากที่นี่ หากมีหนทาง ในเมื่อไม่มีญาติสักคน

“ขอเวลาสักหน่อยนะคะ แล้วญาจะทำตามที่คุณต้องการ” หญิงสาวประวิงเวลา หากได้ทำงานพอเก็บเงินได้สักก้อน หล่อนจะไปจากที่นี่ แม้รู้สึกเสียดายไม่ได้รับใช้คุณธานุภาพอีก แต่หล่อนไม่อยากสู้รบปรบมือกับลูกชายของเขา

คนฟังหงุดหงิดกับคำตอบ เลยย้อนถาม เพราะอะไร!”

ไม่อยากบอกเหตุผล ถ้าพูดความจริง สุดท้ายแล้วชายผู้นี้ต้องหาว่าหล่อนรอเวลากอบโกยสมบัติแล้วจากลาแน่นอน ไม่ว่าทางไหนคนอย่างหล่อนก็ดูแล้วร้ายเสียหมด

“เพราะญายังมีเรื่องต้องทำค่ะ”

ทำอะไรงั้นเหรอ อย่างเธอมีอะไรต้องทำด้วย อย่ามาโกหกเพื่อประวิงเวลาหน่อยเลย!

“ไม่ได้โกหกนะคะ

อยากได้เงินใช่ไหม! ฉันจะให้ศศิรญา ต้องการเท่าไหร่บอกมา!”

เงินงั้นเหรอ อยากได้ก็จริง แต่ต้องไม่ใช่เงินของเขา หล่อนต้องการหามันด้วยตัวเองต่างหาก

ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ!”

เอี๊ยด!

รถของชายหนุ่มจอดลงที่ข้างทางทันที คนกำลังโมโหหันมาจ้องมองอีกฝ่ายแล้วยิ้มเยาะ

เธออยากได้ตัวฉันสินะศศิรญา เพราะถ้าได้ตัวฉันเธอจะได้สมบัติมหาศาลด้วยใช่ไหม!”

คุณ!” ร่างบางกัดริมฝีปากตอบโต้ออกไปด้วยความโกรธ ถ้าญาต้องการทรัพย์สมบัติของคุณจริง ญาก็สามารถจะทำได้ เพียงแค่ญาเอาใจคุณธานุภาพเพียงไม่นาน ญาเชื่อว่ายังไงเสียสมบัติของคุณก็ต้องตกเป็นของญาแน่นอน!”

ธานต์เมธาขบกรามแน่นมือกำพวงมาลัยบีบมันเพื่อสะกดอารมณ์ที่กำลังจะระเบิดอยู่ในเวลานี้ สารภาพความโสมมของตัวเองออกมาจนหมด รอเวลาพ่อเขาตายใจให้ยกสมบัติให้สินะ ผู้หญิงไร้ยางอาย

ในเมื่อเธอต้องการที่จะเชื่อฟังพ่อของฉัน ได้! ได้เลย! แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ศศิรญา เธอกับฉันลองดูกันว่าใครมันจะแน่กว่ากัน นับจากวันนี้เธอกับฉันเราคือศัตรูกัน!”

ชายหนุ่มทะยานรถออกไปด้วยความเร็วสูง คนตัวเล็กจับเบาะแน่นด้วยความกลัว เขาขับปาดไปปาดมาจนหัวใจของหญิงสาวร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม สีหน้าเริ่มซีดลง รถยนต์เลี้ยวเข้าไปในตัวตึกก่อนเบรกลงอย่างกะทันหัน เล่นเอาหญิงสาวหัวโขกเข้ากับคอนโซลด้านหน้า

“โอ้ย!” หล่อนร้องยกมือกุมศีรษะตนเอง

ธานต์เมธาเมินหน้าหนี เปิดประตูเดินลงจากรถโดยไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะตามเขาไปหรือไม่ ร่างบางรีบหยิบข้าวของเร่งฝีเท้าตาม ขายาวก้าวอย่างรวดเร็วไม่รอ ต้องการกลั่นแกล้งอีกฝ่าย คนตัวเล็กกึ่งวิ่งกิ่งเดินเพื่อติดตาม เมื่อถึงหน้าลิฟท์เขาหยุดกะทันหัน หญิงสาวไม่ทันระวัง

“อุ้ย!” หญิงสาวตกใจเมื่อทรวงอกอวบชนเข้ากับแผ่นหลังของเขาเต็มที่

เขาทำเป็นไม่สนใจ พร้หันไปทำหน้าดุใส่อีกครั้งเดินเข้าไปในลิฟท์ ร่างบางรีบเดินตามประตูลิฟท์เปิดออกเขาเดินออกมาจากลิฟท์ เธอรีบสาวเท้าลงชั้นเดียวกับเขา ธานต์เมธาเดินเข้าไปในห้องทำงานของตนเองโดยที่ปล่อยให้หญิงสาวยืนเคว้งอยู่หน้าห้องโดยไม่สนใจ

ขอโทษนะครับศศิรญาหันไปมองตามเสียง

หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อเห็นผู้ชายหน้าตาสุภาพคนหนึ่ง ยืนอยู่ตรงหน้าศศิรญาได้แต่ทำหน้างงๆ เมื่อเห็นเขายิ้มให้

“ใช่คุณศศิรญาหรือเปล่าครับ?”

“ใช่ค่ะ”

“ผมนันทวัฒน์นะครับ”เขาแนะนำตัว

“เอ่อ..ค่ะ”

นับจากวันนี้ไปผมมีหน้าที่ดูแลคุณนะครับ พอดีคุณธานุภาพโทรมาสั่งกับผมไว้ครับนันทวัฒน์ยิ้มให้หญิงสาวด้วยท่าทีที่เป็นมิตร

อ๋อ ค่ะหญิงสาวรับคำก่อนจะยิ้มให้เช่นกัน

เดี๋ยวคุณศศิรญาตามผมมาเลยนะครับ ผมจะเริ่มสอนงานให้นันทวัฒน์บอกก่อนจะเดินนำหญิงสาวไป

ศศิรญาถูกนำไปที่ต่างๆ ของบริษัท หล่อนยิ้มแย้มให้กับพนักงานทุกคน และทุกคนต่างก็มีท่าทางที่เป็นมิตรกลับมา มีเพียงพนักงานคนเดียวเท่านั้นที่มองหล่อนแปลกแถมมีท่าทีที่ดูถูกหล่อนเสียอีก แต่หญิงสาวไม่อยากจะสนใจอะไรนักเพราะมันไม่สำคัญหากจะมีพนักงานแค่คนเดียวที่รังเกียจหล่อน

คุณศศิรญาครับ

คะ

งั้นวันนี้คุณศศิรญานั่งทำงานกับผมที่ห้องไปก่อนนะครับ ช่วงนี้ท่านรองอารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่ด้วยครับนันทวัฒน์บอกปลายเสียงกระซิบกระซาบเพราะเกรงว่าใครจะได้ยิน

ทราบแล้วค่ะ แต่คุณนันทวัฒน์ไม่ต้องเรียกชื่อศศิรญาก็ได้ค่ะ เรียกแค่ญาเฉยๆก็พอ

ได้เหรอครับ?”

“ได้สิคะ”

“งั้นคุณญาก็เรียกผมว่าวัฒน์เฉยๆก็ได้นะครับ”

ค่ะ

นันทวัฒน์มีท่าทีลังเลเล็กน้อยเขาอยากจะถามเรื่องที่ข้องใจอยู่ในเวลานี้ แต่เขาเองก็กลัวจะไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของหล่อนเข้า

คุณญาครับ... หากคุณไม่ว่าอะไรผมอยากจะถามคุณสักเรื่องได้ไหม?

ได้ค่ะ จะถามอะไรเหรอคะ

คือ ผมอยากทราบว่าคุณญาเป็นอะไรกับคุณธานุภาพเหรอครับ เพราะผมเพิ่งเคยเห็นท่านโทรมาแบบนี้ครับ

เอ่อ... ยายของญากับคุณธานุภาพรู้จักกันค่ะ ตอนนี้ท่านเสียไปคุณธานุภาพก็เลยรับญามาอุปการะค่ะ

อ๋อ ผมเข้าใจแล้วละครับขอบคุณมากนะครับที่ตอบคำถามผม

ค่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะหากคุณวัฒน์มีอะไรสงสัยถามญาอีกก็ได้ค่ะ

จริงเหรอครับ งั้นผมขออนุญาตถามอีกคำถามได้ไหม?นันทวัฒน์เอ่ยถามเสียงเบา

“ได้ค่ะ”

“คุณญา... มะ...มีแฟนหรือยังครับ!”พนักงานหนุ่มกลั่นใจถาม

ชายโสดอย่างนันทวัฒน์ไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอผู้หญิงที่เขาถูกใจแบบนี้ เพียงแค่เห็นแผ่นหลังกับเส้นผมเงางามก็เหมือนถูกสะกดให้เดินเข้าไปหาได้ไม่ยากนัก ยิ่งเมื่อเขาได้มาเห็นใบหน้าหวานปนเศร้าของหล่อนแล้วเขาแทบอยากจะเข้าไป โอบกอดหล่อนไว้จริงๆ นี้เป็นครั้งแรกที่เขากล้าพอที่จะถามผู้หญิงตนเองพึงพอใจเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว ไม่รู้เหมือนกันว่าชายโสดอย่างเขาจะได้ครอบครองใจของหล่อนหรือเปล่า

ยังหรอกค่ะตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพราะรู้ความคิดของชายหนุ่มดี

ความจริงหล่อนก็ไม่ได้รังเกียจใครที่จะเข้ามาทำความสนิทชิดเชื้อกับหล่อนเท่าใดนัก เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนหล่อนอยากจะดูแลยายให้ดีเลยไม่ได้ใส่ใจกับบรรดาหนุ่มๆ ที่มาจีบ นันทวัฒน์ก็ใช่จะขี้เหร่ออกดูดีเสียด้วยซ้ำผิวขาวสะอาด ใบหน้าสไตล์เกาหลี ผู้หญิงสมัยนี้นิยมกันจะตาย

เหรอครับนันทวัฒน์ยิ้ม

จวบจนเวลาใกล้พลบค่ำหลังจากที่หญิงสาวนั่งทำงานกับนันทวัฒน์จนสามารถเรียนรู้ งานได้บางส่วนแล้ว จึงวางมือจากเอกสาร มายืนรอเขาหน้าห้องไม่เช่นนั้นอาจหงุดหงิดใส่หล่อนอีกก็เป็นได้ ศศิรญายืนรอเป็นเวลานานแต่เขาไม่ออกมาสักที ร่างบางหันหลังกลับคิดเดินออกไป แต่ก่อนจะทำเช่นนั้นห้องกลับถูกเปิดออก ภาพเบื้องหน้าทำเอาหน้าชา ร่างอวบอัดของหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามารัดรึงเขาไว้อีกรอบแล้วบดขยี้ริมฝีปากด้วยความเมามันต่อหน้าอย่างไม่สนใจ ไม่แคร์สายตาหล่อนที่กำลังมองด้วยความตระหนก

ทั้งคู่คลายอ้อมกอด หญิงสาวเห็นริมฝีปากของผู้หญิงคนนั้นกระตุกเหมือนเยาะหล่อน และเขายังปรายตามองเหมือนหล่อนเป็นอากาศธาตุ

คุณธานต์คะ คืนนี้ไปคอนโดฟ้านะคะ เพียงฟ้าออดอ้อน

ได้สิ ตอบรับคำชวนเหลือบมองร่างบางยืนนิ่งค้างอยู่หน้าห้อง

ศศิรญารีบหันหลังกลับ หล่อนอับอายแทนพวกเขา ไร้ยางอายไม่มีมารยาท ขนาดในบริษัแท้ๆ ยังทำแบบนี้ เป็นถึงผู้บริหาร น่ารังเกียจเสียงจริง ไม่แปลกใจเลยทำไมคุณธานุภาพถึงได้ตำหนิเขาเช่นนั้น ไม่อายลูกน้องตนเองบ้างหรือไงกัน

ทุเรศที่สุด! ขนาดที่ทำงานยังกล้าทำได้ขนาดนี้หญิงสาวนึกบริภาษในใจ

หญิงสาวตัดสินใจกลับบ้านเอง หล่อนไม่อยากไปกับเขาแล้ว รู้สึกโกรธที่เขาทำอะไรแบบนั้น ไม่อยากเข้าใกล้ ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินกว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยว คงต้องรอเวลา... ที่จะขอร้องคุณธานุภาพให้ยกเลิกการแต่งงาน ก้าวมายืนรอรถตรงป้ายรถเมย์พยายามคุมสติตนเองไม่ให้กระเจิงไปเพราะภาพที่เห็นเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา

 ปี๊น! ปี๊น!

เสียงบีบแตรลั่นทำให้ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย

จ้องมองไปยังรถที่จอดตรงหน้าตนเอง จำได้ว่ามันเป็นของใคร แต่เวลานี้หล่อนไม่อยากขึ้นมันเลยสักนิด กระจกรถถูกเปิดลงเขายื่นหน้าออกมาจากรถ

ขึ้นรถซะ!”เสียงคำสั่งดังออกจากปากเขาทันที

ไม่เป็นไรค่ะญากลับเองได้

ขึ้นมาหรือจะให้ฉันไปอุ้ม เธอก็รู้ว่าฉันเป็นคนยังไง!”

หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น เปิดประตูเข้าไปนั่งข้างเขาชายหนุ่มรีบทะยานรถออกไปทันที

พ่อบอกให้เธอไปงานเลี้ยงกับฉัน!” เขาบอกเสียงเข้ม

ไปงานเลี้ยงเหรอคะ?” หญิงสาวงง

ใช่!”

งานเลี้ยงของใครคะ หญิงสาวถามด้วยความแปลกใจ

ท่านรัฐมนตรีอาชาไชย เลี้ยงต้อนรับลูกสาวกลับมาจากต่างประเทศ!”

ค่ะ

เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปแต่งตัวซะใหม่ แล้วจะพาเธอไปที่งานเลย

ญาไม่ไปได้ไหมคะ? ไม่อยากไป คนอย่างหล่อนไม่เหมาะกับงานหรูหราประเภทนี้หรอก หล่อนเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาไม่ได้เกินจากสังคมเลิศหรู

ใบหน้าคมเข้มหันหน้ามาทางหญิงสาว พลางยิ้มเหยียดออกมาเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ

จะไม่ไปงั้นหรือ ไหนเธอบอกว่าเชื่อฟังคำสั่งของพ่อฉันทุกอย่าง แล้วทำไมตอนนี้ดันจะมาขัดคำสั่งซะล่ะ!” ชายหนุ่มย้อน

ญาแค่ไม่อยากไปที่ๆ คนวุ่นวายค่ะ

หุบปาก แล้วก็ทำตามที่พ่อฉันสั่งซะ!” สิ้นเสียงของชายหนุ่มหล่อนเงียบกริบทันทีปล่อยให้เขาเป็นสารถีต่อไป

เพียงเวลาไม่นานนักรถถึงจุดหมาย ร่างบางค่อยๆ ก้าวตามไปเงียบๆ เขาพาเข้าไปในร้านเสริมสวย หล่อนเคอะเขินเล็กน้อยเมื่อบรรดาสาวประเภทสองมารุมจับเนื้อต้องตัว ตามคำสั่งของธานต์เมธา  เป็นเวลากว่าสองชั่วโมงที่เขานั่งรอ จนถอนหายใจออกมาเป็นระยะๆ ด้วยความเบื่อหน่าย

คุณธานต์คะเสร็จแล้วค่ะ ช่างเสริมสวยบอก

ร่างบางเดินตามหลังช่างเสริมสวยออกมา ธานต์เมธารู้สึกราวกับต้องมนต์สะกด ชะงักและจ้องมองหญิงสาวโดยไม่ยอมละสายตา  คนสวยก้มหน้างุดด้วยความอาย วันนี้ช่างเสริมสวยจับหล่อนใส่ชุดราตรียาวเกาะอกสีชมพูอ่อน ช่วยขับให้ผิวที่ดูขาวอยู่แล้วดูผ่องมาก ผมยาวสลวยบัดนี้ถูกเกล้าไว้เหนือศรีษะประดับด้วยไข่มุก ปอยผมถูกม้วนลงมาเคลี่ยแก้ม ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มอ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพู ชายหนุ่มพยักหน้าให้กับช่างด้วยความพอใจ แล้วพาหญิงสาวไปเลือกเครื่องเพชร

ฉันไม่เอาหรอกค่ะหญิงสาวรีบปฏิเสธทันทีเห็นชายหนุ่มส่งเครื่องเพชรให้

พ่อฉันสั่งเสียงเรียบง่ายแต่เป็นดั่งคำประกาศิต ทำให้หญิงสาวต้องรับเครื่องเพชรมาสวมไว้อย่างเสียไม่ได้

งานเลี้ยงตอนรับบุตรสาวของท่านรัฐมนตรีถูกจัดในโรงแรมหรู ร่างบางเดินตามเขาไปเงียบๆ โดยมีสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองด้วยความชื่นชมปนสงสัย ธานต์เมธาหยุดชะงักลงเมื่อพบบิดา

หนูญาเป็นไงบ้างลูกธานุภาพเอ่ยถามทันทีที่เห็นหญิงสาว

ก็ดีค่ะ

เจ้าธานต์พาหนูญาไปแต่งตัวที่ร้านไหนมา ถึงได้ช้านัก แต่ก็ไม่เป็นไรออกมาสวยสมใจก็พอล่ะ ชายชราชมไม่หยุดปาก

คนตัวเล็กยิ้มบางๆ แม้รู้ว่าคนบางคนอาจหมั่นไส้

ผมก็พาไปร้านเดิมๆ ที่พวกสาวๆ ของผมชอบไปนั้นแหละพ่อ เขาบอกเสียงเรียบ

งั้นหรือ แสดงว่าแกก็ถือว่าหนูญาเป็นผู้หญิงของแกสินะ ธานุภาพย้อน

ธานต์เมธาอ้าปากจะปะทะคารมกับบิดาต่อ แต่ก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อรัฐมนตรีอาชาไชยมาห้ามทัพไว้เสียก่อน

อ้าว! ธานุภาพว่าไงนายสบายดีไหม อาชาไชยเข้ามาทักทาย

สวัสดีครับคุณอาธานต์เมธารีบยกมือไหว้พร้อมกับหญิงสาว

ร่างบางเดินห่างออกมาในระยะหนึ่ง เพื่อจะให้ธานุภาพสนทนาได้อย่างสะดวกเช่นเดียวกับชายหนุ่ม

นึกว่านายจะไม่มาแล้วธานุภาพ

จะไม่มาได้ยังไงลูกสาวนายกลับมาจากนอกทั้งที

จีรดาบุตรสาวของอาชาไชยจ้องมองธานต์เมธาอย่างไม่วางตา หล่อนรู้สึกพึงพอใจในชายหนุ่มเป็นอย่างมาก หน้าตาคมคายจมูกโด่งเป็นสัน รับกับดวงตาคม เพียงแค่หล่อนเห็นไกลๆ ใจของหญิงสาวก็แทบจะละลาย หล่อนยิ้มหวานให้กับบุตรชายเพื่อนบิดาอย่างจงใจแล้วเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา

สวัสดีค่ะ เสียงหวานเอ่ยคำทักทาย โดยไม่สนใจผู้หญิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

ธานต์เมธาหันมอง แล้วยิ้มให้ สีหน้าของอีกฝ่ายบอกให้รู้ความต้องการหมดแล้ว

ครับ เขาตอบรับคำทักทาย

คุณธานต์เมธาใช่ไหมคะเสียงหวานยังคงเจรจา

ใช่ครับผม

จีรดานะคะ แนะนำตัวเองแล้วยื่นมือให้อีกฝ่ายจับ

ผมธานต์เมธาครับ

ชายหนุ่มยื่นมือไปจับเพื่อแสดงมิตรไมตรี ศศิรญาเมินหน้าหนีทันที ไม่อยากอยู่เป็นกางขวางคอเขา ก้าวไปยืนเคียงข้างธานุภาพทันที

ธานต์เมธาเหลือบมองแล้วกระตุกยิ้ม หล่อนเป็นอะไรแค่เห็นเขาคุยกับลูกสาวรัฐมนตรีถึงกับต้องเดินหนีเลย หรือว่าหล่อนกำลังหึง หวังว่าแม่นี่คงไม่หลงเสน่ห์เขา เหมือนสาวๆ คนอื่นๆ หรอกนะ เพราะถ้าหากเป็นอย่างนั้น เกมการเอาคืนมันคงไม่สนุก

ดาได้ยินข่าวคราวคุณธานต์ ตามนิตยสารมานานแล้วค่ะ คุณธานต์เก่งมากเลยนะคะ จีรดาชมเขาไม่ขาดปาก

ไม่หรอกครับ ถ้าจะเก่ง น่าจะเป็นคุณพ่อของผมมากกว่านะครับ” คนถูกชมแสร้งถ่อมตัว

ทำไมล่ะคะ เห็นว่าคุณธานุภาพท่านไม่ได้ทำงานในบริษัทแล้วไม่ใช่เหรอคะ?

ก็คุณพ่อเป็นคนก่อตั้งบริษัท ส่วนผมเป็นเพียงผู้สานต่อกิจการเท่านั้นครับ ชายหนุ่มอธิบาย

ธานุภาพเหลือบมองเห็นบุตรชายเห็นยืนคุยอยู่กับบุตรสาวเพื่อน คิ้วขมวด ออกปากจัดการเรียกบุตรชายทันที

เจ้าธานต์!” เสียงเรียกของบิดาทำให้ธานต์เมธาหันไปมองก่อนจะเดินไปหา

มีอะไรครับพ่อ?”

“มาคุยกับอาเขาหน่อยไม่ได้เจอกันนานแล้ว  จำได้ไหมอาชาไชยนี่เจ้าธานต์ลูกฉันเอง” ธานุภาพแนะนำ

โตเป็นหนุ่มแล้วนะเนี่ย ครั้งสุดท้ายที่เจอกันเห็นจะตอนที่ธานต์เรียนมหาวิทยาลัยสินะ แต่ดูเดี๋ยวนี้สิกลายเป็นหนุ่มเนื้อหอม อาเห็นข่าวเราตามนิตยสาร แล้วก็อินเตอร์เน็ตบ่อยๆ” อาชาไชยชม

“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”

ตอนนี้เข้าไปทำงานแทนพ่อเต็มตัวแล้วใช่ไหม”อาชาไชยถาม

ครับ

แล้วยังไม่แต่งงานเหรอเราน่ะ

ยังครับ เขาตอบแล้วยิ้มบางๆ

แต่งกับลูกสาวอาไหม ยัยดายังวางอยู่ อาชาไชยแสร้งหยอก

พ่อคะพูดเล่นไปได้ คุณธานต์เค้าไม่ชอบคนอย่างดาหรอกค่ะ จีรดารีบขัดด้วยความอาย

ธานุภาพเห็นท่าไม่ดี เห็นทีเขาต้องจัดการขัดขวางไว้เสียก่อนเพื่อไม่ให้มันเลยเถิดไปมากกว่านี้

เจ้าธานต์คงแต่งกับใครไม่ได้หรอกอาชาไชย เพราะอีกไม่นานลูกชายฉันก็จะแต่งงานแล้ว ธานุภาพขัดขึ้นทันที

ว้า... เสียดายจังแบบนี้ลูกสาวผมก็ขึ้นคานแย่ อาชาไชยเสียงออยด้วยความเสียดาย

อาชาไชยเหลือบเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ธานุภาพ รัฐมนตรีเฒ่าจ้องไม่วางตาด้วยความเสน่หา สายตาของอาชาไชยทำให้ธานุภาพหน้าตึงด้วยความไม่พอใจ

ฉันลืมแนะนำไป นี่คือว่าที่สะใภ้ของฉันเอง!” เสียงของธานุภาพทำให้อาชาไชยชะงัก เช่นเดียวกับจีรดาที่ไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง

นี่ว่าที่สะใภ้บ้านนายเหรอ ถ้าหากไม่ถูกลูกชายนายจองไว้ล่ะก็ ฉันคงขอจองแทนแล้วล่ะ อาชาไชยหัวเราะ จ้องมองใบหน้าหญิงสาวไม่วางตา

ธานต์เมธายิ้มเยาะออกมา สายตาของอาชาไชยทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจ ทำไมผู้ชายที่แก่คราวพ่อถึงได้มีท่าทางราวกับตาแก่ตัณหากลับก็ไม่ปาน

พ่อคะ ทำไมพูดล้อเล่นแบบนี้ เดี๋ยวคนเค้าเข้าใจผิดนะคะ จีรดาปรามบิดา

พ่อแค่ล้อเล่นเท่านั้นเองลูก ยังไงเชิญตามสบายเลยนะเดี๋ยวผมขอตัวก่อน

“ครับ” ธานต์เมธาตอบ

รัฐมาตรีอาชาไชยและบุตรสาวออกไปจากวงสนทนาแล้ว ธานุภาพค่อยๆ หันหน้ามาหาหญิงสาวแล้วยิ้มให้ด้วยท่าทีอ่อนโยนเช่นเคย

หนูญา... ไม่ต้องกังวลอะไรหรอกนะลูก เพื่อนของพ่อเค้าแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง ธานุภาพปลอบ

คำพูดอาชาไชยเหมือนล้อเล่น แต่เขารู้ดีว่าคนอย่างอาชาไชยหากต้องการอะไรแล้วไม่เคยสนว่าใครจะเดือดร้อน ขนาดอายุอานามก็มากขนาดนี้ยังไม่ทิ้งลายผู้ชายเจ้าชู้อีก ถ้าหากเป็นแบบนี้เขาควรจะเร่งการแต่งงานของบุตรชายให้เร็วขึ้นเสียดีกว่า

ผมว่าพ่อก็ให้ท่านรัฐมนตรีไปสิ!” ธานต์เมธาประชด

เจ้าธานต์!”

ร่างงามในชุดเกาะอกเดินเชิดฉายเข้ามาภายในงาน กวาดตามองหาคู่หมั้นของตนเอง เมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนโดดเด่นอยู่ภายในงาน หล่อนรีบเดินเข้าไปหาเขาแล้วควงแขนไว้

ธานต์คะ หนีนภามาได้ยังไงกันทำไมไม่ชวนนภามาด้วยล่ะคะ นภาลักษณ์ตัดพ้อเสียงเบา

ธานุภาพจ้องมองผู้หญิงไร้ยางอายสีหน้าไม่พอใจ น่าเอือมระอา

“หนูญาเราไปด้านโน้นกันเถอะ”

ธานต์เมธามองดูบิดากับหญิงสาวที่เดินออกไปด้วยความหมั่นไส้ แล้วหันมามองคู่หมั้นของตนเอง ทำไมนภาลักษณ์ถึงมางานได้ในเมื่อเขาไม่ได้บอก

ชายชราไม่วายเหลียวมองบุตรชาย แล้วเอ่ยปากอีกครั้ง

“เจ้าธานต์มานี่”

ร่างสูงเดินเข้ามาหาบิดาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย หยุดยืนนิ่งโดยที่มีคู่หมั้นสาวเดินตามมาไม่ห่าง นภาลักษณ์ชะงักทันทีที่เห็นผู้หญิงอีกคน นี่ใช่นังผู้หญิงที่ตาแก่ต้องการให้เป็นสะใภ้จริงเหรอนี่ แต่งตัวแล้วยิ่งดูสวยขึ้นอีก นภาลักษณ์กวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างของหญิงสาว รู้สึกสะดุดตากับสร้อยเพชรที่กำลังส่องประกายระยิบระยับอยู่รอบคอ

มีอะไรครับ?”ชายหนุ่มถาม

ทำไมแกไม่ไปเต้นรำกับหนูญา คนเป็นพ่อถาม เพราะต้องการแยกบุตรชายออกจากคู่หมั้น อีกอย่างอยากเปิดตัวให้ผู้หญิงคนอื่นที่มันหวังปลอกลอกเงินจากบุตรชายได้รู้ ว่าไอ้เจ้าลูกชายตัวดีมันมีคู่หมายแล้ว

ผมไม่อยากเต้น!”

นี่แกกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ!” เสียงกร้าวของธานุภาพดังขึ้น

คุณท่านคะ ญาเต้นไม่เป็นหรอกค่ะ ศศริญารีบหาทางห้ามทัพ ไม่อยากเป็นปัญหาให้สองพ่อลูกทะเลาะกันอีก

ถ้าเต้นไม่เป็นก็ไม่เป็นไร ไม่ลองหัดดูหน่อยเหรอลูก

ไม่ค่ะ ญาไม่ค่อยชอบ...

งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวพาพ่อไปหาอะไรทานดีกว่าไปลูก ชายชราบอกแล้วให้ว่าที่สะใภ้เข็นรถออกไป

ไม่วายคนเป็นพ่อหันมาหาลูก เขาไม่อยากให้ไปเกลือกกลั้วกับผู้หญิงอย่างนภาลักษณ์มากนัก

เจ้าธานต์ เลิกให้แม่นั้นเกาะแกเหมือนปลาหมึกสักทีเถอะ ฉันอายแขกในงาน!” ทิ้งระเบิดเรียบร้อยแล้วให้ศศิรญาพาไปหาอะไรทานต่อ

เอ๊ะ! คุณพ่อ นภาลักษณ์กำลังจะอ้าปากค้านต่อ แต่คนให้เถียงหายไปแล้ว

นภาลักษณ์หน้างอด้วยความไม่พอใจ ก่อนหันมาหาคู่หมั้นตนเองเพื่อออดอ้อน

ธานต์คะคุณเห็นไหมว่าพ่อคุณโอ๋แม่นั่นซะขนาดไหน แหม... วันนี้แต่งตัวซะสวยเชียว แถมสร้อยเพชรบนคอแม่นั่นอีก!”

พ่อเป็นคนซื้อให้ อย่าไปสนใจเลยนภา ชายหนุ่มบอก

ก็นภาอยากได้นี่ค่ะ!”

ผมก็ให้คุณไปตั้งเยอะแล้วนี่ คุณยังอยากได้อะไรอีก!” เขาเริ่มเบื่อหน่าย

แต่สร้อยเพชรที่อยู่บนคอของแม่นั่น ราคาแพงกว่าของนภาอีกนะคะ!”

ไว้เดี๋ยวผมซื้อให้คุณก็แล้วกัน!” สุดท้ายจำต้องรับปากเพื่อตัดปัญหา

จริงๆ นะคะ

อืม

“ขอบคุณมากนะคะธานต์”นภาลักษณ์รีบจุ๊บที่แก้มเขาเบาๆ

นภาลักษณ์ยิ้มระรื่น ควงแขนคู่หมั้นตนเองออกไปวาดลวดลายกลางฟอร์อย่างสนุกสนาน ไม่นานนักทั้งคู่พากันเดินออกมาหาเครื่องดื่มรับประทานเพื่อดับกระหาย จีรดาสบโอกาสจึงเดินเข้ามาหาชายหนุ่มอีกครั้ง

คุณธานต์คะ

 ธานต์เมธาหันไปตามเสียงเรียก ยิ้มทักทายเมื่อพบว่าใครเป็นคนเอ่ยเรียกเขา

ครับคุณดา

เต้นรำกับดาสักเพลงได้ไหมคะ?

เอ่อ...ได้ครับ

นภาลักษณ์จ้องมองหญิงสาวด้วยความไม่พอใจ แต่หล่อนก็ไม่สามารถทำอะไรได้เมื่อสาวที่มาเชิญชวนชายหนุ่มนั้นเป็นถึงบุตรสาวรัฐมนตรีอาชาไชย สองร่างออกอยู่กลางฟอร์วาดลวดลายชวนสนทนากัน นภาลักษณ์ยืนมองแววตาขุ่น

หนูนภาใช่ไหม?อาชาไชยเดินเข้ามาทัก

นภาลักษณ์หันไปมอง ปรับสีหน้าตนเองให้เป็นปกติ

ใช่ค่ะหล่อนตอบแล้วยิ้มยั่ว

“พอดีอาคุ้นหน้าหนูก็เลยอยากจะมาทักทาย”

“แหม... ท่านรัฐมนตรีล่ะก็ นภาเป็นเกียรติมากเลยล่ะค่ะที่ท่านลดตัวลงมาพูดคุยกับนภา” เสียงหวานปลายเย้าแหย่ เลิ่กคิ้วเล็กน้อยประหนึ่งเชิญชวน ยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกกระชุมกระชวยมากขึ้น

“อาต่างหากที่เป็นเกียรติ ที่ได้พูดคุยกับผู้หญิงสวยๆอย่างหนู...” อาชาไชยยิ้มกรุ่มกริ่ม

“ค่ะ นภายินดีมากเลยล่ะค่ะ”

หนูนภาอยากจะไปเที่ยวไหนต่อไหม วันนี้อาว่างพอดี ขอเป็นไกด์พาหนูนภาไปเองนะจ๊ะ รัฐมนตรีเฒ่าถามพลางเอื้อมไปจับมือหล่อนไว้

แหม... ท่านค่ะ คนอย่างนภาเวลาจะออกไปไหนกับใคร คนนั้นต้องกระเป๋าหนักหน่อยนะคะ นภาลักษณ์บอก

ไม่มีปัญหาหรอกจ๊ะ อาจะตามใจหนูนภาเต็มที่เลย... ขอเพียงหนูนภาตามใจอาเล็กๆ น้อยๆ ก็พอ

เสียงเพลงหยุดลงจีรดาและธานต์เมธาเดินออกมา ทั้งสองเดินตรงไปยังนภาลักษณ์และรัฐมนตรีเฒ่า อาชาไชยรีบปล่อยมือลงก่อนหันไปยิ้มให้กับบุตรสาวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เป็นไงบ้างลูก?อาชาไชยถามบุตรสาว

สนุกดีค่ะพ่อ คุณธานต์เต้นรำเก่งมากเลยค่ะ เสียงหวานของจีรดายังคงเจื้อยแจ้วชมชายหนุ่มเปราะ

ธานุภาพมองดูสั่งให้หญิงสาวเข็นรถไปร่วมวงสนทนานั้น เพราะเขาไม่ต้องการให้อาชาไชยรู้ว่านภาลักษณ์กับบุตรชายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แม้ใจหล่อนไม่อยากพบเจอความวุ่นวายแต่ดูเหมือนตนไม่อาจหลีกเลี่ยงมันได้

เจ้าธานต์เดี๋ยวพ่อจะกลับบ้านแล้วพาหนูญานั่งรถกลับไปด้วยนะ ธานุภาพสั่งบุตรชาย

ธานต์เมธาขมวดคิ้ว มองพ่อด้วยความไม่เข้าใจ บอดี้การ์ดของธานุภาพเข้ามาเพื่อทำหน้าที่เข็นรถแทน ศศิรญาหน้าซีด หล่อนไม่ต้องการกลับไปกับเขา

คุณท่านคะ!”

ไม่เป็นไรลูก กลับกับพี่เขาเถอะนะ เขาบอกแล้วสบตาให้กำลังใจหญิงสาว ที่ให้กลับกับบุตรชายเพราะต้องการประกาศให้สาวเล็กสาวใหญ่ทั้งหลายรู้ว่าบุตรชายเขามีเจ้าของแล้ว

แต่ญา เอ่อ...

ไม่เป็นไรเชื่อพ่อเถอะ ไม่มีปัญหาอะไรหรอก” ธานุภาพพยายามปลอบ

หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ หล่อนไม่อยากเรื่องมากทำให้ใครลำบากใจ ความต้องการของคุณท่านมันสวนทางกับบุตรชายเขา แล้วหล่อนมักตกเป็นจำเลยทุกที ธานต์เมธาหันมาสบตาหล่อน ขนในกายพากันลุกชัน แค่มองผาดๆ ก็รู้ว่าเขาไม่พอใจอย่างมาก กระนั้นก็ไม่คิดต่อปากต่อคำพ่อในที่รโหฐาน โชคดีที่ธานต์เมธายังรู้จักแยกแยะ

หล่อนรู้สึกเหมือนตัวคนเดียว มันไม่ใช่สถานที่ที่หล่อนควรจะมาเลยจริงๆ สายตาหลายคู่จับจ้องมา แสดงถึงความรู้สึกหลากหลาย บางคนคงไม่คุ้นหน้าหล่อนเลยมอง บางคนอาจสงสัยว่าเป็นอะไรกับคุณธานุภาพ แต่กลับรัฐมนตรีอาชาไชยมันมีบางอย่างน่าหวาดหวั่นเคลือบแฝงอยู่ ในเมื่อคุณท่านกลับไปแล้ว หล่อนคงไม่ต้องพึ่งพาเขาให้ลำบากใจกันทั้งคู่ ร่างบางเดินตรงไปหาชายหนุ่ม

คุณธานต์คะ

มีอะไร!” ตอบกลับเสียงห้วน

ญาขอกลับเองดีกว่านะคะ

ไม่ได้!”

เอ๊ะธานต์ แม่นี่อยากกลับเองก็ให้กลับไปสิ เดี๋ยวคุณต้องไปส่งนภาอีกนะคะ นภาลักษณ์ขัดขึ้นทันที

จีรดาและอาชาไชยมองการปะทะคารมของทั้งสามด้วยความสนใจ แล้วลอบยิ้มออกมาเหมือนตนเองจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ลางๆ

ผมไม่อยากถูกพ่อตำหนิอีกนภา บอกตามตรงว่าเบื่อ... สีหน้าเขาติดรำคาญ ตามด้วยการถอนหายใจเฮือกใหญ่

หนูญา กลับกับอาไหมเดี๋ยวอาไปส่ง อาชาไชยรับอาสาพลางส่งสายตาโลมเลีย

ศศิรญาหันมองอาชาไชย เบือนหน้าหนีสายตาซึ่งกำลังส่งมา

ไม่เป็นไรค่ะ ญากลับเองได้ขอบคุณค่ะ หญิงสาวรีบปฏิเสธทันที

หล่อนไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเขา ไม่ใช่ผู้ปกครองสักหน่อย ร่างบางเร่งฝีเท้าออกจากงาน หล่อนไม่อยากอยู่ให้รัฐมนตรีเฒ่าแสนทุเรศใส่ ธานต์เมธาชะงักชักสีหน้าแล้วก้าวตามด้วยความหงุดหงิด

ศศิรญา!”เขาเรียกแล้วเร่งฝีเท้าตาม

ร่างบางยังคงเดินต่อไม่หยุด แม้ได้ยินเสียงเขาก็ตาม หล่อนไม่อยากให้ใครไปส่งทั้งนั้น ไม่ว่าเขาหรือรัฐมนตรีอาชาไชยก็ตาม

หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”ธานต์เมธาสั่งเสียงลั่น

ธานต์เมธาตรงไปกระชากท่อนแขน  ร่างบางเซมาปะทะแผงอก ชายหนุ่มขบกรามแน่นจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวด้วยความไม่พอใจ

 ฉันบอกให้เธอหยุดไม่ได้ยินเหรอ!” ธานต์เมธาตวาดลั่น

ได้ยินค่ะ แต่ญาบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรือคะว่าจะกลับเอง

แล้วฉันไม่ได้บอกเธอหรือว่า ถ้าเธอกลับเองฉันจะเดือนร้อน!”

ฉันจะไปอธิบายกับคุณท่านเอง คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ บอกพลางบิดท่อนแขนให้พ้นการเกาะกุม

เธอคิดว่าอธิบายแล้วพ่อฉันจะเชื่อหรือไง สุดท้ายแล้วพ่อก็ต้องโทษว่าเพราะฉันอยู่ดี!

แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงคะ!”

กลับไปกับฉัน!” เสียงเขาเริ่มแข็งขึ้น รู้สึกไม่สบอารมณ์กับอาการดื้อดึงของอีกฝ่าย

แล้วคุณนภาลักษณ์ล่ะคะ หญิงสาวถามด้วยความไม่สบายใจ

นั้นเป็นปัญหาของฉัน!”

หญิงสาวในบทสนทนากำลังก้าวเข้ามาร่วมวง เมื่อเห็นการยื้อยุดราวกับละครในโทรทัศน์เลยไม่อาจทนได้ นภาลักษณ์กึ่งวิ่งกึ่งเดินตรงมายังคู่หมั้น

ธานต์คะ นภาลักษณ์ส่งเสียงเรียกแล้วสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้

เขาหันมองคู่หมั้น นภาเดี๋ยวคุณกลับบ้างเองก่อนนะ ผมต้องกลับบ้านก่อน

“อะไรนะคะธานต์ ไม่เอาหรอกค่ะนภาไม่ได้เอารถมา” นภาลักษณ์ปฏิเสธเสียงลั่น

“ผมไปก่อนนะนภา เอาไว้เราค่อยคุยกัน”

ธานต์เมธาไมได้ฟังเสียงโวยวายที่ไล่หลังมาอีกแล้ว ชายหนุ่มรั้งข้อมือหล่อนไว้ ก่อนลากหญิงสาวให้มาที่รถด้วยกัน ลูกสาวรัฐมนตรีลอบยิ้มออกมาด้วยความพอใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

เรายังพอมีหวังจีรดาคิดในใจแล้วเดินกลับเข้าไปในงาน

อาชาไชยรีบเดินเข้ามาหานภาลักษณ์ที่กำลังยืนกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจ แล้วยิ้มให้กับหล่อน

“เป็นอะไรไปหรือเปล่าหนูนภา?”

นภาลักษณ์หันไปตามเสียงหยุดกิริยาที่กำลังทำอยู่ พร้อมกับปรับสีหน้าแล้วยิ้มพรายออกมา

“เปล่าค่ะ แค่รู้สึกเบื่อนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะท่าน”

“เบื่อเหรอ ไปเที่ยวกับอาต่อไปไหมละหนูนภา...”

“จะดีเหรอคะ ท่านจะไม่เหนื่อยเหรอวันนี้ก็อยู่ในงานทั้งวัน...”นภาลักษณ์ออดอ้อน แล้วสาวเท้าเข้าหา

“ดีสิจ๊ะ เห็นแบบนี้อาน่ะแข็งแรงออกนะ”

“ถ้าท่านต้องการนภาก็ยินดีจะไปเป็นเพื่อนดื่มกันท่านค่ะ”

อาชาไชยยิ้มออกมาโบกมือเรียกบอดี้การ์ดตนเอง ไม่นานนักรัฐมนตรีเฒ่าก็เข้าไปนั่งอยู่ในรถพร้อมกับสาวสวยจัดจ้าน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha