ทหารเรือที่รัก

โดย: Lalyblue



ตอนที่ 10 : บทที่ 9


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

อาชวินกำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่โต๊ะอย่างใจเย็นเพราะวันนี้เขาเข้าเวรกลางคืนหางตามองไปเห็นเงาเดินวนไปมาอยู่หน้าห้องหมอทหารหนุ่มแอบมองด้วยหางตาอยู่พักใหญ่จึงทักขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆใครล่ะจะรู้ว่าหมอหนุ่มก็แอบกลัวสิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้เหมือนกันแถมกลัวมากซะด้วยสิ

 

ใครน่ะเขาทักขึ้นและเงียบไปสักพักแต่ไร้เสียงตอบรับ

 

ใครยืนอยู่หน้าห้อง ?” เขาตะโกนถามขึ้นอีกครั้งแต่ก็ยังเงียบเหมือนเดิม

 

อาชวินขมวดคิ้วครุ่นคิดแล้วตัดสินใจลุกขึ้นมาปิดประตูและคิดว่าคงกลัวหลอนไปเองเขาตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปจับบานประตูจะปิดแต่ถูกมือเล็กคว้ามือเอาไว้

 

เฮ้ยยย !!!” เขาอุทานเสียงดังลั่น

 

หมอคะเบาๆค่ะพศิกาบอกหน้าซีด

 

เอ่อ...พิ้งค์เองหรอโห่เขาถอนหายใจพรืดแล้วบ่นเสียงเบาลง

 

แหะๆขอโทษนะคะที่ทำให้ตกใจพศิกาหันซ้ายแลขวาแล้วรีบเดินเข้าไปในห้อง

 

พิ้งค์มีอะไรหรือเปล่า ?” เขาถามงงๆกับท่าทางของพยาบาลสาว

 

เอ่อ...หมออ้ายยยยพศิกาดึงประตูปิดแล้วตะโกนขึ้น

 

ห้ะ !!!???” อาชวินทั้งงงทั้งตกใจ

 

ฉันเห็นวิญญาณของคุณป้าที่เสียงไปเมื่อวานหญิงสาวตรงหน้าพูดขึ้นแล้วปล่อยโฮออกมาทีนทีใบหน้าสวยที่แต้มเครื่องสำอางค์อ่อนๆเลอะเทอะไปหมดเขาได้ยืนอึ้งเพราะตัวเองก็กลัวเหมือนกัน

 

พิ้งค์ไม่ได้บ้านะหมอพิ้งค์เห็นจริงๆคนตัวเล็กพูดซ้ำ

 

ผมว่าพิ้งค์ใจเย็นๆก่อนนะอาจจะภาพหลอนก็ได้เขาปลอบ

 

แต่พิ้งค์เห็นเต็มสองตาเลยนะคะโอ๊ยยยพูดแล้วก็ขนลุกพศิกาพูดแล้วลูบแขนตัวเองไปมา

 

ก๊อก ! ก๊อก !

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆทำให้ทั้งคู่หันไปมองประตูเร็วๆอาชวินเดินไปเปิดประตูด้วยตนเองแล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าให้หญิงสาวแต่ผลรับหลังประตูคือ...

 

พ๊างงงงง !!!!

 

ชายหนุ่มร่างสูงถอยกรูดมาอย่างไวด้วยความกลัว

 

หมอคะพศิกาเรียกขึ้นเมื่อเขาถอยหลังมาเยียบเท้าเธอ

 

คะครับชายหนุ่มเสียงสั่นอย่างเห็นได้ชัด

 

เอ่อหมอเยียบเท้าพิ้งค์คำตอบของหญิงสาวข้างหลังทำให้ความกลัวหายไปจนหมดแล้วรีบยกเท้าออกทันที

 

ผมขอโทษเขารีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

 

พลั่กกก !!

 

หญิงสาวห้ามไว้เพราะไม่ได้เจ็บอะไรมากมายแต่มือดันไปปัดโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อร่วง

 

เฮ้ยอาชวินก้มเก็บให้หน้าจอสว่างแวบแม้จะมีรอยแตกเป็นแนวยาวแต่ก็พอจะดูออกว่ารูปหน้าจอโทรศัพท์นั้นคือใครผู้กองรพีฉายเขาพึมพำเบาๆ

 

โหแตกเยอะเลยพศิการับไปดู

 

ผมไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าคุณกำลังคบกับผู้กองพีเขาแซวขึ้น

 

อ่อปะเปล่าค่ะเราไม่ได้คบกันคนตัวเล็กปฏิเสธเก้อๆ

 

อ้าว... ก็...” เขาชี้มือไปมาแล้วเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้

 

พิ้งค์แอบชอบผู้กองน่ะค่ะหญิงสาวสารภาพเพราะอาชวินเป็นเสมือนเพื่อนสนิทคนนึงเขาและเธอรู้จักกันตั้งแต่ตอนที่เขาเรียนวิทยาลัยแพทย์พระมงกุฏและเธอเรียนอยู่วิทยาลัยพระบาลทหารเรือทั้งคู่มีโอกาสพบเจอกันบางโอกาสและพอได้มาทำงานร่วมกันก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น

 

อ่อ...ผู้กองพีน่ะเจ้าชู้นะ ^^” เขาเตือนยิ้มๆเพราะเคยได้ยินชื่อเสียของรพีฉายเยอะเหลือเกินและที่บ่อยสุดคือเด็กนักเรียนท้าตบเพราะผู้กองรูปหล่อ

 

ฮ่าๆจริงๆเขาแค่อัธยาศัยดีนะคะพศิกาแก้

 

ผมก็ไม่รู้สิแต่ผมคนนึงล่ะที่จะกันท่าฮ่าๆถ้าเขามาจีบน้องผมผมคงไล่ต่อยแน่ๆอาชวินพูดติดตลก

 

ไม่ใช่แค่ผู้กองหรอกค่ะต่อให้เป็นคนอื่นหมอกก็ต่อยเขาอยู่ดีพศิกาแซวเรื่องความหวงน้องสาวสุดชีวิตของเขา

 

โถ่ฮ่าๆเขายอมรับแต่โดยดี

 

ขอบคุณมากนะคะหมอพิ้งค์คนนึงล่ะที่กลัวผีมากพศิกาบอกเขาแม้มันจะเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติแต่ก็หวังว่าเขาจะเข้าใจ

 

บอกตรงๆว่าก็กลัวขนาดปมเป็นหมอ...” เขาสารภาพเหมือนกัน

 

ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วยิ้มออกมาอย่างสบายใจที่อย่างน้อยก็ยังมีคนที่คอยรับฟังแถมยังเข้าใจความรู้สึกของกันและกันอีกด้วย

 

 

 

นี่ผู้กอง... หัวคุณใส่ก้อนหินเขาไว้หรือไงอุรัสมาบ่นแล้วเอื้อมมืแขึ้นมาขยับหัวเขาให้กลับไปผิงผนังถ้ำข้างหลังตามเดิมแต่หัวเจ้ากรรมก็เอนมาซบที่ใหล่หญิงสาวตามเดิม

 

ฉันปวดใหล่หมดแล้วนะหญิงสาวบ่นแล้วพลักหัวเขาแรงอย่างหงุดหงิดโดยไม่รู้เลยว่ารพีฉายหลับ

 

คร็อกกกก !!!” เขาแกล้งทำเสียงกรน

 

จิ๊ ! หนวกหูจริงพอได้ยินเสียงคนข้างๆตัวบ่นเขาก็กระตุกยิ้มชอบอกชอบใจ

 

คร็อกกกกคร็อกกกก

 

ตาบ้าอุรัสมาพูดใส่เขาเพราะคิดว่าเขาหลับนายมันผีทะเลโรคจิตเสแสร้งมารยาไร้มนุษยธรรมคนเลือดเย็นรู้ไหมเมื่อกี้ฉันเกือบหัวใจวายตายอยู่แล้วก็ไม่ยอมช่วยสักทีเอาแต่ถามๆอยู่นั้นแหละหญิงสาวบ่นไปเรื่อยเปื่อยและคาดโทษส่งท้ายถ้าฉันจะมาหลอกนายให้ตายตามฉันไปเลย

 

คุณนี่ใจร้ายเถอะแต่สุดท้าย...ผมไม่ใช่หรอที่ช่วยคุณจนแผลฉีกเลยเนี่ยเขาพูดขึ้นเบาๆเพื่อให้เธอรู้

 

เอ่อ... นายไม่ได้หลับหรอ ?” ร่างบางเปลี่ยนคำถามทันที

 

ถ้าหลับคงไม่ได้ยินที่คุณด่าผมน่ะสิ

 

ฉันไม่ได้ด่านายนะหูแว่วหรือเปล่าน่ะอุรัสมาปฏิเสธเสียงแข็ง

 

ตาบ้านายมันผีทะเลโรคจิตเสแสร้งมารยาไร้มนุษยธรรมคนเลือดเย็นรู้ไหมเมื่อกี้ฉันเกือบหัวใจวายตายอยู่แล้วฮ่าๆเขาแกล้งดัดเสียงแล้วลอกเลียนประโยคเมื่อสักครู่

 

ก็มันเรื่องจริงนี่เริ่มแรกนายแกล้งคงามจำเสื่อมเมื่อตอนกลางวันจะพาฉันไปตาย

 

ขอโทษผมไม่ได้ตั้งใจรพีฉายยอมรับแต่โดยดี

 

ไม่ได้ตั้งใจหรอนายนี่มัน !!!!” อุรัสมาทุบเขาอั๊กๆทันที

 

เดี๋ยวๆฟังก่อนสิเขารีบห้ามก่อนที่จะกระอักตายเพราะหญิงสาวเล่นทุบเขาเต็มแรง

 

ฟังอะไร ?”

 

จำวันที่เราเจอกันครั้งแรกได้ไหม ?” เขาถามขึ้น

 

วันที่คุณสลบอยู่ตรงโขดหินหรอจำได้สิ

 

ไม่ใช่...” เขามองหน้าคนตรงหน้าอย่างคาดคั้น

 

อ่อ... วันนั้นที่ฉันขับรถชนคุณไงอุรัสมานึกได้ค่าซ่อมรถพอหรือเปล่าเดี๋ยวกลับไปแล้วฉันจะคืนตังค์ให้นะ

 

ให้มาแค่นั้นจะพอได้ไงล่ะคุณแต่...ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นผมหมายถึงเรื่องปืนต่างหาก

 

เรื่องปืนหรอ ? อ่อๆทำไมอะ ?”

 

เพื่อนคุณไปเอาปืนนั้นมาจากไหน ?” เขาถามใบหน้าหล่อเหลาที่เคยยิ้มร่าเริงเคร่งเครีบดขึ้น

 

เฮ้ออ... คุณเก็บลูกกระสุนไปตรวจสอบแล้วใช่ไหม ? ฉันก็เอาปืนไปตรวจเหมือนกันอุรัสมาบอกแล้วสบตาคนตรงหน้าเพื่อแสดงถึงความจริงใจ

 

แล้วผลเป็นยังไงบ้าง ?” รพีฉายถามเสียงเข้ม

 

“มือลายมือคนร้ายอยู่แต่ไม่มีในประวัติอาชกร

 

ที่ลูกกระสุนมีตราปั้มรูปพระอาทิตย์...” ชายหนุ่มบอกนิ่งๆ

 

เอ่อ !!! ฉันนึกออกแล้วเพื่อนฉักบอกว่าขโมยปืนนั้นมาจากผู้ชายหน้าเหี้ยมๆที่ต้นคอมีรอยสักรูปพระอาทิตย์อุรัสมาพูดเสียงดังลั่นเมื่อนึกได้

 

ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างวื่อความหมายแต่ดวงตาทั้งสองคู่กลับแอบวูบไหวเล็กน้อยเมื่อสัมผัสถึงความรู้สึกบางอย่าง...

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha