วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น

โดย: เพลงมีนา



ตอนที่ 2 : ตื่น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 1.

ตื่น

          ดวงตาที่ปิดสนิทลืมขึ้นทันที คนผวาตื่นทำท่าเหมือนหายใจไม่ออก  จ้องมองม่านมุ้งจนแน่ใจว่าตนเองนอนอยู่ที่ใดแล้วจึงระบายลมหายใจยาว  เมื่อปรับลมหายใจของตนเองได้เป็นปกติแล้ว ร่างผอมบางก็ยันตัวเองลุกขึ้นจากที่นอน  เพราะฝันซ้ำเรื่องเดิมทำให้ผวาตื่น  เจ้าของร่างยกหลังมือปาดเหงื่อที่ชื้นเต็มใบหน้าก่อนผลักม่านมุ้งออก

            เสียงนกร้อง เสียงไก่ขัน และท้องฟ้าที่เริ่มระเรื่อด้วยแสงแห่งรุ่งอรุณ  หญิงสาวเริ่มชินกับสถานที่แห่งใหม่นี่แล้ว  ครบเดือนพอดีที่ พันดาว ตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของหญิงสาวผอมบางวัยสิบหกปีนาม เหมยซิง  หญิงสาวยังจำได้ดีว่าตอนที่ได้สตินั้น  ยังคิดไปว่าเป็นการหยอกเล่นกันสนุกๆ ของทีมงานในกองถ่ายภาพยนตร์  แต่เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ หากล้องที่อาจหลบซ่อนอยู่แล้วพบเพียงความว่างเปล่า  อาการมึนงงเหมือนศีรษะถูกกระทบกระเทือนเป็นเรื่องจริง  และยังมีรอยช้ำตามเนื้อตัวเอีก นางก้มมองสภาพตัวเอง  จัดฉากหรือสถานที่ได้  เสื้อผ้าย่อมเปลี่ยนได้  แต่รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไม่ได้  นางก้มมองสภาพตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ ถามหากระจกเหมือนคนโง่ แต่ใครจะรู้ว่าบ้านนี้ยากจนกระทั้งกระจกยังไม่มี  ฉับพลันนึกถึงน้ำจึงวิ่งไปส่องเงาตัวเองในอ่างน้ำ ลูบคลำใบหน้าตนเองอย่างแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรแปะทับใบหน้าตนเอง

            ใบหน้านี้ละม้ายคล้ายกับใบหน้าของ พันดาวในวัยสิบหกปีจริงๆ  เพียงแต่เมื่อครั้งที่นางอายุสิบหกนั้นเป็นนักเรียนมัธยมไว้ผมยาวประบ่า  แต่เจ้าของร่างนี้ผมยาวถึงกลางหลังซ้ำยังผอมแห้งจนแทบจะปลิวลมอีกต่างหาก

            เหมยซิง

            พันดาวได้ยินเสียงชายวัยสี่สิบเรียกอย่างเป็นห่วง  เมื่อเห็นใบหน้าคนเรียกที่ท่าทางเหมือนคนป่วยและยังเดินลากขาซ้ายอีก หัวใจที่ตื่นตระหนกก็ยิ่งหดเกร็ง

            นี่มันอะไรกัน!

            กว่าจะตั้งสติยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้นั้น ก็ข้ามไปอีกวัน

            ความฝันที่ฝันซ้ำๆ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาคือเรื่องจริงในอีกภพหนึ่งของพันดาว  ความทรงจำสุดท้ายที่ก่อนจะลืมตามาที่โลกที่ไม่รู้จักแห่งนี้

            หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียงนอน พับที่นอนเรียบร้อยแล้วก็ใช้มือสางผมยาวยุ่งของตัวเองก่อนขมวดเป็นมวยง่ายๆ เสียบด้วยปิ่นไม้ที่เหลาเอง   ในกระท่อมหลังน้อยแบ่งห้องนอนได้สองห้อง ห้องใหญ่เป็นของ ติงเชา  ที่นางและเด็กอีกสี่คนเรียก พ่อบุญธรรม   เด็กๆในบ้าน เป็นผู้ชายสามคนอายุไล่เลี่ยกันประมาณแปดขวบ คือ ติงหยี่  ติงเกา ติงปิง ส่วนเด็กหญิงตัวน้อยวัยหกขวบ เหมยลี่

            แท้จริงแล้ว พันดาว ไม่มีความทรงจำของ เหมยซิง อยู่เลย  อาศัยว่าตัวเองหมดสติไปสามวันสามคืน จำอะไรไม่ได้ทำให้ทุกคนค่อยๆ เล่าที่มาที่ไปของ ตัวเองและตัวนางด้วย

            ติงเชาเป็นชายพิการอายุสี่สิบแล้ว  แม้ตัวเองจะพิการแต่จิตใจดีมีเมตตา  หลายปีก่อนที่หมู่บ้านแห่งนี้ประสบภัยสงคราม หลายครอบครัวพลัดพราก  เด็กเป็นกำพร้า บางคนที่พอจะมีเงินมีฐานะก็อพยพย้ายถิ่นฐานหนีภัยสงคราม  แต่ติงเชาผู้ไร้ญาติขาดมิตรไม่ใส่ใจความเป็นความตายของตนเอง  เก็บเด็กๆ ที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้มา  เด็กๆ เหล่านี้ยังเด็กเล็กมาก จำชื่อตัวเองไม่ได้  ติงเชาจึงตั้งชื่อให้ใหม่ รวมทั้งนางด้วย ตอนนั้นนางอายุเพียงสิบขวบ  เหมยลี่ยังเป็นเด็กน้อยที่ร้องไห้จ้าในอ้อมอกมารดาที่สิ้นใจไปแล้ว  ติงเชาช่วยเด็กๆ เท่าที่พอทำได้  ทำให้ทั้งหมดรอดพ้นความตายในภัยสงครามเมื่อหกปีก่อนได้ แม้จะรูปร่างผ่ายผอมเนื่องจากกินไม่อิ่ม แต่กระนั้นทุกคนก็รักใคร่กลมเกลียว

            ผ่านภัยสงครามมาหลายปีทุกอย่างเริ่มดีขึ้น ติงเชาแม้เป็นชายพิการ ขาซ้ายมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่น่ากลัว เวลาเดินจะต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงตัวเองแต่เมื่อต้องขึ้นเขาหาของป่ามาค้าขายหรือป้อนใส่ปากเด็กๆ ก็ยังคล่องแคล่ว  เหมยซิงซึ่งนับได้ว่าเป็นพี่ใหญ่พอจะทำงานได้แล้ว นางรับจ้างในโรงเตี้ยมไม่ไกลบ้าน  หรือคือกระท่อมผุพังนี้   ใครใช้อะไรนางก็ทำทุกอย่างขอเพียงได้เงินมาจุนเจือครอบครัว  จนกระทั้งเมื่อครึ่งปีก่อน นางไปสมัครเป็นสาวใช้บ้านตระกูลหวัง   แรกๆ เหมือนจะเป็นไปด้วยดี  น้องๆ ของนางยังคิดว่าถ้าพวกเขาเติบโตอีกหน่อยจะไปทำงานที่เดียวกับเหมยซิง  แต่ติงเชาคัดค้าน แม้พ่อบุญธรรมไม่เห็นด้วยแต่เหมยซิงก็แอบไปเพราะต้องการเงินมาจุนเจือครอบครัว    ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ความจริงเป็นเช่นไรไม่อาจรู้ได้  แต่คนในบ้านตระกูลหวังประกาศเพียงแค่ว่าเหมยซิงขโมยของสำคัญในจวน  เมื่อถูกจับได้ก็ถูกพ่อบ้านลงโทษ โบยนางจนตาย  นางกลายเป็นเพียงศพไร้ญาติ  บ่าวรับใช้เอาร่างของนางมาทิ้งที่ป่าช้า  ติงเชาได้ยินข่าวจึงรีบไปที่ป่าช้า ร้องไห้ราวคนเสียสติ พบร่างที่ถูกโบยตีบอบช้ำ เดิมทีคิดว่าถ้านางตายก็จะไม่ให้นางตายเช่นศพไร้ญาติเช่นนี้  แต่ร่างนางกลับกระตุกลืมตาขึ้นมา ติงเชาแบกลูกสาวบุญธรรมออกจากป่าช้า  แม้ไม่มีเงินจะเชิญหมอมาดูอาการแต่ก็พยายามป้อนน้ำ ให้เหมยลี่ที่เป็นเด็กหญิงตัวน้อยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้พี่สาว  เด็กชายทั้งสามแม้รู้ว่าเหมยซิงถูกพามาจากป่าช้าแต่ก็ไม่กลัว เขาช่วยดูแลอย่างดียิ่งจนนางลืมตาฟื้นจริงๆ

            “พี่สาว พี่สาวจำพวกเราไม่ได้เหรอ” 

เสียงเด็กทั้งสามถามพลางกลั้นน้ำตา  พันดาวที่คราวแรกยืนยันว่าตัวเองไม่ใช่เหมยซิงจึงได้แต่ลอบถอนหายใจ สงสารเด็กน้อยใจแทบขาด นางจึงยอมรับสภาพว่าตัวเองคือ เหมยซิง

            เพราะคลุกคลีอยู่ในแวดวงบันเทิง พล็อตละครแนวย้อนยุคทะลุมิติไม่มีอะไรแปลกใหม่  ใครจะคาดคิดว่าวันหนึ่งนางโชคดีกระโดดลงมาเล่นเป็นนางเอกเต็มตัว   แต่ชีวิตในโลกนี้ก็คล้ายคลึงกับชีวิตของพันดาวไม่น้อย  อายุสิบขวบมารดาก็หอบหิ้วมาให้ ลุงทองดี ช่วยเลี้ยง   ครานั้นให้เหตุผลว่าบิดาของนางทอดทิ้ง  มารดาต้องทำงานไม่สะดวกที่จะเลี้ยงลูกไปด้วยทำงานไปด้วยได้  ลุงทองดีเป็นพี่ชายแท้ๆของมารดา  ภรรยาตายด้วยโรคมะเร็งไปเมื่อห้าปีก่อนและไม่มีลูกด้วยกัน   เพราะเห็นเป็นหลานจึงรับฝากเลี้ยง ครึ่งปีแรกมารดาส่งเงินมาให้สม่ำเสมอเดือนละสามถึงสี่พันบาท แต่พอเริ่มเข้าเดือนที่เจ็ดก็เงียบหาย  ร่างกายลุงทองดีก็ไม่ค่อยแข็งแรงนัก อดีตเคยเป็นทหารเก่า  อาศัยเอาดีด้านต่อยมวย เป็นตัวแทนของสมาคมอยู่หลายปี แต่เพราะสมัยก่อนการต่อยมวยไม่ได้รัดกุมเช่นทุกวันนี้  สมองได้รับการกระทบกระเทือน ส่งผลให้ร่างกายเดินเหินไม่ปกติ  สุดท้ายก็ลาออกจากทหาร  ประจวบกับมีคนรู้จักมาเชิญลุงทองดีเป็นครูฝึกสอนการต่อสู้ที่โรงเรียนฝึกสอนสตั๊นท์

            มีแม่ก็เหมือนไม่มี  ได้ยินว่าที่แม่ทิ้งเธอไปเพราะติดพันผู้ชายคนใหม่  พันดาวเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของลุงทองดี จนเรียก พ่อทองดี ด้วยความที่พ่อทองดีเป็นห่วงพันดาวที่เป็นผู้หญิง จึงสอนศิลปะการป้องกันตัว  และเพราะพ่อทองดีอีกนั้นแหละที่หอบหิ้วไปโรงเรียนฝึกสอนสตั๊นท์แมน  ทำให้เธอได้เรียนรู้ที่นี่ไปด้วย  ด้วยความอยากแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว นางจึงรับงานตัวประกอบตั้งแต่อายุสิบหก เดินผ่านกล้องบ้าง งานในรายการเกมโชว์บ้าง  เมื่อเห็นว่ามีช่องทางหารายได้ นางจึงตัดสินใจฝึกฝนจริงจังรับงานเป็นสตั๊นท์เกิร์ล  เรียนจบมัธยมก็เรียนต่อสถาบันวิทยาลัยพละศึกษา พันดาวไม่ได้อยากเป็นคนเด่นดัง  ไม่ได้อยากเป็นนางเอกหรือหลงใหลในแวดวงมายา  แต่เธอต้องการใช้เงินเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยเรื้อรังของลุงทองดี

            การอยู่ในโลกนี้ทำให้พันดาวต้องปรับตัวเป็นเหมยซิง  นางไม่รู้ว่าที่ๆ อยู่นี่เรียกว่าอะไร ยุคไหน แต่ดูจากเสื้อผ้าการแต่งกายและชื่อเรียกขาน ทำให้นางคิดถึงหนังจีนกำลังภายใน  แรกๆ นางคิดไปว่าตัวเองหลุดมาในโลกนิยายที่ตัวเองแสดงอยู่  แต่รายละเอียดชื่อเมืองต่างๆ นั้น ไม่ตรงกัน  ประวัติศาตร์จีนโบราณอะไรนั่น นางยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่

            แม้คิดหาวิธีกลับไปโลกเดิม แต่ในเมื่อยังเป็น เหมยซิงในโลกนี้ นางจำเป็นต้องดูแลเด็กๆ ทั้งสี่และพ่อบุญธรรม พวกเด็กๆ เองเห็นนางตื่นฟื้นจากความตาย  แม้จำอะไรไม่ได้แต่ก็ไม่ซักถาม อะไรที่นางไม่รู้ ทุกคนก็ช่วยสอน อาจเพราะความยากจนและผ่านสงครามมาทำให้พวกเขาเติบโตเกินวัยไปแล้ว  เด็กผู้ชายพานางเดินขึ้นเขา สอนให้นางเก็บฟืนและผักป่า ระยะนี้พ่อบุญธรรมร่างกายไม่แข็งแรงจึงไม่ได้ขึ้นเขาล่าสัตว์ป่ามาเป็นอาหาร  หลังจากผ่านสงครามไปเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาที่ละน้อย

ร่างกายของเหมยซิงผ่ายผอมจนน่าร้องไห้  พันดาวโอดครวญในอก บังเอิญเห็นคันธูนเก่าๆ แล้วอยากลองล่าสัตว์ด้วยตนเอง  นางเคยฝึกการใช้ธนูมาก่อน การยิงธนูทำได้ค่อนข้างดี แต่ร่างกายของเด็กสาวผอมแห้งผู้นี้แทบไม่มีแรงง้าวสายธนู   รวมถึงการยืดหยุนตัวด้วย  นางเคยตีลังกาม้วนตัวได้สบายๆ แต่พอมาอยู่ในร่างเหมยซิงแสนน่าสงสารกลับทำอะไรไม่ได้ตามใจคิด   เอาเถิด ระหว่างที่นางคิดวิธีกลับไปโลกเดิมก็ต้องหาวิธีใช้ชีวิตในร่างนี้  นางตื่นเช้า หุงหาอาหารทำกับข้าวอย่างง่ายๆ ระหว่างนี้ก็อาศัยช่วงที่เด็กๆ ยังไม่ตื่นยืดเส้นยืดสาย ออกกำลังกายฝึกซ้อมให้ร่างกายเข้าที่เข้าทาง  เพียงครึ่งเดือนนางปรับตัวเข้ากับสถานที่แห่งนี้ได้   นางหาไม้ไผ่ขนาดพอดีมือเอาไว้เป็นไม้พลองฝึกซ้อมป้องกันตัวเอง  เมื่อครั้งที่ยังเป็น พันดาว นางชอบใช้ไม้พลองมากที่สุด เคยเป็นนักกีฬาระดับเหรียญทองแดงมาแล้ว   แม้เด็กๆ ดูแปลกใจที่จู่ๆ เหมยซิงผู้อ่อนแอลุกขึ้นมาจับไม้ไผ่แกว่งไปมา แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร  ช่างเป็นน้องที่เชื่อฟังพี่เสียจริง  ทำให้พันดาวหรือเหมยซิงรักเด็กๆ เหล่านี้มากยิ่งขึ้น

ติงเชาที่นอนป่วยบนฟูกเก่าๆ มองการเคลื่อนไหวผ่านช่องหน้าต่างเห็นเหมยซิงควงไม้ไผ่ลำนั้นอย่างคล่องแคล่วแล้ว  ก็ประหลาดใจนัก  เขาเห็นความแตกต่างของเหมยซิงหลังจากฟื้นจาก....

ชายหนุ่มวัยสี่สิบถอนหายใจอย่างปวดร้าว ไม่คิดว่าลูกสาวบุญธรรมจะกตัญญูถึงเพียงนี้  ยอมไปทำงานเป็นหญิงรับใช้เพื่อหาเงินมาเลี้ยงน้องๆ  เขาย่อมรู้ว่าการทำงานเป็นบ่าวไพร่มิใช่เรื่องสบาย อาจถูกกดขี่จากผู้อื่นได้  เขาหวังให้นางใช้ชีวิตเรียบง่าย เขาทำได้เพียงแค่สอนหาของป่านำไปขายเลี้ยงชีพ  เหมยซิงของเขามองโลกงดงามเกินไป  นางถูกทำร้ายหนักหนาเพียงใดหนอ  จึงอยู่ในสภาพนั้น  เขาไม่เชื่อสุดจิตสุดใจว่าลูกรักจะเป็นขโมยได้  ยังไม่ทันมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง นางถูกหามทิ้งในป่าช้าอย่างอนาถ   ยามนั้นเขาคิดเพียงขอได้เห็นหน้าลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย  ได้ฝังนางอย่างสงบ แต่นางกลับฟื้นขึ้นมา  ดวงตาของนางจ้องมองเขาราวกับจะยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองก่อนหมดสติไปอีกครั้ง เขาที่ขาพิการต้องแบกร่างเบาหวิวของลูกสาวขึ้นหลังกลับมาที่กระท่อมหลังน้อย  โชคดีที่พวกเขาอาศัยอยู่ตีนเขาห่างไกลในเมือง  ไม่มีใครพูดถึงเรื่องเหมยซิงอีก  เขาเองกลับเป็นฝ่ายลังเลที่จะไปทวงความยุติธรรมดีหรือไม่  แต่เห็นนางฟื้นอีกครั้งและจำอะไรไม่ได้ เขาจึงล้มเลิกไป

ติงเชาเห็นความห่างเหินของเหมยซิงกับตนก็อดถอนหายใจไม่ได้  แต่อย่างไรนางก็เป็นหญิงและเป็นเพียงลูกบุญธรรมที่เขาเก็บมาเลี้ยง  สนิทสนมเกินไปย่อมไม่ดี แต่กระนั้นเหมยซิงก็ยังดีกับน้องๆ ทุกคน

“ท่านพ่อตื่นหรือยังเจ้าคะ”  เหมยซิงโผล่หน้าเข้ามาถาม  นางพูดจาเลียนแบบเหมยลี่  เพราะมีประสบการณ์จากการเป็นนักแสดงมา เลยพูดจาทำนองนี้นางฝึกเล็กน้อยก็คุ้นชินแล้ว

“ตื่นแล้ว”

“ข้าต้มโจ๊กไว้แล้ว ท่านลุกขึ้นมากินสักนิดเถิด” 

นางเข้าไปประคองพ่อบุญธรรมให้ลุกขึ้นนั่ง  เสียดายที่นางไม่รู้เรื่องสมุนไพรอะไรนัก  แต่หลังจากฟื้นมาในร่างเหมยซิงได้ครบเดือน  นางชินกับสภาพร่างกายนี้แล้ว และคิดว่าถึงเวลาที่ต้องขึ้นเขาสำรวจดูอะไรๆ เสียหน่อย   หากจะต้องใช้ชีวิตในโลกนี้ก็คงต้องหาหนทางใช้ชีวิตแบบโบราณเสียหน่อย เด็กๆ ต้องกินอาหารให้เต็มท้อง พื้นที่หลังผ่านสงครามมากำลังฟื้นตัว นางคงจะพอหาอะไรมาเพาะปลูก  นางมีแรงงานเป็นเด็กชายสามคน ส่วนน้องเล็กให้คอยดูแลปรนนิบัติพ่อบุญธรรมไปก็แล้วกัน

“ท่านพ่อ ข้าอยากขอยืมอุปกรณ์ล่าสัตว์ของท่าน”

“หือ? เจ้าใช้เป็นหรือไร”  ติงเชาอดถามกลับไม่ได้

“แค่เอาไว้ป้องกันตัว”  นางหมายถึงมีดพร้าไม่ได้หมายถึงธนูเก่าๆนั้น  นางชำนาญไม้พลองมากกว่า แม้ชีวิตของพันดาว ใช้ไม้พลองเป็นเครื่องมือการแสดง แต่ในโลกของเหมยซิง นางคงจะได้ใช้มันป้องกันตัว 

แถวนี้ไม่เคยได้ยินเรื่องสัตว์ร้ายมานานแล้ว  เขาจึงวางใจให้ลูกสาวคนโตเข้าป่า “เอาติงหยี่ ไปด้วยกันซิ”

“ไม่ดีกว่า ข้าอยากไปตามลำพัง”   ความจริงนางอยากหาที่ฝึกฝนร่างกายด้วย ศิลปะการต่อสู้ที่ลุงทองดีสอนมา หากไม่ฝึกฝนอยู่เสมอ นางกลัวว่าตนเองจะลืมแม่ไม้หมัดมวยที่เรียนมาเสียหมด   ไม่รู้ว่าคนที่นี่มี

วรยุทธแบบในภาพยนตร์จีนกำลังภายในที่เคยดูมาหรือเปล่านะ

“แต่”

“ข้าไม่เป็นอะไรจริงๆ” เหมยซิงหัวเราะร่า “คนที่เคยถูกทิ้งในป่าช้าอย่างข้าคงไม่มีใครกล้าทำอะไรหรอก”.


****************************************
"ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์" นิยายจีนย้อนยุคผลงานเล่มล่าสุดที่ติดอันดับหนังสือขายดีอย่างรวดเร็วของ “เพลงมีนา” งานเขียนชุดนี้เป็นงานเบาๆ สบายๆ ให้อ่านกันเพลินๆ รับอากาศร้อนของบ้านเรา
ในราคาพิเศษเพียง 89 บาทเท่านั้น
สนใจอ่านคลิ๊กได้เลยครับ


อีกหนึ่งนิยายแนวจีนย้อนยุคของ "เพลงมีนา" ที่อยากจะแนะนำคือเรื่อง
"ท่อนแขนมังกร" ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ติดอันดับหนังสือขายดีอย่างรวดเร็วจนมีเสียงเรียกร้องให้ทำเป็นหนังสือเล่ม
ซึ่งก็มียอดจองพอประมาณและสามารถขายหมดอย่างรวดเร็ว
วันนี้เราลดราคาให้โหลดอ่านในราคา 199 บาท (มีจำนวน 699 หน้า)
สนใจอ่านคลิ๊กได้เลยครับ

อีกหนึ่งผลงานที่อยากแนะนำของ "เพลงมีนา" คือ
"บุปผาต้องมนตร์" เป็นนิยายภาคต่อของ "บุปผาร่ายรัก" ซึ่งเรื่องนี้ได้การันตีความแรง 5 วันกับยอด 110 โหลด จนติดอันดับหนังสือขายดีอีกหนึ่งเล่ม หากต้องการอ่านเล่มนี้ควรที่จะอ่านภาค 1 ก่อน (บุปผาร่ายรัก) ถึงจะรู้เนื้อเรื่องที่ผ่านมา
สนใจอ่านคลิ๊กได้เลยครับ


เชิญพบกับนิยายจีนย้อนยุค "บุปผาร่ายรัก" ภาคแรกของเรื่อง "บุปผาต้องมนต์" ซึ่งเล่มแรกนี้ก็การันตีความแรงติดอันดับหนังสือขายดีเพียงลงขายไม่กี่สัปดาห์
สนใจอ่านคลิ๊กได้เลยครับ

เชิญติดตามนิยายของ "เพลงมีนา" และของ "ผิงดาวสำนักพิมพ์"
ในรูปแบบ E-Books ได้ตามรายชื่อด้านล่างนี้
ประเภทนิยายจีนย้อนยุค

บุปผาร่ายรัก (นิยายจีนย้อนยุค) 18+

บุปผาต้องมนตร์ (ภาคต่อบุปผาร่ายรัก)

ท่อนแขนมังกร
ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์
ประเภทนิยายซีรีย์

บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ชุดดวงใจมาเฟีย 18+)

เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย (ชุดดวงใจมาเฟีย18+)
กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ชุดดวงใจมาเฟีย18+)
ปรารถนาแห่งฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ทาสรักลำน้ำไนล์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ลิขิตรักในเพลิงทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เล่ห์รักจรัสทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เม็ดทรายใต้เรียวรุ้ง (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
มนต์ทรายเสน่หา (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)

ประเภทนิยายทั่วไป 18+

เล่าเรื่องลับฉบับรักร้อน 18+

แผนลวงบ่วงเสน่หา 18+
ทรายพราวแสง 18+
หนี้รัก จอมพยศ 18+
เรือนกระดังงา 20+
สาปรักรัตติกาล 18+
กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+
ร้ายรักกลซาตาน 18+
ให้กำลังใจนักเขียนโปรดโหลดอ่านผลงานเล่มอื่นๆ ในรูปแบบ E-Books ได้นะครับ และขอเชิญติดตามผลงานของ เราได้ที่แฟนเพจสำนักพิมพ์ "ธารจันทร์สำนักพิมพ์" หรือ "ผิงดาวสำนักพิมพ์" หรือแฟนเพจของ "เพลงมีนา" ขอบคุณครับ.


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha