ทวงรักเมียกำมะลอ

โดย: ลักษมีญา ฟ้ารุ่ง



ตอนที่ 4 : ถูกตามล่าจากชายลึกลับ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ดวินจะต้องเข้าเมืองเพื่อซื้อของใช้ที่ขาดเข้าไร่ รวมทั้งธุระในเมืองอีกหลายเรื่องที่ต้องเข้าไปทำแทนบิดาอีกด้วย

ร่างสูงยืนพิงรถจี้บเพื่อรอสองสาวที่อาสาจะไปช่วยถือของ แต่ความเป็นจริงคงหวังจะไปเที่ยวเล่นสนุกสนานเสียมากกว่า ชายหนุ่มชะเง้อมองที่ประตูอยู่หลายครั้งเพราะรู้สึกว่าตัวเองจะรอแม่สองสาวนี้นานเกินสิบนาทีอย่างที่บอกซะแล้ว

“มาแล้วค่ะ ขอโทษนะคะด้ากับงามมาช้าตั้งสองนาทีแน่ะ”

“สายแล้วรีบไปกันเถอะ พี่ต้องรีบไปธุระหลายที่”

พูดจบร่างสูงก็ขึ้นรถทันทีไม่แม้จะหันมามองหน้างามภัตราซักนิด สองสาวมองหน้ากันประมาณว่า “อะไรของเขาแค่นี้ก็โกรธเหรอ” ก่อนจะรีบตามขึ้นรถอย่างรวดเร็ว

ดวินขับรถเงียบๆ ใบหน้าหล่อคมคายมองตรงไปข้างหน้าราวกับต้องใช้สมาธิอย่างสูงในการขับรถกระนั้น ทั้งที่จริงในรถคันนี้ยังมีสองสาวนั่งมาด้วยตั้งสองคน และในที่สุดความอดทนของน้องสาวจอมป่วนก็หมดลง

“พี่วิน เป็นอะไร บอกน้องมาซิ นั่งทำหน้าเหมือนโกรธใครมางั้นแหล่ะ”

“พี่ไม่ได้เป็นอะไร เราคิดมากกันไปเอง พี่ก็เป็นของพี่แบบนี้”

“ไม่จริงค่ะ ปกติพี่วินไม่ได้ดุขนาดนี้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่กับด้า กับงาม”

ดวินเหลือบมองกระจกหลังนิดหนึ่ง ดวงตาคมดุสบกับดวงตากลมโตที่มองเขาอย่างต้องการคำตอบไม่น้อยไปกว่าดารดาน้องสาวของเขานัก ชายบอกตัวเองว่าหนุ่มต้องหยุดทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังทำให้เขาฟุ้งซ่านเกี่ยวกับน้องสาวเพื่อนที่เขารู้สึกว่า “เธอชักจะเข้ามารบกวนจิตใจเขามากเกินไปในระยะหลังๆ”

งามภัตราใกล้ชิดกับเขามากเกินไป อย่างที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำแบบนี้มาก่อน แม้แต่กับคุณจีรณัฐที่เขาแอบชอบเธออยู่ เจ้าตัวจะรู้บ้างไหมว่าทำให้หัวใจเย็นชาของเขาต้องหวั่นไหวมากเพียงใด และการทำตัวห่างเหินของเขาคงทำให้ความรู้สึกบ้าๆ ที่เกิดขึ้นนี้หายไปซะที

ดวินจอดรถไว้ในตลาดร่างสูงใหญ่ก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็วก่อนจะออกคำสั่งนัดแนะกันไว้ล่วงหน้ากับน้องสาวทันที

“พี่จะไปซื้อของ เราสองคนก็เดินเที่ยวได้ตามสบาย พี่ให้เวลาสองชั่วโมงเสร็จแล้วมาเจอพี่ที่รถเวลา เที่ยงตรง ห้ามเหลวไหลเข้าใจไหม”

“พี่วินจะซื้ออะไรคะ ให้เราสองคนไปช่วยถือของไหม นะงาม เราไปช่วยพี่วินถือของดีกว่า แล้วค่อยเดินเที่ยวก็ได้”

“ดะ...”

“ไม่ต้อง” ดวินตอบสวนขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินเข้าตลาดไปทันที สองสาวมองหน้ากันแบบงงหนักกว่าเดิมกับอาการของพี่ชาย

“เฮ้ย! กินยาเกินขนาดรึเปล่าพี่วิน เป็นอะไรของเขา ตั้งแต่เช้าแล้ว นี่ถ้าไม่บอกต้องคิดว่าเขาบ้าไปแล้วแน่ๆ เหวี่ยงน้องได้ไง ไม่เข้าใจเลย”

“งามว่าพี่วินอาจจะรำคาญงามก็ได้ งามว่าด้าอย่าไปว่าพี่วินเขาเลย”

“โธ่งาม! ไม่จริงหรอก งามไม่ได้ทำอะไรซักหน่อยอย่าคิดมากซิ เราไปเดินดูของกันดีกว่าปะ อย่าใส่ใจเลย เดี๋ยวพี่วินเขาก็หายของเขาเองแหล่ะ ไปเร็วงาม”

ดารดาจูงมือเพื่อนสนิทเดินตามพี่ชายเข้าไปในตลาดอย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากให้เพื่อนคิดมากกับอาการกรุ่นโกรธของพี่ชายนั่นเอง

ชายฉกรรจ์สองคนเดินออกจากมุมตึกข้างตลาด และมองตามสองสาวไปอย่างน่าสงสัย พวกมันพยักเพยิดก่อนจะเดินตามเข้าไปทันที

“งามดูเสื้อตัวนี้สิ สวยดีนะ เหมาะกับงามเลย”

“ไม่เอาอ่ะ งามไม่ชอบใส่เสื้อแขนกุด”

“สวยดีออกนะ ลองก่อนไหม เผื่อจะเปลี่ยนใจ”

“ม่ายอ่ะ งามอยากได้เสื้อแขนยาวมากกว่า อย่าลืมซิจ๊ะเราอยู่ที่ไร่นะจ๊ะ ไม่ได้อยู่ในห้างสรรพสินค้าจะได้แต่งตัวสวยๆ ไม่แคร์แสงยูวีขนาดนั้น”

“งั้นก็นี่เลย เสื้อชาวไร่ลายสก๊อตสนใจไหมงาม ร้านนี้เราซื้อประจำเดี๋ยวเจ้าของร้านใจดีลดราคาให้”

ดารดาเชียร์ให้ซื้อเสื้อที่เธอเลือกให้งามภัตราตัดสินใจ ไม่นานเจ้าของร้านสาวสวยก็เดินยิ้มเข้ามาตอนรับทันที

“อุ๊ย! คุณน้องด้านี่เอง นึกว่าใคร มาซื้อเสื้อเหรอคะ แล้วเอ่อ...คุณวินไม่ได้มาด้วยเหรอคะ”

นาริสาเจ้าของร้านสาวสวยแต่งหน้าจัดราวกับนางเอกลิเกยิ้มหวานอย่างเอาใจลูกค้าวีไอพีแต่ไม่วายถามถึงดวินอย่างอยากรู้ว่าเขามาด้วยกับดารดาหรือไม่ เจ้าหล่อนสอดส่ายสายตาหาชายหนุ่มไปจนทั่วร้าน แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อไม่เห็นแม้เงาของเขา

“คุณวินไม่ได้มาด้วยเหรอคะคุณน้องด้า”

“ไม่ได้มาค่ะ คุณนาริสาถามถึงทำไมเหรอคะ หรือว่ามีธุระอะไรกับพี่ชายด้า เอาไว้ด้าจะบอกให้ว่าคุณนาริสาอยากพบ”

“วุ๊ย! จะดีเหรอคะ สาไม่ได้มีธุระอะไรสำคัญหรอกค่ะ ก็แค่คิดถึงตามประสาคนคุ้นเคยกันก็เท่านั้นเอง น้องด้าเลือกเสื้อไปนะคะ ได้แล้วบอกสาเดี๋ยวสาลดให้เป็นพิเศษเลยค่ะ”

นาริสายิ้มเขินก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง แต่พอหันมาเจองามภัตราเท่านั้นก็มองอย่างไม่พอใจทันที เพราะงามภัตราดูสวยงามน่ารักไม่เหมือนสาวบ้านไร่บ้านนาทั่วไป แถมยังมากับดารดาอีกด้วย อย่างนี้ก็แสดงว่าได้อยู่ใกล้คุณวินน่ะสิ!

“แหวะ! คนคุ้นเคย” ดารดาแอบทำเสียงอย่างหมั่นไส้ในความขี้ตู่ของอีกฝ่ายโดยไม่ให้ใครเห็น แต่ก็รักษามารยาทเอาไว้ไม่แสดงออกมา

“แล้วนี่มากับใครคะคุณด้า สาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยคงไม่ใช่คนแถวนี้ “

นาริสาถามเสียงสะบัดอย่างเห็นได้ชัด สายตาที่มองมาที่งามภัตราเต็มไปด้วยความถือตัวต่างจากเวลาพูดกับดารดา

“เพื่อนด้าเองค่ะ มาจากกรุงเทพฯ มาพักอยู่ที่ไร่ด้วย คุณนาริสาจะเคยเห็นได้ยังไงล่ะคะ”

“เพื่อน มาจากกรุงเทพฯ มาพักที่ไร่ มาทำอะไร ทำไมต้องมา หรือว่า...”

“ไม่ต้องเดาค่ะ เพื่อนด้ามาเที่ยวพักผ่อน เดี๋ยวก็กลับ นี่ค่ะ ด้าเอาเสื้อสองตัว เท่าไหร่คะ”

ดารดาตัดบทอย่างไม่พอใจเมื่อนาริสาออกจะถามซอกแซกมากเกินไป ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลยซักนิด เธอรีบจ่ายเงินค่าเสื้อทันทีและรีบออกจากร้าน ปล่อยให้เจ้าของร้านสาวยืนคิดอะไรอยู่คนเดียว

“สวยขนาดนี้มาอยู่ใกล้คุณวิน ตายแล้วไม่ได้การล่ะ ฉันต้องทำอะไรซักอย่าง ไม่งั้นคุณวินเสร็จนังคนสวยนี้แน่”

นาริสาพูดคนเดียวก่อนจะรีบเดินเข้าหลังร้านไปอย่างหงุดหงิดอารมณ์ขึ้นมาทันที ในใจนึกวางแผนที่จะเข้าไปเป็นปกป้องดวินจากผู้หญิงชาวกรุงให้เร็วที่สุดก่อนที่จะโดนซิวซึ่งๆ หน้า

“ขอโทษครับคุณคนสวย สวยมาก สวยอย่างกับดารา”

“พอ! ฉันรู้ว่าฉันสวย ว่ามามีอะไร มาซื้อเสื้อเหรอ เลือกสิ ฉันลดให้ในฐานะที่ตาถึงเห็นความสวยของฉัน”

“เปล่าครับผมไม่ได้มาซื้อเสื้อ ผมแค่จะถามคุณคนสวยว่า เมื่อกี้เห็นผู้หญิงสาวสองคน อีกคนผมยาวๆ ผิวขาวๆ สวยๆ ท่าทางเหมือนไม่ใช่คนที่นี่ เดินผ่านมาทางนี้บ้างไหมครับ”

“โอ๊ย! ถามมาก ไม่ซื้อก็ออกไปจากร้านฉันเลย คนยิ่งหงุดหงิดอยู่ด้วย”

นาริสาตวาดใส่ผู้ชายสองคนที่เข้ามาถามหาดารดากับงามภัตราอย่างไม่พอใจเมื่อรู้ว่าพวกมันไม่ได้มาซื้อเสื้อที่ร้านของตัวเอง

“ขอโทษเถอะครับ คือว่า ผมมาตามหาน้องสาวน่ะครับ หนีออกจากบ้านมาสองสามวันแล้ว แม่ป่วยอยากให้รีบกลับไปดูแม่หน่อย คุณคนสวยได้โปรดบอกผมมาเถอะนะครับ ผมร้อนใจมากเลย ไม่อย่างนั้นแม่ผมต้องแย่แน่ๆ เลยครับ ฮือๆ”

นาริสามองหน้าเห่ยๆ ของผู้ชายสองคนอย่างไม่ไว้ใจนัก ผิวก็ดำยังกับถ่าน เตี้ยก็เตี้ย ดูเบ้าหน้าแล้วไม่น่าจะเป็นญาติกับเด็กสาวที่มากับดารดาซักนิดอย่าว่าแต่เป็นคนจังหวัดเดียวกันเลย แล้วหน้าตาอย่างนี้เนี่ยนะ จะมาบอกว่าเป็นพี่น้องกัน

“น้องสาว น้องสาวจริงๆ คลานตามกันออกมารึเปล่า ทำไมหน้าตานายกับแม่นั่น ต่างกันยังกะนางฟ้ากับหมาวัดอย่างนี้ล่ะ “

นาริสาไม่วายถามอย่างสงสัย แต่สุดท้ายก็บอกไปอย่างรำคาญ เพื่อให้ผู้ชายสองคนรีบๆ ออกจากร้านเสื้อของเธอ

“จริงสิครับ น้องสาวผมเหมือนแม่น่ะครับ ส่วนผมเหมือนพ่อ หน้าตาเราสองคนก็เลยไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่”

“เอ้า! บอกก็ได้ น้องสาวนายไปทางโน้น เมื่อกี้นี้เอง รีบตามไปสิ ไปได้แล้ว”

ชายสองคนรีบเดินออกไปจากร้านทันทีตามทิศทางที่นาริสาชี้บอกโดยไม่รีรอทำเอาเจ้าของร้านเสื้อบ่นตามหลัง

“อ้าว! อะไรขอบคุณซักคำก็ไม่มี ไอ้บ้า อย่าให้เจออีกนะ คนอุตส่าห์มีน้ำใจ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย เถื่อน!

ทางด้านงามภัตราและดารดา สองสาวเพื่อนสนิทเดินเลือกซื้อของจนเต็มไม้เต็มมือไปหมด จึงชวนกันไปหาเครื่องดื่มเย็นๆ ดื่มที่ร้านขายเครื่องดื่มกาแฟโบราณข้างตลาด

“งามเอาน้ำอะไรสั่งเลย ร้านลุงชานี้อร่อยทุกอย่าง”

“เอาน้ำแดงโซดาค่ะ”

“งั้นเอาแดงโซดาสองแก้วค่ะ นี่ค่ะตังค์ไม่ต้องทอน”

“ได้ครับคุณหนู รอซักครู่นะครับ”

ชายชรารับธนบัตรฉบับละหนึ่งร้อยจากดารดาก่อนจะรีบทำเครื่องดื่มที่สั่งให้ทันที เพราะดารดาเป็นขาประจำ เข้าเมืองทีไรต้องแวะอุดหนุนเสมอ อีกทั้งเด็กสาวยังใจดีให้ทิปบ่อยๆ ด้วย

“ขอโทษครับ ใช่คุณงามภัตรารึเปล่าครับ”

ชายแปลกหน้าเดินเข้ามาดักหน้าถามทันที ขณะที่สองสาวจะเดินกลับรถเพื่อไปหาพี่ชายเพราะใกล้เวลานัดแล้ว

“ว่าไง ใช่คุณงามภัตรารึเปล่า  ถ้าใช่ กรุณาอยู่เฉยๆ แล้วตามมาทางนี้ ไม่งั้น...”

ชายอีกคนขู่เสียงเข้มไม่ดังนัก ก่อนที่จะเลิกเสื้อขึ้นเผยให้เห็นปืนสั้นที่เหน็บอยู่ตรงซอกเอวสีดำมะเมื่อมที่พร้อมจะจัดการเธอได้ทุกเวลาหากเธอคิดจะตุกติกไม่ทำตามคำสั่งมัน

“นี่มันอะไรกันงาม งามไปรู้จักนายสองคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“งามไม่รู้จักสองคนนี้ ด้าช่วยงามด้วย”

งามภัตราหน้าซีดเผือด นึกกลัวจับใจเมื่อพวกมันมีปืนด้วย ร่างบางถอยหลังทีละก้าวอย่างช้าๆ ก่อนจะคว้าแขนดารดาออกวิ่งหนีสุดฝีเท้า

“ด้าหนีเร็ว พวกมันจะมาจับตัวงาม”

“เฮ้ย! จะหนีไปไหน ตามไปนายสั่งให้จับตัวกลับไปให้ได้”

คนร้ายทั้งสองรีบวิ่งตามไปทันทีโดยมีเป้าหมายที่งามภัตราคนเดียวไม่ได้สนใจดารดาเลยซักนิด

งามภัตราทำถุงใส่ของหลุดมือ เธอปล่อยมือดารดาและรีบกลับไปเก็บของด้วยความเสียดาย

“ด้ารีบวิ่งไปก่อนงามเลย พวกมันต้องการตัวงามคนเดียว ไปสิด้า เจอกันที่รถนะ ไม่ต้องห่วงงาม รีบหนีไปเร็ว!

“ไม่! เราต้องไปด้วยกันสิงาม ด้าจะไม่ทิ้งงาม”

“ไม่ต้องห่วง งามจะล่อมันไปอีกทาง ไม่งั้นเราจะไม่รอดทั้งสองคน พวกมันตามมาทันแล้วรีบไปสิด้า หนีไป หนีไป”

งามภัตราผลักเพื่อนให้วิ่งหนีไปก่อน ส่วนตัวเธอยืนรอจนพวกมันวิ่งเข้ามาใกล้จึงออกวิ่งล่อพวกมันไปอีกทางทันที

ร่างบางออกแรงวิ่งอย่างสุดฝีเท้าเพื่อหนีการตามล่าของคนร้าย และชนโครมเข้ากับใครบางคนที่โผล่ออกมาจากมุมตึกอย่างแรงจนเธอเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้นถ้าไม่ได้ลำแขนแข็งแรงของเขาคว้าตัวเอาไว้เสียก่อน

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ”

“งาม เป็นอะไร วิ่งหนีอะไรมา”

ดวินกอดร่างบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่างามภัตราวิ่งหนีเหมือนหวาดกลัวอะไรซักอย่าง

“พี่วิน”

งามภัตรายิ้มอย่างดีใจที่เจอดวิน ขณะที่คนร้ายทั้งสองคนวิ่งตามมาทันพอดี และพวกมันมาหยุดยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้า

“เฮ้ย! ไม่ใช่เรื่องของเอ็ง ถอยไป อย่ามายุ่ง”

คนร้ายอีกคนออกคำสั่งเมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาขวางพวกมัน  เพราะถือว่าพวกมันมากันสองคน ดวินคนเดียวไม่มีทางสู้ได้แน่

“นี่มันอะไรกัน พวกแกเป็นใคร”

“บอกว่าไม่ต้องยุ่ง มึงไม่เกี่ยวถอยไปดีกว่า กูไม่อยากทำร้ายใครโดยไม่จำเป็น”

“ถ้ายังงั้นก็ไม่มีปัญหา”

ดวินวางของที่ถืออยู่ไว้ก่อนจะพับแขนเสื้อเตรียมพร้อมสำหรับการมีเรื่องเมื่อเห็นว่าพวกมันไม่ได้มาดีแน่

สองรุมหนึ่ง พวกมันสองคน ส่วนดวินคนเดียวรับมือกับคนร้าย เขาใช้ศิลปการต่อสู้ที่ไม่เคยแพ้ใครมาก่อนเรื่องเตะต่อยขอให้บอก คนร้ายโดนหมัดหนักๆ ของเขาไปหลายหมัด จนสุดท้ายต้องลงไปนอนนับดาวทั้งสองคน

“พี่วินพอเถอะค่ะ พวกมันเจ็บตัวแล้วคงไม่กล้าทำอะไรอีก เรารีบไปหาด้ากันดีกว่าค่ะ”

“ด้าอยู่ไหนงาม”

“งามให้ด้าหนีไปก่อน ป่านนี้น่าจะรอที่รถแล้วค่ะ”

“แน่ใจนะว่าไม่ให้พี่แจ้งตำรวจ พวกมันเป็นใคร และเราไปรู้จักกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่”

ดวินถามอย่างจับผิด เพราะสังเกตดูงามภัตราไม่อยากให้เขาแจ้งความ อีกทั้งเร่งให้เขารีบไปเสียเร็วๆ ทั้งที่ถูกพวกมันวิ่งไล่ตามอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อครู่

“เอาไว้งามค่อยเล่าได้ไหมคะ งามเองก็ไม่ค่อยแน่ใจค่ะ”

“ตกลง งั้นรีบไปที่รถเลยพี่เป็นห่วงด้า”

ดวินก้มลงหยิบของก่อนจะเดินตามร่างบางที่เดินลิ่วนำหน้าด้วยความเป็นห่วงดารดาที่ไปรอที่รถ ดวินมองตามร่างบางไปด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ผุดขึ้นมาในสมอง เขาต้องถามความจริงจากงามภัตราให้ได้

“พี่วิน / งาม ทางนี้”

ดารดายืนโบกมือไหวๆ กระโดดออกมาจากที่ซ่อนไม่ห่างจากรถของพี่ชายที่จอดอยู่เท่าใดนัก งามภัตราและดวินรีบเดินเข้าไปสมทบอย่างรวดเร็ว

“ด้า เป็นอะไรรึเปล่า ปลอดภัยดีใช่ไหม”

“แล้วงามล่ะ เป็นไงบ้าง ไปเจอพี่วินที่ไหนเหรอ”

“งามปลอดภัยดี พวกมันโดนพี่วินต่อยคว่ำไปแล้วล่ะ”

“รีบขึ้นรถดีกว่า จะได้กลับไร่เสียที”

พี่ชายสั่งเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าไม่มีใครได้รับอันตรายอะไรแล้ว ทำเอาสองสาวรีบขึ้นรถแทบไม่ทัน งามภัตรามองสบตากับดวินทางกระจกมองหลัง สายตาของเขาทำให้เธอรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยิ่งกว่าตอนโดนคนร้ายวิ่งไล่เสียอีก เขาน่ากลัวกว่าคนร้ายเป็นไหนๆ

“คนร้ายสองคนนี้เป็นใคร มีอะไรเกี่ยวข้องกับการหนีออกจากบ้านของเราใช่ไหม บอกความจริงมาให้หมด ว่านอกจากหนีงานแต่งงาน งามยังมีอะไรปิดบังพวกเรารึเปล่า”

ดวินถามเสียงเครียดขรึมขึ้นมาขณะขับรถกลับไร่ เขาเห็นอาการมีพิรุธของงามภัตราที่พยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมบอกความจริงบางอย่างกับเขาและน้องสาว

“งามก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ว่าคนพวกนั้นเป็นใคร เพราะคุณพ่อคงไม่ส่งคนมาจับตัวงามแบบนี้แน่ คุณพ่องามไม่ใช่พวกมีอิทธิพลนะคะพี่วิน / ด้า งามไม่รู้จริงๆ ว่าพวกมันเป็นใคร และตามงามมาทำไม”

“ถ้าอย่างนั้น คนที่พ่องามบอกว่าจะให้งามแต่งงานด้วยเป็นใคร งามรู้จักเขารึเปล่า อาจจะเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของงามก็ได้นะ ที่ส่งคนมาตามหางาม เห็นด้วยไหมคะพี่วิน”

“รู้จักสิ งามเคยเจอหน้าเขาสองครั้งเห็นจะได้ แต่ไม่เคยได้คุยอะไรกับเขาหรอก แค่เจอหน้างามก็จะอ๊วกแล้ว”

“ทำไมล่ะงาม เขาขี้เหล่มากขนาดนั้นเลยเหรอ หรือว่าไม่สมประกอบ”

ดารดาถามอย่างสงสัยในอาการขนลุกขนพองของเพื่อนสาว ส่วนพี่ชายของเธอขับรถไปฟังไปโดยไม่ออกความเห็นอะไร

“ไอ้ที่ว่าไม่สมประกอบสงสัยจะจริงเพราะคนปกติคงไม่คิดกับเราแบบนี้ เขาแก่กว่าคุณพ่ออีกนะ แบบนี้จะให้งามแต่งงานกับเขาได้ยังไง ให้ตายงามก็ไม่แต่ง งามกลัวเขา เขาไม่ใช่คนดีนะด้า เขาเป็นชายแก่ที่น่ากลัวที่สุด”

“แล้วผู้ชายคนนี้ชื่ออะไร ทำอาชีพอะไร เขาไม่มีภรรยาเหรอ”

ดวินถามขึ้นหลังจากนิ่งฟังอยู่นานแล้ว เขาต้องการรู้รายละเอียดเพื่อช่วยคิดหาทางแก้ไขให้แก่เธอ เพราะฉะนั้น งามภัตราต้องบอกข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนี้ให้เขารู้

“เขาชื่อ นายเสกสรร เชาวกุล ค่ะ เป็นนักธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับคาสิโน และก็สถานบันเทิงหลายแห่ง อีกทั้งยังเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ด้วยค่ะ ที่งามรู้ก็มีเพียงเท่านี้แหล่ะค่ะ เรื่องอื่นงามไม่รู้จริงๆ เพราะไม่ค่อยได้เข้าไปยุ่งเรื่องธุรกิจของคุณพ่อเหมือนพวกพี่ๆ ”

“แล้วประวัติเรื่องครอบครัวล่ะ ไม่รู้อะไรเลยหรือ”

“ไม่ค่ะ ที่งามรู้จักเขา ก็เพราะคุณพ่อบอก นอกนั้นงามก็ไม่ได้สนใจอะไรค่ะ”

“แปลกดีนะ คุณพ่อของคุณไม่เป็นห่วงลูกสาวบ้างเลย แถมยังทำเหมือนจะสนับสนุนอีกต่างหาก เขาอาจจะเสนอเงินหรือค่าตอบแทนเป็นสินสอดจำนวนมหาศาลให้พ่อคุณก็ได้ ไม่เช่นนั้นครอบครัวคุณคงไม่มีวันเห็นด้วยหรอก”

ดวินวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมาและคิดว่าพ่อของเธอคงเห็นแก่ผลประโยชน์ที่นายเสกสรรเสนอให้เป็นค่าสินสอด สรรพนามที่ใช้เรียกหญิงสาวก็เปลี่ยนไปเพราะรู้สึกว่าเธอไม่ค่อยจริงใจและมีอะไรปิดบังเขากับน้องสาวอีกหลายเรื่อง

“อย่าพูดถึงคุณพ่องามแบบนั้นนะคะ คุณพ่อไม่ใช่คนเห็นแก่เงิน ท่านแค่ถามความสมัครใจเท่านั้น แต่พี่ดลบอกว่าเขาจะต้องบีบบังคับให้คุณพ่อยอมให้ได้ งามก็เลยหนีมาก่อนจะเกิดเรื่อง คุณพ่อไม่มีวันทำกับงามแบบนั้นแน่นอนค่ะ”

“ถ้ามั่นใจขนาดนั้น ทำไมถึงหนีมาล่ะ ทำไมไม่สู้ในเมื่อคุณไม่ได้เต็มใจซะอย่าง ใครจะบังคับคุณได้”

งามภัตราจ้องหน้าพี่ชายเพื่อนอย่างค้นหา ฟังจากน้ำเสียงเขาคงไม่ต้องการจะให้เธออยู่ที่ไร่เขาอีกต่อไปกระมัง เขาอาจจะกลัวว่าเธอจะทำให้เขาและน้องสาวเดือดร้อนจากการตามล่าตัวเธอหรือเปล่า

“พี่วินใจเย็นๆ ค่ะ เราอย่าพึ่งด่วนสรุปเองซิคะ อาจจะเป็นการเข้าใจผิดกันก็ได้ ไม่มีใครรู้ว่างามมาอยู่ที่ไร่เรานะคะ”

“ใจเย็นไม่ได้หรอกดา เพราะไม่รู้ว่าถ้าพวกมันตามไปก่อความวุ่นวายที่ไร่ อะไรจะเกิดขึ้น พี่ไม่อยากประมาทก็เท่านั้นเอง”

เป็นอีกครั้งที่งามภัตราอึ้งจนพูดไม่ออก ในใจนึกโหวงอย่างประหลาด เธออดน้อยใจดวินไม่ได้ที่เขาพูดราวกับว่าเธอนำความเดือดร้อนมาให้เขาและทุกคนที่ไร่ เขากำลังไล่เธอทางอ้อมสินะ

“งามรู้ตัวดีเองค่ะ ว่างามเป็นตัวอันตรายสำหรับทุกคน พี่วินกับด้าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ งามจะไม่ทำให้ทุกคนเดือดร้อนแน่นอนค่ะ งามสัญญา”

“โธ่! งามอย่าพูดแบบนั้นสิ ด้าคนหนึ่งล่ะจะไม่มีวันทิ้งงามแน่นอน เราเป็นเพื่อนรักกัน จะทิ้งกันได้ยังไง”

“แต่งามไม่อยากให้ด้าหรือทุกคนที่ไร่เดือดร้อนเพราะเรา ยังไงก็ขอบใจด้ามากนะที่เป็นห่วง งามจะไม่มีวันลืมน้ำใจของด้าและทุกคนที่นี่ และถ้ามีโอกาส งามจะตอบแทนน้ำใจของทุกคนนะ”

งามภัตราเอ่ยเสียงเครือจนดวินรู้สึก แต่เขาก็มีทิฐิมากเกินกว่าจะพูดให้เธอรู้สึกดีมากกว่านี้ เพราะคิดว่ายังไงเสียงผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างงามภัตราก็คงไม่กล้าทำอะไรอยู่แล้ว เหตุการณ์เมื่อครู่อันตรายเกินกว่าที่เด็กสาวอย่างเธอจะเผชิญเพียงลำพัง

ทว่า ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เขาเห็นคนนี้เด็ดเดี่ยวยิ่งนัก ถ้าไม่แน่จริงไม่กล้าหนีออกจากบ้านเพียงลำพังแน่ และยิ่งถ้าเธอจะต้องทำให้ใครต่อใครเดือดร้อนโดยเฉพาะเพื่อนรักด้วยแล้ว เธอต้องรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

ส่วนคนร้ายเมื่องามภัตราหนีไปได้ พวกมันก็รีบโทรรายงานเจ้านายของพวกมันอย่างละเอียดทันที

“ได้ครับนาย ผมจะตามจับตัวเธอมาให้ได้ นายจะมาด้วยตัวเองใช่ไหมครับ”

“ใช่! ตามตัวให้เจอ อย่าให้พลาด ฉันหวังว่าพวกแกคงไม่ทำให้ฉันผิดหวัง”

“ครับนาย”

นายเสกสรรวางโทรศัพท์ลงอย่างพอใจ ที่ลูกน้อยรายงานว่าเจอตัวงามภัตราว่าที่เจ้าสาวของเขาแล้ว แม้ว่าจะผิดหวังเล็กน้อยที่ลูกน้องไม่สามารถจับตัวเธอมาได้ แต่อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน งานแค่นี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับลูกน้องฝีมือดีของเขาแน่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha