ทหารบกที่รัก

โดย: Lalyblue



ตอนที่ 11 : เธอคนนั้น 100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 11

เธอคนนั้น...


ทิวากรที่ตื่นเช้าผิดปกติหรือจะเรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้หลับไม่นอนเลย ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว  แถมยังเข้าครัวทำอาหารเช้าอีกต่างหาก

"หืออ น้องทิวตื่นมาทำอะไรแต่เช้า วันนี้วันหยุดนี่คะ" อ้อยถามขึ้น

"เช้าที่ไหนครับ นี่ 8 โมงแล้วนะ"

" 8 โมงอะไรกันคะ นี่พึ่งตี 5 " อ้อยหันไปมองนาฬิกาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

"ห้ะ !!!" ทิวากรหันไปมองนาฬิกาดิจิตอลอันใหญ่ยักษ์ที่หน้าปัดขึ้นตัวเลขบอกเวลา  5.15  0.0    "งั้นพี่อ้อยทำต่อนะครับ ผมไปนอนต่อละ" ชายหนุ่มบอกแล้วยื่นตะริวให้คนข้างๆทันที

"อ้าวว นี่ตื่นเต้นจนดูนาฬิกาผิดแบบนี้ นัดสาวไว้ล่ะสิ" อ้อยแซวทันที

"เปล่าซะหน่อย" ชายหนุ่มปฏิเสธแล้ววิ่งขึ้นไปบนห้องนอนทันที

ในห้องนอนสีฟ้าสดใสร่างบางนอนพลิกตัวไปมา นอนไม่หลับสักที ทั้งที่ปกติก็ไม่เคยเป็นแบบนี้

"ทำไมนอนไม่หลับสักที" รายรุ้งบ่นพึมพำอยู่คนเดียว

ครืดด~ ครืดด~

"ฮัลโหล" รายรุ้งกรอกเสียงลงโทรศัพท์ หลังจากเห็นเบอร์ที่โทรเข้าเป็นเบอร์ของธาดากร

(ไหนวะ รูปที่แกบอก) ธาดากรที่ยังไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะนั่งหารูปที่เพื่อนบอกมาทั้งคืน

"ลบไปแล้วมั้ง" รายรุ้งตอบ

(แล้วมีรูปอื่นอีกไหม)

"มี อยู่บ้านแม่ ทำไมแกถึงอยากได้รูปเก่าๆ จะเอาไปทำไร" รายรุ้งถามขึ้น ปกติธาดากรไม่เคยถามหารูปเก่าๆ เวลารายรุ้งเอามาให้ดูทีไร ชายหนุ่มจะชอบบอกว่ารับไม่ได้ทุกที 5555

(รู้สึกเหมือนเจอเพื่อนเก่า) ธาดากรบอกแล้วนึกถึงยัยขี้วีนคนนั้น เหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน

"ปกติแกก็ไม่อยากดูไม่ใช่หรอ เห็นบอกว่าเกลียดรูปตัวเองตอนเด็ก" รายรุ้งล้อ

(ถึงตอนเด็กจะอ้วนกลมเป็นหมู หรือซกมก สกปรกยังไง แต่ตอนนี้ฉันหล่อมาก และสะอาดด้วย) ธาดากรว่า

"55555 หรอ" รายรุ้งล้อต่อ

(ก็เออสิ เลิกล้อได้ละ ถ้าฉันหล่อไปมากกว่านี้ จะเลิกเป็นหมอแล้วนะเว้ย)

"กล้าพูด"

(มันเรื่องจริง ก็ต้องกล้าสิ) ธาดากรก็อวยตัวเองไม่เลิกจนรายรุ้งตัดสายไป

"ศิลดา วัฒนรักษ์" รายรุ้งพูดชื่อคนไข้พิเศษของเธอขึ้นมาลอย ก่อนจะลุกไปเปิดโน้ตบุคแล้วค้นหานามสกุล

'วัฒนรักษ์' เผื่อจะติดต่อญาติของหญิงสาวคนนั้นได้บ้าง แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะหาได้ง่ายๆอย่างที่คิด -.-

"คุณเป็นใครกันแน่เนี่ยคุณโลมา แล้วมันเกิดอะไรทำไมคุณถึงตกอยู่ในสภาพนั้น" รายรุ้งพึมพำกลุ้มใจไม่น้อยเลย เธอกลัวเหลือเกิน ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง กลัวคนพวกนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายหญิงสาวอีก อย่างน้อยเธอก็อยากติดต่อญาติของคนไข้ให้ได้ก่อน มีแค่เธอกับทิวากรเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ คนที่โรงพยายาลรู้แค่ว่าโลมาเป็นญาติห่างๆของเธอที่โดนทำร้ายมาเท่านั้น...

รถสีดำจอดสนิทอยู่หน้าบ้านประตูรั้วสีฟ้าสดใส และตัวบ้านเป็นสีน้ำทะเล ทิวากรไม่เคยเข้าไปในบ้าน  แต่ถ้าให้เดาสีภายในบ้านก็คงจะเป็นสีฟ้าเหมือนกัน เพราะรายรุ้งมีข้าวของเครื่องใช้สีฟ้าส่วนใหญ่จะเป็นสีฟ้า กระเป๋าถือสีฟ้า กระเป๋าตังค์สีฟ้า เคสโทรศัพท์สีฟ้า แล้วก็อีกเยอะแยะ ชายหนุ่มนั่งคิดไปก็ยิ้มไปอยู่คนเดียว

เขาไม่คิดจะลงไปกดกริ่งเรียกคนในบ้านหรอกนะ บางทีเจ้าของบ้านอาจจะทำกิจวัตรส่วนตัวอยู่ แถมนี่มันพึ่ง  
'แล้วเมื่อวานก็ไม่นัดเวลาเขาไว้

เนอะไอ้ทิว' ทิวากรบ่นตัวเองในใจ

ครืดด~~ ครืดด~~ ครืดด~~

โทรศัพท์ทิวากรสั่น

สายที่โทรเข้ามานั้นเขารู้ดีอยู่แล้วว่าใคร

"ฮัลโหล" ชายหนุ่มรับโทรศัพท์

(ว่าจะเข้าไปหา แต่ตอนนี้คงไม่ต้องแล้วล่ะมั้ง แกคงรออยู่หน้าบ้านคุณหมอเรียบร้อยแล้ว) รพีฉายแกล้งแซวเพื่อน ทิวากรเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟังแล้ว และคนเจ้าเล่ห์อย่างรพีฉายก็รู้จักนิสัยเพื่อนดี   แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนรักจะรู้ใจตัวเองหรือเปล่า

"ก็ใช่" ทิวากรตอบ

(ครับ แล้ววันนี้คุณทิวจะพาคุณหมอไปเจอแฟนเก่า เอ๊ย ไปเจอเพื่อนเก่าจริงหรอครับ) คนในสายแกล้งแหย่

"พูดมากว่ะไอ้พี" พอโดนแกล้งอย่างนี้ทิวากรก็ชักจะหงุดหงิด

(โอเค แค่โทรมาเช็คความเรียบร้อย) รพีฉายตอบแล้วตัดสายไปดื้อๆ

ก็อก ! ก็อก !!

ทิวากรเห็นรายรุ้งยืนเคาะกระจกข้างคนขับเลยลดกระจกลง คุณหมอที่ปกติใส่แต่ชุดกระโปรงกับเสื้อกาวน์ วันนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

ทิวากรจ้องมองคนตรงหน้าในชุดที่แปลกตาไป หญิงสาวใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าแขนยาว แต่พับแขนเสื้อไว้ถึงศอกกับกางเกงยีนส์สีดำสนิท

"คุณทิว มองอะไรคะ" รายรุ้งถามขึ้น

"มองคนสวยมั้งครับ" ทิวากรพูดแซว

"อ่อ ตอนเช้านี่กินน้ำตาลก่อนออกจากบ้านหรอคะ" รายรุ้งเหน็บเบาๆ

ทิวากรลงไปเปิดประตูรถให้รายรุ้งก่อนจะปิดลง แล้วเดินกลับมาขึ้นรถฝั่งคนขับ เป้าหมายของเขาคือนครราชสีมา หรือโคราชนั้นแหละ ทิวากรรู้จักครอบครัวของแฟนเก่าเขาดี หลังจากที่เลิกกันไปเขาก็รู้เพียงว่าแม่ของแบมขายบ้านที่กรุงเทพแล้วไปสร้างบ้านอยู่ที่นั้น

"เพื่อนเก่าคุณทิวนี่สนิทกันไหมคะ" รายรุ้งถามขึ้น

"ก็สนิทนะครับ" ชายหนุ่มเลือกที่จะตอบแบบนั้น

"อ่อค่ะ คุณทิวรู้ไหม นี่จริงๆรุ้งนอนไม่หลับทั้งคืนเลย" รายรุ้งเล่าให้คนข้างๆฟัง "คิดว่าคุณทิวจะมารับตั้งแต่ตี 5 "

"โหย ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ โคราชไม่ไกลหรอก เดี๋ยวผมบินไปแปปเดี๋ยวถึงเลย" คนชำนาญทางพูดขำๆ

"โคราชนะคุณทิวไม่ได้ใกล้ๆสักหน่อย" รายรุ้งบ่นเพราะไม่ชอบนั่งรถนานๆ

"ผมสัญญาว่าแปปเดี๋ยว" ทิวากรพูดแล้วหันมายิ้ม...

ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีขาวล้วน  นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ริมหาดทรายสีขาวสะอาด ในหัวของคนเจ้าแผนการอย่างรพีฉายมีความสุขเสียเหลือเกินที่ได้จับคู่ให้เพื่อนรัก :) คนเจ้าเล่ห์เสนอความคิดให้ทิวากรพาคุณหมอไปบ้านของแบมหรือ

ศิวพรที่โคราช ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเนี่ยรู้ดีกว่าใครว่าครอบครัวนั้นย้ายไปอยู่อังกฤษกันหมดแล้ว

"ไอ้พี ถ้าไอ้ทิวมันรู้ว่าแกหลอกมัน แกตายแน่" เหนือเมฆที่ว่างจากงานราชการขับรถมาหารพีฉายถึงสัตหีบ

"มันอาจจะขอบคุณฉันก็ได้นะ" คนเจ้าเล่ห์เชื่อในแผนการของตัวเองนักหนา

"เหอะๆ จะโดนกระทืบล่ะสิ" เหนือเมฆที่รู้จักนิสัยเพื่อนทั้งสองดีส่ายหัวให้กับความคิดของรพีฉาย "เอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่น คุณหมอกับไอ้ทิวอาจจะอยากช่วยผู้หญิงคนนั้นจริงๆก็ได้" เหนือเมฆไม่วายบ่นเพื่อน

"เอาน่ะ ถือว่าผลพลอยได้ไง จริงๆฉันก็รู้แล้วล่ะว่าผู้หญิงคนเป็นใคร :) " คนเจ้าแผนการอย่างเขาทำอะไรก็รอบคอบเสมอแหละ

"ใคร ??" เหนือเมฆถามขึ้น

"ผู้หญิงคนนั้นก็เป็น..." รพีฉายเว้นวรรค

"เป็นไรวะ" คนฟังชักหงุดหงิด

"เป็น..."

"ไอ้พี !!! "เหนือเมฆชักรำคราญเพื่อนเต็มทน

"น้องสาวคนละแม่ของแบม :)" รพีฉายตอบแล้วยิ้มแฉ่ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha