ทหารบกที่รัก

โดย: Lalyblue



ตอนที่ 13 : ราตรีสวัสดิ์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 13

ราตรีสวัสดิ์


รายรุ้งเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ รอบบริเวณมืดแล้ว แต่มีแสงไฟข้างทางส่องลงมาตามทาง

"คุณ คุณมาหาใครคะ" หญิงวัยกลางคนตะโกนออกมาจากในบ้าน

"สวัสดีค่ะคุณน้า พอดีหนูเป็นหมอค่ะ คุณน้าเป็นญาติกับคุณศิลดา วัฒนรักษ์ใช่ไหมคะ เธอเป็นคนไข้ที่โรงพยาบาลหนูพอดี เอ่อ...คุณศิลดาเธอได้รับการกระทบเทือนบริเวณศีรษะ ทำให้ความทรงจำบางส่วนหายไปน่ะค่ะ เราเลยอยากติดต่อญาติของเธอให้ช่วยฟื้นความทรงจำที่หายไปและช่วยเป็นกำลังใจให้เธอค่ะ" รายรุ้งร่ายยาว โดยไม่สนสายตางงงวยของหญิงวัยกลางคนตรงหน้า

"หนูๆ ฉันไม่รู้จักคนชื่อศิลดาหรอกจ๊ะ แต่ว่านามสกุลวัฒนรักษ์นี่มันคุ้นๆอยู่นะ เดี๋ยวจะเรียกลูกชายมาถามให้" หญิงวัยกลายคนตอบแล้วตะโกนเรียกลูกชาย

"ดิน ดินลูก ลงมานี่หน่อย"

"ครับแม่ มีอะไรครับ" ลูกชายตะโกนตอบแล้วมีเสียงเปิดและปิดประตูตามมา

ผู้ชายผิวสีแทนตัวสูงยืนอยู่ตรงหน้ารายรุ้ง หน้าตาชายหนุ่มดูเป็นมิตร บุคลิกท่าทางก็ดูเป็นคนสะอาด

"มีอะไรครับแม่" ชายหนุ่มหันไปถามมารดาของเขา

"คุณคนนี้เขามาถามถึงคนชื่อ... ชื่ออะไรนะคะคุณ"

"อ่อ คนไข้เธอชื่อ ศิลดา วัฒนรักษ์ค่ะ คุณรู้จักญาติพี่น้องของเธอหรือเปล่าคะ" รายรุ้งถาม พอจะเดาสถานการณ์ออกว่าสองคนนี้ไม่รู้จักโลมาของเธอแน่นอน

"ผมไม่รู้จักคนที่คุณบอกหรอกครับ แต่ถ้าคุณมาถามถึงญาติของเธอ เจ้าของไร่คนเก่านามสกุลวัฒนรักษ์เหมือนกันครับ คุณศิวพรน่ะ แต่ผมไม่มีเบอร์ติดต่อเธอนะครับ เห็นว่าขายไร่นี้แล้วก็จะย้ายไปอังกฤษ ขอโทษด้วยนะครับ" ชายหนุ่มบอกสิ่งที่เขารู้ให้หญิงสาวฟัง

"อ่อ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณทั้งสองมากนะคะ" รายรุ้งบอก

"คุณมาถามหาญาติของเขาทำไมหรือครับ มีอะไรหรือเปล่า"

"พอดีคุณศิลดาป่วยนะค่ะ ต้องการกำลังใจจากคนใกล้ชิด" รายรุ้งเลี่ยงตอบเพราะอย่างไรคนตรงหน้าก็ไม่ใช่ญาติของคนไข้

"ครับ ขอโทษนะครับที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้" ชายหนุ่มบอก

"งั้นฉันขอตัวนะคะ ขอบคุณคุณทั้งสองมาก" รายรุ้งบอกแล้วยกมือไหว้ลาทั้งสอง

ทิวากรที่นั่งรออยู่ในรถเห็นรายรุ้งเดินออกมาออกมาคนเดียว ก็สงสัย ? 'ทำไมคุณหมอเดินออกมาคนเดียว' ชายหนุ่มคิดในใจ อยากจะโทรไปถามไอ้เพื่อนรักใจจะขาด ว่าที่เขาต้องมาที่นี้เป็นแผนของมันหรือเปล่า

รายรุ้งเปิดประตูแล้วขึ้นมานั่งบนรถ ซึ่งคนข้างๆก็รอฟังอย่างใจจดใจจ่อว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง รายรุ้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเล่า

"เพื่อนเก่าของคุณทิวขายไร่นี้ แล้วก็ย้ายไปอยู่ที่อังกฤษแล้วค่ะ"

"ผมขอโทษนะครับคุณหมอ ที่ทำให้ต้องเสียเวลามาไกลถึงที่นี่ แถมยังไม่ได้อะไรกลับไปอีก" ทิวากรเอ่ยขอโทษ

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราไปหาที่พักกันเถอะ :) " รายรุ้งบอกแล้วหันมายิ้ม นี่ก็ดึกแล้ว ไม่รู้จะไปหาที่พักได้ที่ไหน

"ครับ" ทิวากรตอบแล้วขับรถออกไปจากไร่ที่เงียบสงบทันที...

รพีฉายที่นอนบนชายหาดมาได้สักพักก็ตื่นขึ้นมานั่งคิดเรื่องที่ทิวากรปิดเครื่องไม่ติดต่ออะไรกลับมาเลย เขารู้ว่าทิวากรคงไม่เป็นอะไรไปง่ายๆ และก็รู้ดีว่าเพื่อนของเขาจะสามารถปกป้องคุณหมอได้สบายอยู่แล้ว แต่แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ทิวากรไม่ยอมติดต่อกลับมาเลย ถ้าแบตหมดแล้วทำไมถึงไม่ชาตล่ะ เล่นปิดเครื่องมาทั้งวันแบบนี้หรือเส้นทางที่เขาบอกมันจะซับซ้อนเกินไป เพราะเขาเขียนแผนที่อ้อมนู่นอ้อมนี่ไปเรื่อย... :P

"ทำไมไอ้ทิวไม่โทรมาเลยวะ" รพีฉายบ่นๆ

ครืดด~ ครืดด~ ครืดด~

"เบอร์ใครเนี่ย" รพีฉายหยิบโทรศัพท์มาดูหน้าจอ แต่เบอร์ที่โทรเข้ามาไม่คุ้นสักนิด

"ฮัลโหล" ชายหนุ่มรับสายแล้วพูดขึ้น

(ไอ้พี !! นี่แผนของแกหรือเปล่า) ทิวากรที่ขอยืมโทรศัพท์รายรุ้งมาโทรหา

รพีฉายเสียงขุ่น 'โหย มันตายอยากจริงๆ' รพีฉายคิดในใจ

"แผนอะไรวะ" คนเจ้าเล่ห์ถามเสียงซื่อ

(ก็แผนที่ทำให้ฉันหลงทางไง อ้อมนู่นอ้อมนี่กว่าจะถึงโคราช แล้วกว่าจะไปถึงไร่นั้นก็ปาไป 2  ทุ้มแล้ว แถมยังติดต่อแบมไม่ได้อีก ขายไร่แล้วย้ายไปอังกฤษกันทั้งบ้าน ฉันกับคุณหมอต้องออกมาหาโรงแรมอยู่ บอกมาไอ้พี บอกมาเดี๋ยวนี้แผนแกใช่ไหม) ทิวากรที่เดือดเต็มที่ถามขึ้น

"ไม่ใช่นะ ไม่ใช่แผนฉัน ฉันก็อาจจะลืมที่ลืมทางไปบ้าง ฉันก็ไม่ได้ไปตั้งนานแล้วนะเว้ย ฉันไม่รู้ด้วยว่าแบมขายไร่ แล้วย้ายไปอยู่อังกฤษ แกอย่ามาหาเรื่องฉันนะ" คนเจ้าเล่ห์ยังคงหาทางรอดอย่างเนียนๆ

(ไอ้พี !!! อย่าให้รู้นะว่าเป็นแผนแก เออ งั้นแค่นี้นะ) ทิวากรขู่ก่อนวางสายไป ทำเอาคนวางแผนขนลุกซู่  0.0

รพีฉายยิ้มกริ่มอยู่สักพักก่อนจะล้มตัวลงนอนบนชายหาดอย่างเดิม เขามีความสุขที่แผนสำเร็จในตอนนี้ แต่จะตลอดรอดฝั่งหรือเปล่ามันก็อีกเรื่องแหละเนอะ ชายหนุ่มนอนยิ้มเงยหน้าดูดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างสบายใจ

ทิวากรเมื่อกดวางสายจากเพื่อนก็หงุดหงิดไม่น้อย อีกใจนึงก็คิดว่าต้องเป็นแผนของรพีฉายแน่ๆ แต่อีกใจนึงก็อยากจะปล่อยมันไป เขาเองก็ไม่หลักฐานอะไร แถมรพีฉายมันยังยืนยันหัวชนฝาว่าไม่ใช่แผนของมัน...

"คุณทิวคิดอะไรอยู่คะ" รายรุ้งที่พึ่งเดินออกมาถามขึ้น

"ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยครับ คุณหมอยังไม่นอนหรอ"

"คิดมากแก่เร็วนะคะ ดูคิ้วขมวดจนจะผูกโบว์ได้อยู่แล้ว" รายรุ้งแกล้งล้อ เธอรู้สึกแปลกใจ  ทำไมเวลาที่อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ถึงได้รู้สึกอุ่นใจยังไงบอกไม่ถูก ซึ่งชายหนุ่มเองก็รู้แบบนั้นเช่นกัน

"อยู่ต่างที่น่ะค่ะ นอนไม่หลับ 555" รายรุ้งตอบ

"แต่ในรถคุณหมอหลับแทบจะตลอดทางเลยนะครับ" ทิวากรแซว

"5555 คุณทิวไม่นอนหรอคะ"

"ไม่ค่อยง่วงครับ เวลานี้อยากได้กีต้าร์" ทิวากรชอบเล่นกีต้าร์โปร่งมากๆ ว่างๆชอบนั่งเล่นกีต้าร์แล้วก็ร้องเพลงไปเรื่อยๆ ยิ่งเวลาดึกๆ เงียบๆแบบนี้ เขาชักคิดถึง 'หนูมาลี' กีต้าร์สุดที่รักขึ้นมาแล้วสิ

"ตอนนี้ไม่มีกีต้าร์นะคะ จะร้องเพลงอย่างเดียวก็ได้ค่ะ ถ้ารุ้งฟังได้รุ้งก็จะฟัง" รายรุ้งพูดขำๆ

"โหย คุณหมอ ผมร้องเพลงเพราะนะ" ทิวากรอวด

"งั้นก็ร้องเลยค่ะ" รายรุ้งพูดอย่างท้าทาย

"ครับ _~>>$€€~||~##^}]" ทิวาเริ่มร้องเพลงไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่เพลงแรกไปเกือบสิบเพลง รายรุ้งทำท่าว่าจะหลับขึ้นมาซะงั้น

"คุณหมอจะหลับแล้วหรอครับ" ทิวากรถามขึ้น ทำให้คนเริ่มเคลิ้มมีสติขึ้นมาทันที

"55555 เริ่มง่วงแล้วค่ะ งั้นเดียวคุณทิวร้องเพลงสุดท้ายมาก่อน เดี๋ยวรุ้งจะไปนอนแล้ว" รายรุ้งบอก หญิงสาวยอมรับว่าทิวากรร้องเพลงเพราะอย่างที่เขาว่า เสียงทุ้มนุ่นชวนฝัน ฟังแล้วอบอุ่นในใจแปลกๆ

"ได้ครับ แต่เพลงนี้เพลงสุดท้ายแล้วนะครับ 555" ทิวากรพูด

"ค่ะ"  คนเริ่มง่วงตอบ

"หลับตาเถอะนะ

ขอให้เธอหลับฝันดี

คืนนี้ไม่ต้องห่วง

ตรงนี้ฉันจะดูแลด้วยชีวิตของฉัน

ฝากดาวบนฟ้า ร้องเพลงนี้ให้เธอฟัง

หากฉันไม่ได้กลับ ก็ขอให้เธอหลับสบาย

ก็พอแล้ว..."

(เพลงราตรีสวัสดิ์ : ฟักกลิ้งฮีโร่)

ทิวากรร้องจบแค่นั้น แต่หารู้ไม่ว่าหัวใจคนฟังพองโตขึ้นมาทันที สายตาของคนทั้งสองหันมาสบกัน...

"งั้นรุ้งไปนอนแล้วนะคะ" รายรุ้งที่พยายามละสายตาออกจากภวังค์มาได้ก่อนรีบขอตัวไปนอน 'ขืนอยู่ต่อแกต้องตกหลุมรักผู้ชายนี้แน่ยัยรุ้ง' รายรุ้งคิดในใจก่อนจะเดินไปอย่างรวดเร็ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha