วังวนอสูร ซีรี่ส์อสูรร้าย

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 8 : พี่ชายขี่ม้าดำ (ดุด้วย)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



            



เมื่อคันธารัตน์พาร่างบางกลับมาถึงห้องก็ปล่อยหญิงสาวออกจากอ้อมกอดเดินกลับไปปิดประตูแล้วหันกลับมามองหน้าหญิงสาวที่ยังยืนกอดตัวเองด้วยความสบสัน

นี่ลูคัสแอบรักเธองั้นหรือ... เมื่อไรกันทำไมเธอถึงไม่รู้ตัวเลยว่าเขามีใจให้ตลอดมา

“เกิดอะไรขึ้นทำไมลุคถึงทำแบบนั้น” เคนเอ่ยถามน้องสาวต่างสายเลือดด้วยความอยากรู้สิ่งที่เหตุให้เกิดเรื่องไม่งามขึ้นมา

“ลุคบอกรักแอล” หญิงสาวกล่าวเสียงแผ่วเบาดวงตาทั้งสองข้างกลอกไปมาเหมือนกำลังทบทวนความทรงจำต่างๆยามที่ลูคัสอยู่เคียงข้าง

ชายหนุ่มเม้มปากแน่นสนิทคำว่าลุคบอกรักหญิงสาวทำไมมันถึงได้ทำให้

รู้สึกเขาใจหายวูบพูดไม่ออกสมองว่างเปล่าร่างกายร้อนวูบขึ้นมาเหมือนจะโมโห

คงเพราะหวงน้องสาวละมั้ง เขาคิด

“แล้วแอลตอบว่าไง ลุคถึงได้...” ด้วยความอยากรู้คำตอบที่แท้จริงจากปากของหญิงสาวดูเหมือนสมองของเขาจะหยุดคิดเรื่องทุกอย่างแล้วตั้งใจฟังคำตอบจากปากเธอชัดๆ

“แต่แอลปฏิเสธ” รสินทราส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมเงยหน้ามองชายหนุ่มซึ่งกำลังลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกโดยไม่รู้ตัว

“เขาก็เลยจะหักหาญใจแอล” คันธารัตน์วิเคราะห์ต่อพลางพยักหน้าเริ่มจับเค้าเรื่องราวได้ประติดประต่อมากขึ้นทั้งกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ฟุ้งออกมาจากลมหายใจของหญิงสาวมันก็ยิ่งทำให้เขาชัดเจนถึงการกระทำของทั้งสองคนความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวเมื่อพอจะรู้เรื่องราวทั้งหมด

“คงไม่แบบนั้น ถ้า...ไม่เมา” แอลพยักหน้าแล้วก้มหน้าไม่กล้าสบสายตาด้วยเกรงพี่ชายจะตำหนิที่ตนดื่มหนัก เพราะถึงจะเสียใจแค่ไหนแต่ก็ไม่ควรประมาทจนเกิดเรื่องแบบนี้หากเคนมาช่วยไว้ไม่ทันเธอคงจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตที่ต้องพลาดท่าให้กับเพื่อนที่แสนจะไว้ใจ

“แล้วทำไมถึงต้องดื่มกันจนเมาล่ะ” พี่ชายทำเสียงหนักขึ้นถึงเวลาที่จะตำหนิน้องสาวเมื่อเห็นว่าสภาพจิตใจของเธอไม่อะไรมาก

“หลังจากที่แอลทะเลาะกับพี่ แอลก็ชวนลุคไปดื่ม” หญิงสาวพูดไม่เต็มปากเมินหน้าหนีไม่สบสายตากับพี่ชายด้วยรู้สึกผิดจริงกับการกระทำของตน

“นี่ต้องถึงขั้นไปดื่มจนมึนเมาขาดสติกันเลยรึยังไง” คันธารัตน์เห็นหล่อนไม่ตอบโต้ก็เอาใหญ่ทำเสียงดังหน้าตาขึงขังให้อีกฝ่ายฝ่ายรู้สึกปิดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“ก็...” รสินทราพูดไม่ออกตอบไม่ถูกเพราะมันความผิดจริงตามที่ชายหนุ่มกล่าวว่าจะโต้เถียงไปก็คงป่วยการเถียงไม่ขึ้นอยู่ดี

“สมใจรึยังล่ะ ทำอะไรไม่ระวังเนื้อระวังตัว ขนาดคนใกล้ตัวยังทำแบบนี้แล้วไม่คิดถึงคนไกลตัวบ้าง” คนดุยิ่งได้ใจถอนหายใจออกมาแรงๆส่ายหน้าใส่อารมณ์เพื่อให้อีกฝ่ายหวาดกลัว

“พี่เคน” เมื่อถูกต่อว่าเอามากๆ หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมองคนใจร้ายที่พูดไม่หยุดปากคนที่กำลังชอกช้ำใจยังพูดจาว่าร้ายไม่เลิก

“สาวนางไปกินเหล้าเมากับผู้ชาย พี่ไม่อยากจะเชื่อว่าแอลจะทำแบบนี้” คันธารัตน์ทำท่าทางเหมือนจะเสียความรู้สึกอย่างแรงเมื่อรู้ว่าน้องสาวที่แสนดีของ

เขาเปลี่ยนไปขนาดนี้

“นี่แอลเพิ่งจะเกือบถูกขืนใจนี่เหรอคำปลอบที่พี่เคนมอบให้” หญิงสาวผู้คาดหวังจะได้รับการปลอบใจอย่างอบอุ่นความรู้สึกเหมือนถูกผลักตกจากที่สูงมันวูบลงมาเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย

“ก็แอลทำตัวแอลเอง ทำไมไม่อยู่ห้อง ทำไมต้องไปดื่มกับมันไว้ใจกันมากเหลือเกินดูไม่ออกรึไงว่ามันคิดยังไงกับตัวเอง” คนรู้มากมีเหตุผลเชื่อมั่นว่าตัวเองถูกรีบกล่าวอย่างมีหลักการน่าเชื่อถือ

“พี่เคนก็ดูออกเหรอ” ร่างบางตกตะลึงเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มมองทุกอย่างออกตั้งแต่ต้นเริ่มหวั่นวิตกปนดีใจว่าเขาจะรู้เรื่องที่เธอทำด้วยรึเปล่า

“ดูออกสิ สายตาที่มับมองแอลมันไม่ใช่เพื่อน” แต่ดูท่าทางเขาจะรู้เพียงแต่สิ่งที่ลุคคิดกับแอลเท่านั้นไม่ทันได้มองเห็นสิ่งที่หญิงสาวคิดกับเขาเลยสักนิดเดียว

รสินทรามองหน้าสบสายตาไม่พูดออกไรออกไปเพราะมันจุกจนพูดไม่ออกทำถึงขนาดนี้แต่สิ่งที่เขามีเพียงข้อบกพร่องของคนอื่นไม่มองเห็นเหตุแห่งการกระทำนั้นๆ

“แล้วดูทำตัวเข้าไปกินเหล้าเมามายกับมัน” เคนยังคำทำตัวเหมือนผู้คุม

หญิงสาวโวยวายมากมายกับการกระทำที่เหลวไหล

“แอลไว้ใจลุค” สองมือบางเริ่มกำแน่นน้ำเสียงที่อ่อนตอนนี้เริ่มแข็งขึ้นภายในโพรงปากกัดแน่นขบกันไปมาเหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเอง เพราะตอนนี้ความรู้สึกของเธอทั้งน้อยใจโกรธเกรียวปนกันไปหมด

“ไว้ใจเหรอแอลยังไงลุคก็ผู้ชายนะ กินเหล้าขาดสติมันก็ทำอะไรได้ทั้งนั้น ยังไงก็ไว้ใจไม่ได้หรอกถึงจะไว้ใจกันมากแค่ไหนก็ตาม” เขาเอาเหตุผลเข้าอ้างเมื่อเห็นสายตาต่อต้านจากหล่อน

หญิงสาวเริ่มนิ่งงันได้แต่ขบฟันไปมาเถียงไม่ขึ้นด้วยตนเองก็ไม่คิดไม่ฝันว่าคนไว้ใจจะทำกันได้ลงถึงแม้จะบอกรักก็เถอะก็ไม่น่าหักหาญจิตใจเธอแบบนั้น

“ที่พี่รู้ก็เพราะพี่ก็ผู้ชายเหมือนกัน” ชายหนุ่มกล่าวต่อเนื่องอยากจะสอนสั่งน้องสาวที่ตนเชื่อว่ายังอ่อนต่อโลกสำหรับเขาขึ้นชื่อว่าผู้ชายก็เหมือนๆกันหมดแม้แต่ตัวเราเองยังอดไม่ได้ที่จะละอายเพราะยังแอบมีความคิดลึกซึ้งเกินเลยกับน้องสาวในระยะหลัง

“พี่รู้ทุกเรื่องแต่ทำไมถึง...” รสินทราเงยหน้ามองชายหนุ่มที่อ้างตนผู้สั่งสอนเหมือนจะรู้จริงรู้ดีทุกอย่างทุกเรื่องแต่กลับไม่รู้เรื่องเล็กๆที่แสนจะสำคัญ

“ทำไม...อะไร...แอล” คนรู้ดีขมวดคิ้วทำหน้างงไม่เข้าใจในความหมายเพราะตอนนี้ดวงตาทั้งสองข้างของเธอเริ่มมีน้ำตาคลอขึ้นมาสายตาคล้ายๆน้อยใจ

“แล้วทำไมพี่เคนดูแอลไม่ออกเลยว่าแอลรู้สึกยังไงกับพี่” ร่างบางสบสายตามองชายหนุ่มอย่างเปิดหัวใจคาดหวังเขาจะรู้ความรู้สึกโดยไม่ต้องออกปาก

“มันไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลยนะแอล” แต่เรื่องแบบนี้คันธารัตน์กลับเหมือนคนโง่มึนงงไม่เข้าใจในคำพูดและการกระทำของเธอ

“ใช่สิคะ ก็ในเมื่อแอลทำทุกอย่างไปก็เพราะพี่ ที่ออกไปกินเหล้ากับลุคก็เพราะแอลเสียใจที่พี่ไม่เข้าใจถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้” หญิงสาวร่ายความจริงทุกอย่างเหตุที่ทำให้เธอต้องทุกข์ใจจนไปดื่มเหล้าเมามายแบบนี้ไม่ใช่เพราะเขาหรอกหรือแล้วจะคนละเรื่องได้อย่างไรกัน

“นี่แอลกำลังจะโทษพี่เหรอ” ชายหนุ่มหน้าเหวอชี้ที่อกตัวเองเมื่อถูกโบยความผิดกลับมาให้เหมือนคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร

“ทำไมพี่เคนไม่เข้าใจอะไรเลย” รสินทราเริ่มขึ้นเสียงมองหาชายหนุ่มที่ไม่มีคำตอบอะไรออกมาจากใบหน้านอกจากความมึนงงมันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดเอาไว้เท่าไร

“จะให้พี่เข้าใจอะไร” ชายที่เก่งแต่ในเรื่องทางธรรมอย่างเขาหรือจะรู้เรื่องยิ่งถูกถามในเรื่องที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุก็ยิ่งทำให้ตนเองไม่เข้าใจกันไปใหญ่โตคิดว่าเธอกำลังเมามากๆ

“ก็สิ่งที่แอลทำไง” รสินทราสะบัดตัวออกห่างบอกกล่าวโยงใยที่ข้องเกี่ยวให้กับชายหนุ่มได้เข้าใจโดยคาดหวังคืนนี้จะให้เขาได้รับรู้ถึงความรู้สึกตนเอง

“กินเหล้าเมามายจะให้พี่มองยังไงล่ะ” คนซื่อบื่อในเรื่องของผู้หญิงยังคงยึดหมั่นถึงการกระทำที่ขาดสติและไร้ซึ่งเหตุผลของหล่อน

“เหตุที่แอลต้องไปกินไงล่ะทำไมไม่มองบ้าง ที่อยากจะเมาเนี่ยเพราะใคร เสียใจเพราะใคร” แอลเริ่มขึ้นเสียงตอบโต้กลับจนแทบจะตะโกนใบหน้าแดงก่ำทั้งฤทธิ์แอลกอฮอร์และเลือดที่ขึ้นหน้า

“แอลทำตัวเหมือนเด็กใจแตกเลยนะ อยู่เมืองนอกมาเกินไปรึไง ถึงไม่รู้ว่าควรรักนวลสงวนตัวไว้เพื่อคนที่รัก” คันธารัตน์ส่ายหน้ากับพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวน่ารักของเขาจะแปรเปลี่ยนไปคนละคนขนาดนี้ ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี

“ก็สงวนไว้ให้แล้วเขาไม่สนใจมองไม่เห็นจะสงวนไว้ให้ทำไมล่ะ” พอถูก

กล่าวหาแรงมือบางก็กำแน่นตอนนี้โกรธพี่ชายที่ตนรักซึ่งทั้งโง่เง่าไม่รับรู้ความรักของเธอเลยสักนิดเดียว

“รสินทรา...” คันธารัตน์ขึ้นเสียงเรียกขานชื่อจริงของเธอ เพราะตนก็เริ่มจะรับไม่ได้กับความก้าวร้าวของเธอเต็มทีเมื่อถึงขั้นขึ้นเสียงกับเขาคงต้องกำราบหนักกว่าเดิม

“ดีล่ะในเมื่อพี่เห็นว่าแอลเด็กใจแตกแอลก็จะใจแตกให้ดู” ร่างบางสะบัดตัวเดินหนีสาวเท้าก้าวเร็วๆไปสู่ประตูห้องพัก

“แอล...” ชายหนุ่มยืนนิ่งเรียกหาเสียงหนักโดยใจหวังว่าน้องสาวจะได้สติและเสียใจที่ขึ้นเสียงและทำกิริยาก้าวร้าวกับตนแล้วหันกลับมาขอโทษ

“อย่ามายุ่งกับแอลนะ” แต่กลับตรงกันข้ามเมื่อเสียงหวานแว๊ดกลับมาแล้วเธอเปิดประตูก้าวออกไปจากห้องอย่างไม่รอช้า

“แอล...” คันธารัตน์เดินตามร่างกึ่งวิ่งของเธอไปทางลิฟต์มือบางกดย้ำๆจนประตูเปิดแล้วเดินหายเข้าไปซึ่งเขาไม่คิดว่าตนเองจะเดินเชื่องช้าขนาดก้าวตามเธอไม่ทัน

“แอลไปไหน” เสียงของชายหนุ่มที่เคนไม่อยากจะเห็นหน้าตอนนี้ดังขึ้น

จากด้านหลังด้วยเพราะได้ยินเสียงทั้งสองมีปากมีเสียงกันได้สักพักก็แอบเงี่ยหูฟังอยู่ในห้องของตนเอง

“นาย...อย่ามายุ่ง” เคนหันกลับมาตะคอกใส่แขกไม่ได้รับเชิญแล้วเดินตามไปที่ลิฟต์คาดหวังจะตามน้องสาวกลับมานอนให้ได้ยังไงซะคืนนี้ก็จะไม่ปล่อยให้เธอทำตัวเหลวไหลที่ไหนอีก

ลูคัสเดินตามมาโดยไม่มีปากเสียงอะไร ด้วยเพราะทั้งพูดไม่ออกกับความผิดของตนและห่วงหญิงสาวไม่มีเขาเธออาจจะเตลิดไปไหนตามแต่ใจเธอโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง

“ถ้าไม่ใช่เพราะนายแอลก็คง” คันธารัตน์ชายตามองคนที่ยืนเคียงข้างอดไม่ได้ที่จะต่อว่าต่อขานในฐานนี้ที่ตนโต กว่าลูคัสก็เปรียบเหมือนน้องชายคนหนึ่งที่เขาว่าได้

“เพราะฉันเหรอ คิดดีๆพ่อคนเก่ง ที่แอลอย่างนี้นี่เพราะฉันเหรอ” ลุคแสยะยิ้มความโง่เง่าของคนไม่ทันความคิดของหญิงสาวไม่อยากจะเชื่อว่าที่เธอร่ายยาวพูดมาตั้งนานเขากลับไม่รู้เรื่องอะไร

“นาย...หมายความว่าไง” เห็นท่าทางของลุคดูเย้ยหยันตนตอนแรกตั้งใจจะ

ต่อว่ากลับแต่คิดไปคิดมาดูเหมือนสองคนนี้พูดเหมือนกัน ดูเหมือนมีบางอย่างที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับหล่อนซึ่งน่าจะเกี่ยวกับเขาด้วย

“เพราะนายตะหาก นายมันโง่” ลูคัสช่วยเปิดทางสว่างให้กับคนสมองทึบชี้ลงไปที่อกของอีกฝ่ายด้วยหัวใจที่เจ็บปวดไม่อยากจะเชื่อว่าตนต้องมาคนเปิดเผยสิ่งที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายได้รู้และได้ไป

“เธอรักนาน รักมานานแล้วและก็เจ็บปวดที่ทำยังไงนายก็ไม่รู้เรื่องสักที”

คันธารัตน์นิ่งเงียบไปอึดใจ ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไรนี่เพราะตนแอลถึงทำเพื่อประชดรักเขางั้นเหรอ

“จะไปช่วยตามแอลไหม”

“ไม่ เชิญนายตามสบายเถอะ” ลูคัสกล่าวอย่างเจ็บปวดทั้งที่ใจของเขาตอนนี้อยากจะตามร่างบางไปใจจะขาดแต่ก็ไม่กล้าเพราะสิ่งที่ทำไปเมื่อครู่เกรงเธอจะยังโกรธเขาอยู่

เมื่อเห็นร่างลูคัสเดินกลับเข้าไปเคนก็หัวเสียแล้วเขาจะไปตามเธอที่ไหนความจริงมากมายที่อยากรู้มากยิ่งขึ้นภาพการกระทำของเธอยั่วยวนเขาต่างๆนาๆก็เพื่อให้เขามองเธอ คิดแล้วก็อดไม่ได้กับความโง่เง่าของตน มือหนาทุบลงไปที่

ปุ่มกดลิฟต์ที่ไม่ยอมเปิดประตูให้เขาตามเธอไปสักที

“โธ่...โว้ย...”

รสินทราไม่ไปไหนไกลเมื่อออกมาจากลิฟต์ได้ก็ปาดใบหน้าให้สดใสขึ้นแล้วเดินเข้าไปยังบาร์ของโรงแรมตนเองพร้อมกวาดสายตาไปรอบๆมองหาเพื่อนนั่งคุยหรือถ้าไม่มีก็จำใจต้องนั่งคนเดียว

“นี่...” หล่อนเดินมุ่งตรงไปยังโต๊ะที่มีชายหนุ่มนั่งกันอยู่สามคนแล้วเอ่ยทักบังคับน้ำเสียงให้ปกติ “นั่งด้วยคนสิ”

“อ้าว...เชิญครับ เชิญ” จอชลุกขึ้นรู้สึกตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอยืนอยู่ด้านหลัง รีบลุกขึ้นจัดแจงเก้าอี้ให้กับเพื่อนอีกสองคน ซึ่งพวกเขาไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนหนุ่มๆ ที่เธอเคยใช้เครื่องมือปั่นหัวพี่ชาย ชายหนุ่มจากบาร์ที่ไปเที่ยวกันนั่นเอง

“ขอบคุณ” รสินทรานั่งข้างที่เก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมพร้อมกับยิ้มหวานให้กับทุกคนสภาพพวกเขาดูท่าจะเมาพอสมควรเพราะดูจากสายตาที่หยาดเยิ้มและใบหน้าที่แดงก่ำคงดื่มกินกันมาตั้งแต่หัวค่ำแล้ว

“ไหนบอกไม่ว่างลงมานั่งด้วยกันไง” มิคชายหนุ่มเสื้อเชิ้ตสีส้มในมือถือ

แก้วเบียร์เอ่ยถามด้วยความอยากรู้เขาล้อมสังเกตสีหน้าของเธอดูเหมือนจะเมามาเหมือนกัน

“เปลี่ยนใจได้ไหมละ” รสินทราเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่โดยไม่รู้พิษภัยของของเล่นที่เล่นด้วยเธอชะม้ายชายตาเล่นหูเล่นตากับหนุ่มๆทั้งสามคนอย่างทั่วถึง

“ได้สิครับ” จอชยิ้มกว้างมือข้างหนึ่งผายออกวางพาดลงที่พนักเก้าอี้ที่เธอนั่งคล้ายๆจะโอบบ่าหญิงสาวไปในตัวเพราะได้กลิ่นแอลกอฮอร์จากหล่อนก็ทึกทักเอาว่าเธอคงจะมีจุดประสงค์บางอย่างถึงได้เปลี่ยนลงมานั่งดื่มกับตนเอง

“ดื่มอะไรดี”

“ขอวอทก้าเพียวๆ” หล่อนสั่งอย่างไม่กลัวจะถูกมอมเชื่อคอตนเองว่าแข็งราวกับเหล็กกล้าแถมยังหันไปส่งสายตาท้าทายกับหนุ่มๆที่กำลังดวงตาเบิกกว้างกับเครื่องดื่มที่เธอสั่งเพราะมันแรงไม่ใช่เล่นพวกตนยังไม่ค่อยอยากจะดื่มเมืองไทยอากาศร้อนดื่มไปมีหวังเมาตาย

“จัดหนักเลยเหรอ” พีคคือชายหนุ่มอีกคนที่เอ่ยคุยกับเธอคนสุดท้ายใบหน้าขี้เล่นของเขาดูเหมือนไม่มีพิษมีภัยแต่แอบลอบส่งสายตากับเพื่อนอีกสองคนอย่างมีความหมายตลอดเวลา

“กลัวป่ะล่ะ” หญิงสาวยังท้าทายความชายของทั้งสามอย่างต่อเนื่องด้วยความคึกคะนองพร้อมเท้าแขนลงที่โต๊ะเอนเอียงไหล่ของตนเองหาจอชแล้วเล่นสายตากับอีกสองคนที่นั่งอยู่ไม่ห่าง

“ไม่กลัวหรอก ระหว่างรอดื่มเบียร์ก่อนไหม” มิคยิ้มกว้างเหมือนจะเข้าใจความจำนงของร่างบางรีบส่งเบียร์แก้วของตนเองให้กับเธอ

“ขอบใจ” หล่อนรับมาอย่างว่าง่ายแล้วดื่มราวกับกระหายยังกับในแก้วนั่นคือน้ำเปล่า

“เบาๆหน่อยค่อยๆดื่มเดี๋ยวติดคอ” จนผู้ส่งถึงกับอ้าปากค้างและจอชประคองแก้วเอาไว้เหมือนสองจิตสองใจจะดึงกลับมาเพราะกลัวเธอจะรีบดื่มจะอาเจียนออกมาจะเสียบรรยากาศซะหมด

หญิงสาวไม่ตอบไม่ส่งแก้วคืนแต่ดื่มจนหมดแล้ววางลงพร้อมเลียพองเบียร์ที่ริมฝีปากโดยไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ทำเอาสามหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคอในความเย้ายวนของเธอ

“เก่งจังนะ เครียดอะไรมารึเปล่า ให้พวกเราช่วยทำให้คลายเครียดขึ้นดีไหม” จอชที่มืออยู่ใกล้ลำคอของหญิงสาวถือวิสาสะบีบๆ นวดๆ เธอพร้อมกระซิบ

เสียงแผ่วอย่างมีความหมาย

“ก็ดีเหมือนกันทำไงดีล่ะ” รสินทรายังไม่ทันคิดเอะใจกำลังเพลิดเพลินกับมืออุ่นๆของเขาและฝีมือนวดที่ดูเหมือนจะฝึกมาดีคงใช้วิธีนี่เอาใจสาวๆประจำ

“ขึ้นไปบนห้องสิจะทำให้ดู” ชายหนุ่มข้างกายเปิดประเด็นอย่างไม่รอช้าเมื่อลักษณะท่าทางของเธอออกจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการอะไรจากพวกตน

หญิงสาวนิ่งไม่ตอบจังหวะพอดีกับเครื่องดื่มที่เธอสั่งมาเสิร์ฟทำให้ไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้เพราะตนที่รู้จักของคนทั้งโรงแรมแต่กลับมานั่งกับผู้ชายที่เพิ่งเจอกัน

นี่เธอกำลังทำอะไรลงไป !!!

“นะ” ชายหนุ่มข้างกายทำเสียงออดอ้อนเข้าหาบดเบียดกายแข็งแกร่งของตนหาไหล่เนียนสวยของอีกฝ่ายสายตาเริ่มละลานมองตามสัดส่วนชวนฝันของเธอ

“ไม่ล่ะ” หญิงสาวส่ายหน้ายกแก้ววอทก้าขึ้นดื่มจนหมดแล้วปาดริมฝีปากเพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองถอนกายออกห่างคนข้างๆได้สักหน่อยแบบไม่น่าเกลียด

“มาเถอะ ไม่เชื่อใจผมเหรอ ของสนุกๆอยู่บนห้องของพวกเรา” มิคที่นั่ง

ตรงข้ามเอื้อมมือมาจับมือของเธอเอาไว้ปลายนิ้วเขี่ยไปมาที่หลังมือของหญิงสาวสัญญาณจู่โจมอย่างที่เธอคิดไม่ถึง

“อย่าดีกว่าคืนนี้ดึกมากแล้วแอลขอตัวไปนอนก่อน” หญิงสาวส่ายหน้าเมื่อรู้แน่ชัดว่าทั้งสามต้องการอะไรจะโทษพวกเขาก็ไม่ได้ต้องโทษตัวเองที่ขอมานั่งอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง

“อย่าเพิ่งไปสิ จะรีบไปไหนไปด้วยกันก่อนเถอะ” จอชเห็นเธอลุกขึ้นแถมยังสะบัดมือที่มิคจับอยู่ออกก็ฉวยคว้ามือเธอเอาไว้รั้งไม่ยอมให้ไปพีคที่นั่งนิ่งไม่พูดเท่าไรก็ลุกขึ้นขวางทางไม่ปล่อยให้เธอไปแต่โดยดี

“ปล่อยนะ แกกล้าดียังไงมาจับฉันแบบนี้” เมื่อถูกขวางทางและเหนียวรั้งร่างบางก็พยายามสะบัด แต่แม่เจ้า ! ทำไมเรี่ยวแรงเธอถึงน้อยนิดสะบัดยังไงมือคีมก็ไม่ปล่อยเธอไปสักที

“ทำไมละเข้ามาชวนกินเหล้าทำท่าทางอ่อยซะขนาดนี้แล้วจะเดินจากไปเฉยๆไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ” มิคลุกขึ้นเดินอ้อมไปช่วยดักอีกทางใบหน้ายิ้มกว้างช่วยกันขวางทางกับพีคอีกแรง

“แกไม่รู้เหรอว่าฉันใครอย่ามาทำอะไรแบบนี้นะเดี๋ยวจะโดนไล่ออกจาก

โรงแรมไม่รู้ตัว” มืออีกข้างของแอลผลักอกของทั้งสองออกห่างแล้วหันไปชี้หน้าคาดโทษทั้งสามอย่างอวดตน

“อย่าทำเก่งนักเลย มาด้วยกันดีๆดีกว่า” จอชเปลี่ยนจากจับข้อมือจับแขนหมายมั่นตั้งใจว่าจะพาเธอไปขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้าให้จงได้

“ปล่อย... รปภ.” หญิงสาวพยายามสะบัดตัวออกจากชายทั้งสามท่ามกลางสายตาของพนักงานในบาร์ซึ่งกำลังยกหูเหมือนกำลังจะเรียก รปภ. ตามที่เจ้านายสั่งให้เข้ามาช่วย

“ปล่อยแอลนะ” แต่ยังไม่ทันที่ใครจะเข้ามาคันธารัตน์ที่มาถึงก่อนเข้าหาดึงร่างของมิคออกมาจนเสียหลักไปชนกับโต๊ะอีกตัวพนักงานในร้านรู้หน้าที่เข้ามาจับตรึงมิคเอาไว้ไม่ให้ขยับ

“พี่เคน” หญิงสาวร้องเรียกพี่ชายเสียงหลงอีกครั้งในค่ำคืนนี้ที่เขาขี่ม้าขาวมาช่วยเธอเอาไว้ได้ทัน

“โอ๊ย...” เคนไม่รีรอหันไปใส่หมัดที่หน้าพีคซึ่งกำลังจะทำอย่างเดียวกันกับตนแต่เขาไวกว่าทำให้ล้มอีกฝ่ายได้โดยง่ายเพียงหมัดเดียว

“เรื่องของผัวเมียอย่ามายุ่ง” จอชฉุดหญิงสาวเข้ามาโอบกอดขณะที่ร่างบาง

ก็พยายามดิ้นรนอย่างรังเกียจ

“คำนี้คงใช้ได้กับที่อื่นไม่ใช่ที่นี่” เคนขยี้ปลายจมูกตัวเองสายตาดุดันมองอีกฝ่ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแล้วเดินเข้าไปหาอย่างไม่เกรงกลัวดึงร่างของแอลออกมาจากอีกฝ่ายซึ่งกำลังตกใจเพราะอยู่ๆ รปภ. จากด้านนอกเข้ามากันอย่างมากมายแถมสายตายังจ้องเอาเรื่องตน

“รปภ. ไล่คนพวกนี้ออกจากโรงแรมซะ เรียกร้องค่าเสียหายให้คุ้มกับที่ลวนลามเจ้าของโรงแรมด้วย” เมื่อน้องสาวที่รักเข้ามาสู่อ้อมกอดชายหนุ่มก็ออกคำสั่งราวกับเจ้าของโรงแรมซะเอง

“ครับ” เสียงรับคำสั่งจากเคนด้วยอย่างพร้อมเพรียงทำเอาชายเจ้าชู้ทั้งสามถึงกับหน้าเสียนี่ตนเล่นกับเจ้าของโรงแรมเลยหรือนี่พูดไม่ออกกันไปตามๆกันระหว่างถูกพาตัวไป

คันธารัตน์จูงมือน้องสาวเจ้าปัญหาเข้าไปในลิฟต์ด้วยความรวดเร็วไม่อยากจะต่อว่าเจ้าของโรงแรมต่อหน้าพักนักงานเพราะดูไม่เหมาะจึงอดกลั้นอารมณ์ฉุนเฉียวเอาไว้ก่อนทั้งที่ภายในใจของเขาร้อนรนราวกับไฟที่ต้องช่วยเธอชายพวกหื่นกามถึงสองครั้งสองคราในคืนเดียว

“พี่บอกแล้วทำไมไม่ฟังบ้าง” เขาผลักร่างน้องสาวเข้าไปในลิฟต์แล้วกดปิดด้วยใจที่ร้อนรุ่มหันมามองสายตาดุเดือดหน้าหล่อนแดงเพราะฤทธิ์เหล้าหนักกว่าตอนแรกเสียอีก

เมื่อถูกมองด้วยสายตาติเตียนบวกกับเรื่องร้ายๆ ที่เจอมาติดๆ โดยไม่มองถึงหลักความจริงว่าตนผู้ก่อนเหตุเธอก็โวยวายใส่เจ้าชายขี่ม้าขาวทันที

“พี่เคนใจร้ายใจร้ายที่สุด”

“ทำไมต้องทำแบบนี้” เคนจับแขนน้องสาวที่พยายามตีอกชกไหล่เขาด้วยความน้อยอกน้อยใจปากตนเองก็ถามสาเหตุอย่างจริงๆจังๆว่าอะไรทำให้เธอได้ถึงขนาดนี้ แต่กลับไม่มีคำตอบมีแต่เสียงหายใจหอบที่เหนื่อยกับการออกอารมณ์ไปอย่างเต็มที่เมื่อครู่เขาจึงยืนนิ่งรอเธอพร้อมจนกระทั่งลิฟต์พามายังชั้นห้องพักของเธอ

// ปัง // เสียงประตูห้องพักของรสินทราจนเจ้าของห้องสะดุดถูกปิดโดยพี่ชายซึ่งกำลังเดินเข้ามาหาพร้อมกับน้ำเย็นๆยื่นส่งให้กับคนอารมณ์ร้อนหมายจะเอาน้ำเย็นเข้าลูบอารมณ์ของเธอได้บ้าง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อารมณ์เสียเกี่ยวกับพฤติกรรมของเธอแต่ป่วยการที่จะหัวเสียตามให้เรื่องมันไปกันใหญ่

“ทำไมพี่ไม่เข้าใจอะไรบ้างเลย” หล่อนไม่รับแก้วน้ำที่มาจากความหวังดีของพี่ชายแถมยังเดินกอดอกหนีห่างปากคอสั่นเหมือนพยายามฝืนกลืนน้ำตาลงคอ

“แอลทำประชด จะให้พี่เข้าใจอะไร” เคนวางแก้วน้ำลงที่โต๊ะส่ายหน้าลืมคำสารภาพของลุคที่บอกกล่าวตนเมื่อครู่ไปเสียสนิททั้งที่ตั้งใจจะพูดด้วยดีๆแต่สุดท้ายน้ำเสียงที่แปร่งออกมาก็ดุดันตามหน้าตาและอารมณ์

“ทำประชดก็เพราะใครล่ะคนโง่” หญิงสาวหันมาต่อว่าต่อขานชายหนุ่มที่ยังไม่รับรู้ถึงหัวใจของเธอด้วยดวงตาที่แดงก่ำและหัวใจที่อยากจะร้องไห้ออกมา

“แอล...” คันธารัตน์ตวาดขึ้นเสียงหน้าตาจริงจังไม่พอใจอย่างหนักที่น้องสาวคนดีของเขาทำน้ำเสียงแบบนี้ใส่ตน

“ทำไมพูดกับพี่แบบนี้อย่างน้อยพี่พี่นะ”

“แต่แอลไม่เคยมองพี่เคนพี่ชายนี่ ไม่เคยเลยสักครั้งเดียวทำไมถึงไม่เข้าใจบ้างว่าแอลต้องการอะไรมองออกแต่คนอื่นแต่กลับมองแอลไม่ออก” หล่อนน้ำตาไหลพรากออกมาอาบสองแก้มเดินเข้าหาทุบอกกว้างของพี่ชายรัวชุดใหญ่บอกความรู้สึกออกไปด้วยความน้อยใจ

“แอลนี่แอล...” ชายหนุ่มนิ่งอึ้งเมื่อคำพูดของลุคผุดขึ้นมาอยู่ในหัวอีกครั้ง

และยิ่งมาได้ฟังคำๆนั้นจากปากเธอก็ทำเอาเขาทำอะไรไม่ถูกพูดไม่ออก

“แอลรักพี่คะ รักมานานแล้วตั้งแต่เด็ก จนไปผ่าตัดกลับมาความรักก็ยังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงทำทุกอย่างทุกทางให้พี่สนใจให้อยู่ในสายตาแต่พี่กลับมองแอลแค่น้องสาว” รสินทราบรรยายสิ่งที่ตนทำเพื่อเขามาตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มต้นทุกอย่างทุกการกระทำที่เขามองข้ามเธอไปด้วยความปวดใจ

“พี่...” ชายหนุ่มพูดไม่ออกสิ่งที่รู้สึกได้ตอนนี้คือหัวใจของตัวเองเต้นรัวไม่จังหวะยิ่งมีเธอสวมกอดอยู่แนบอกก็ยิ่งทำให้เขาใจสั่นไหวยิ่งได้รู้ซึ้งถึงการกระทำก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจ

“ขนาดเกิดเรื่องแบบนั้นเมื่อครู่พี่ก็ยังดูว่าแอล พี่เคนใจร้ายใจร้ายที่สุด” เสียงสะอื้นยาวๆดังออกมาจากคนที่กำลังกอดมือบางจิกลงที่เสื้อสวยของเขาด้วยความคับแค้นใจ

“แอล...” ชายหนุ่มจับต้นแขนทั้งสองข้างของหญิงสาวให้ผละออกมาจากอกกว้างของตนเองเอ่ยถามพลางส่ายหน้ากับการกระทำที่ไม่น่าทำให้เขาคิดได้ถึงว่าเธอกำลังบอกรัก

“แล้วแอลจะทำแบบนี้ทำไม จะประชดพี่ทำไม ทำไมไม่บอกพี่ดีๆ”

“พี่เคยเคยคิดจะรับฟังไหมล่ะ คำก็น้องสาว สองคำก็น้องสาว ไม่เคยมองแอลนอกเหนือจากน้องสาวเลยสักนิดเดียว” ความรักที่คิดว่าคงสิ้นหวังเต็มทีเมื่อการกระทำของเขาไม่ได้สื่อถึงความรู้สึกใดๆกับเธอมากไปกว่าน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น

คันธารัตน์พูดไม่ออก เพราะเธอพูดถูกทุกคำ เขาพยายามบอกตัวเองมาตลอดว่าเธอคือน้องแท้ๆ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ และทั้งๆ ที่หัวใจของเขาเต้นแรงทุกครั้งเมื่อได้เห็นเธอ และหงุดหงิดทุกครั้งที่เธออยู่กับชายอื่น เขาก็ยังหลอกตัวเองอยู่ได้หน้าโง่เสียจริง

“ก็แอลรักพี่แต่พี่ไม่รักแอล งั้นแอลก็จะทำลายทุกอย่างที่แอลพยายามทำเพื่อพี่” หล่อนพูดราวกับจะถอดใจเมื่อความรักที่เฝ้ารอมานานแสนนานกลับไม่สมหวังสิ่งที่ทำลงไปทุกอย่างก็คงไร้ประโยชน์ทำไปก็ไม่มีค่าอะไรตั้งใจว่าจะตัดใจและเลิกทำ

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha