ยั่วรักคุณอาหมอขา (จบ)

โดย: ธเนศวร



ตอนที่ 6 : เด็กแสบ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป





ยัยเด็กนี่กำลังคิดทำอะไรอยู่’ อาคิราห์กำลังหรี่ตามองหน้าหลานสาวนอกไส้อย่างประเมิน

“อริสคิดอะไรดีๆ ออกมาได้มากกว่าการให้อาคริสต์มาพักเป็นเพื่อน ไหนลองบอกลุงมาสิคะ”

“นั่นสิ อริสเห็นว่ายังไงลูก” นีรนุชเร่งเร้ามาด้วยความอยากรู้ด้วยอีกคนหนึ่ง

อริสยิ้มหวานให้ทุกคนก่อนตอบช้าๆ แต่ว่าชัดมาก ชัดจนทำเอาอาคิราห์ลอบกลืนน้ำลายลงคอเลยทีเดียวเชียวแหละ

“คืออย่างนี้ค่ะ ถ้าให้อาคริสต์มาอยู่ที่นี่ อาคริสต์ก็จะเดินทางไปโรงพยาบาลไม่สะดวกใช่ไหมคะ?...”

พูดไปก็ยิ้มไป มองหน้าคนทำหน้ายักษ์ไปด้วย แต่อริสก็ยิ้มหวานสู้คนทำหน้าดุนะฮ้า

“อืม! แล้วทีนี้ยังไงลูก” น้าสาวเร่งเพราะอยากรู้คำตอบของคนที่มัวแต่ยิ้มหวาน

“ก็อย่างนี้ไงคะ น้านุชขา คุณลุง”

“ยังไง?...” คราวนี้เป็นเจ้าของบ้านบ้างที่อยากรู้คำตอบของลูกสาวบุญธรรมคนสวยเร็วๆ

ส่วนอาคิราห์เขากำลังเกร็งตัวรอ แต่ก็กลบเกลื่อนด้วยการส่งข้าวเข้าปากไปนั่งเคี้ยวอยู่เงียบๆ หากสายตากลับไม่ได้ละไปจากใบหน้าสวยใสของยัยเด็กนั่นเลยแม้แต่เสียววินาทีเดียว

และในที่สุดเขาก็แทบสำลักข้าวพุ่งออกจากปากเมื่อปากสวยเริ่มขยับจำนันจาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

“อาคริสต์ลำบากถ้าต้องมาค้างที่นี่ แต่อริสไม่ลำบากถ้าต้องไปค้างที่บ้านของอาคริสต์ ให้อริสไปอยู่กับอาคริสต์ที่บ้านสิคะรับรองหมดปัญหาแน่ๆ ค่ะ”

เหอะ-เหอะ หมดปัญหากับผีน่ะสิ เพิ่มปัญหาล่ะไม่ว่า นี่เขาจะทนไม่ฟาดยัยเด็กขี้ยั่วนี่ได้นานแค่ไหนกันวะ!’

อาคิราห์คิดในใจ พยายามเคี้ยวอาหารโปรดอย่างต้มยำกุ้งแล้วกลืนลงคอ แต่มันก็ดูจะฝืดๆ จนเขาต้องอาศัยน้ำช่วย

“อืม!..”

เสียงเจ้าของบ้านทำเสียงมาอย่างเห็นด้วยกับความคิดของสาวน้อย เท่านั้นยังไม่พอเพราะเวลานี้เจ้าของบ้านยังกำลังหันมองน้องชายอย่างจะขอความเห็น ว่าเขาจะตกลงหรือเปล่า

อาคิราห์ลอบถอนใจไปทีหนึ่งก่อนทำหน้าเซ็งอย่างไม่รู้จะหาทางปฏิเสธยังไงดี เขาเลยไม่พูดอะไร สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในเวลานี้น่าจะเป็นการเอื้อมมือไปตักเห็ดนางฟ้าในต้มยำกุ้งมาวางใส่ในจานข้าวของตัวเอง จากนั้นไม่นานก็ส่งมันเข้าปากไปพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

ก็เข้าใจอยู่นะ แล้วก็รู้ด้วยว่าทั้งพี่ชายพี่สะใภ้กำลังรอคำตอบของเขาอยู่

แต่ให้ตายห่าเถอะ จะให้เขาตอบว่าอะไรดีวะนี่!’

“คริสต์?...” นั่นไงผิดไปจากที่คิดเสียเมื่อไหร่

เฮ้อ! ลอบถอนหายใจอีกรอบก่อนเงยหน้ามองสบสายตากับพี่ชาย แต่ก็ยังไม่ยอมพูดอะไรออกมาอยู่ดี จนคนเป็นพี่สะใภ้อดรู้สึกเกรงใจขึ้นมาไม่ได้

“เอ่อ คุณโชคคะ นุช ว่าเราค่อยๆ คิดดีไหมคะว่าจะเอายังไงกันดี อย่าเพิ่งเร่งเร้าคุณคริสต์ตอนนี้เลยค่ะ นะคะดูสิเครียดใหญ่แล้ว ทานข้าวเถอะค่ะ ให้เวลาคุณคริสต์คิดหน่อย พรุ่งนี้ค่อยตอบก็ยังไม่สาย กว่าเราจะไปอีกหลายวันไม่ใช่เหรอคะ”

“แต่อริสว่า วิธีนี้แหละค่ะดีที่สุดแล้ว อาคริสต์มาไม่ได้อริสก็ไปอยู่บ้านอาคริสต์เองเลย ง่ายดีออกค่ะน้านุช เนอะคุณลุง” เสียงใสๆ ยังเจื้อยแจ้วอย่างไม่ยอมแพ้ แถมตอนท้ายหาพวกอีกต่างหาก

อาคิราห์ตวัดตามองหลานสาวนอกไส้อย่างหมั่นเขี้ยว

ให้ตายยัยเด็กนี่กำลังคิดทำอะไรกันแน่ อยากเป็นเมียเขานักรึไงฮึ!’

แค่คิดในใจแต่อาคิราห์ก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเช่นเคย นอกจากยื่นมือไปตักอาหารตรงหน้ามาส่งเข้าปากนั่งทานเงียบๆ สลับกับมองคนเป็นพี่ชายไปพลาง

ส่วนโชคชัยเมื่อเห็นท่าทีของน้องชายต่างบิดาเงียบไปอย่างนั้นเขาเองก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้มาก อาคิราห์ยิ่งไม่เหมือนคนอื่นๆ คือถ้าปฏิเสธคือจบไม่ต้องต่อรอง เพราะถึงต่อรองให้ตายทุกอย่างก็จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน แต่นี่อาคิราห์ยังไม่ปฏิเสธจริงจัง นั่นแสดงว่ายังพอมีหวังเพียงแต่อาจต้องให้เวลาเขาบ้างแค่นั้น

“โอเค.งั้นวันนี้ก็ถือว่าปรึกษานายแล้วกันนะคริสต์ว่าจะเอายังไงดี จะให้อริสอยู่คนเดียวฉันก็ห่วง จะให้พาเพื่อนมาอยู่ด้วยก็นะ ใครเขาจะว่างมาอยู่ด้วยทีละหลายๆ วันอีกอย่างฉันก็ไม่อยากไว้ใจคนอื่นมาก แต่ยังไงนายทำงานมาเหนื่อยๆ รีบทานข้าวเถอะอิ่มแล้วจะได้ขึ้นไปพัก เรื่องอริสค่อยคุยกันอีกทีก็ได้

“อืม!” นั่นแหละอาคิราห์จึงยอมพูดอีกครั้ง

อืม!’  และไอ้อืม!ของเขาเนี่ยมันก็ไปกระตุ้นต่อมความอยากแกล้งของหลานสาวนอกไส้เหลือเกิน อริสมองหน้าคุณอาหนุ่มแล้วก็อมยิ้มก่อนหันมองจานผัดพริกแกงสตอกุ้งสด

แน่นอนว่าอริสเอื้อมมือไปตักสตอกับกุ้งในจานนั้นแน่ๆ เพราะเธอชอบกิน แต่คราวนี้ไม่ได้กินเองไง เธอเอามันยื่นส่งไปวางในจานข้าวของคุณอาหมอหนุ่มหล่อ พอเขามองหน้า อริสก็ยิ้มหวานตอบกลับไปให้อย่างยั่วๆ เธอรู้แหละว่าเขาคงกำลังอยากหักคอเธอแน่ๆ เพราะเขารู้ทันว่าเธอแกล้ง เขาพยายามวิ่งหนีแต่เธอตาม

“อร่อยนะคะ อาคริสต์ลองทานดู”

ยังมีหน้ามาพูดอีก อาคิราห์คิดในใจแต่ก็ยอมตักแกงสตอกุ้งสดส่งเข้าปากไปเคี้ยว

“ขอบใจ” เขาบอกขอบคุณอย่างแกนๆ

“ด้วยความยินดีค่ะ”

อริสเองก็เลยก้มหัวผายมือกางออกราวกับเขากำลังขอหล่อนเต้นรำ

“ไม่เอาน่ายัยอริส กินไปอย่ากวนอาคริสต์ อาคริสต์เขาทำงานมาเหนื่อยๆ จะได้รีบขึ้นไปพักผ่อน เดี๋ยวน้ากับคุณลุงจะต้องออกไปงานเลี้ยงตอนสองทุ่มครึ่ง”

หลังจากที่น้าสาวปรามหลานสาวคนสวย แล้วทุกคนก็เริ่มทานอาหารกันอย่างจริงจัง โดยมีเจ้าของบ้านกับน้องชายของเขาพูดคุยไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกันไปเรื่อย จนมื้ออาหารมื้อนั้นจบสิ้นลง อาคิราห์ขอตัวขึ้นห้องพักก่อนเป็นคนแรก ตามด้วยเจ้าของบ้าน

“อยากได้อะไรหรือเปล่าอริสเดี๋ยวน้าแวะซื้อเข้ามาให้ตอนขากลับจากงานเลี้ยง”

น้าสาวถามเมื่อตอนที่กำลังลุกขึ้นจะช่วยหลานสาวเก็บจานชามไปล้าง แม่บ้านลาหยุดสองสามวันสองน้าหลานเลยต้องจัดการกันเองหมด

“น้านุช ไม่ต้องค่ะเดี๋ยวอริสทำเอง น้านุชไปแต่งตัวสิคะเดียวคุณลุงจะรอนาน”

“เอางั้นเหรอ”

“ค่ะ”

“จ้ะ ขอบใจนะ เก็บให้เรียบร้อยล่ะไม่ต้องทุบจานนะคนเก่ง”

“ค่า ไม่ทุบหรอกน่า” ไม่ทุบหรอกน่าแต่เสียงจานก็หลุดมือหล่นกระทบกันเสียงดังทันทีดีว่าไม่แตกไม่ร้าว

“นั่นไง น้าว่าแล้ว เรานี่น๊าพูดยังไม่ทันจะขาดคำเลย เรียบร้อยกับเขาบ้างเถอะอริสโตแล้วนะยังจะทำอะไรไม่ระวังเป็นเด็กทุกเรื่องไปได้”

“แฮะๆ แหมมันพลาดหรอกค่ะนุช ความจริงอริสเรียบร้อยจะตาย อื้อ...ไปได้แล้วค่าเดี๋ยวไม่ทันงานเลี้ยงน๊า”

“โอเค.โอเค. งั้นน้าไปล่ะฝากด้วยจ้ะ ว่าแต่อริสยังไม่ได้บอกเลยจะให้น้าซื้ออะไรเข้ามาให้หรือเปล่า”

“ไม่ต้องค่ะน้านุช ขอบคุณมากๆ ค่ะ แต่อริสยังไม่อยากได้อะไรเลย”

“โอเคจ้ะ”

ว่าแล้วน้าสาวก็ขึ้นข้างบนไปอีกคน อริสใช้เวลาเคลียร์โต๊ะล้างจานล้างแก้วร่วมๆ ยี่สิบนาทีซึ่งกว่าเธอจะออกจากห้องครัวคุณลุงกับน้าสาวก็ออกไปงานเลี้ยงเรียบนร้อยหมดแล้ว ส่วนอาคิราห์ก็น่าจะอยู่ในห้องนอน

อริสเดินขึ้นบันไดก่อนเดินตรงไปยังฝั่งห้องนอนของตัวเองซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องนอนของคุณอาหนุ่ม มายืนอยู่หน้าห้องนอนกำลังจะเอื้อมมือแตะลูกบิดแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ สาวน้อยหันมองประตูห้องนอนของอาคริสต์แล้วอมยิ้ม

คิดถึงอาคริสต์จังเลย ก็เขาเล่นหายไปตั้งเป็นเดือนน่ะ

อริสเปลี่ยนจากเปิดประตูห้องนอนตัวเองเป็นมาเคาะประตูห้องนอนของอาคิราห์แทน อาคิราห์ที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำยังนุ่งแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวมือเช็ดผมอยู่ยิกๆ พอได้ยินเสียงประตูห้องนอนตัวเองถูกเคาะก็หันมองแต่คิดว่าน่าจะหูแว่ว ใครจะมาเคาะตอนนี้ พี่ชายเขาไม่อยู่บ้านนี่นา เลยเลิกสนใจจนเสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้งจึงเดินไปเปิด แล้วก็ต้องทำหน้าเซ็งเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่หน้าประตู

“มีอะไร!” เขาถามเสียงห้วนๆ

อริสยังคงอมยิ้มด้วยท่าทางกวนโมโห

“มีค่ะ”

“อะไร ว่ามา อาอยากจะนอนพักแล้ว พรุ่งนี้ต้องรีบแหกขี้ตาตื่นขับรถไปโรงพยาบาลแต่เช้าอีก”

“เข้างานแปดโมงเช้าไม่ใช่เหรอคะ ทำไมอาคริสต์ต้องรีบแหกขี้ตาตื่นด้วยล่ะ”

“มีอะไร! พูดมาเลย ไม่ต้องมายืนตีฝีปากกับอา”

“อาคริสต์ไม่คิดจะแต่งตัวให้มันเรียบร้อยกว่านี้หน่อยเหรอคะ เดี๋ยวอริสเข้าไปนั่งรอ”  อริสบอกพร้อมด้วยทำท่ากวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มสวยมุมปาก

“ไม่ต้องอริส!

อาคิราห์ต้องรีบเอื้อมมือมาคว้าข้อมือน้อยเอาไว้แทบไม่ทันเมื่อหลานสาวนอกไส้กำลังบุกรุกอาณาจักรที่เป็นส่วนตัวของเขา อย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง เอหรือว่าจะคิดแต่ตั้งใจ หึ! ยังไงก็ไม่ได้ยังเข้าไม่ได้ มันยังไม่ถึงเวลา

“อ๊ะ! อุ้ย!” ร่างบางชะงักทันทีเช่นกัน

“ออกไป!

“ไม่เห็นต้องทำเสียงดุเลยนี่คะอาคริสต์ขา อริสก็แค่จะเข้าไปนั่งรอเฉยๆ ไม่รบกวนการแต่งตัวของอาคริสต์สักหน่อย รออาคริสต์ใส่เสื้อผ้าเสร็จจะได้พูดกันไงคะแค่นี้ก็ ต้องหวงด้วยเหรอ” เธอหมายถึงทำไมต้องหวงไม่ให้เธอเข้าห้องนอนของเขาด้วย

อย่ามากวนประสาทนะอริส อย่าคิดว่าอารู้ไม่ทัน เธอกำลังคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่ ไอ้เรื่องที่ขอไปอยู่บ้านอานั่นก็เหมือนกัน ทั้งๆ ที่รู้ว่าอาอยู่คนเดียว กำลังคิดทำบ้าอะไรอยู่ฮึ!

อริสฟังคำถามของเขาแล้วไหวไหล่แรงๆ อย่างไม่มีคำตอบให้

“มีอะไรจะคุยกับอาก็ว่ามา ไม่ต้องโยกโย้มันเสียเวลา หรือถ้าแค่อยากจะอ่อยอาเล่นเฉยๆ ก็บอกได้เลยว่าเสียเวลาเปล่า วิธีนี้มันใช้ไม่ได้ อาไม่ใช่เด็กอ่อนหัดที่เห็นผู้หญิงแล้วต้องรีบตะครุบ”

“อาคริสต์นี่หลงตัวเองจังเลยนะคะ ทำไมคิดว่าอริส อยากอ่อยอาจริงๆ แล้วในชีวิตอริสวันๆ เจอแต่คนหล่อๆ เพียบแถมยังไม่แก่เหมือนอาคริสต์อีกด้วยนะคะ อื้อ”

“ว่าใครแก่” พูดพร้อมกำแน่นที่ข้อมือบางแถมกระชากเข้าหาอย่างลืมตัว

“ซี้ดดดดด อ๊ะ อริสเจ็บนะอาคริสต์บีบลงมาได้”

อริสแกะมือหนาออกจากข้อมือตัวเองแล้วแกล้งคลำ

ปรอยๆ ทำท่าว่าเจ็บหนักหนาทั้งๆ ที่ความจริงไม่ได้เจ็บขนาดนั้นซะหน่อย

“อูยยยยย เจ็บ”

“สำออย” อาคิราห์พูดไปกัดกรามไปแทบจะหมดความอดทนกับมารยาของแม่หลานสาวนอกไส้

“ตกลงจะพูด หรือไม่พูด อาให้เวลาสามวิ”

“หืมมมมมม สามวิเนี่ยนะคะอริสยังไม่ทันได้ขยับปากเลยด้วยซ้ำมั้งคะน่ะ”

“หมดเวลา!

คำว่าหมดเวลาอาคิราห์พูดพร้อมๆ กับจับร่างบางเหวี่ยงออกให้พ้นรัศมีวงกบประตูห้องด้านนอกก่อนที่เขาจะปิดประตูตามด้วยกดล็อคอย่างแน่นหนา ยืนกัดกรามมองประตูอยู่พักหนึ่งราวกับสายตาพิฆาตนั้นจะผ่านทะลุไปถึงคนข้างนอกได้เสียอย่างนั้น

ส่วนอริส สาวน้อยกำลังยืนยิ้มกริ่มอยู่หน้าบานประตูพลางพึมพำกับตัวเองเบาๆ



                                             ​.......................................


ดาวโหลดอีบุ๊กเรื่องยั่วรักคุณอาหมอขากดที่นี่ค่ะ

                          à¸¢à¸±à¹ˆà¸§à¸£à¸±à¸à¸„ุณอาหมอขา

                  ***************************

หนังสือนิยายแบบรูปเล่มพร้อมส่งนะคะ สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่

                       เพจนักเขียน / เฟซบุ๊ก / ไลน์

                       เพจ ธเนศวร  ไรเตอร์

                       เฟซบุ๊ก ธเนศวร นามปากกา

                       แอดไลน์ 0979235484



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha