ตราบสิ้นปฐพีนี้ ฉันก็ยังรักคุณ จบ

โดย: คุณธิดา



ตอนที่ 4 : ผมรู้แล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

        นายดินนั่งลงที่โต๊ะทำงาน ย้อนดูบันทึกวีดีโอที่ค้างจากเมื่อวานนี้ เหตุการณ์ปกติราบเรียบ  และไม่มีภาพของน้องชายและแฟนสาวมาทำให้ขุ่นใจ แต่ในสมองของเขาก็คิดทบทวนเรื่องราวคนคนทั้งคู่ตลอดเวลา

        จริงๆ เขามีกำหนดการกลับในสิ้นเดือน แต่ด้วยเหตุผลที่ท่องเที่ยวไปแต่ไร้คนข้างกาย จึงทำให้เขาตัดสินใจกลับเมืองไทยก่อนเวลา ปภัสสรบ่ายเบี่ยงที่จะเดินทางไปเที่ยวกับเขา อ้างว่าติดงาน และความสัมพันธ์ที่เกินเลยของน้องชายนายดอยกับเธอ คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ปภัสสรปฏิเสธเขาแน่ๆ

        เขายกวิสกี้กระดกเข้าไปในปาก ความโกรธเคืองระบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เขาใช้แอลกอฮอล์ดับมัน แล้วมันก็ได้ผลดีเสียด้วย ทำให้เขาลืมเรื่องที่เกิดขึ้น และนอนข่มหลับตาลงได้อย่างสบาย

        ยังไงนายดอยก็คือน้องชายคนเดียวของเขา และปภัสสรก็เป็นรักแรกและรักเดียวในชีวิตหนึ่งของลูกผู้ชายที่ชื่อ ปฐพี

        ภาพวันที่เขาเมาหมดสภาพกลับมาในคืนนั้น ประจักษ์แก่สายตาของเขา นายดินยิ้มหยันให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง

        คนขับรถและเด็กสาวคนใช้คนใหม่ที่ช่วยพยุงตัวเขาที่แทบไม่ได้สติเข้ามาในบ้านและขึ้นไปบนห้อย่างทุลักทุเล สนและม่อนช่วยขนกระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องของเขา ก่อนที่สนจะกลับบ้านไป

        ม่อนเดินกลับเข้าไปในห้องของนายดินและอยู่ในนั้นเกือบสองชั่วโมง และตอนที่เธอเดินออกมาจากห้องของเขา สภาพอิดโรยและยืนนิ่งเช็ดน้ำตาปอยๆ อยู่ที่หน้าห้องของนายใหญ่อยู่เป็นนานสองนาน แล้วตอนที่เธอกลับไปยังห้องของเธอ หญิงสาวหยุดนิ่งอยู่หลายครั้ง และเอามือกุมหน้าท้องตัวเองเป็นระยะ

        ปฐพีถึงแม้จะเมาไม่ได้สติ แต่ก็จำเรื่องราวต่างๆ ได้ลางเลือน แล้วสิ่งหนึ่งที่เขานึกออก เขารู้สึกตัวเองมีความสุขอยู่บนเรือนร่างของหญิงสาว ที่ในห้วงคะนึงเขาคิดมาตลอดเวลาว่าเป็นปภัสสร แต่ตอนนี้มันไม่น่าจะใช่เสียแล้ว

        (“ม่อน... ไม่น่านะ... ฉัน... นายดินเนี้ยะนะ... จะมีอะไรกับเด็กคนนั้น ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้”) เขาสะบัดหัวตัวเองอยู่หลายครั้ง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เหยียดตัวนั่งหลังตรง ถอนหายใจออกมาแรงๆ

        “โธ่เอ๊ย... บ้าที่สุด” เขาสบถออกมาอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี

        “ม่อน...” เขานึกถึงใบหน้าของม่อนเมื่อเห็นเขาเมื่อตอนเช้า เธอทำท่าทางกลัวเขาน่าดู ตอนนี้เขาชักแน่ใจ ว่าเขาคงทำจัญไรไปกับเด็กม่อนนั้นจริงๆ

        ปฐพีขยับตัวลุกขึ้นเดินไปยังห้องของม่อน อยากรู้และอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง หากว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ เขาจะทำยังไงกับเด็กม่อนดี

        ประตูก็ถูกปิดล็อคจากข้างในเหมือนเดิม เขาใช้มือคว้านหากุญแจจากที่เดิม แล้วใช้มันไขประตูเข้าไป

        ม่อนนอนคดตัวตะแคงเหมือนเช่นเดิม นายดินนั่งลงข้างๆ  เขาแตะฝ่ามือที่หน้าผาก ตัวเธอเย็นลงมากแล้ว ม่อนขยับตัวนอนหงายใช้มือปัดมือนายที่แปะอยู่บนหน้าผากอย่างไม่รู้ตัว เธอหันหน้าไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่เขานั่งอยู่

        ร่องรอยแดงปรากฎเป็นปื้นๆ บนลำคอขาวๆ ของม่อนอยู่หลายจุด ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเกิดจากรอยดูดจากริมฝีปากของใครสักคนหนึ่ง เขาไล่สายตามองต่ำ ตรงเสื้อคอวีของชุดนอนที่เธอไม่ได้ใส่เสื้อชั้นใน เห็นเนินหน้าอกขาวๆ ที่ตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน มีรอยแดงๆ ปรากฎให้เห็นอีกหลายร่องรอย

        ข้อมือของม่อนที่วางอยู่พาดลำตัว เห็นเป็นรอยนิ้วเขียวจนช้ำ ภาพย้อนเขามาในสมองของนายดิน ที่รัดกดข้อมือของเธอตอนเธอดิ้นรนหนีแรกๆ มันรุนแรงมากจนทำให้ข้อมือของม่อนเขียวช้ำขนาดนี้เลยรึ

        “โธ่เอ๊ย... ม่อน นายขอโทษ” เขาพูดพึมพำในลำคอ ยกมือขึ้นเขี่ยปอยผมที่ระปิดลงมาปิดบังใบหน้า คราบน้ำตาที่เธอร้องไห้กระซิกๆ ก่อนจะข่มตาให้หลับไปด้วยฤทธิ์ของพิษไข้ เขามองหน้าเธอแบบขอโทษ ตอนนี้หัวใจว่างเปล่า ตอบตัวเองไม่ถูกเหมือนกันว่าจะเอายังไงกับเด็กคนนี้

        กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ส่งออกมาจากลมหายใจของนาย กระทบกับจมูกของม่อน เธอเหมือนฝัน กลิ่นนี้คล้ายกับกลิ่นที่มาจากนายดินในคืนนั้นเลย เธอยกมือขึ้นปัดป้องทำปากขมุบขมิบ เขารีบดึงมือออกมาให้ห่างเธอ เอนหลังนั่งพิงไปกับผนังห้อง

        จะเป็นพรหมลิขิตหรืออะไรไม่รู้ แต่ตอนนี้เขาเหนื่อยล้าเหลือเกิน นายค่อยๆ เอนกายเหยียดยาวนอนข้างๆ ม่อน ก่อนจะตระกองกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขน ม่อนซุกหน้าเข้าหาหน้าอกแกร่งๆ นึกถึงอ้อมกอดของพ่อและแม่ได้ซุกหน้าไปทีไรอุ่นใจทุกที

        คนหนึ่งเมา อีกคนเหนื่อยล้าเพราะพิษไข้ที่รุ่มเร้า เธอรู้สึกไม่ค่อยดีมาก่อนหน้านั้นสองสามวันมาแล้ว

        ยามเย็นแสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ม่อนขยับตัวไล่ความเมื่อยขบ ตัวที่ร้อนรุ่มเย็นลงไปมาก ปกติเวลาไม่ค่อยสบาย กินยาก็หายเร็ว เด็กบ้านนอกเจอเชื้อโรคมาเยอะ จะมั่วมาป่วยไข้ก็เสียการงาน

        อ้อมกอดของนายดินที่รัดแน่นค่อยๆ คลายออก เหมือนเขาจะรู้สึกตัวเช่นกัน ม่อนเงยหน้าขึ้นรู้สึกตัวว่า เธอกำลังอยู่ในอ้อมกอดของใครสักคนหนึ่ง ส่วนผู้เป็นนายรู้ตัวเพราะหญิงสาวดิ้นมาก่อนหน้านั้นแล้ว แต่เห็นม่อนยังนอนหลับสบายเลยได้แต่พิศมองใบหน้าของเธอที่ไร้เครื่องสำอางติดอยู่บนใบหน้าอย่างเพลิดเพลิน

        “อุ้ย... นาย” เธออุทานด้วยความตกใจ ขยับตัวออกห่าง และรีบลุกขึ้น เธอก้มมองสำรวจตัวเองก่อนอย่างอื่น พลอยทำให้ผู้เป็นนายยิ้มออกมาให้อย่างเอ็นดู

        “ดีขึ้นบ้างไหม” เขาถามออกมาอย่างห่วงใย

        เธอหลบสายตาคมที่จ้องสบมา พยักหน้าให้น้อย ก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้ นึกอายที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของนายใหญ่อยู่เป็นนานสองนาน

        “ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไป เย็นนี้นายมีอาหารแล้ว ฉันสั่งสนให้ไปเอาเนื้อวัวเจ้าประจำมาให้ จะทำอะไรอร่อยๆ ให้กิน” เขาออกคำสั่ง เธอค่อยๆ ลุก เดินตัวสั่นโงนเงน ที่สั่นไม่ใช้ด้วยพิษไข้อย่างเดียว แต่ทั้งประหวั่นในใจลึก กลิ่นนายยังติดอยู่ที่ปลายจมูกอยู่เลย

        “เอ่อ... ม่อนเห็นผ้าปูที่นอนนายสีครีมไหม” เขาเอ่ยถามขึ้น ลุกขึ้นนั่งหลังพิงกำแพง สายตาจ้องมองตามหลังม่อน อยากพิสูจน์อะไรอีกสักอย่าง

        “ค่ะ?” เธอหันหน้ามาเหมือนถาม ยืนนิ่งอยู่กับที่ ในมือถือผ้าเช็ดตัวขึ้นมาแนบอก

        “อือ ผืนที่เธอเอาไปซักนะ” เขาตอบ พร้อมจ้องเข้าไปในดวงตา

        “นายค่ะ ม่อนขอโทษค่ะ ม่อนทำมันเปื้อนมากๆ เลยค่ะ นายคงเอากลับไปใช้ไม่ได้อีก นายจะหักเงินเดือนม่อนก็ได้นะคะ ม่อนขอโทษ” เธอบอกและเอ่ยขอโทษเขาซ้ำ

        “ไม่รู้หล่ะ เอาขึ้นไปให้ฉันที่ห้อง เปื้อนยังไงฉันก็อยากจะเห็น เธอยังไม่ได้ทิ้งไม่ใช่หรือ” เขาถามเหมือนรู้ ม่อนทำหน้าไม่ถูกผงกหัวงึกๆให้กับผู้เป็นนายอย่างเสียไมได้

        นายดินกลับขึ้นไปบนห้องอาบน้ำอาบท่า โกนหนวดโกนเคราเสียเกลี้ยงเกลา เขาลงมาด้านล่างเพื่อเข้าครัว สนเอาเนื้อที่นายสั่งใส่ในตู้เย็นไว้ให้เรียบร้อย พร้อมผักสดอีกหลายรายการ

        คนในบ้านและในไร่ปฐพีนี้ต่างรู้กัน หากนายใช้อะไรเมื่อทำเสร็จแล้ว ไม่มีใครมีสิทธิ์อยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ที่ม่อนได้รับอนุญาต เพราะนายกำลังปรับปรุงบ้านคนงานที่อยู่ห่างออกไป ซึ่งก็กำหนดเสร็จในอีกสี่เดือนข้างหน้า

        เขาลงมือทำสเต็กสุดฝีมือ ลวกแคทรอทกับผักที่เขาชอบ เปิดเพลงคลอเบาๆ ตอนที่ทำอาหารไปด้วย ม่อนแต่งตัวที่ดูแล้วรัดกุมที่สุด เธอใส่เสื้อแขนยาวสีขาว และกางเกงวอร์มสีน้ำเงินตัวโปรด ม่อนเดินเข้ามาในครัวอย่างช้าๆ และหยุดอยู่ห่างจากเขาไปเล็กน้อย

        “หิวหรือยัง” เขายกหน้าหันมาถาม เพราะเห็นเท้าขาวซีดทางหางตา

        “ค่ะ” เธอเป็นเด็กกินเก่ง แต่ไม่อ้วนเสียด้วย มองตามมือนายที่กำลังลงมือทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว

        (“ไหนนายว่าทำอาหารเป็นไม่กี่อย่าง”) เธอค่อนขอดเขาอยู่ในใจ

        นายดินเคยไปเรียนอยู่ต่างประเทศหลายปี เขาต้องช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง และด้วยความเป็นพี่เลยต้องดูแลน้องได้ตอนที่พ่อแม่จากไป

        “ไข้ยังมีอีกไหม” เขาถามขึ้นอีกน้ำเสียงห่วงใย

        “ค่ะ” เธอตอบเขาน้ำเสียงดีขึ้น แต่ยังแหบอยู่นิดๆ

        “เอ่อ... นายค่ะ ม่อนจะขออนุญาตนายออกไปซื้อยาหน่อยได้ไหมคะ" เธอเอ่ยขออนุญาต

        “หื้อ...” เขาละมือจากงานตรงหน้า หันมาหาเธอเต็มตัว

        “ม่อนเจ็บคอ คิดว่าถ้าได้ยาแก้อักเสบ ก็น่าจะดีขึ้น” เธอเอ่ยเสียงค่อย ค่อนข้างเกรงใจ

        “แล้วเราจะไปยังไง” เขาถามต่อ

        “ม่อนจะปั่นจักรยานของป้านาไปค่ะ” เธอส่งยิ้มให้นายพูดไปด้วย

        “เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้ง” เขาพูดขึ้น โบกมือไม่อนุญาต ม่อนหน้าเสีย

        “เดี๋ยวฉันโทรให้สนขับรถออกไปซื้อให้ ว่าแต่เราไม่ไปหาหมอแน่นะ เจ็บคออย่างเดียวรึ” เขาซักไซ้เธอต่อ เดินเข้ามาหา ม่อนขยับถอยหลังสองสามก้าว แต่ก็ต้องหยุดนิ่ง เพราะนายจับที่ข้อมือเอาไว้ ก่อนจะจูงผลักเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้ที่มีอยู่ในห้องครัว ม่อนเงยหน้าม่อนเขายังสงสัย เพราะท่าทางนายดูแปลกไป รู้สึกอาทรเธอกว่าเมื่อวานเสียอีก

        “กินน้ำผลไม้ไปก่อนแล้วกัน” เขาเดินถือแก้วน้ำผลไม้ที่รินใหม่จากตู้เย็นมาให้ ม่อนยกมือไหว้ก่อนจะรับมาถือไว้ หลุบตาหลบสายตาที่มองมาแบบยิ้มๆ

        นายหันไปหามือถือ ก่อนจะสั่งให้สนซื้อยามาให้ม่อน พร้อมเล่าอาการคราวๆ ม่อนถอนหายใจออกมาดังๆ ยกน้ำผลไม้ขึ้นดื่ม ตามองนายที่หันกลับไปทำอาหารต่อ วันนี้เขาดูไม่เหวี่ยงวีนเหมือนเมื่อวานอย่างกับเป็นคนละคน

        “พรุ่งนี้ ฉันจะไปงานศพแม่ของป้านา ม่อนจะไปด้วยไหม” เขาถามขึ้นมาลอยๆ ตาและมือยังสาละวนกับการทำอาหาร

        “ไปค่ะ” ม่อนรับปากเสียงใส คิดถึงพ่อกับแม่ใจจะขาด ถ้าไปงานนี้ก็ต้องเจอทั้งสองคนด้วย

        “ม่อน มาช่วยนายยกจานนี้ออกไปหน่อย เร็ว” เขาหันมาหา ชี้นิ้วให้เธอทำตามที่บอก ม่อนรีบลุกขึ้นตัวเซทำท่าจะล้ม เขารีบรับตัวเธอเอาไว้ทันที

        “ไหนว่าดีขึ้นแล้ว” เขาต่อว่าม่อนเสียงเขียว รีบประคองเธอออกไปนั่งที่โต๊ะอาหารด้านนอก ม่อนรู้สึกผิด

        (“จะให้บอกยังไง ก็เมื่อกี้มันดีขึ้นแล้วจริงๆ”) เธองึมงำในใจ

        “ถ้าพรุ่งนี้ไม่ดีขึ้น ต้องไปหาหมอนะ” เขากำชับเธออีกรอบ

        นายดินยกจานอาหารสเต็ก และน้ำซุปกระดูกหมูที่เขาชอบทานออกมาด้วย

        “มีเฟรนฟรายด้วย ชอบไหม” เขาเอ่ยถาม บีบซอสมะเขือเทศใส่ในจานให้ ยิ้มสวยเห็นฟันเรียงสวย ม่อนมองหน้านายอย่างแอบปลื้ม เธอจ้องภาพถ่ายใบใหญ่ทั้งที่ติดที่ห้องทำงาน และที่ติดในห้องนอนนายอยู่เป็นประจำตอนยังไม่เจอกัน เธอก็ว่านายดูดีที่สุดแล้ว แต่เมื่อเห็นตัวจริงนายยิ่งดูดีขึ้นไปอีก

        “กินสิ ม่อน... หน้านายมีอะไรติดอยู่ยังงั้นรึ” เขายิ้มปากกว้าง ม่อนทำหน้าเว๋อเพราะไม่คิดว่าเขาจะมองเห็น ม่อนเห็นนายตั้งใจตัดเนื้อสเต็กในจานให้เธออยู่

        ม่อนออกอาการเขิน ก้มหน้างุดมองในจานของตัวเอง ใช้ส้อมจิ้มเนื้อที่นายหั่นไว้ให้

        “กินเยอะๆ” เขายังบอกสำทับลงมาอีก ค่อยหันเนื้อให้ บีบซอสลงบนจานเพิ่มให้ม่อนด้วย จนม่อนอึดอัดทำตัวไม่ค่อยถูก เธอรีบกินรีบเคี้ยวจนนายต้องปรามอีก นายดินหัวเราะในความซื่อใสของสาวน้อยส่งยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู

        นายดินลืมเรื่องที่เขาขุ่นใจไปเสียสนิท กินอาหารตรงหน้าอย่างออกรส และกำลังคิดว่าจะทำยังดีกับเด็กม่อนคนนี้

*****************

ดูท่า นายดิน จะจับม่อนกินอีกรอบแล้ว

ต้องตามติดชิดจอนะคะ อิอิ

กดไลค์ กดเมนต์ ให้เขามั้งตะ

https://www.facebook.com/Love-Story-by-Khun-Thida-423211261215771/ 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


ชอบค่ะ
โดย Momomm | 1 year, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกดีค่ะ
โดย Esawirat | 1 year, 3 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
Not Fund หมายความว่ายังงัยคะ
โดย Ampun | 1 year, 9 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
Not Fund หมายความว่ายังงัยคะ
โดย Ampun | 1 year, 9 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ทำงัยจะได้อ่านตอนที่5 ให้เหรียญไปแล้วคะ
โดย Ampun | 1 year, 9 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อ่านตอนที่ 5 ไม่ได้เลยอะ
โดย Anonymous | 1 year, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ชอบมาเลยค่ะ สนุกดี
โดย intira12345. | 1 year, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha