ทหารเรือที่รัก

โดย: Lalyblue



ตอนที่ 3 : บทที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


บทที่ 2


*ทีมหน่วยข่าวกรองแห่งกองทัพราชนาวีไทยแบ่งออกเป็นทีมต่างๆหลายทีมเพื่อสืบความลับทางราชการ รวมถึงทีม Black-Knight หรือที่หน่วยอื่น

ๆเรียกขานกันในนาม อัศวินดำ สมาชิกในทีมมีทั้งหมด 4 คน  ทั้งหกถูกคัดสรรมาจากหน่วยข่าวกรองของกองทัพเรือทั้งชายและหญิงที่มีฝีมือความสามารถเฉพาะทางโดดเด่น

 

เรือโทปราณัฐ ธาราพิสุธิ์  สมากชิกทีม Black-Knight  มีความสามารถพิเศษด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบ จนสามารถประยุกต์ทุกกระบวนท่ามาใช้ร่วมกันได้ ฉายา : ฉลามบ้าพลัง

 

เรือโทศิรานนท์  ธาราพิสุทธิ์  สมาชิกทีม Black-Knight   มีความสามรถทางด้านไอทีหาตัวจับยาก  ฉายา : โลมาสมองกล

 

เรือตรีหญิงอุรัสมา สิงหโยธิน สมาชิกทีม Black-Knight  มีความสามารถพิเศษด้านการใช้อาวุธได้อย่างชำนาญทุกรูปแบบ ฉายา : เสือปืนไว

 

เรือตรีหญิงเขมิกา โชติช่วงรวี สมาทีม Black-Knight มีความสามารถพิเศษด้านการแผนที่ และชำนาญในการหลบหนีขั้นสุด ฉายา : กระต่ายไร้เงา

 

สมาชิกทั้งสี่คนยืนอยู่กลางลานฝึกเพื่อทดสอบสมรรถภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับภารกิจพิเศษที่ได้รับมอบหมายตั้งแต่ตีสี่  ทั้งหมดอยู่ในชุดวอร์มสีดำล้วน 

 

“ตรงเวลาดีมาก เริ่มการฝึกด้วยการวิ่งรอบสนามสิบห้าครั้งทีละคน” นาวาโทศรุจเป็นผู้ติวเข้มในการทดสอบครั้งนี้ เขาสั่งให้วิ่งทีละคนเพราะต้องการดูความกระตือรือร้นของลูกน้อง “ไม่แบ่งแยกชายหญิง โอเคหรือเปล่าหมวดอัน หมวดมุก” เขาถามลูกน้องที่เป็นผู้หญิงอีกสองคนในทีม

 

“ตกลงค่ะ !!! ” ทั้งสองตอบพร้อมกันเสียงดัง

 

“โธ่ ผู้พันครับ หมวดอันกับหมวดมุกออกกำลังกายกันทุกวันแค่นี้น่ะสบายๆ” ปราณัฐพูดขึ้น

 

“ทำลายสถิติตัวเองให้ได้นะหมวดณัฐ” ผู้พันเอ่ยเสียงเข้ม

 

-0- ครับ” เขาตอบรับเสียงเบา เพราะรอบที่แล้วเขาใช้เวลาแค่ 6 นาที

 

“เอ่อ ผมขอเรียกทุกคนตามฉายานะ” ผู้พันบอกแล้วไล่ฉายาทีละคน “โลมา”

 

“ครับ” ศิรานนท์ขานรับ

 

“ฉลาม”

 

“ครับ” ปราณัฐรีบขานรับ

 

“เสือ”

 

“ค่ะ” อุรัสมาขานรับ

 

“กระต่าย”

 

“ค่ะ” เมื่อทุกคนตอบรับกันหมด ผู้พันก็เป่านกหวีดให้คนแรกออกตัววิ่งไปทันที  และทุกคนใจจดใจจ่ออยู่กับผลการวิ่ง ก่อนที่จะทดสอบร่างกายในฐานไป จนผู้พันที่ตั้งใจมาติวเข้มอดบ่นไม่ได้

 

“พวกคุณดูถูกฝีมือตัวเองไปหรือเปล่า ? การวิ่งทดสอบสมรรถร่างกายไม่ได้สำคัญกว่าสามารถพิเศษของพวกคุณนะ ไม่จำเป็นต้องกังวลกันขนาดนั้น  ที่พวกคุณมายืนอยู่ตรงนี้เพราะพวกคุณวิ่งสิบห้ารอบกรีฑาหรือไงกัน เตรียมตัวฝึกฐานต่อไปดีกว่า”

 

“แต่ว่าพวกเราอยากรู้นี่ครับ” ศิรานนท์พูดขึ้น ทั้งที่ปกติเขาไม่ค่อยสนใจอะไรนอกจากหน้าจอคอมพิเตอร์และอุปกรณ์เทคโนโลยีเลย

 

“เฮ้อ ปวดหัวกับพวกเด็กๆนี่ชะมัด บอกก็บอก... โลมา 7 นาที 52 วินาที”

 

“...” เขาเงียบสนิทเมื่อได้ยินผลการวิ่ง เพราะมันดันห่วยแตกกว่าที่คิดเอาไว้

 

“ฉลาด 6 นาที 45 วินาที”

 

“ห้ะ !!!” ปราณัฐโวยเสียงดัง

 

“เสือ 7 นาที 59 วินาที  กระต่าย 8 นาที 9 วินาที ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีนะ ผมถือว่าพวกคุณทุกคนผ่าน แม้คะแนนจะต่างจากตอนวิ่งแข่งกันมาก็เถอะ ฝีเท้ายังใช้ได้ทุกคน” ผู้พันเอ่ยเสียงแข็งทื่อ เพราะเริ่มหงุดหงิดกับท่าทางคอตกของบรรดาหน่วยพิเศษนี่เหลือเกิน “ช่วยกรุณากระตือรือร้น และไปทดสอบในฐานต่อไปด้วย”

 

“ฐานต่อไปทดสอบอะไรครับ ?” ปราณัฐถามขึ้นอีกครั้ง

 

“พายเรือ” ผู้พันตอบเสียงเรียบ

 

“พายเรือนี่ต้องฝึกด้วยหรอครับ ?” เขายังถามต่ออีก

 

“พวกคุณไปอยู่บนเกาะก็ต้องทำตัวให้กลมกลืนกับคนที่นั้น เช่น ทำอาชีพประมง  แล้วก็หยุดถามได้แล้วหมวดณัฐ คุณเป็นฝาแฝดกับหมวดนนท์จริงหรือเปล่าน่ะ หน้าตาหมือนกัน แต่นิสัยห่างไกลกันสุดๆ” ผู้พันอธิบาย และตบท้ายด้วยการบ่นลูกน้องต่อ

 

“แล้วพวกเราจะเข้าไปแฝงตัวยังไงคะ ?” อุรัสมาถามขึ้น

 

“ผมติดต่อพวกเราที่แฝงตัวอยู่ก่อนหน้าแล้ว ไปฝึกได้แล้ว รับทราบ”

 

“รับทราบ !!!” เสียงขานรับดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง...

 

 

ร่างสูงนอนอ่านข้อมูลทางราชการอยู่บนเตียงกว้างในบ้านพักอย่างกังวล เขาได้รับมอบหมายให้ออกสำรวจน่านน้ำไทยบริเวณช่างฝั่งภาคกลางยาวไปจนถึงภาคใต้ของประเทศ เมื่อมีเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลเรื่องการขนอาวุธเถื่อน และยาเสพติดจำนวนมากมาทางเรือ  ตั้งแต่ล้มตัวลงบนเตียงจนถึงตอนนี้เขาก็ไม่สามารถข่มตาตัวเองให้หลับลงได้ 

 

ใบหน้าสวยหวาน และร่างสูงบางระหงหุ่นดีราวกับนางแบบของหญิงสาวลึกลับที่เขาพึ่งพบเมื่อวานปรากฏขึ้นทุกครั้งที่เขาหลับตาลง เหมือนกับว่ามันถูกฉายซ้ำๆ วนไปวนมาอยู่ในหัว  กลิ่นหอมละมุนของน้ำหอมที่เธอใช้ยังลอยมาติดจมูกทุกครั้งที่เขานึกถึงเธอ  หลังจากที่เขาพยามค้นข้อมูลสมาชิกของแก๊งค้ายาและค้าอาวุธรายใหญ่อย่าง The sun แต่เขาก็ไม่พบข้อมูลของหญิงสาวลึกลับ  แต่ความคิดหนึ่งก็แย้งเขาตลอดเวลา

 

“แก๊งมันก็ต้องมีสมาชิกเข้ามาเรื่อยๆดิวะ ไม่งั้นจะขยายอิทธิพลมาได้ขนาดนี้หรอ” รพีฉายบ่นกับตัวเองเบาๆ เพราะเขาดันคิดไม่ตกเรื่องนี้มากกว่าเรื่องงานที่อยู่ในมือซะอีก

 

“ตั้งใจทำงานหน่อยดิไอ้พี” เขาสั่งตัวเอง

 

“เฮ้อ...” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือ “วาดก็วาด” เขาจรดดินสอในมือลงบนกรดาษดรอวอิ้งทันที


ไม่นานภาพสเก็ตที่เหมือนจริงราวกับถอดแบบกันมาเป๊ะก็เสร็จสิ้นลง เขาวางดินสอไว้ที่เดิม และหยิบรูปขึ้นมาดูอย่างถนุถนอม


 


“นี่เราบ้าไปแล้วหรอวะ ริจะเป็นพระอภัยมณีหลงรูปนางลเวงนี่นะ” เขาบ่น และโยนกระดาษมือทิ้งไป


 


“เฮ้ย...อุตส่าวาด เก็บไว้ก็ได้นี่” เขาก้มลงเก็บกระดาษขึ้นมาวางบนโต๊ะ


 


“แล้วถ้าเป็นศัตรูล่ะ หวั่นไหวไม่ได้นะเว้ย” เขาปัดกระดาษแรงๆออกจากโต๊ะ


 


“เอ้า !!! แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะ”


 


“โอ๊ยย ไอ้พี เองเป็นไรวะ ?


 


เขาพูดจบก็ดึงทึ่งหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด  และเดินกลับไปห้องนอนอย่างไม่สนใจใยดีอะไรรูปภาพที่พื้นอีก เพราะเขาต้องรีบอาบน้ำไปเข้าประชุมอีกรอบในเช้าวันนี้


 


การฝึกสิ้นสุดลงในเวลาเย็นย่ำของวัน สมาชิกทุกคนแทบจะล้มตัวลงไปนอนที่พื้น เนื่องจากขาที่แข็งแรงกำลังไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาหลังจากทดสอบสมรรถภาพสุดหฤโหดทั้งแปดฐาน


 


“ผมตัดสินใจแล้ว” เขาเอ่ยขึ้น


 

“ผู้พันรีบบอกได้ไหมครับ พวกผมแทบจะยืนไม่ไหวกันแล้ว” ปราณัฐพูดขึ้น

 

“มีความอดทนกันหน่อยได้ไหม ผมนี่อย่างกับพ่อของพวกคุณ เฮ้อ...ถ้ามีลูกเหมือนลิงกังอย่างนี้ เอาขี้เถ้ายัดปากไปแล้วล่ะ”

 

“รีบเถอะค่ะผู้พัน” เขมิกาพูดขึ้นอีกคน

 

“พอๆ ผมจะให้หมวดนนท์ดูแลเพื่อนของหมวดอันที่เซฟเฮ้าน์ คอยหาวิธีแฮ็กและดักฟังข้อมูลลับของพวกมันที่นี่ รับทราบ”

 

“รับทราบ !!!” ศิรานนท์รับคำเสียงดัง แม้จะแอบเซงที่เขาต้องทดสมรรถไปฟรีๆ ถ้าตัดสินมาตั้งแต่แรกวันนี้คงจะเป็นวันหยุดอีกวัน

 

“ขอบคุณมาก ส่วนหมวดณัฐเป็นลูกชายนายเกิบ สายลับชาวประมงที่เกาะลิงลม ส่วนหมวดอันกับหมวดมุกเป็นลูกสาวผู้ใหญ่จง ทันทีที่พวกคุณไปถึงสองคนนั้นจะออกมารับไปทันที ในขณะปฏิบัติภารกิจห้ามขาดการติดต่อเด็ดขาด ถ้ามีเหตุฉุกเฉินช่วยผู้บริสุทธิ์ให้ได้มากที่สุด ผมอยากจะกำชับแค่นี้แหละ ส่วนหมวดนนท์ผมจะส่งคุณไปอยู่ที่เซฟเฮ้าน์กับผู้หญิงคนนั้น ฝากด้วยนะ”

 

“ครับ / ค่ะ”

 

“ไปพักผ่อนกันได้ พรุ่งนี้ผมจะส่งคุณไปปฏิบัติหน้าที่อย่างนักรบ” ผู้พันวัยกลางคนยิ้มเยาะอย่างอารมณ์ดี และเดินออกไปก่อนใคร

 

“ให้ตายเถอะ กระดูกแขน ขาแทบจะหัก” ปราณัฐบ่นขึ้นหลังจากผู้พันเดินหายออกไปจากประตู

 

“อะแฮ่ม !!” นาวาโทศรุจที่ได้ยินเต็มสองหูกะแอ่มเตือนทันที

 

“อ่า”

 

“บ่นเบาๆก็ได้พี่ณัฐ” เขมิกาล้อเลียน และทรุดนั่งลงที่เก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน

 

“โอย งั้นอันไปอาบน้ำนอนก่อนนะ” อุรัสมาบิดขี้เกียจ และบอกลาทุกคน

 

“โอเค โชคดีนอนหลับฝันดี อย่าลืมฝันถึงผู้กองพีนะจ๊ะ” ปราณัฐล้อเลียนเพื่อนรุ่นน้องอย่างสนิทสนม หลังจากเมื่อวานที่เธอเล่าเรื่องผู้กองสุดหล่อที่ได้ฉายาสุดลงตัวว่า คาสโนวาฆ่าไม่ตาย ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่สนิทกับเขามาตั้งแต่ตอนเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหาร

 

“ฝันถึงผู้กองนั้น อันไม่นอนจะดีกว่า”

 

“ปากคอร้ายกาจจริงแก เขาอกจะหล่อ ดูดีทุกองศาขนาดนั้น” เพื่อนสนิทอย่างเขมิกาออกความคิดเห็นบ้าง “ถ้าเป็นฉันได้แย่งปืนกับเขา ฉันว่าจะลองเซไปซบออกเขาดู”

 

“ดีแล้วที่เป็นอันเจอผู้กอง ถ้ามุกเจอนะ พี่ว่าหมวดสินธุ์อาระวาดแน่ๆ” ปราณัฐบอก เมื่อนึกถึงความขี้หึงของแฟนเพื่อนร่วมงาน

 

“ก็อย่าให้เขารู้สิ” ศิรานนท์ที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นลอยๆ

 

“ก็จริงของพี่นนท์” อุรัสมาเห็นดีเห็นงามด้วย

 

“พอๆ ฉันกลับไปนอนพักผ่อนละ” เขมิกาบอก และลุกขึ้นยืนเซน้อยๆ “รีบพักผ่อนกันนะคะ ฝันดีค่ะพี่แฝด ฝันดีนะอัน”

 

“ฝันดีไอ้น้อง” คนกวนประสารทพูดขึ้นคนแรก และแฝดของเขาก็พยักหน้าให้นิดๆตามมา

 

“เออ ไปด้วย ฝันดีนะพี่แฝด” อุรัสมาบอก

 

“จ๊ะ อย่าลืมฝันถึง...”

 

“ถ้าไม่อยากโดนพี่ชายอันสูบเลือดจนหมดตัวก็อย่าพูดประโยคนี้ออกมานะคะ” หญิงสาวบอก พร้อมกับแลบลิ้น

 

“พูดอย่างกับหมออ้ายเป็นแวมไพร์งั้นแหละ” เขมิกาที่แอบปลื้มพี่ชายเพื่อนมานานพูดขึ้น

 

“โอย ยิ่งกว่าแวมไพร์อีก กวนทีไรโดนบริจาคเลือดทุกที” ปราณัฐทำหน้าเหยเกทันที เมื่อนึกถึงตอนที่บอกพี่ชายของอรัสมาว่าจะขอจีบน้องสาว เท่านั้นล่ะ เขาโดนบีบบังคับอย่างโหดร้ายทารุณให้บริจาคเลือดหนึ่งถุงทุกครั้งไป

 

“สมควร...” แฝดผู้น้องที่นั่งฟังอยู่พูด

 

“อ้าว ไอ้นี่ เข้าข้างกันบ้างสักเรื่องได้ไหมเนี่ย” ปราณัฐหันไปโวยวายเซงๆ

 

“ฮ่าๆ ไปก่อนนะคะ” อุรัสมาบอกลา และเดินออกไปกับเพื่อนสาว

 

“จะไปไหม ?” ศิรานนท์หันมาถามสั้น

 

“ไม่อะ เดี๋ยวขอออกไปหากินกาแฟก่อน” ปราณัฐบอก แล้วเดินเข้าไปชงกาแฟ

 

ชายหนุ่มหน้านิ่งมองตามพี่ชายตัวเองอย่างเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมติดสนุกตลอดเวลา และพูดมากแบบหลุดโลกสุดๆ ใครกันล่ะที่จะเป็นคู่ต่อสู้ที่เหนือชั้นกว่าพี่ชายเขาเนี่ย  เขาลุกขึ้นและเดินกลับบ้านพักไป โดยทิ้งพี่ชายฝาแฝดไว้อีกเหมือนเช่นทุกครั้ง

 

“ฝันดีค่ะพี่อ้าย”

 

แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบตีหนึ่งแล้ว แต่หญิงสาวพึ่งวางสายจากพี่ชายที่ย้ำนักย้ำหนาให้เธอดูแลตัวเองดีๆนั้นนี่ไม่จบเสียที แถมยังบ่นอีกเป็นชุดแทนพ่อกับแม่จนหมดอีกด้วย  เธอวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะทำงานอย่าเซงๆ  แม้จะชอบที่มีพี่ชายน่ารักและดูแลเธอดี แต่ก็เซนซิทีฟเรื่องน้องสาวเสียเหลือเกิน ตั้งแต่อมิตดาพี่สาวคนรองของเธอสอบได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศและตั้งท้องก่อนจะจบชั้นไฮท์สคูลพี่ชายที่แสนจะใจดีก็ดุอย่างกับหมาบ้า

 

“ชาติฉันคงไม่ได้แต่งงานแน่ๆเลย” อุรัสมาบ่น และทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม “พรุ่งนี้ต้องไปอยู่เกาะละ”

 

อย่าลืมฝันถึงผู้กองพีนะจ๊ะ

 

อย่าลืมฝันถึงผู้กองพีนะจ๊ะ

 

อย่าลืมฝันถึงผู้กองพีนะจ๊ะ

 

คำพูดของปราณัฐเพื่อนร่วมการรุ่นพี่จอมกวนทำให้หญิงสาวลืมตาตื่นอย่างหงุดหงิด เพราะพอได้ยินชื่อที่ไรก็พลานให้นึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าของชื่อทุกครั้งไป เธอยอมรับล่ะนะว่าเขาหล่อ แต่นิสัยเขาใครๆก็รู้ว่าเจ้าชู้ขนาดไหน เสียดายความหล่อชะมัด

“ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่ ฉันจะจ่ายค่าซ่อมรถเพิ่มให้ละกัน อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย” อุรัสมาพูดจบก็หลับตานอนอย่างมีความสุข

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha