ทวงรักเมียกำมะลอ

โดย: ลักษมีญา ฟ้ารุ่ง



ตอนที่ 1 : หนีออกจากบ้าน


ตอนต่อไป

หญิงสาวผมยาวผิวขาวใบหน้าสวยหวานราวกับนางในวรรณคดีไทยวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในตลาดขณะที่ ดวิน  ทรัพย์เมธา เจ้าของไร่ ทับตะวัน มาเลือกซื้อของใช้จำเป็นเข้าไร่ และกำลังจะกลับ ชายหนุ่มเดินถือของพะรุงพะรังเต็มมือไปหมด และโดยที่เขาไม่ทันระวัง ร่างเล็กของหญิงสาวก็วิ่งชนเขาอย่างแรงโดยไม่ตั้งใจ เหมือนเธอกำลังหนีอะไรมาซักอย่างที่น่ากลัวกระนั้น

“ขอโทษค่ะ ขอโทษนะคะ”

ร่างบางปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของดวินอย่างแรงจนของหล่นกระจายเต็มพื้น เธอจึงเอ่ยปากขอโทษและวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว เขาแปลกใจครามครันว่าเธอหนีใครและหนีอะไรมากันแน่ถึงได้วิ่งไม่คิดชีวิตขนาดนั้น

ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ ขณะก้มลงเก็บถุงใส่ของหลายอย่างที่หล่นกระจายเพราะโดนชนเมื่อครู่มาถือเอาไว้พลางบ่นกับตัวเอง

“จะรีบไปไหนกันแม่คุณ ชนแล้วไม่มีน้ำใจเอาซะเลย จะช่วยเก็บซักนิดก็ไม่มี”

ดวินเก็บของมาถือเอาไว้และเหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือเล็กๆ ทำด้วยทองคำขาวมีจี้ฝังเพชรรูปดาวและพระจันทร์ห้อยอยู่ ดูจากประกายระยิบระยับของจี้น่าจะเป็นของแท้เสียด้วย

“อะไรหรือครับนายวิน เกิดอะไรขึ้นทำไมของหล่นกระจัดกระจายแบบนี้”

ลุงสันต์หัวหน้าคนงานวัยชราถามอย่างแปลกใจเมื่อหิ้วของเดินตามหลังมาเจอสภาพเจ้านายหนุ่มกำลังนั่งเก็บถุงใส่ของนับสิบที่หล่นเต็มพื้นและถือสร้อยข้อมือเล็กๆ ในมืออย่างสนใจ

“พวกวัยรุ่นน่ะ ไม่รู้จะรีบไปไหนชนแล้วหนีจะขอโทษซักคำก็ไม่มี นี่คงจะเป็นของที่เธอทำหล่นเอาไว้ สงสัยจะเป็นของจริงซะด้วย”

ดวินตอบอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนเก็บสร้อยข้อมือเส้นเล็กในมือใส่กระเป๋าเสื้อเพราะจะเรียกเจ้าของคงจะไม่ทันแล้ว เขารีบเดินนำไปที่รถอย่างรวดเร็ว นายสันต์ต้องเดินแกมวิ่งมาเปิดประตูรถให้เพราะรู้สึกว่าเจ้านายกำลังอารมณ์เสียซะแล้ว

 

กลับมาถึงไร่กลับพบว่าน้องสาวคนเล็กแสนซนไม่อยู่ที่ไร่ แม่บ้านรายงานว่าเธอแอบขับรถเข้าเมืองเมื่อตอนสายๆ คงจะหนีเที่ยวอีกตามเคย ทั้งที่อายุก็ปาเข้าไปตั้งสิบแปดปีแล้วแต่ดารดาก็ยังชอบเล่นซุกซนเหมือนเด็กอยู่เรื่อย

ดารดาเป็นน้องสาวต่างมารดาที่อายุห่างกับเขาและดาริกาหลายปีเพราะเป็นลูกคนละแม่กับเขา ด้วยบิดาแต่งงานใหม่กับผู้หญิงอายุคราวหลาน ทำให้เขาและดาริกาต้องมีน้องสาวคนเล็กอายุสิบแปดอย่างช่วยไม่ได้ แต่เขาและดาริกาก็รักและตามใจน้องสาวคนนี้มาก แต่นี่แม่น้องสาวตัวดีแอบขับรถเข้าเมืองแบบนี้เขารู้สึกเป็นห่วงจริงๆ กลัวว่าจะไปเจอพวกวัยรุ่นขี้ยาท้ายตลาดเข้า เขาไม่น่าเก็บกุญแจรถไว้ที่บ้านเลยให้ตายสิ!

“คุณหนูด้าไปไหนแม่ย้อย ทำไมแม่ย้อยไม่ห้ามปล่อยให้ขับรถออกไปคนเดียวได้ยังไง”

ดวินถามแม่บ้านอย่างเอาเรื่องที่กลับมาไม่เจอน้องสาวคนเล็กอยู่ที่ไร่ ทั้งที่เขากำชับตั้งแต่ก่อนไปในเมืองแล้วว่าให้ดูแลดารดาอย่าให้คลาดสายตา แต่สุดท้ายแม่ย้อยที่แก่ชราก็ตามไม่ทันเด็กสาวจนได้

“แม่ย้อยเข้าไปทำอาหารให้คุณด้า เห็นเธอบ่นว่าหิว กลับออกมาจากในครัวก็ไม่เจอเธอแล้วล่ะค่ะ แล้วนายวินจะให้ทำยังไงคะ จะให้ลุงสันต์ไปตามไหม แม่ย้อยเป็นห่วงจริงๆ เชียว ซนอะไรขนาดนี้นะคุณหนู”

แม่ย้อยแกล้งบ่นไปตามเรื่องทั้งที่จริงแล้วนางแอบลุ้นจนตัวโก่งกลัวว่านายวินจะดุคุณหนูของนางจะแย่ แต่นึกอีกทีก็น่าตีนักเชียวแอบหนีเที่ยวจนทุกคนเขาเป็นห่วงจนได้สิน่า

“ไอ้ห้อยไปไหนแม่ย้อย รึว่าหายไปด้วยกัน”

ดวินถามอย่างนึกขึ้นได้ เพราะนายห้อยหรือไอ้ห้อย เป็นลูกชายของแม่ย้อยและเป็นเพื่อนเล่นกับดารดามาตั้งแต่เด็ก ดังนั้น ไอ้ห้อยจึงเป็นทั้งลูกน้องคนสนิทและคู่หูของน้องสาวเขา การที่ดารดาหายไปคนที่เขาต้องตามหาเป็นคนแรกจึงเป็นไอ้ห้อยนั่นเอง

“ผมอยู่นี่ครับนายวิน แหะๆ คุณด้าเธอไม่ให้ไอ้ห้อยไปด้วยเพราะรู้ว่านายวินจะต้องตามหาตัวไม่เจอ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ด้วยครับ”

“ไอ้ห้อย มานี่เลย คุณด้าของแกหายไปไหน บอกมาถ้าแกไม่บอกฉันจะหักเงินค่าขนมแกไม่ให้เหลือซักบาท เลือกเอาว่าจะเอาตัวรอดหรือยอมตายเพราะนายแก”

ดวินขู่เสียงเข้ม ไอ้ห้อยทำตาละห้อยสมชื่อ ก่อนจะทำปากขมุบขมิบบ่นเบาๆ อย่างยอมจำนน เพราะนายวินเล่นขู่จะหักเงินค่าขนม แต่ก่อนจะยอมพูดความจริง ก็เล่นเอาทุกคนลุ้นในความกะล่อนของเขาจนแทบอยากจะถีบที่ลีลาซะจนน่าโมโห

“คือ คุณด้าเธอสั่งให้ห้อยดูต้นทางให้ครับนายวิน”

“ดูต้นทาง ดูทำไม นายแกคิดจะทำอะไรพิเรนทร์ๆ อีกรีบบอกมา”

นายห้อยมองหน้าทุกคนอย่างคาดคะเนสถานการณ์ ก่อนจะยอมคายความลับออกมาในที่สุดอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี

“คือคุณด้าเธอไปซื้อ..ซื้อ...ซื้อของใช้ส่วนตัวครับผม” ไอ้ห้อยถอนหายใจโล่งอกที่หลุดคำพูดออกมาได้เสียที

“ของใช้ส่วนตัว แล้วทำไมต้องให้แกดูต้นทางด้วย ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด”

ดวินทำหน้าไม่ค่อยเชื่อถือเท่าใดนัก ด้วยรู้นิสัยไอ้ห้อยดีว่าความกะล่อนไม่ได้น้อยหน้าเจ้านายของมันเท่าใดนัก แต่ก็จนใจเพราะทั้งขู่จะหักค่าขนมและแกล้งตีหน้าดุใส่แล้วมันก็ยังแกล้งถ่วงเวลาจนเขารำคาญจึงไล่ให้ไปพ้นๆ

“ไปได้แล้วไอ้ห้อย จะไปไหนก็รีบไป ถามแกก็ไม่ต่างอะไรกับถามต้นมะม่วง ไม่ได้เรื่อง”

สิ้นคำของนายวิน ไอ้ห้อยก็เผ่นผลุงหายเข้ากลีบเมฆไปทันทีราวกับลมพัด เออหนอ! แม่น้องสาวตัวดีของเขาไปไหนกันแน่

ดวินนิ่วหน้าอย่างนึกเป็นห่วงเพราะตอนเย็นเขาต้องรีบเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปรับของแทนดาริกาซะด้วยสิ คุณพ่อกับน้าอรก็ไม่อยู่ แล้วแม่ตัวดีจะอยู่กับใครล่ะทีนี้ กลับมาไม่เจอใครก็คงจะหาเรื่องเล่นซุกซนอย่างสบายใจเฉิบแน่นอน

“แม่ย้อย เย็นนี้ผมจะเข้ากรุงเทพฯ นะ ยังไงฝากดูคุณหนูของแม่ย้อยด้วยก็แล้วกัน”

“นายวินจะไปทำอะไรคะ สัปดาห์ที่แล้วก็พึ่งไปมานี่คะ”

แม่ย้อยถามอย่างสงสัยเพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วพึ่งไปส่งคุณดาริกาที่กรุงเทพฯ มา แต่วันนี้บอกจะไปอีกนางจึงแปลกใจ ปกตินายวินจะไม่เข้ากรุงเทพฯ บ่อยเพราะไม่ค่อยชอบรถติด

“ผมจะไปรับสินค้าแทนน้องดา พึ่งโทรมาบอกว่าของหมดรอให้ทางโรงงานส่งไปรษณีย์ไม่ไหวก็เลยวานให้ผมไปรับให้ ยังไงก็ฝากแม่ย้อยดูน้องด้าด้วยนะ อย่าให้เล่นซนมากนัก”

“ได้ค่ะนายวิน แม่ย้อยจะดูแลคุณหนูด้าอย่างดีเลยค่ะ”

ดวินพยักหน้ารับก่อนจะรีบเข้าบ้านอาบน้ำจัดกระเป๋าเข้ากรุงเทพฯ อย่างเร่งรีบ เขานึกครึ้มใจที่จะได้พบกับจีรวัฒน์ ผู้หญิงที่เขาบอกตัวเองว่าประทับใจแม้ว่าเธอจะแต่งงานเป็นภรรยาของนายศิวัฒน์  ศิวานนท์ นักธุรกิจหนุ่มหล่อพ่อรวยคนนั้น แต่เขาก็ยังมีความหวังเมื่อรู้ว่าจริงๆ แล้วเธอกับสามีหนุ่มแต่งงานโดนปราศจากความรัก

การได้พบเธอจึงเป็นการถือโอกาสสานสัมพันธ์ที่เขามีต่อเธอ แม้ว่าเธอจะไม่แสดงออกว่าสนใจเขาเลยก็ตาม แต่ดวินเชื่อว่าซักวัน จีรณัฐจะต้องเห็นถึงความจริงใจที่เขามีต่อเธอแน่นอน

 

ดารดากลับมาถึงไร่เกือบพลบค่ำ เพราะเธอรอเพื่อนที่นัดกันเอาไว้ว่าจะมาขอพักที่ไร่ของเธอซักระยะ เธอและงามภัตราต้องคอยหลบคนร้ายสองคนที่ตามมา ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นคนที่พ่อของงามภัตราส่งมานั่นเอง และยังต้องแวะทำธุระซื้อของใช้ส่วนตัวนิดหน่อยพอเป็นพิธีเพื่อเอามาเป็นข้ออ้างในการออกจากไร่ครั้งนี้เวลาถูกพี่ชายคนโตถาม

“คุณหนูด้ากลับมาแล้วแม่”

“อ้าว! แล้วนั่นมากับใครล่ะ ไม่ได้กลับมาคนเดียวนี่”

แม่ย้อยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นดารดาขับรถเข้ามาจอดใต้ต้นจามจุรีหน้าบ้านโดยมีหญิงสาวสวยอายุรุ่นราวคราวเดียวกันลงจากรถมาด้วย

“นั่นสิแม่ สวยซะด้วย สงสัยจะเป็นเพื่อนคุณหนูด้านะแม่”

“ไปไหนมาคะคุณหนูด้ารู้ไหมว่านายวินถามถึงใหญ่เลยที่คุณด้าหายไปจากไร่”

แม่ย้อยถามอย่างเป็นห่วงขณะเดินมารับหน้าคุณหนูของนางจนถึงหน้าบ้าน ดวงตาของนางจ้องมองหญิงสาวผมยาวผิวขาวที่มองจากการแต่งตัวคงไม่ใช่คนแถวนี้อย่างสงสัย

“นี่งามเพื่อนด้าเองค่ะแม่ย้อย จะมาขอพักอยู่ที่ไร่ของเราเป็นการชั่วคราว งามจ๊ะนี่แม่ย้อยคนเก่าคนแก่ของคุณพ่อด้าเอง ส่วนนี่นายห้อยหรือไอ้ห้อยเพื่อนด้าจ๊ะ”

“สวัสดีค่ะแม่ย้อย สวัสดีจ๊ะนายห้อย”

งามภัตรายกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันมาทักทายไอ้ห้อยอย่างเป็นกันเอง แม่ย้อยรับไหว้แทบไม่ทันพลางบ่นอุบอิบเมื่อเห็นหญิงสาววัยรุ่นตรงหน้าไหว้นางซึ่งเป็นแค่คนใช้เท่านั้น

“สวัสดีค่ะ วุ้ยไม่ต้องไหว้แม่ย้อยหรอกค่ะแม่ย้อยเป็นแค่แม่บ้านเอง”

“ไม่ได้ค่ะ ที่งามไหว้แม่ย้อยเพราะแม่ย้อยเป็นผู้ใหญ่กว่าค่ะ”

แม่ย้อยยิ้มแก้มปริ ส่วนไอ้ห้อยนั้นไม่ต้องพูดถึง หน้าตาของเขาพร้อมจะซูฮกเพื่อนของเจ้านายอย่างเต็มใจเพราะชื่นชมในความสวยของเธอเหลือเกิน คุณหนูด้าว่าสวยแล้ว แต่เพื่อนของคุณหนูสวยอย่างที่เขาไม่เคยเห็นในไร่นี้มาก่อนเลยซักคน

“แล้วนี่ไปไหนกันมาคะ กลับซะเย็นเลย”

“ด้ารองามค่ะแม่ย้อย แล้วพี่วินไปไหนคะ ด้าไม่เห็นพี่วินเลย หรือว่าเข้าไร่ไปแล้ว”

“ไม่อยู่แล้วล่ะค่ะ เข้าไปทำธุระให้คุณดาริกา คงเป็นมะรืนกว่าจะกลับมา ฝากให้แม่ย้อยช่วยดูแลคุณหนูด้วย กำชับไม่ให้คุณหนูเล่นซนแล้วนะคะ ถ้าไม่เชื่อฟังเธอจะกลับมาทำโทษด้วยตัวเองเลยเชียว”

“ว้า!!! แม่ย้อยล่ะก็ เห็นด้าเป็นเด็กๆ ไปได้ พี่วินก็อีกคนคอยดูนะคุณพ่อกับคุณแม่กลับมาต้องดุด้าแน่เลย แม่ย้อยยอมให้ด้าโดนดุหรือคะ”

ดารดาเข้ามากอดเอวเอาคางเกยไหล่แม่ย้อยเป็นเด็กๆ จนงามภัตราอดหัวเราะคิกไม่ได้ แม่บ้านผู้ใจดีและตามใจดารดาจึงยิ้มอย่างยอมจำนนลูกอ้อนของคุณหนูอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

“ไปอาบน้ำอาบท่าเถอะค่ะ จะได้ทานข้าวกัน เดี๋ยวแม่ย้อยจัดโต๊ะรอ คุณหนูกับคุณงามอยากทานอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าคะ วันนี้ทานกันแค่สองคน เพราะคุณท่านกับคุณอรยังไม่กลับค่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ย้อย ด้าทานได้หมดค่ะขอให้เป็นฝีมือแม่ย้อยก็พอ งามล่ะจ๊ะเอาอะไรเพิ่มไหม ทานกับข้าวพื้นๆ ได้รึเปล่า”

“งามทานได้หมดจ๊ะด้า ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มหรอก แค่นี้งามก็เกรงใจจะแย่แล้วที่ทำตัวเป็นภาระของด้าและคนที่นี่”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิงาม ด้ากับงามเป็นเพื่อนรักกันนะ เพื่อนไม่ช่วยเพื่อนแล้วจะให้ช่วยใครล่ะ เวลางามมีปัญหางามนึกถึงด้าเป็นคนแรกด้าก็ดีใจแล้ว”

“ขอบใจมากจ๊ะด้า งามจะไม่ลืมน้ำใจของด้ากับคนที่นี่เลย”

งามภัตราจับมือดารดาอย่างซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อนสาวที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องที่อยู่ชั่วคราวกับเธอ ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งเรื่องที่เธอเคยอ่านเจอแต่ในนิยายจะเกิดขึ้นกับเธอจริงๆ เมื่อจู่ๆ คุณพ่อของเธอก็มาบอกว่าเธอต้องแต่งงานกับเจ้าหนี้ของท่านเพื่อล้างหนี้จำนวนมหาศาล และคนที่เธอต้องแต่งงานด้วยนั้นอายุมากกว่าคุณพ่อของเธอซะอีก

งามภัตราจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยทิ้งจดหมายเอาไว้บอกเพียงว่าไม่ต้องให้พ่อกับพี่ชายเป็นห่วง เธอขอไปเที่ยวพักผ่อนไม่มีกำหนดกลับเท่านั้น และป่านนี้เธอก็ไม่รู้ว่า พ่อและพี่ชายของเธอเป็นยังไงกันบ้างที่เธอหนีออกจากบ้านมา

วันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ดารดาพางามภัตราออกเที่ยวชมไร่โดยมีนายห้อยคอยตามดูแลเป็นองครักษ์ประจำตัวสองสาวไม่ห่าง งามภัตรารู้สึกผ่อนคลายและสนุกสนานกับบรรยากาศบ้านไร่ที่เธอไม่เคยสัมผัสเลยในเมืองกรุงที่เธอจากมา ฝูงวัวนมและวัวเนื้อนับร้อยที่ถูกปล่อยเลี้ยงกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีเป็นภาพที่ดูแล้วสบายตาสบายใจจนเธอไม่อยากกลับบ้านเอาซะเลย อยากจะขออยู่ที่ไร่นี้ตลอดไป หากว่าเจ้าของไร่อนุญาต

หากแต่ก็เป็นเพียงความคิดเพราะงามภัตรายย่อมรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเธอต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อครอบครัวซักวันหนึ่ง ตอนนี้แค่หนีมาทำใจชั่วคราวเท่านั้น

ดวินกลับจากกรุงเทพฯ หลังจากที่ทำธุระให้น้องสาวและธุระของหัวใจเรียบร้อยแล้ว เขาจอดรถที่ใต้ต้นจามจุรีหน้าบ้าน ร่างสูงใหญ่เดินเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดีเมื่อนึกถึงใบหน้าสวยหวานของจีรณัฐหญิงสาวที่เขาพึงใจ เขาเพิ่งไปเจอมาเมื่อตอนกลางวันนี้เอง ได้กินข้าวกับเธอ ได้นั่งมองเธอ เขาก็รู้สึกสุขใจแล้ว ชายหนุ่มจึงเดินผิวปากเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษกว่าทุกวัน

คิ้วหนาต้องขมวดมุ่นอย่างสงสัยเมื่อเห็นร่างโปร่งบางไม่คุ้นตาวิ่งอยู่กลางสวนดอกไม้หน้าบ้าน โดยมีน้องสาวของเขากับสุนัขแสนรู้วิ่งเล่นอยู่ด้วย เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของสองสาวทำให้เขาต้องหยุดมองอย่างสนใจ

“กลับมาแล้วหรือคะนายวิน เหนื่อยไหมคะ ดื่มน้ำก่อนค่ะ”

“ขอบคุณครับแม่ย้อย นั่นมันคุณหนูของแม่ย้อยนี่ กำลังวิ่งเล่นอยู่กับใคร ทำไมผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”

ดวินเอ่ยถามอย่างสนใจขณะรับน้ำเย็นมาดื่มแก้กระหาย

“อ๋อ! คุณงามค่ะ เพื่อนของคุณหนูด้า เธอมาพักอยู่ที่ไร่ของเราตั้งแต่วันที่นายวินเข้ากรุงเทพฯ แล้วล่ะค่ะ นี่นายวินยังไม่รู้เรื่องเหรอคะ สงสัยคุณหนูจะลืมบอกแน่เลย”

แม่ย้อยตอบก่อนจะรับแก้วน้ำที่พร่องไปกว่าครึ่งคืนจากเจ้านายหนุ่ม

“แล้วคุณพ่อกับน้าอรรู้เรื่องนี้รึยัง”

“ทราบแล้วค่ะ คุณท่านไม่ว่าอะไร คุณอรออกจะชอบคุณงามเธอมากซะด้วยซ้ำ เพราะเธอน่ารัก แถมยังทำงานเก่งอีกด้วยค่ะ”

แม่ย้อยรายงานต่อเนื่องโดยไม่ทันได้มองสีหน้าสงสัยของนายวินที่ขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจที่จู่ๆ แม่น้องสาวตัวดีก็พาเพื่อนมาค้างที่ไร่โดยพละการ นี่คงจะเป็นพวกวัยรุ่นใจแตกหนีพ่อแม่มาเที่ยวเล่นซะมากกว่าเพราะดูท่าทางเจ้าหล่อนยังอายุไม่ถึงยี่สิบเลยด้วยซ้ำ

“ทำงานเก่ง งานอะไรไว้ใจได้รึเปล่าแม่ย้อย เด็กสาวสมัยนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ ระวังเถอะจะพาคนของเราเสียคนซักวัน คบเพื่อนไม่ดูตาม้าตาเรือ”

“คงไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณงามเธอน่ารัก พูดจาก็เพราะ แล้วก็เป็นคนดีค่ะ ว่างๆ เธอก็ช่วยกวาดคอกวัว ให้อาหารวัว ขนาดคุณท่านยังเอ็นดูแล้ว แม่ย้อยว่าไม่มีทางจะเป็นเด็กสาวใจแตกแน่นอนค่ะ นายวินอย่ามองเธอในแง่ร้ายนักซิคะ ยังไม่ได้รู้จักเธอดีซักหน่อย”

ดวินทำหน้าแปลกใจยิ่งกว่าเดิมกับคำบอกเล่าของแม่ย้อย เขาเพ่งมองอย่างคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอเด็กสาวคนนี้ที่ไหน เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นหน้าเธอมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าเจอที่ไหนซักแห่ง

“ว่าได้หรืออาจจะทำดีเพื่อหลอกให้ตายใจก็ได้ใครจะไปรู้”

ดวินตอบอย่างไม่ค่อยไว้ใจก่อนจะเดินเข้าไปหาสองสาวอย่างต้องการพิสูจน์สิ่งที่เขาสงสัยด้วยตัวเอง เขาต้องจับพิรุธของเด็กสาวคนนี้ให้ได้ว่ามีเจตนาอะไรถึงได้มาขอพักที่ไร่ของเขาแบบนี้ เขาไม่มีวันไว้ใจใครง่ายๆ แน่

“พี่วินกลับมาแล้ว พี่วินขาคิดถึงจังเลยค่ะ”

ดารดาหันมาเจอร่างสูงของพี่ชายเดินเข้ามาใกล้ก็รีบกางแขนวิ่งมากอดเขาด้วยความคิดถึงทันที ดวินกอดน้องสาวเอาไว้หลวมๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองเพื่อนสนิทของน้องสาวที่เดินตามเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน ผมยาวสลวยดำขลับที่ปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังขับให้ใบหน้าเรียวรูปไข่งามผุดผาดจนเขาต้องเผลอมองเป็นครู่

“พี่วินคะ พี่วิน ฟังอยู่รึเปล่าคะ นี่งามเพื่อนสนิทด้าเองค่ะ งามมาพักกับเราที่ไร่หลายวันแล้ว ด้าขออนุญาตพี่วินด้วยนะคะ งามจ๊ะ นี่พี่วินเป็นพี่ชายด้าเอง หล่อไหม”

ดารดาเรียกซ้ำแนะนำเพื่อนสนิทอย่างเป็นทางการปลายเสียงแผ่วกระซิบถามเบาๆ แค่สองคนเมื่อเห็นพี่ชายสุดหล่อมองเพื่อนของเธอไม่วางตา สงสัยว่าพี่ชายของเธอจะติดตาต้องใจความสวยของงามภัตราเข้าแล้ว ถึงได้มองเอาๆ แบบนี้

“ชื่ออะไรนะเราน่ะพี่ฟังไม่ถนัด”

ดวินยกมือรับไหว้ ก่อนจะเอ่ยถามหลังจากตีหน้าดุแก้เก้อเมื่อรู้สึกตัวว่าเผลอมองเด็กสาวตรงหน้านานไปหน่อยจนไม่ได้ยินที่น้องสาวบอกเมื่อครู่ เขารู้สึกคุ้นหน้าเด็กสาวคนนี้จริงๆ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน

“งามค่ะ งามภัตรา เสวตอนันท์

“งามภัตรา เสวตอนันท์ นามสกุลคุ้นๆ แฮะ”

ดวินทำท่านึกเมื่องามภัตราเอ่ยแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ และมีสีหน้าดีขึ้นเมื่อดูท่าทางเด็กสาวซื่อๆ ไม่มีพิรุธอย่างที่เขานึกกลัวตอนแรก ใบหน้าสวยหวาน ผิวพรรณขาวผ่องอย่างคนสุขภาพดี มองแล้วไม่ใช่ลูกชาวไร่ชาวสวนแถวนี้แน่ คงจะเป็นลูกคนรวยที่มาจากเมืองกรุงซะมากกว่าในความคิดของเขา แต่ทำไมชื่อถึงได้เชยขนาดนี้ ทั้งชื่อจริงชื่อเล่น ดวินส่ายหน้าขันๆ

“งามเป็นเพื่อนสนิทของด้าเองค่ะ เราเรียนที่โรงเรียนประจำด้วยกันตั้งแต่ม. 1 จนจบม.6 เลย ไว้ใจได้พี่วินไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ”

ดารดาการันตีเพื่อนสาวอีกคนเพื่อให้พี่ชายเลิกจับผิดเพื่อนสนิท งามภัตราสบดวงตาคมกริบก่อนจะเสหลบไปมองอย่างอื่น ดวงตาที่ทรงพลังคู่นั้นจ้องเธอจนแทบจะทะลุเข้าไปถึงข้างใน ราวกับว่ามีแสงเลเซอร์กระนั้น

“แล้วทำไมถึงมาพักที่ไร่นานๆ ได้ล่ะ พ่อแม่ไม่เป็นห่วงเหรอ เป็นผู้หญิงอันตรายมีรอบด้านไม่กลัวหรือไง”

งามภัตรานิ่งเงียบไม่ตอบ ดวงตากลมโตหรุบมองแค่หน้าอกแข็งแกร่งของพี่ชายเพื่อนอย่างไม่มีคำอธิบาย ปล่อยหน้าที่ตอบคำถามให้เพื่อนสนิทตอบพี่ชายของตัวเองไป

“งามกำลังมีเรื่องเดือดร้อนค่ะ เลยมาหลบภัยชั่วคราว พี่วินต้องช่วยเรานะคะ ห้ามบอกใครว่างามมาพักกับเราที่นี่ นะคะพี่วินช่วยเพื่อนด้าด้วยนะคะ งามหนีร้อนมาพึ่งเย็นพี่วินอย่าใจร้ายทำให้งามโดน...อุ๊บ!”

“โดนอะไรยัยด้า บอกมาให้หมด ไม่อย่างงั้นอย่าหาว่าพี่ใจดำไม่ช่วยก็แล้วกัน ถ้าขืนเราปิดบังพี่ พี่จะไม่ช่วยอะไรทั้งนั้น”

ดวินจ้องน้องสาวตาเขม็ง พร้อมกับขู่เสียงเรียบเมื่อเห็นน้องสาวหยุดกึกอย่างมีพิรุธ ดารดาจึงจำเป็นต้องยอมเล่าความจริงทั้งหมดให้พี่ชายฟัง เรื่องที่งามภัตราหลบหนีการแต่งงานกับผู้ชายแก่คราวพ่อเพื่อล้างหนี้และพยุงฐานะทางการเงินของครอบครัว

“รู้อย่างนี้แล้วพี่วินยังจะใจดำไม่ยอมช่วยงามอีกหรือคะ ยังไงด้าก็ไม่ทิ้งงามแน่ ถ้าพี่วินไม่ช่วยด้าจะพางามไปอยู่ที่อื่นค่ะ”

ดารดาได้ทีขู่พี่ชายบ้าง ดวินมองอย่างหมดทางปฏิเสธเมื่อถูกน้องสาวตัวดีรบเร้าก็ใจอ่อนยอมร่วมมือในที่สุด

“เราสองคนนี่จริงๆ เลย ทำอะไรไม่คิด หนีมาแบบนี้รู้ไหมพ่อแม่เขาเป็นห่วง คิดถึงแต่ตัวเอง ป่านนี้ที่บ้านคงตามหากันวุ่นแล้ว”

“งามเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้แล้วค่ะ ว่าไม่ต้องเป็นห่วงงามสบายดี แค่ไม่ได้บอกว่าอยู่ที่ไร่นี้เท่านั้น ขอบคุณพี่วินมากนะคะ ที่ยอมช่วยงาม งามสัญญาค่ะ ว่าจะไม่ทำให้พี่วินกับด้าเดือดร้อนเพราะงามเป็นต้นเหตุ ถ้าพี่วินกับด้าไม่สบายใจงามจะไปจากที่นี่ทันทีค่ะ”

“งาม!

ดารดาเรียกชื่อเพื่อนอย่างสงสารและเห็นใจ ก่อนจะหันมาส่งสายตาละห้อยให้พี่ชายเห็นใจเธออีกคน

“โอเค พี่อนุญาตให้เราอยู่ที่นี่ แต่ถ้าพ่อแม่ตามมา เราต้องสัญญากับพี่นะว่าจะไม่หนีไปไหนอีก ไม่อย่างนั้นพี่ก็ไม่รับปาก”

“ขอบคุณมากค่ะ งามสัญญาค่ะ”

งามภัตรายกมือไหว้ขอบคุณพี่ชายเพื่อนก่อนจะยิ้มอย่างยินดีที่เขาไม่ใจไม้ไส้ระกำกับเธอ อย่างน้อยเขาก็อนุญาตให้เธอพักอยู่ที่ไร่นี้เพื่อหลบภัยการแต่งงานกับนายเสกสรร เจ้าหนี้รายใหญ่ของพ่อเธอ

รอยยิ้มสว่างสดใสของเด็กสาวนามงามภัตราทำให้หัวใจหนุ่มใหญ่อย่างดวินกระตุกอย่างช่วยไม่ได้ เขาอดแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่เผลอมองรอยยิ้มนั้นราวต้องมนต์สะกด ยังกับว่าไม่เคยเจอผู้หญิงสวยมาก่อนกระนั้น แต่เพียงแวบเดียวชายหนุ่มก็ดึงสติกลับมาเป็นของตัวเอง เมื่อสำนึกได้ว่าเขาเป็นเพียงพี่ชายเพื่อน ส่วนเด็กสาวเป็นเพียงเพื่อนน้องสาว ที่อายุห่างกันมากเกินกว่าจะคิดเป็นอย่างอื่นไปได้


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha