ทหารบกที่รัก

โดย: Lalyblue



ตอนที่ 16 : สาวมือควาย หนุ่มปากหมา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 16

สาวมือควาย vs หนุ่มปากหมา


หลังจากขึ้นมาบนรถทั้งคู่ก็ต่างคนต่างเงียบไป โดยชายหนุ่มก็ยังแอบมองคนข้างๆอยู่เป็นระยะๆมาตลอดทาง  แถมชวนรายรุ้งแวะวัดทุกที่ที่ผ่านด้วย กว่าจะไปถึงนครนายกก็ผ่านไปสิบกว่าวัด แต่ทั้งสองก็ไม่ได้คุยอะไรกันนัก

"คุณหมอ มาทำอะไรที่นครนายกหรอครับ" ทิวากรถามขึ้น

"อ่อ มาเอาของที่บ้านค่ะ" รายรุ้งตอบ หืม ก็เธอต้องมาเอารูปตอนเด็กไปให้ธาดากรตามที่บอกนั้นล่ะ จะว่าไปก็ไม่รู้ว่าธาดากรหายไปไหน หลังจากโทรมาทวงรูปแล้วก็หายไปเลย

"คุณหมอคิดอะไรอยู่ครับเนี่ยเงียบไปเลย" ทิวากรเลือกที่จะถาม เพราะมันคงจะดีกว่าเงียบอยู่อย่างนี้

"ก็คิดไปเรื่อยๆน่ะคะ นี่ก็บ่ายสามโมงแล้วนะคะเนี่ย พรุ่งนี้คุณทิวต้องไปทำงานหรือเปล่าคะ" รายรุ้งถามคนข้างๆ เพราะเธอกับเขาก็หยุดมาตั้งสองวันแล้ว

"ทำสิครับ ช่วงนี้งานยุ้งมากๆเลย" ทิวากรบอกขำๆ

"ค่ะ 555 " รายรุ้งขำ ถ้าทิวากรยุ้งเพื่อนเธอก็คงจะยุ้งเหมือนกันนั้นแหละ รายนั้นก็เป็นหมอทหาร :)

"เดี๋ยวสิ้นเดือนผมก็ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ยะลาแล้วครับ อยู่ที่นี่ให้คุ้มก่อนดีกว่า ไม่รู้ว่าไปครั้งนี้จะได้กลับมาอีกหรือเปล่า" ทิวากรบอกด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ :) ชีวิตของเขาถ้าหากตายเพื่อชาติก็ไม่เสียดาย ซ้ำยังเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของผู้ชายคนนึงอีกต่างหาก

"เอ่อ..." รายรุ้งหมดคำจะพูด รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก

"ผมเคยไปมาแล้วหลายครั้งนะครับ  แล้วก็รอดปลอดภัยมาตลอด แต่รอบอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนทุกครั้งก็ได้นี่ครับ พ่อกับแม่ผมทำใจกันมาหลายครั้งจนชินแล้วนะ 5555" ทิวากรพูดเหมือนเป็นเรื่องตลก พ่อกับแม่เขามีลูกคนเดียวก็จริง แถมยังประคมประงมมาอย่างดี เวลาเขาไปปฏิบัติหน้าที่แบบนี้ทีไร พ่อกับแม่แทบจะร้องไห้เป็นสายเลือด แต่พอไปบ่อยๆเข้าก็คงจะชินเสียแล้ว แถมล่าสุดยังจะไปรับเด็กมาเลี้ยงอีก ซ้ำยังบอกอีกว่าจะเอามาเป็นลูกแทนเขาเสียด้วย

"ทำไมคุณทิวถึงอยากเป็นทหารหรอคะ" รายรุ้งถาม

"ตอนเด็กน่ะ ผมก็คิดอะไรไม่ออกหรอกครับ เวลาใครถามผมก็ตอบไปตามเพื่อน 5555 ไอ้เหนือมันอยากเป็นทหารครับ แต่พอได้มารู้จักกับพี่ชายข้างบ้านคนนึง เขาอายุมากกว่าผมหลายปีเลย ตอนนั้นผมอยู่ ป.4 พี่เขาอยู่โรงเรียนเตรียมทหารครับ พี่เขามีทัศคติดีๆมาสอนผมเยอะแยะเลย หลังจากนั้นผมก็เลยตั้งใจจะเป็นทหารแบบพี่เขาครับ :)" ทิวากรตอบพรางนึกถึงพี่ชายข้างบ้าน

"โหย งั้นพี่ชายข้างบ้านของคุณทิวก็เป็นแรงบันดาลใจโดยตรงเลยสิคะ แล้วทุกวันนี้คุณทิวยังมีเขาเป็นไอดอลอยู่ไหมคะ" รายรุ้งถามคนข้างๆ เวลาที่เขาเล่าเรื่องในอดีต หญิงสาวรู้สึกเหมือนคนข้างๆกลายเป็นเด็กชายทิวากรไปเลย

"ไม่ได้เจอกันมาสิบกว่าปีแล้วครับ พี่เขาย้ายบ้านตอนผมอยู่ ป.6 พอผมเป็นทหารผมก็ตามหาพี่เขานะครับ แต่ก็ไม่เจอผมจำได้แต่ชื่อเล่นนะ จำชื่อจริงไม่ได้หรอก เลยหาไม่เจอสักที" ทิวากรบ่นให้ฟัง พอได้เป็นทหารสมใจ ชายหนุ่มก็ตามหา 'พี่ซัน' ไอดอลของเขาทันที แต่แหม คนชื่อซันก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ -.-

"555555 ค่ะ งั้นรุ้งขอให้คุณทิวตามหาเขาเจอเร็วๆนะคะ" รายรุ้งอวยพรชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม

"5555 ขอบคุณครับคุณหมอ" ทิวากรรับ...

ด้านธาดากรที่ออกมารออยู่ร้านกาแฟ catty prince เพราะหญิงสาวที่เขาขับรถชนท้ายรถเธอโทรให้ออกมาเจอที่นี่ เพราะจะมาเคลียเรื่องค่าเสียหาย ชายหนุ่มนั่งทำหน้าเซงรอหญิงสาวมาได้สองชั่วโมงแล้ว แต่ก็ไม่โผล่มาสักที :(

"บ้านไม่มีนาฬิกาหรือไงห๊ะ" ธาดากรบ่นอย่างหงุดหงิด โดยไม่รู้ว่าคนถูกบ่นยืนอยู่ข้างหลัง

"ว่าใครบ้านไม่มีนาฬิกาห๊ะ" รดาที่มาได้ยินตอนชายหนุ่มนินทาพอดีโวยขึ้น

"ก็บ้านคุณนั้นแหละ มาเลท 2  ชั่วโมงเลยนะ ถ้ามีคงไม่สายขนาดนี้หรอกมั้ง" ธาดากรว่าคืน ก็ที่เขาพูดมันจริงนี่นา

"ผู้ชายปากกรรไกรอย่างคุณนี่มันสุดๆไปเลยนะ ไม่เคยให้เกีรยติผู้หญิง" รดาเถียงบ้าง ผู้ชายอะไรเนี่ย !!!

"ผมก็ให้เกีรยติทุกคนนะ ยก-เว้น-คุณ" ธาดากรว่าขึ้น

"ไอ้บ้า นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ" รดาที่ปกติก็ขี้วีนอยู่แล้ว วีนหนักไปอีก

"หยุดกระทืบเท้าเดี๋ยวนี้นะ คุณคิดว่าตัวเองเป็นเด็กประถมหรือไง ไม่ได้ดั่งใจก็กระทืบเท้าแบบนี้น่ะ" ธาดากรบ่น ยิ่งทำให้คนตรงหน้ากระทืบเท้าหนักกว่าเดิม แต่ชายหนุ่มก็ทำเป็นไม่สนใจ 'คนอะไรวะทำตัวเป็นเด็กๆไปได้  อยากกระทืบก็กระทืบไปสิ ถ้าไม่อายก็เชิญเลย' ธาดากรคิดในใจแล้วนั่งดูดลาเต้อย่างใจเย็น

"ไอ้บ้า ไอ้บ้า ไอ้บ้า ไอ้บ้า ไอ้บ้า ไอ้บ้า"  รดาที่กระทืบเท้าอยู่พุ่งเข้ามาทุบหลังธาดากรอย่างมันมือ

"โอ๊ย โอ๊ย คุณจะบ้าหรือไงห๊ะ หลังคนนะคุณ" ธาดากรโอดโอยแล้วหลบกำปั้นอรหันต์อย่างรวดเร็ว ขืนนั่งให้ทุบก็คงหลังกันพอดี 'มือคนหรือมือควาย' ธาดากรคิดในใจอย่างหงุดหงิด

"เจ็บไหม" อยู่ๆรดาก็หยุดทุบแล้วถามขึ้นด้วยสีหน้าเหมือนจะรู้สึกผิด

"มันก็ต้องเจ็บอยู่แล้วสิคุณ ผมไม่ได้หนังหนา เนื้อหนา กระดูกหนานะครับ จะได้ไม่เจ็บไม่ปวดอะไรเลย นี่มือคนหรือมือควายวะเนี่ย" ธาดากรบ่นร่ายยาวเป็นชุดอย่างสุดทน

"เออ เจ็บก็ดีแล้ว ถ้าอย่างฉันมือควาย คุณก็ปากเหมือนหมานั้นแหละแหละ" รดาตอกคืนเบาๆ แล้วนั่งลงอย่างหงุดหงิด

"พูดให้ดีนะคุณ ผมปากหมาตรงไหนไม่ทราบ คุณนั้นแหละมือควาย" ธาดากรว่าคืนบ้าง

"กรี๊ดดดดดด กรี๊ดดดด" รดากรี๊ดเสียงดังลั่นร้านจนทุกโต๊ะหันมามอง

"นี่คุณอยากให้เจ้าของร้านมาไล่ออกจากร้านหรือไง" ธาดากรที่นั่งเอามืออุดหูตะโกนขึ้น

"ฉันจะไล่ตัวเองออกจากร้านทำไมยะ" รดาแว๊ดอีกรอบ ก็ฉันเป็นเจ้าของร้านทำไมต้องกลัวด้วยล่ะ -.-

"เอ้า นี่ร้านคุณหรอ" ธาดากรถามขึ้น

"ใช่ !!!" รดาพูดเสียงดังจนเหมือนตะโกน

"ห๊ะ คุณเนี่ยนะเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ผมคิดว่าคุณเป็นเจ้าของร้านขายนกหวีดซะอีก" ธาดากรแหนบไปอีก

"ฉันจะเป็นเจ้าของร้านกาแฟหรือร้านขายนกหวีดแล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับคุณ" รดาถามอย่างหงุดหงิด

"เกี่ยวดิ ก็คนที่ต้องมานั่งฟังคุณกรี๊ดระยะประชิดแบบนี้นี่มันผมไง" ชายหนุ่มว่าแล้วชี้นิ้วมาที่ตัวเอง

"เชอะ ไม่แคร์ไม่สน" รดาพูดแล้วสะบัดหน้าเชิดใส่

"ยัยบ้า" ธาดากรบ่นเบาๆ อย่างรำคราญ แต่หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามได้ยินชัดเจน

"กรี๊ดดด กรี๊ดดด กรี๊ดดดดด" รดากรี๊ดอีกรอบแล้วยื่นหน้าไปใกล้ธาดากรมากขึ้น

"กรี๊ดดดดดดดด !!!!" ชายหนุ่มกรี๊ดตอบแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวเหมือนกัน คนกรี๊ดก่อนผงะตกใจถอยหนี

"...0.0...คุณกรี๊ดหรอ..."

"ใช่ ทำไม มันน่ารำคราญใช่ไหม" ชายหนุ่มถามขึ้นอย่างมีน้ำโห

"...คุณเป็นเกย์หรอ" รดาถามขึ้น

"จะบ้าหรอคุณ" ธาดากรเหวอที่โดนถามแบบนี้

"ก็คุณกรี๊ดนี่ ผู้ชายที่ไหนเขากรี๊ดกันเล่า" รดาถาม

"ก็คุณกรี๊ดแล้วมันน่ารำคราญ ผมก็แค่อยากให้คุณหยุดกรี๊ดซะ" ธาดากรรีบอธิบายทันที จะบ้าตาย โดนผู้หญิงทักแบบนี้เสียหมด อยู่โรงพยาบาลเขาออกจะเป็นคุณหมอเนื้อหอม ทั้งคนไข้ ทั้งพยาบาลติดกันตรึม มาโดนทักแบบนี้จบกันพอดี :(

"หรอ..." รดาถามอย่างหวาดๆ เธอจำคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี สมัยประถมเขากับเธอจะทะเลาะกันเป็นประจำ แล้วคนที่ชนะก็มักจะเป็น 'ไอ้กรหมูป่า' เสมอ หึ เมื่อก่อนหมอนี่มันตัวก็ใหญ่แรงก็เยอะตัวอ้วนกลมเป็นหมูตอนผสมโอ่งมังกรเลยล่ะ มีแค่คนเดียวที่ไม่โดนแกล้งก็คือ 'น้องรุ้ง' ที่เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของหมอนี่ รดาคิดแล้วก็เริ่มกุมขมับ  แหม ก็ถ้าพูดเรื่องสมัยเด็กไปแล้วหมอนี่มันจำความลับของเธอได้ขึ้นมาก็แย่น่ะสิ หญิงสาวเลยทำเป็นไม่รู้จักไปซะ

"แล้วสรุปค่าซ่อมรถของคุณเท่าไหร่ล่ะ" ธาดากรพูดเข้าเรื่อง

"ห้าหมื่น !!!! ขอเป็นเงินสดด้วยนะ" รายรุ้งพูดขึ้น ทำเอาคนตรงหน้าขมวดคิ้ว คนบ้าอะไรจะพกเงินขนาดนั้นเดินไปเดินมา

-.- ติดตัวเขามีอยู่ห้าร้อยเท่านั้นแหละ

"งั้นพรุ่งนี้ผมเอามาให้ที่นี่แล้วกัน" ธาดากรบอก เพราะไม่อยากถามต่อความยาวสาวความยืดกับคนตรงหน้าสักนิด

"ฉัน จะ เอา วัน นี้" รดาบอกอย่างเอาแต่ใจ โดยเน้นเสียงหนักๆทุกคำพูด

"ก็ตอนนี้ไม่มี เดี๋ยวเอามาให้พรุ่งนี้" ธาดากรพยายามทำใจเย็น

"ก็ฉันจะเอาวันนี้นี่" รดาบอกเพราะอยากจะแกล้ง

"นี่ !!! ก็ผมบอกว่าตอนนี้ไม่มี  ไม่มีใครเขาพกเงินเยอะขนาดนั้นเดินไปเดินมา นอกจากเศรษฐี ไฮโซ เซเลปหรอกนะ แล้วผมก็เป็นหมอทหารครับไม่จำเป็นต้องพกเงินมากขนาดนั้นด้วย" ธาดากรพูดอย่างหน่ายๆ ชักจะหมดความอดทนกับคนตรงหน้าซะแล้ว

"คิดจะตุกติกหรอ" รดาพูดอีก แต่เธอก็รู้ว่าเขาคงไม่ตุกติกหรอก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเขาจะมานั่งอยู่ตรงนี้หรอ

"ผมบอกว่าจะเอามาให้พรุ่งนี้ ถ้าไม่เชื่อก็ไปกับผมเลยสิ" ธาดากรหงุดหงิดกับความเยอะของคนตรงหน้า

"ไปไหน ?"

"ก็ไปบ้านผมไง คืนนี้คุณก็ไปนอนบ้านผมเลยแล้วกัน  ตอนเช้าผมจะไปเอาเงินที่ธนาคารคุณก็รอเอาไปเลยดีไหม" เขาพูดขึ้น

"จะบ้าหรอคุณ จะให้ฉันไปบ้านคนที่พึ่งรู้จักเนี่ยนะ แถมเป็นผู้ชายอีกต่างหาก" รดาแว๊ดทันทีกับความคิดนี้

"เอ้า !!!! แล้วคุณจะกลัวอะไรนักหนา ถ้าผมตุกติกจริงจะมานั่งอยู่ตรงนี้หรอ" ธาดากรบอก

"ก็ได้ ก็ได้ พรุ่งนี้ก็ได้ เจอกันที่นี่เวลาเดิม" รดาพูดแล้วเดินเข้าไปหลังร้านทันที ธาดากรเองก็ไม่ได้สนใจนั่งดูดลาเต้ต่อหน้าตาเฉย...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha