ทหารเรือที่รัก

โดย: Lalyblue



ตอนที่ 23 : บทที่ 22


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


บทที่ 22


 

“หวัดดี” ปราณัฐพูดขึ้น และเดินโบกมือทักทายชาวโลกประดุจนางงามพึ่งได้มงฯ เขาเดินออกมายิ้มทะเล้นให้คนตรงหน้า เหมือนมันเป็นเรื่องที่หน้ายินดีซะเหลือเกิน เขาเก็บกล้องวีดิโอใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่  ข้างเขามีผู้ชายอีกคนที่ใบหน้าเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกัน เดินหน้าหงิกออกมาด้วย

 

“พวกแกรู้ได้ไง ว่า...” ศิฑาที่ข้อมือทั้งสองข้างถูกยิง เขาทรุดลงกับพื้นอย่างทรมาน และกุมข้อมือตัวเอง

 

“โอ๊ยๆ หมวดต้นครับ พวกเราเป็นหน่วยข่าวกรองพิเศษขึ้นชื่อเรื่องความเร็วเป็นที่หนึ่ง ไม่ต้องห่วงครับ เราจับตาดูทุกคนอ่างทั่วถึง รวมถึงคุณด้วย ^^” ปราณัฐยั่ว และหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา “ฟังไปพรางๆ ก่อนเนอะ ?

 

(ไอ้ต้น...กูคิดว่ากูจะตายง่ายขนาดนั้นเลยหรอวะ ?  กูอุตส่านับถือมึงเป็นพี่ชายกู แต่มึงหลอกให้กูไปตาย หึ เสียด้วยว่ะ ที่กูไม่ได้ เพราะความสะเพร่าของมึงไง) เสียงของปกป้องที่นอนอยู่ที่โรงพาบาลเงียบไป

 

(มึงแม่งแทงกูสองแผล แล้วโยนกูลงน้ำเนี่ยนะ อ่อนด้อยมาก เจ็บกว่านี้กูก็โดนมาแล้ว กับให้แค่สองแผลนี่กูไม่ตายหรอก แล้วเสือกโยนกูลงน้ำอีก มึงรู้ว่าแม่งน้ำทะเลมันทำให้กูแสบไปหมด... ถ้ากูไม่ว่ายขึ้นฝั่งก็แสบสิไอ้ควายยย !! โง่ดักดานจริงๆ) ปกป้องกดวางสายไปทันทีที่พูดความในใจจบ

 

ปราณัฐยิ้มเยาะด้ยความขบขันกับคำพูดของปกป้อง มันน่าโมโหและน่าสะใจไปพร้อมๆกันจริงๆ จะมีสักกี่ครั้งกันในชีวิตที่จะมีอารมณ์แบบนี้

 

“ไปกับเราเถอะ” ศิรานนท์เดินเข้าไปใกล้ แต่ศิฑาก็ถอยหลังหนีเขา

 

“ยังคุณจะหนีอีกหรอคะ ? หลักฐานมัดตัวขนาดนี้” เขมิกาบอกยิ้ม

 

ผ่างงง !!!!

 

ประตูสแตนเลทบ้านใหญ่ถูกเปิดออก ทหารนับสิบคนที่ยืนฟังสถานการณ์อยู่ด้านนอก เปิดประตูเข้ามา หนึ่งในนั้นคือพ่อของศิฑา เขาน้ำตานองหน้า มองลูกชายคนเดียวโดยที่ไม่รู้จะพูดอะไร คนเป็นพ่อเจ็บปวดใจจนแทบจะกั้นมันไว้ไม่อยู่

 

“ทำไมต้นทำแบบนี้ลูก...” เขาพูดขึ้นด้ยเสียงแหบพร่า

 

“พ่อ...ผม ผม” ศิฑาดูสับสน และลังเล เขาหันซ้ายหันขวาเพื่อหาทางหนี

 

“มอบตัวนะต้น ถ้าแกยอมมอบตัวแล้ว สารภาพคนบ่งการหนักคงกลายเป็นเบา” ชายวัยกลางคนเกลี้ยกล่อมลูกชายทั้งน้ำตา

 

“ผมไม่อยากติดคุก” ชายหนุ่มบอกพ่อ น้ำใสๆเริ่มเอ่อขึ้นที่ตา

 

“ต้นจำตอนเด็กๆได้ไหม ? ตอนที่แม่เสีย... พ่อกับต้นสัญญาอะไรกัน” ชายชราคุกเข่าลง “เราสองคนพ่อลูกสัญญากันไม่ใช่หรอลูก... ไม่ว่าอนาคตข้างหน้ามันจะเกิดอะไรขึ้น เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ลูกลืมไปแล้หรือ ?” เขาถามลูกชายที่ยืนสะอื้นอยู่ตรงหน้า  “กี่ครั้งที่เราสองคนจับมือกันเพื่อแก้ไขปัญญา จะเล็ก จะใหญ่ เราสองคนไม่เคยท้อ”

 

“พ่อ...”

 

“ไม่ว่าพ่อจะเหนื่อยแค่ไหน หรือต้นจะเหนื่อยแค่ไหน เราช่ยดูแลกันและกันเสมอ...” ชายวัยกลางคนสะอื้น “พ่อขอร้องนะลูก มอบตัวซะ”

 

“ไม่พ่อ ผมมาใกล้เกินกว่าจะหยุดแล้ว” ชายหนุ่มถอยหลังไปเรื่อยๆ “อีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ผมจะหนี เขาต้องมาช่วยผม พ่อดูแลตัวเองด้วยนะ” ศิฑาพูดขึ้น แล้วเดินถอยออกมาเรื่อยๆ

 

“เชื่อพ่อเถอะนะลูก” ชายวัยกลางคนลุกขึ้นเดินตามลูก

 

“พ่ออย่าเข้ามานะ” เขาตัวสั่น และเล็งปืนไปทางพ่อบังเกิดเกล้า

 

“อย่าไปนะลูกพ่อขอร้อง”

 

“พ่ออย่าเข้ามานะ” ชายหนุ่มถอยหลังไปเรื่อยๆ

 

“พ่อขอร้องนะต้น อย่าทำแบบนี้ลูก”

 

“อ๊ากกก” ปืนหลุดจากมือที เมื่อเขาเกือบหงายหลังตกจากดาดฟ้า

 

ชายวัยกลางคนวิ่งเข้าไปจับลูกตัวเองทันที ความรักของคนเป็นพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่นัก เขาวิ่งไปจับตัวลูกชายผลักออกไปจากริมระเบียง แรงเหวี่ยงมหาศาลที่จะปกป้องลูกชายทำให้เขาตกลงไปทันที

 

วี๊ดดดด !!

 

เสียงร่างแหวกอากาศลงไป

 

ตุ๊บบ !!!!

 

ศิฑากรีดร้องอย่างบ้าคลั่งกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ทหารหลายนายรีบเข้ามาดึงตัวเขาไว้ไม่ให้กระโดดลงไป

 

“พ่ออออออ” เขาตะโกนเรียกบิดาอย่างหน้าเห็นใจ

 

ทุกคนมองเห็นการณ์เบื้องหน้าด้วยความเทนาในตัวเขา...

 

 

รพีฉาย พชร และกระเป๋าเอกสารปลอมเดินออกมาจากฝั่งผู้โดยสารขาออก และมองซ้ายมองขวาอย่างใจจดใจจ่อ รพีฉาหันไปหันชายร่างสูงสามคนใส่เสื้อสีส้มแสบตา  ท่าทางเหมือนกำลังยืนรอใคร ถ้าเป็นพวกคนร้ายจริงๆ พวกมันโคตรทำตัวไม่เหมือนตัวร้ายในทีวีเลยล่ะ

 

“มันอยู่ทางนู่น” เขาบอกพชร และเดินนำไป

 

“หมอสินใช่ไหม ?” ชายเสื้อส้มคนนึงถามขึ้น

 

“ใช่...” รพีฉายตอบ

 

“งั้นเชิญทางนี้ครับ” มันเดินนำเขาไปที่ลานจอดรถ รถตู้คันใหญ่สีขาวที่ถูกตกแต่งอย่างมีสีสันสดใสสตาร์ทรออยู่แล้ว

 

เขาพยามไม่แสดงพิรุธใดๆ และเข้าไปนั่งรถตู้ เขาจ้องใบหน้าของผู้ชายผิวขาวจัดที่แต่งตัวเซอร์ๆส่งยิ้มมาให้เขาอย่างเป็นมิตร รพีฉายยิ้มมุมปากให้เขานิดๆ อย่างงงๆ และอยากจะดูสถานการณ์ก่อนจะพูดอะไร

 

“วันนี้พ่อไม่ว่างผมเลยมาแทน บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ?” เขาเหวอเล็กน้อยกับท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้า

 

“ไม่ครับ”

 

“โอเค ออกรถ” ชายหนุ่มบอก และจับมือเขาไม่ยอมปล่อย

 

แย่แล้ว !!!! รพีฉายอยากจะสะบัดมือที่จับเขาอยู่ออกให้รู้แล้วรู้รอดไป เมื่อรู้ทันทีว่าชายหนุ่ม้างตัวมีรสนิยมเพศที่สาม แรกๆก็แค่จับมือ สักพักมันก็ลามปามมาที่อกเขา อีกไม่กี่นาทีต่อมามันก็ลูบลงมาที่หน้าท้องเขา เหงื่อเม็ดเป็งผุดขึ้นมาอย่างไม่ได้นัดหมาย

 

“วันนี้ไม่ได้นอนแน่ๆ” ชายหนุ่มข้างกายเขากระซิบที่หูเบาๆ

 

เวร !!!! เขายอมรับเลยว่าวินาทีนั้นขนลุกไปหมดทั้งตัว จากเจ้าพ่อคาสโนว่าจะมา...กับ...นี่นะ ม่ายยย เขานั่งตัวเกร็ง

 

“ขนลุกแบบนี้ เสียวใช่ไหม ?

 

ยังๆ ยัง มึงยังไม่หยุดอีกเขาตะโกนในใจ

 

“บนรถนะ อย่าพึ่งดีกว่า”

 

โอยยย พ่องงง ที่ไหนก็ไม่โวย กูไม่กินพวกเดียวกันเขาเหงื่อท่วมตัวไปหมด ได้แต่ภาวนาให้ถึงที่หมายเร็วๆ

 

ป๊าปปป !!!

 

มือหน้าจับเข้าที่เป้ากางเกงเขา รพีฉายสะดุ้งเฮือกทันที และปัดมือหนาออกเป็นพัลวัน ตายๆ จะมาเสียเชิงชายตอนนี้หรอวะ ไม่ว้อยยย !!!!

 

“เขิลหรอ ?

 

“ครับ” เขาตอบนิ่งๆ แต่ในใจแทบจะคว้าปืนมายิงไอ้นี่ให้ไส้แตกไปแล้ว มันกล้าดียังไง มาจับน้องชายผม

 

“วันนี้เหนื่อยล่ะสิ ไม่มีอารมณ์ร่วมเลย” ชายหนุ่มขยับร่างบึกบึนมาออดอ้อนเขา

 

โอยยย กูจะบ้าตาย มีอะไรหนักกว่านี้อีกไหม ?’ เขาตะโกนถามในใจอย่างหดหู่ และหันมองพชรที่นั่งหน้าซีดไม่แพ้กัน

 

เอ่อ... เห็นมันเป็นงี้ ผมก็นึกถึงเรื่องของมันตอนเรียนอยู่เตรียมทหาร มันโดนกะเทยรุมจับของสงวน จนเกิดอาการหวาดระแวงเพศตรงข้ามทันที โถ่ๆ แน่สิ ก็พวกเราชอบผู้หญิงนี่ครับ จะให้รู้สึกดีงั้นหรอ ? คงจะยากนะนั้น...







ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha