วางใจเถอะ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น

โดย: เพลงมีนา



ตอนที่ 5 : มีอะไรรึอาหมาน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 4.

มีอะไรรึอาหมาน

          บุรุษวัยสามสิบปีนามว่าเสียเอี๋ยนยืนอยู่ริมหน้าผา  สายตากวาดมองไปยังเบื้องล่างคล้ายรอคอยบางสิ่ง  สายลมสงบไม้ไหวขยับไหวเพียงเล็กน้อย  ผีเสือปีกขาวพิสุทธิ์สะท้อนแสงอาทิตย์งามระยิบระยิบโบยบินอย่างอ้อยอิ่งมาเบื้องหน้า จนกระทั้งชายหนุ่มยื่นปลายนิ้วออกไป มันจึงเกาะที่นิ้วเรียวของเขา

            “กลับมาแล้วรึ”  เขาเอ่ยกับผีเสื้อตัวน้อย ยกปลายนิ้วขึ้นเสมอระดับสายตา  นี่มิใช่ผีเสื้อธรรมดาแต่เป็นภูตผีเสื้อที่ถูกร่ายมนตร์ให้ติดตามหาข่าวสารของคนผู้หนึ่งที่เขาออกตามหานานนับเดือนแล้ว

            “ข้ารู้ว่าเจ้าเหนื่อย แต่ข้าจำเป็นต้องรีบค้นหาคนผู้นั้น เจ้าช่วยนำทางไปทีเถิด” 

            ผีเสื้อกระพือปีกบินขึ้นอีกครา  มันบินวนเวียนชายที่แต่งกายราวนักพรตแล้วบินนำไปเบื้องหน้า แม้ผีเสื้อจะโบยบินห่างออกไปแล้ว แต่มีลำแสงสีขาวที่มีเพียงเสียเอี๋ยนเท่านั้นที่มองเห็นเป็นเครื่องหมายนำทาง  เขาพยักหน้าอย่างพอใจ กระโจนขึ้นหลังอาชาสีนิลแล้วบังคับม้าให้ติดตามผีเสื้อโบยบิน

            หนึ่งเดือนเต็มกับการตามหาซุนเว่ยหมิน   สิ่งที่เขาตามหามิใช่ร่างกายแต่เป็นดวงจิตของซุนเว่ยหมิน   เขาส่งร่างของซุนเว่ยหมินกลับเมืองหลวงไปนานแล้ว ตั้งแต่เกิดเหตุลอบทำร้ายและก้อนหินถล่ม ทำให้ซุนเว่ยหมิงบาดเจ็บสาหัส  จนปานนี้ยังไม่ฟื้น แต่สาเหตุที่ไม่ฟื้นมิใช่เพราะแค่เขาได้รับบาดเจ็บเท่านั้น แต่เพราะดวงจิตของเขาหลุดออกจากร่างไป  นี่ก็ครบหนึ่งเดือนแล้วที่ดวงจิตนั้นหลุดออกจากร่าง มีเวลาเพียงแค่สี่สิบเก้าวันเท่านั้น เขาต้องเร่งรีบหาดวงจิตของซุนเวยหมินให้พบ  เขาได้ใช้ภูตผีเสื้อออกตามหา มาบัดนี้เพิ่งได้ทราบข่าว  หัวใจของเขายิ่งตื่นเต้นและเป็นทุกข์พร้อมกัน

            ซุนเว่ยหมินเป็นคนที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เขาเป็นถึงอนุชาของเต๋อเฟย  สนมคนโปรดขององค์ฮ่องเต้ แม้ท่าทางเหมือนคุณชายไม่เอาไหน แท้จริงแล้วเขาเสมือนมือขวาขององค์ฮ่องเต้  ได้รับแต่งตั้งเป็นจวิ้นอ๋อง มอบทหารหนึ่งแสนนายเพื่อปกป้องราชวงศ์ 

            ซุนเว่ยหมินไม่คิดว่าชีวิตจะมีวันที่ตัวเองตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้

            เอ่ยปากส่งเสียงสื่อสารกับใครก็ได้เพียงแค่เสียงอือๆอาๆ ครางเครือในลำคอ  ขยับร่างกายได้แค่ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้าและใบหน้า ส่วนอื่นของร่างกายไม่อาจเคลื่อนไหวได้ตามใจเลยสักนิด  เรื่องที่น่าสมเพชที่สุดคือการขับถ่ายที่เขาไม่อาจทำได้ด้วยตนเอง อาศัยเพียงเหมยซิงจัดการเช็ดทำความสะอาดให้อย่างไม่รังเกียจ   เขาอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ชีวิตคนเราต้องพบเจอมากเพียงใดถึงทำเรื่องพวกนี้ได้อย่างหน้าตาเฉยเช่นนี้

            ร่างกายที่ไม่ใช่ของเขาเริ่มดีขึ้น ร่องรอยบอบช้ำจางไปมาก  แต่ก็ยังคงสภาพความเป็นผัก เช่นเดิม  เมื่อเขาไม่มีไข้แล้ว เหมยซิงก็กังวลว่าเขาจะนอนให้ห้องเหม็นอับอย่างเบื่อหน่าย จึงแบกร่างผักนี้ขึ้นหลังมานั่งอยู่ที่ลานกว้างของบ้าน  ได้รับแสดงแดดอ่อนๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก

            หากไม่นับร่างกายที่มีสภาพเป็นผักเช่นนี้  ชีวิตความเป็นอยู่อันแสนยากจนทว่าเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนี้ก็นับว่ามีความสุขมากนัก  ติงเชาที่เด็กๆ เรียกพ่อบุญธรรมเป็นพรานป่าอาศัยหาของป่าเลี้ยงชีพ เขาเองไม่รู้ความเป็นมาเป็นไปของติงเชา แต่เหมยซิงและเด็กๆ ที่นี่เป็นผู้ที่หลงเหลือจากสงครามเมื่อหกปีก่อน  ผลัดพรากจากพ่อแม่ญาติพี่น้องหรืออาจตายจากกันไปแล้ว  พวกเขาจึงอยู่ที่นี่กันอย่างเรียบง่าย ไม่นานมานี่ติงเชาเกิดเจ็บป่วยทำให้เหมยซิงไปทำงานในบ้านเศรษฐีเป็นหญิงรับใช้ และถูกทำร้ายปางตาย ทำให้นางกลับมาอยู่ที่เดิมนี่

            เขาเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมนี่เป็นมาอย่างไร  แต่เหมยซิงเองคงเข้าใจไปว่าเจ้าของร่างนี้เป็นเช่นเดียวกับนาง เพราะนาง เก็บเขามาจากป่าช้า

            นอกจากปลายนิ้วมือและเท้าแล้ว ก็มีเพียงดวงตาที่กลอกไปมาได้ตามใจซึ่งยามนี้เขาเฝ้ามอง ร่างของเด็กสาวผอมบางที่ควงไม้พลองอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางเสียงปรบมือของน้องๆ

            “พี่สาวเก่งแบบนี้ไปขายศิลปะในเมืองคงได้หลายเงินเป็นแน่”  ติงเกาพูดขึ้นแล้วทำท่าหมุนตัวเลียนแบบพี่สาว

            “ขายศิลปะคืออะไร?”  

เหมยซิงถามพลางเช็ดเหงื่อบนใบหน้าด้วยท่อนแขน  อยู่ที่นี่มาสองเดือนเริ่มชินกับร่างกายนี้แล้ว พอได้ขยับตัวบ่อยการเคลื่อนไหวบ่อยๆ ก็เริ่มคุ้นชิน นางฝึกยืดหยุนตัวเหมือนตอนที่ยังเป็น พันดาวในทุกวันนางมีตารางฝึกออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องแคล่วพร้อมรับทุกบทบาทที่ได้รับมา

            “ก็ไปแสดงศิลปะการต่อสู้ แลกเงินหรือข้าวสารของกินได้”  ติงเกาพูดด้วยรอยยิ้มมีความหวัง “พี่สาวสอนข้าบ้างซิ”

            เหมยซิงพยักหน้าเข้าใจ คงจะเหมือนกับ เปิดหมวก ละซิ  ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดี  นางอยากหาเงินซื้อข้าวสารมาตุนไว้ให้น้องๆ  เมล็ดพันธ์พืชที่ได้มาก็ลงแรงเพาะปลูกไปแล้ว  ช่วงนี้อาการพ่อบุญธรรมดีขึ้นก็ลุกขึ้นมาสอนนางใช้ธนูล่าสัตว์  นางจึงได้รื้อเอาเครื่องมือล่าสัตว์ของบิดาออกมาซ่อมแซม   นางรู้ว่าพ่อบุญธรรมดูประหลาดใจที่นางสนใจเรื่องพวกนี้ แต่นางก็ใช้รอยยิ้มกลบเกลือนทำให้ติงเชาไม่เอ่ยถามอะไร  สอนให้นางรู้เครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้อย่างเต็มใจ

            หญิงสาวหันมาทางชายหนุ่มที่ทุกคนในบ้านต่างตกลงใจที่จะเรียกเขาว่า อาหมาน ติงปิงบอกว่า หมาน แปลว่า เต็ม  แม้สีหน้าคนถูกเรียกจะไม่เต็มใจแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้  นางเห็นเหมยลี่ช่วยหวีผมให้อาหมานแล้วก็กระโดดลงมายืนจ้องมองชายหนุ่มที่กระตุกกระติกตัวไม่ได้แล้วยิ้มอย่างภูมิใจ

            “เหมยลี่เก่งจริงๆ”  นางเอ่ยชมน้องสาวคนเล็ก แล้วเดินไปใกล้แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าซับน้ำลายที่มุมปากให้อาหมาน ดูเขาอึดอัดใจที่นางคอยดูแลเขาเช่นนี้

            “อย่าคิดมาก ข้าเคยดูแลคนอาการหนักกว่าเจ้าอีก  ถึงบ้านนี้จะมีเด็กผู้ชายแต่เขาก็เด็กเกินกว่าให้มาทำอะไรพวกนี้เอง ให้ข้าจัดการให้เถอะ เจ้าก็ทำเป็นมองไม่เห็นก็ได้”

            นางพยายามไม่ให้เขาคิดมาก แต่ดูท่าเขาจำยอมอย่างจนใจ นางประเมินอาหมานว่าเขาคงอายุประมาณยี่สิบนิดๆ หรือไม่เกินนี้  ถ้านับตามอายุ พันดาว แล้วละก็ ชายผู้นี้ก็เป็น น้อง ของนางอีกด้วย และความที่เขาผอมบางมาก ทำให้นางสามารถใช้ร่างเหมยซิงเด็กสาวอายุสิบหกแบกเขาไปโน้นมานี่ได้อย่างไม่ลำบากนัก

            สองเดือนกับการอยู่ในร่างเหมยซิง  บางทีนางก็อดคิดไม่ได้ว่า อาจเป็นชะตาลิขิตให้นางต้องมาใช้ชีวิตที่นี่ก็เป็นได้  ถ้านางไม่เคยเป็นสตั๊นท์เกิร์ลมาก่อน คงใช้เครื่องมือล่าสัตว์ไม่เป็น ถ้านางไม่เคยออกค่ายอาสา นางคงไม่รู้วิธีเพาะปลูก และถ้านางไม่เคยดูแลคุณตาข้างบ้าน นางก็ไม่รู้ว่าจะดูแลอาหมานอย่างไร

พอคิดแบบนี้แล้วนางมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตในโลกแปลกประหลาดใบนี้ และเมื่อไหร่ที่นางคิดถึงลุงทองดี นางก็จะดูตั้งใจดูแลพ่อติงเชาและน้องๆ ให้มาก

            ซุนเว่ยหมินมองร่างบอบบางเดินเอาผ้าที่เช็ดน้ำลายของเขาไปซักแล้วก็ถอนหายใจเบาๆ  ชีวิตเขาจะต้องอยู่ในสภาพนี้ไปนานเพียงใด คนที่เคยทำอะไรด้วยตัวเองได้ทุกอย่าง มาเวลานี้ไม่อาจทำอะไรได้เลย ศักดิ์ศรีที่เคยมีท่วมท้น ยามนี้แทบไม่มีสิ่งนั้นเหลือแล้ว  แต่เขายังพอมีหวัง บ้างทีอย่างน้อยเขาเริ่มเปล่งเสียงได้มากขึ้น ขยับข้อมือได้ ลองฝึกยกแขนแม้จะขึ้นเหนือพื้นมาเล็กน้อยแต่ก็นับว่าดี ขอเพียงเขาขยับมือเขียนจดหมายได้ เขาก็จะสามารถติดต่อผู้อื่นได้

            ในขณะที่ใจพะวงหาวิธีการติดต่อกับผู้อื่น  เขาเห็นผีเสื้อสีขาวพิสุทธิ์ตัวหนึ่งโบยบินวนเวียนอยู่เบื้องหน้า ขณะที่จับจ้องมองผีเสื้อแปลกตาตัวนี้มันก็บินมาเกาะที่ปลายจมูกของเขา  เขาหรี่ตามองผีเสื้อตัวนี้ด้วยความรู้สึกคุ้นตา 

            “อืออออ....”

            เหมยซิงที่มักจะไวกับปฏิกิริยาของอาหมานจึงหันมาทันที เห็นเพียงเขามีสีหน้าตื่นเต้นและส่งเสียงครางครือในลำคอเท่านั่น นางเอียงคอมองอย่างประหลาดใจแล้วเดินกลับมานั่งจ้องหน้าชายหนุ่มแล้วเอ่ยถาม

            “มีอะไรรึอาหมาน”

            “อืออออออ...”

            “หือ?”  นางรู้สึกเหมือนเขาพยายามจะบอกอะไรนาง แต่คราวนี้นางไม่เข้าใจจริงๆ ได้แต่หันซ้ายหันขวามองตามลูกตาดำของเขาที่กลอกไปมา  ยังไม่ทันได้ค้นหาคำตอบ นางได้ยินเสียงม้าอยู่หน้าบ้าน  บ้านที่ไม่ค่อยมีใครผ่านมานักทำให้เด็กๆ และพ่อบุญธรรมหยุดการเคลื่อนไหวและหันไปมองทางประตูหน้าบ้าน

            บุรุษในชุดดำก้าวพรวดพราดเข้ามาในลานกว้างอย่างไม่เกรงใจและมารยาทเจ้าของบ้าน เขากวาดตามองราวกับไม่เห็นผู้ใดในสายตา จับจ้องไปเพียงยังชายที่นั่งเอนหลังนิ่งๆ เบิกตากว้างด้วยความดีใจ

            “ท่าน...”  เสียเอี๋ยนก้าวเร็วๆ มาคุกเข่าเบื้องหน้า กำลังจะเรียกชื่ออีกฝ่ายแต่ตระหนักได้ว่าคนที่อยู่เบื้องหน้านี้แม้มีดวงจิตของท่านอ๋องซุนเว่ยหมินที่เขาตามหามานานนับเดือน ทว่าร่างกายและใบหน้าไม่ใช่ของท่านอ๋อง  เป็นใบหน้าและร่างกายของ...

            เสียเอี๋ยน!’

            “คุณชาย...”  เสียเอี๋ยนนอกจากจะฝึกยุทธแล้ว เขายังมีความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่ผู้อื่นมองไม่เห็น  เป็นพรสวรรค์ที่ได้รับมาตั้งแต่เกิด แต่ทำให้ผู้อื่นหวาดกลัว บิดามารดาจึงยกเขาให้นักพรตท่านหนึ่งเลี้ยงดู ทำให้เขาได้ร่ำเรียนเวทมนตร์คาถาต่างๆ พอที่จะเรียกสัตว์ใช้สัตว์อาคมติดตามหาผู้ที่ต้องการพบตัวได้เช่นนี้

            “คุณชาย?”  เหมยซิงที่อยู่ใกล้ที่สุดออกมายืนขวาง แม้คนผู้นี้ทำท่าสนิทสนมกับอาหมาน แต่เขาจู่ๆ เข้ามาแบบนี้ก็ไม่ค่อยน่าไว้ใจนัก

            “ขออภัยทุกท่าน”  เสียเอี๋ยนลุกขึ้นประสานมือคาวระเด็กสาวและหันไปทางชายที่อยู่ไม่ไกลนัก “ข้าชื่อเสียเอี๋ยนได้รับคำสั่งให้ออกติดตามหาคุณชายหานมานับเดือนแล้ว เมื่อทราบว่าคุณชายอยู่ที่นี่จึงได้รีบเข้ามา บุกรุกบ้านของพวกท่านโดยมิได้ตั้งใจ โปรดอภัยให้ด้วย”

            “คุณชายหาน?”  เหมยซิงขมวดคิ้วแล้วหันไปทางอาหมาน  เนื่องจากนางดูแลเขามาจนพอจะเข้าใจสายตาของเขาแล้ว จึงเห็นแววตาของเขามีประกายตื่นเต้นยินดี ซึ่งแสดงว่าต้องรู้จักกับคนผู้นี้

            ไยเรียกข้าว่าคุณชายหาน

            ซุนเว่ยหมินาส่งเสียงถามอยู่ในใจ แต่เสียเอี๋ยนที่มีพรสวรรค์เรื่องเร้นลับเหนือธรรมชาติกระตุกมุมปากยิ้มเล็กน้อย ตอบกลับด้วยเสียงที่มีแต่ซุนเว่ยหมินที่ได้ยินเช่นกัน

            ก็ร่างที่ท่านอ๋องยืมใช้อยู่นี่เป็นร่างของคุณชายหานหงปิง ข้าจำเป็นต้องเรียกท่านว่าคุณชายหานนะซิ!’

            “อาหมาน เจ้ารู้จักชายผู้นี้หรือไม่”  เหมยซิงถามเพื่อความแน่ใจ เห็นใบหน้านั้นพยักหน้าลงเล็กน้อย นางก็พยักหน้ารับหันไปทางพ่อบุญธรรมของและน้องๆที่ยืนมองอย่างงุนงง

            “อาหมานรู้จักชายผู้นี้”  นางเอ่ยขึ้นแต่ยังไม่ค่อยไว้ใจนัก จู่ๆ โผล่เข้ามาก็น่าสงสัยไม่น้อย  “เหตุใดท่านจึงรู้ว่าอาหมานอยู่ที่นี่”

            “อาหมาน?”  เสียเอี๋ยนทำหน้างุนงง กลอกตามองไปยังซุนเว่ยหมินที่พยักหน้าเล็กน้อย

            นางเรียกข้าว่าอาหมาน

            “อ้อ! คุณชายของเราถูกลอบทำร้าย ข้าได้ส่งคนออกติดตามมานานนับเดือนแล้ว และมีคนส่งข่าวว่าน่าจะอยู่แถบนี้ ทีแรกคิดจะเข้ามาสอบถาม แต่พอเห็นคุณชายก็ดีใจเกินไปจนลืมมารยาทไปสิ้น”

            เหมยซิงที่ยืนกอดอกแหงนหน้ามองชายที่เข้ามาใหม่อย่างประเมิน  มีความแคลงใจอยู่บ้าง เพราะบ้านของนางห่างไกลผู้คน ไม่คิดว่าจะมีใครล่วงรู้ว่าที่บ้านของนางรับคนแปลกหน้ามาอยู่เพิ่ม

            “ทุกท่าน ข้าขอคุยกับคุณชายสักครู่เถิด”

            “ท่านจะคุยได้อย่างไร อาหมานพูดไม่ได้”

            “อะไรนะ!  เสียเอี๋ยนทำหน้าตกใจ ลืมไปว่าที่เขาสนทนากับซุนเว่ยหมินนั้นใช้การพูดด้วยกระแสจิต แม้ได้ขยับปากส่งเสียจึงคุยกันได้

            “ท่านเป็นคนดูแลอาหมานมิรู้หรือ?”  เหมยซิงหาทางจับผิดทุกทาง

            “เพราะดีใจที่ได้พบจนลืมไป”  เขายิ้มแก้เก้อ

            “ให้ข้าอยู่เป็นเพื่อนหรือไม่”  นางถามจ้องตาเขาอย่างจริงจัง เห็นใบหน้านั้นส่ายไปมาช้าๆ จึงได้แต่พยักหน้ายอมรับ

            “ข้าจะเอาน้ำชามาให้ รอสักครู่”

            “ขอบใจแม่นางน้อยมาก”

            นางจำใจต้องถอยห่าง พาน้องๆ ออกมารวมทั้งพ่อบุญธรรมด้วย เหมยลี่เบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ ทำให้เหมยซิงอุ้มน้องสาวตัวเล็กขึ้นมาหอมแก้มนุ่มๆ เล่น

            “เหมยลี่คนดีเป็นอะไรไป”

            “เขาจะเอาอาหมานไป”

            “อาหมานไม่ใช่ของเราเสียหน่อย”  ติงเกาพูดขึ้น

            “ถ้าเป็นญาติของอาหมานจริงๆ ก็ดีซิ อาหมานจะได้กลับบ้านไง”  ติงหยี่ปลอบน้องสาวตัวเล็ก เขารู้ว่าเหมยลี่มองอาหมานเหมือนของเล่นที่นางประคบประหงมดูแล

            “ใช่ๆ อาหมานไม่สบายกลับบ้านไปจะได้มีหมอรักษาอย่างไรเล่า” ติงปิงเองก็ช่วยปลอบน้องสาวไปด้วย

            แต่ทั้งหมดที่พูดมาเหมือนจะปลอบใจเหมยซิงด้วยเช่นกัน  นางดูแลเขามาเกือบครึ่งเดือน แม้รู้ว่าวันหนึ่งเขาต้องกลับไปในที่ที่จากมา

แต่นางก็อดเศร้าใจไปด้วยไม่ได้

            เด็กๆ มัวแต่ซ่อนความเศร้าที่อาหมานจะจากไป มีแต่ติงเชาที่รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ทั้งการมาของชายที่เรียกตัวเองว่า เสียเอี๋ยน และคนที่ลูกสาวแบกมาจากป่าช้าที่ชายผู้นั้นเรียก คุณชายหานหงปิง  หากอาหมานเป็นคุณชายหานหงปิงตัวจริง  ไยเหมยซิงจึงจำไม่ได้ว่าคนที่นางดูแลเป็นคุณชายหาน

            เพราะบ้านเศรษฐีที่นางไปเป็นหญิงรับใช้นั้นคือบ้านตระกูลหาน!  คนพวกนั้นลงโทษนางและเอานางไปโยนทิ้งในป่าช้าราวเศษสวะชิ้นหนึ่ง!.

****************************************
"ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์" นิยายจีนย้อนยุคผลงานเล่มล่าสุดที่ติดอันดับหนังสือขายดีอย่างรวดเร็วของ “เพลงมีนา” งานเขียนชุดนี้เป็นงานเบาๆ สบายๆ ให้อ่านกันเพลินๆ รับอากาศร้อนของบ้านเรา
ในราคาพิเศษเพียง 89 บาทเท่านั้น
สนใจอ่านคลิ๊กได้เลยครับ



อีกหนึ่งนิยายแนวจีนย้อนยุคของ "เพลงมีนา" ที่อยากจะแนะนำคือเรื่อง
"ท่อนแขนมังกร" ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ติดอันดับหนังสือขายดีอย่างรวดเร็วจนมีเสียงเรียกร้องให้ทำเป็นหนังสือเล่ม
ซึ่งก็มียอดจองพอประมาณและสามารถขายหมดอย่างรวดเร็ว
วันนี้เราลดราคาให้โหลดอ่านในราคา 199 บาท (มีจำนวน 699 หน้า)
สนใจอ่านคลิ๊กได้เลยครับ

อีกหนึ่งผลงานที่อยากแนะนำของ "เพลงมีนา" คือ
"บุปผาต้องมนตร์" เป็นนิยายภาคต่อของ "บุปผาร่ายรัก" ซึ่งเรื่องนี้ได้การันตีความแรง 5 วันกับยอด 110 โหลด จนติดอันดับหนังสือขายดีอีกหนึ่งเล่ม หากต้องการอ่านเล่มนี้ควรที่จะอ่านภาค 1 ก่อน (บุปผาร่ายรัก) ถึงจะรู้เนื้อเรื่องที่ผ่านมา
สนใจอ่านคลิ๊กได้เลยครับ


เชิญพบกับนิยายจีนย้อนยุค "บุปผาร่ายรัก" ภาคแรกของเรื่อง "บุปผาต้องมนต์" ซึ่งเล่มแรกนี้ก็การันตีความแรงติดอันดับหนังสือขายดีเพียงลงขายไม่กี่สัปดาห์
สนใจอ่านคลิ๊กได้เลยครับ

เชิญติดตามนิยายของ "เพลงมีนา" และของ "ผิงดาวสำนักพิมพ์"


ในรูปแบบ E-Books ได้ตามรายชื่อด้านล่างนี้
ประเภทนิยายจีนย้อนยุค

บุปผาร่ายรัก (นิยายจีนย้อนยุค) 18+

บุปผาต้องมนตร์ (ภาคต่อบุปผาร่ายรัก)

ท่อนแขนมังกร
ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์
ประเภทนิยายซีรีย์

บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ชุดดวงใจมาเฟีย 18+)

เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย (ชุดดวงใจมาเฟีย18+)
กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ชุดดวงใจมาเฟีย18+)
ปรารถนาแห่งฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ทาสรักลำน้ำไนล์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ลิขิตรักในเพลิงทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เล่ห์รักจรัสทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เม็ดทรายใต้เรียวรุ้ง (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
มนต์ทรายเสน่หา (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)

ประเภทนิยายทั่วไป 18+

เล่าเรื่องลับฉบับรักร้อน 18+

แผนลวงบ่วงเสน่หา 18+
ทรายพราวแสง 18+
หนี้รัก จอมพยศ 18+
เรือนกระดังงา 20+
สาปรักรัตติกาล 18+
กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+
ร้ายรักกลซาตาน 18+
ให้กำลังใจนักเขียนโปรดโหลดอ่านผลงานเล่มอื่นๆ ในรูปแบบ E-Books ได้นะครับ และขอเชิญติดตามผลงานของ เราได้ที่แฟนเพจสำนักพิมพ์ "ธารจันทร์สำนักพิมพ์" หรือ "ผิงดาวสำนักพิมพ์" หรือแฟนเพจของ "เพลงมีนา" ขอบคุณครับ.



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha