ยอดดวงใจเทพบุตรจอมเถื่อน (ซีรีย์ยอดดวงใจเทพบุตรอัลเล็นโซ่)

โดย: Vanalak29



ตอนที่ 2 : ใจอันร้าวราน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูช่วงเช้าราวสิบโมง ฟาวิโอ่ชันกายลุกจากเตียงสาวเท้าเปิดประตู ชายร่างสูงกำยำยืนจ้องมองมาทางเขาอยู่หน้าห้อง

“มีอะไรหรือเปล่า”ถามเสียงเรียบ

“ท่านรัสตินต้องการพบ”

มองแผ่นหลังใหญ่เดินนำออกไป ฟาวิโอ่ปิดประตูลงก้าวตามอย่างเงียบเชียบ ผู้ชายคนนี้ฝีมือไม่เบาเลยทีเดียวทั้งฝีเท้า สีหน้า ท่าทาง แววตาแห่งนักฆ่าเต็มเปี่ยม มิน่าถึงได้เป็นบอดี้การ์ดข้างกายรัสตินได้ ฟาวิโอ่กวาดตามองรอบระหว่างจ้ำตามโถงทางเดินระหว่างห้อง

ตัวคฤหาสน์ไม่กว้างขวางเท่าตระกูลอัลเล็นโซ่ เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ทำจากไม้สัก พื้นปาร์เก้ขัดมัน หยุดยืนหน้าห้องติดบันได บอดี้การ์ดรัสตินเปิดออกแล้วก้าวนำอีกครั้ง  สองร่างเดินเคียงหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงาน

“ไปนั่งคุยที่โซฟาก่อนก็แล้วกัน”สามคนเดินไปที่โต๊ะรับแขกภายในห้องนั่งลงตรงข้ามกับรัสติน

แม่บ้านนำกาแฟมาเสริฟ์พร้อมกับคุกกี้ธัญพืช ณ เวลานี้ใจฟาวิโอ่เต้นไม่เป็นส่ำหากไม่มีอะไรรัสตินคงไม่เรียกพบเช่นนี้

“ที่ฉันเรียกมาพบเพราะมีงานอยากให้ทำ ฟาวิโอ่... เห็นบอกกับฉันว่าอยากทำงานด้วย”น้ำเสียงเรียบแต่แววตากลับขัดแย้ง

“อยากให้ผมทำอะไรครับ”ถามออกไป

เฒ่าเจ้าเล่ห์เอนกายพิงพนักระบายยิ้มออกมา

“ฉันต้องการให้แกลอบทำร้ายซานโต้ ไม่ต้องถึงตายก็ได้ ก็แค่... บาดเจ็บจนทำให้พวกมันนั่งเก้าอี้ทำงานไม่ติด!

คำสั่งทำเอาคนฟังขบกรามแน่น การที่รัสตินเล่นไม้นี้คงต้องการลองใจ นึกอยู่แล้วผู้ชายคนนี้เข้าหาไม่ได้ง่ายๆ สายตาสองคนมองมาที่เขา อึดอัด กดดัน กับทุกอย่าง เหตุใดท่านซานโต้ถึงเลือก

“ผมรับงานนี้ แต่ผมขอผู้ช่วยสักคนได้ไหม”สบตาแล้วข่มใจ ทุกอย่างจะต้องไม่เสียเปล่า

“ฉันจะให้เพโต้ไปช่วย”

เพโต้เหลือบมองแล้วพยักหน้า คงไม่ได้ให้มาช่วยคงมาจับตาดูเสียมากกว่า พอถึงเวลาหากเขาหักหลังคงจะฆ่าทิ้งฉกชิงเพชรเม็ดนั้นได้เสียอีก

“ขอบคุณมากครับ”หันยิ้มให้กับผู้ช่วย

“หากต้องการอะไรบอกเพโต้ได้เลย อาวุธ ระเบิด หรือเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน”รัสตินสมทบ

“ครับ”

รัสตินลุกยืนหยิบไม้เท้าพาดข้างโซฟามา ก้าวเดินอย่างระแวดระวัง เพราะอดีตเคยทำงานสกปรกมามากมายบาดเจ็บเจียนตายหลายครั้ง เลยทำให้สภาพร่างกายถดถอยไปตามกาลเวลา ตอนนี้ยิ่งออกฤทธิ์ทำเอาแทบเดินไม่ได้ มีลูกก็เหมือนไม่มี คนที่ใช้ได้กลับต้องมาตายจากเสียใจแต่ไม่อาจแสดงออกให้ใครเห็นได้เลย

เสียงประตูเปิดออกอย่างกะทันหัน ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว รีออนสบตาชายแปลกหน้าจ้องมองพิจารณาดวงตาเบิกกว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเป็นใคร ตรงเข้าหากระชากคอเสื้อขึ้นมา

“แก! แกมันคนของอัลเล็นโซ่!

“หยุดเดี๋ยวนี้นะรีออน!”รัสตินตวาดลั่นหันกลับมา

ไม่ยอมปล่อยแววตาจ้องมองดุดัน อยากจะฆ่าเสียให้หายแค้น คนของอัลเล็นโซ่ทำให้น้องชายของเขาต้องตาย ไนซ์ต้องจบชีวิตลงเพราะพวกมัน

“พวกอัลเล็นโซ่ทำให้ไนซ์ต้องตาย ผมจะไม่มีวันปล่อยพวกมันไปสักคน!

คนเป็นพ่อขบกรามแน่นน้ำคำเหมือนเจ็บปวดส่งมา อาจมองรีออนคงเกลียดน้องตัวเองแต่ไม่ใช่เลย เป็นเพียงแค่ความอิจฉาตามประสาเท่านั้น

“เท่าที่ผมได้ทราบข่าว คนยิงคือผู้หญิงที่ชื่อมาริต้าไม่ใช่หรือครับ”ฟาวิโอ่ย้อน

“แก กล้ายอกย้อนฉันเหรอ!

ผลั่ก!

หมัดถูกเสยเข้าข้างแก้ม ฟาวิโอ่เซจนแทบล้มลิ้นดุนดันกระพุ้งแก้มเพื่อลดความเจ็บ เมื่อหยัดยืนมาเผชิญหน้าต่อบุตรชายคนโตแห่งตระกูลมัสสิโม่ได้อีกครั้ง

มองสบตารีออนแล้วเห็นแต่ความสิ้นหวัง เจ็บปวด อยากรู้นักรัสตินเลี้ยงลูกตัวเองมาอย่างไร แววตาถึงได้เศร้าหมองถึงเพียงนี้ เหมือนแบกรับแต่ความสูญเสียไม่เคยจบสิ้น น่าสงสาร... ช่างแตกต่างจากท่านซานโต้นักบุตรชายสี่คนแม้นิสัยใจคอจะแตกต่างแต่กลับรักใครกลมเกลียวกันอย่างดี

“ฉันบอกให้แกปล่อยยังไงล่ะ!”รัสตินย้ำคำเดิมอีกครั้ง แต่แววตาครั้งนี้ดุดันจนน่ากลัว

ยอมคลายมือออกจากคอเสื้อ ลมหายใจหนักหน่วงระบายออกมา ไม่มีวันยอมเด็ดขาดจะต้องแก้แค้นให้ได้ไม่ว่าทางไหนเขาก็จะทำ

“ผมไม่มีวันให้อภัยอัลเล็นโซ่เด็ดขาด ผมจะต้องแก้แค้นพวกมันให้ได้ ผมจะไม่สนคำสั่งพ่ออีกแล้ว!”หุนหันออกมาจากห้อง

รัสตินมองตามแผ่นหลังนึกเสียดายบุตรชายคนรอง ในห้วงความคิดหนึ่งเคยเปรียบเปรยหากคนจากไปไม่ใช่ไนซ์แต่เป็นรีออนจะรู้สึกเช่นไรกันนะ พอรู้ว่าตนเองกำลังคิดผิดเลยสะบัดไล่มันออกไป

ฟาวิโอ่กระชับคอเสื้อติดกระดุมเช่นเดิม ก้มศีรษะประหนึ่งทำความเคารพ

“ผมขอตัวก่อนนะครับ คงต้องรีบไปเตรียมตัว”

“ไปเถอะ”รัสตินบอก

ฟาวิโอ่สาวเท้าถึงหน้าประตูโดยมีเพโต้ติดตามมา เสียงฝีเท้าก้าวเดินแข่งกันเป็นระยะๆ จากวันนี้คงถูกประกบไม่ห่างจะแสดงพิรุธอะไรออกมาไม่ได้เด็ดขาด

“ต้องการอะไรบอกผมได้นะครับ”เพโต้บอกขณะยืนอยู่หน้าห้อง

“ครับ เดี๋ยวผมจดรายการก่อน”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัว”

เพโต้เดินห่างออกมาจากห้อง เพราะรามือมานานไม่รู้ว่าตนเองจะทำได้แค่ไหนกัน ฟาวิโอ่ปิดประตูลงโยนตัวบนเตียงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

ร่างสันทัดสวมเสื้อคอกลมสีดำ กางเกงยีนส์สีเดียวกัน แจ็กเก็ตหนังพร้อมปืนเหน็บช่วงเอว รองเท้าบูทผูกเชือกช่วงหน้าแข้งลุกยืนเต็มความสูงมองสำรวจตัวเองแล้วเดินเปิดประตู ลงมาถึงชั้นล่างเห็นผู้ช่วยรออยู่ก่อนแล้ว

“พร้อมหรือยังครับ”เพโต้เอ่ยถามขณะยืนขึ้น

“พร้อมแล้ว ไปได้เลย”

รถซีบีอาร์ราคาเหยียบล้านสตาร์สองร่างนั่งคร่อมแล้วขับเคลื่อนออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจอดลงหน้าร้านหนังสือเก่าแก่ เพโต้นำเข้าในร้าน ฟาวิโอ่กวาดตามองรอบๆมองผาดๆ เหมือนร้านธรรมดา เจ้าของร้านเงยมองผู้มาเยือนระบายยิ้มออกมา

“อ้าว เพโต้มายังไง ต้องการอะไรล่ะวันนี้!”เจ้าของเอ่ยทัก

“พาพี่ชายมาดูของหน่อย”

“งั้นเหรอ”เบนสายตามาทางฟาวิโอ่ แล้วรีบกุลีกุจอมาหา “สวัสดีครับผมชื่อเมแกน” จับมือแน่น

“ครับ ผมฟาวิโอ่”

ปล่อยมือแล้วหันทางลูกน้อง

“เฮ้ย! ราติสดูร้านแทนหน่อย”สั่งลูกน้องเสร็จเดินนำ “ตามผมมาเลยครับ”

ทางเดินระเกะระกะไปด้วยหนังสือทอดยาวจนมาถึงหน้าชั้นหนังสือใหญ่ เมแกนกวาดตามองแล้วกดปุ่มด้านข้าง มันเลื่อนหมุนเฉียงเปิดให้เห็นช่อง เจ้าของร้านแทรกตัวผ่านเข้าไปติดตามด้วยเพโต้ ฟาวิโอ่ยืนมองก่อนรีบเดินตามทั้งคู่แล้วประตูก็ปิดลงตามเดิม

บรรยากาศด้านในค่อนข้างมือและเย็น อากาศอับชื้น แสงไฟสลัวตลอดทางเดินมาสักระยะมองเห็นห้องโถงกวางอยู่สุดทาง ไฟสว่างเป็นพิเศษ ด้านข้างติดเครื่องระบายอากาศ ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้องมองรอบๆ อย่างตื่นตะลึง อาวุธมากมายถูกวางเรียงอย่างดี มันมากมายเสียจนสามารถเปิดสงครามย่อมๆ ได้เลยทีเดียว

“เลือกได้เลยครับ อยากได้กระบอกไหน ผมยังมีของดีอีกมาก”แนะนำพลางประกบมือถูไปมาสีหน้ายินดี

“ปืนผมมีแล้ว อยากได้จำพวกระเบิดควัน หรือระเบิดยาสลบทำนองนี้”

“โอ้! ถ้าอย่างนั้นเชิญทางนี้เลยครับ”

กระป๋องระเบิดควันถูกนำมาวางเรียง พร้อมด้วยระเบิดสำหรับทำให้คู่ต่อสู้สลบหรือมีอาการชายามสูดดมเข้าไป

“ต้องการเท่าไหร่ดีครับ”เจ้าของร้านยังคงนำเสนอ

“อย่างล่ะห้าก็พอ คงไม่นาน”

“ได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะจัดส่งให้เหมือนเดิม”

ฟาวิโอ่หันมองผู้ช่วยเห็นกำลังพยักหน้าตอบรับ

“ต้องการอะไรเพิ่มอีกไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วผมจะได้กลับ”เพโต้หันมาถาม

“ไม่ล่ะ กลับได้เลย”

สองคนขึ้นคร่อมรถขับออกมาจากร้านหนังสือเก่าแก่ ไม่เคยคิดเลยหลังฉากของร้านหนังสือเก่าแก่จะมีอาวุธสงครามมากมาย ไม่แปลกใจที่อัลเล็นโซ่ไม่ทำบุ่มบ่ามกำจัดมัสสิโม่ ทั้งที่ถูกก่อกวนตลอดเวลา

 

เช้าวันอาทิตย์ช่วงสิบเอ็ดโมงแพททิเซียลงมาจากชั้นบน วันนี้เป็นวันหยุดไม่ได้เห็นหน้าเขา เมื่อวานหัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อถูกโอบอุ้มขึ้นห้องนอนเช่นนั้น ใบหน้ายังร้อนผ่าวรู้สึกขัดเขินอ้อมกอดนั้นอบอุ่นมากเหลือเกิน แม้สีหน้าเซ็ทเหมือนไม่ใส่ใจ มองดูข้อเท้าตนเองดีขึ้นมากเพราะเมื่อคืนสาวใช้นำยามาให้บอกว่าเป็นคำสั่งของเจ้านาย

ค่อยๆ มาที่สวนด้านหลัง เมื่อวานซื้อต้นมะลิมาอยากจะเอาลงดิน หวังให้คนที่นี่ได้กลิ่นแล้วจดจำได้ วันหนึ่งหากต้องกลับเมืองไทยอยากทิ้งอะไรไว้บ้าง มองหาอุปกรณ์สำหรับขุดดิน

“หานี่อยู่หรือเปล่าครับ”เสียงทุ้มถามไถ่ เมื่อหันมองบอดี้การ์ดคุ้นหน้ากำลังยื่นเสียมให้

ยื่นมือคิดจะรับมา “ขอบคุณมากนะคะ”

แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้ให้ถือค้างไว้

“จะทำอะไรครับ”

“อยากปลูกต้นไม้น่ะค่ะ”บอกแล้วหันมองมาทางต้นมะลิ

“ถ้าอย่างนั้นผมช่วยนะครับ”ไม่รอให้อนุญาตก้มลงจัดการขุดดินทันที

แพททิเซียย่อกายลงนั่งแล้วดึงพลาสติกสีดำออกจากราก เวลาผ่านเพียงห้านาทีหลุมสำหรับปลูกเสร็จเรียบร้อย

“แข็งแรงมากเลยนะคะ ถ้าเป็นแพทคงเป็นวันกว่าจะได้หลุมลึกขนาดนี้”รอยยิ้มระบายออกมา

“เรื่องนี้ไว้ใจผมเถอะ ผมขุดเก่งนะครับเห็นแบบนี้เมื่อก่อนเคยทำสวนช่วยพ่อกับแม่เลยนะเนี่ย”หัวเราะออกมา

“จริงเหรอคะ แล้วอะไรทำให้มาทำงานที่นี่ได้”

ลงมือขุดต่ออีกหลุม

“พอดีพ่อแม่ผมกับท่านซานโต้สนิทสนมกัน ที่บ้านปลูกผลไม้ส่งเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตในเครืออัลเล็นโซ่ครับ แล้วท่านสองคนก็เล่าว่าผมเป็นทหารเรียนจบหลักสูตรหน่วยซีลมา แถมยังเคยไปอิรัก ท่านซานโต้เลยชอบใจขอตัวผมมาทำงานด้วย”

“เก่งจังเลยนะคะเนี่ย” สีหน้าครุ่นคิด “แล้วทำไมถึงได้มาทำงานกับคุณเซ็ทล่ะคะ แทนที่จะทำงานกับท่านซานโต้”

“ท่านซานโต้ขอให้ผมมาดูแลคุณชายครับ ช่วงนั้นไม่ค่อยมีใครเข้าหน้าคุณชายได้เลย ใครมาทำงานด้วยมันจะโดนไล่ออกเป็นประจำ”แววตาบ่งบอกถึงความกังวลบางอย่าง

“คุณเซ็ท... เป็นอะไรเหรอคะ”เหมือนมีอะไรบางอย่างปกปิดอยู่เธอไม่เข้าใจ สายตาของเขาบางครั้งมันดูเศร้า

“ผมไม่รู้หรอกครับ คนที่รู้ดีน่าจะเป็นพ่อของคุณมากกว่า ฟาวิโอ่สนิทกับคุณชายมากนะครับ เห็นว่าดูแลกันมาตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่นอยู่”

แพททิเซียบเงียบนิ่ง ไว้ใจมากเลยทำให้เจ็บมาก คงเจ็บใจที่ลูกน้องคนสนิทหันมาทรยศตนเอง เลยจับตัวเธอมาเป็นตัวประกันแต่ก็ทำร้ายไม่ลง

“ฉันขอโทษนะคะ ฉันไม่รู้เลยจริงๆ ว่าพ่อจะทำเรื่องแบบนี้”

“มันไม่ใช่ความผิดคุณหรอกครับ คุณชายเองก็รู้เรื่องนี้ดี... ปกติคุณชายเป็นคนใจร้อนแล้วก็ไม่ค่อยยอมใคร เพิ่งเห็นคุณเป็นคนแรกนี่แหละครับที่คุณชายไม่ทำอะไร ถ้าเป็นคนอื่นคงจัดการกดดันเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการไปแล้วล่ะครับ”เกรเต้เผย

“ฉันเองก็กลัวค่ะ กลัวว่าคุณเซ็ทจะโกรธ โมโหแล้วทำร้ายพ่อ ฉันไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย”บอกเสียงเศร้า

“เรื่องที่เกิดขึ้นมันหนักหนาแต่คุณชายไม่ทำร้ายใครโดยไม่มีเหตุผลหรอกนะครับ นอกจาก... เรื่องนั้นมันร้ายแรงจนคุมอารมณ์ตนเองไม่อยู่” ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เพชรหกเหลี่ยมเม็ดนั้นเป็นของดูต่างหน้าแม่ของคุณชาย แต่มันถูกพ่อของคุณขโมยไป”

“ฉันไม่เข้าใจพ่อทำไมต้องขโมยไปด้วย น่าจะมีข้าวของมากมายไม่ใช่เหรอ!”น้ำตาคลอ

“มันมีตำนานเล่าอยู่ครับ คุณมาเรียแม่ของคุณชายมีเชื้อสายทางกษัตริย์ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าท่านมีสมบัติของอดีตบรรพบุรุษซุกซ่อนอยู่ และกุญแจคือเพชรสี่เม็ดที่ให้กับลูกชายไว้สี่คน”

แพททิเซียอ้าปากสีหน้าตระหนกเหมือนเรื่องมหัศจรรย์บางอย่าง ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง

“เรื่องจริงเหรอคะนี่!”ร้องออกมา

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันแต่คนภายนอกเชื่ออย่างนั้น”

“เป็นเรื่องเล่าที่สนุกมาเลยค่ะ”หัวเราะออกมา

สิบเอ็ดโมงลงมาจากชั้นบนบนโต๊ะอาหารยังไม่เห็นผู้ใด เช็ทก้าวเดินมาด้านหลังสวนเพราะคิดว่าเธอคงอยู่ที่นั้น และแล้วเป็นจริงดั่งคาดสายตามองเห็นบอดี้การ์ดคนสนิทพูดคุยสนุกสนานกับแพททิเซีย มือกำแน่นอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกอัดแน่นในอกนี้มันคืออะไร

นึกตำหนิขึ้นมารอยยิ้มแบบนั้นเหตุใดไม่เคยมีให้เขา แต่กลับให้อีกคน สีหน้า ท่าทางดูมีความสุขเสียเหลือเกิน หันหลังกลับมาเดินถึงโต๊ะอาหารลากเก้าอี้นั่งลง

“เสริฟ์อาหารได้เลย!”สั่งเสียงเข้ม

แม่บ้านรีบทำหน้าที่ เห็นอารมณ์เจ้านายไม่ค่อยดี

มิรันเปิดประตูบ้านพักออกมา มองเห็นเพื่อนกับผู้ชายนิสัยแย่กำลังพูดคุยสนุกสนาน ดวงตาเรียวหรี่ลงคิดจะจีบเพื่อนเธอเหรอฝันไปเถอะ ก้าวฉับๆ สายตาสะดุดถังน้ำวางอยู่หยิบแล้วเปิดน้ำใส่ หิ้วเดินมาถึง แพททิเซียชะงักยกมือโบกเพื่อทักทาย

“อ้าวรัน ตื่นแล้วเหรอ!”มิรันหยุดเท้าดวงตาเบิกกว้าง

จังหวะนั้นบอดี้การ์ดหนุ่มลุกยืนขึ้น หญิงสาวกระโจนเข้าหาอย่างน้อยขอแค่เอาถังครอบหัวให้สะใจก็ยังดี แต่เท้ากลับสะดุดเนินดิน

ตุบ!

ถังน้ำตกสู่พื้น ร่างบางล้มลงใบหน้าซบอยู่ตรงแผงอกของเขา มิรันผงะรีบผลักออกห่าง ใบหน้าแดงซ่านความอับอายเข้าแทรก แพททิเซียหัวเราะร่าออกมาน้ำตาแทบไหลเมื่อเห็นเพื่อนซุ่มซ่าม

“รันจะทำอะไรน่ะ!”หายใจแทบไม่ทัน

“เปล่านี่!”รีบแก้ตัว

รอยยิ้มเยาะเผยออกมา คิ้วเข้มยักขึ้นลงเหมือนต้องการเย้ยหญิงสาว มิรันเบ้ปากง้างมือทำท่าเหมือนจะต่อย ก่อนสงครามจะหยุดลงเมื่อเกรเต้ดูนาฬิกาข้อมือ

“แย่แล้วครับ ป่านนี้คุณชายลงมาแล้ว”ชายหนุ่มรีบรายงานสองสาว

“งั้นเรารีบไปเถอะค่ะ เดียวจะถูกดุ”

สาวเท้ามาถึงห้องอาหารเห็นเจ้าของคฤหาสน์วางมือเช็ดปากเลื่อนเก้าอี้ เหลือบมองมาทางแพททิเซียเล็กน้อยแล้วลุกยืน

“เวลาอาหารทีหลังกรุณามาให้ตรง!”สายดุๆ ส่งมา

“ขอโทษค่ะ”แพททิเซียรีบบอก

เซ็ทเหลือบมองลูกน้องก่อนหันหลังสาวเท้าขึ้นชั้นสอง ได้ยินเสียงปิดประตูห้องทำงาน แพททิเซียถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“กินรังแตนมาหรือไงอารมณ์บูดทุกวัน!”มิรันเบ้ปาก

“แต่เราผิดนะรัน”

มิรันลากเก้าอี้กระแทกก้นนั่งลงอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ก่อนก้มหน้าก้มตารับประทานอาหาร เหลือบมองเห็นเกรเต้ยืนมองอยู่ ทำไมไม่ไปไหนสักทีตามเป็นเงาน่าหมั่นไส้นักไม่ใช่นักโทษสักหน่อย

 

เที่ยงคืนตรงรถซีพีอาร์สตาร์ทออกจากเขตรั้วตระกูลมัสสิโม่ สองร่างคร่อมรถเลียบๆ เคียงๆ มองดูสถานการณ์ไฟส่องสว่างบางส่วน ฟาวิโอ่ลงจากรถจดจำเส้นทางที่คนเฝ้าน้อยกระโจนจับขอบกำแพงกระโดดลงถึงพื้นดิน ดึงหมวกปิดหน้า สาวเท้าอย่างเงียบเชียบจ้องมองคฤหาสน์หลังใหญ่เก่าแก่โดยมีเพโต้ตามมาติดๆ

สายตาหรี่มองคนเดินเพ่นพ่านราวสิบคน หน้าประตูซึ่งเป็นส่วนสำคัญอีกสองค่อยๆ ย่องเข้าหาด้านหลัง รวบต้นกดเข็มจนร่างแน่นิ่งไป แต่อีกคนกลับถูกมีดจากบั้นเอวปาดลงบนคอเลือดสีแดงสดทะลักออกมา ฟาวิโอ่ชะงักรับรู้ได้ถึงกลิ่นความเห็นเพโต้กำลังเช็ดเลือดจากมีดลงบนกางเกง

“รีบขึ้นไปข้างบนฟาวิโอ่ ผมดูต้นทางให้”เพโต้บอก

ฟาวิโอ่ขบกรามมองดูสภาพลูกน้องด้วยความเสียใจ ก่อนรุดหน้าเข้าด้านในต่อ ถึงชั้นสองจำได้ว่าห้องซานโต้อยู่ที่ไหน เปิดประตูเข้าห้องมองเห็นเป้าหมายกำลังนอนอยู่ ทุกคนคงถูกกำจัดหมดแล้ว น่าเศร้านักที่ต้องสูญเสียชีวิต ยกปืนเก็บเสียงขึ้นมา

ปัง! ปัง! ปัง!

สามนัดยิงลงไป แล้วรีบหุนหันออกมาอย่างรวดเร็ว ฟาวิโอ่มองด้านล่างเห็นศพสามรายนอนอยู่ เหลือบมองมาทางเพโต้ ข่มกลั้นความโกรธเอาไว้

“ไปกันได้แล้ว!

เพโต้วิ่งตามออกมากระโจนเกาะกำแพงแล้วขึ้นคร่อมทะยานออก เสียงผู้คนเริ่มแตกตื่น ระหว่างทางได้ยินเสียงหัวเราะออกมาเป็นระยะๆ ฟาวิโอ่ขบกรามแน่นสักวันจะชำระแค้นนี้แทนพวกเขาให้ได้

บอดี้การ์ดวิ่งมาดูสภาพศพลูกน้อง ก่อนขึ้นชั้นสองห้องนอนเจ้านาย ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลออกมา รีบกดสัญญาณเตือนเหนือตัวเตียง ไฟสว่างไสวทั่วทุกพื้นที่ เสียงได้ยินทั่วอาณาเขตซาฟสะบัดผ้าห่มลงจากเตียงเช่นเดียวกับน้องชายอีกสามคน

รถเตรียมรอรับเพื่อเดินทางไปคฤหาสน์หลังใหญ่ พี่น้องสี่คนมองหน้ากันเมื่อมาหยุดยืนอยู่ด้านในเห็นศพลูกน้องบิดานอนจมกองเลือดสี่คนจ้ำพรวดถึงห้องบิดา เปิดประตูเข้ามา

“เกิดอะไรขึ้น”เสียงเข้มถาม

“ท่านซานโต้ถูกยิงครับ”น้ำตาคลอ

“เรียกรถพยาบาลเร็วเข้าสิ”ไซน์บอก

เรเน่รีบวิ่งลงไปทันที ซาฟมองบิดาหายใจแผ่วเบาก่อนสาวเท้าเข้าไปประคองตรวจดู

“มีแค่ที่ไหลเลือดออกมาก”ซาฟบอก

“ใครมันกล้าขนาดนี้!”ไซน์เข่นเขี้ยว

เซ็ทยืนนิ่งเหมือนถูกสาบกายชาหนึบไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน เซย์จับไหล่พี่ชายไว้แน่น

“พี่เซ็ท... เราจะทำยังไงดี”เซย์เสียงสั่น

“ไม่เป็นไรหรอก พ่อต้องไม่เป็นไร!”น้ำตาคลอ

เสียงรถพยาบาลจอดเทียบแพทย์วิ่งเข้ามาพร้อมเครื่องช่วยหายใจ ร่างถูกยกใส่เปลหามลงมาด้านล่างแล้ววางลงบนเตียงเข็นขึ้นรถออกไป

“เดี๋ยวพี่จะตามไปดูพ่อ ไซน์จัดการทางนี้ด้วย”

“ครับพี่ซาฟ”

“พี่ฝากด้วยนะ”ซาฟบอกแล้วนั่งรถเพื่อเดินทางสู่โรงพยาบาล

ไซน์หันมองน้องชายสองคน ครุ่นคิดแล้วหุนหันเดินเข้าไปในห้องสำหรับดูภาพในกล้องวงจรปิด ภาพที่เห็นสร้างความเจ็บปวด ไม่รู้ว่าสองคนเข้ามาที่นี่เป็นใคร แต่ทว่า... เซ็ทกลับจำมันได้ดีมือของชายคนนั้นสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย เคยเห็นหลายครั้งไม่ผิดแน่ คิดปกปิดเรื่องนี้แต่คงทำไม่ได้อีกแล้ว ความรู้สึกกดดันอัดแน่นในอก

คับแค้นใจทวีคูณ พ่อของเขาชุบเลี้ยงมาอย่างดี ไม่นึกว่าจะกล้าทำร้ายถึงขั้นเอาชีวิต บอดี้การ์ดสามคนที่ต้องจบลงด้วยน้ำมือไม่คิดบางหรือไงว่าเขามีลูกเมียคอยอยู่ โหดเหี้ยมอำมหิตนัก

“ใครกันสองคนนี้พอจะคุ้นไหม”เซย์ถามเสียงเครียด

“พี่ก็ไม่รู้ ดูไม่คุ้นเลย”

มือข้างตัวกำแน่นภาพสมัยเด็กตีตื้นขึ้นมา ผู้ชายคนนี้เคยโอบอุ้ม ดูแล ปกป้องคุ้มภัย คอยให้คำแนะนำมากมาย มันเจ็บปวดแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อาจทนให้มาทำลายครอบครัวได้ เมื่อต้องเลือกก็ขอเลือดทางที่ถูกต้อง

“ผู้ชายหนึ่งในนั้นคือฟาวิโอ่”เซ็ทบอก

“ฟาวิโอ่นะเหรอ แน่ใจแล้วเหรอเซ็ท!”ไซน์หันมาถามน้องเพราะไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน

“เรื่องจริง ฟาวิโอ่ทรยศผมไปเข้ากับมัสสิโม่แล้ว เพียงแต่ผมยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใคร!

สองมือจับไหล่น้องชายแน่นจ้องมองแววตาเจ็บปวด หากบอกเร็วกว่านี้เรื่องทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้

“ทำไมเพิ่งมาบอกเซ็ท ถ้ารู้จะได้ป้องกันได้ทัน!

“ผมขอโทษครับพี่ไซน์”

เซย์รีบจับท่อนแขนพี่ชายไว้ มองสองคนด้วยความเป็นห่วง

“พี่ไซน์ อย่าทำแบบนี้เลยครับ ตอนนี้เราต้องช่วยกันไม่รู้พ่อเป็นอะไรมากหรือเปล่า”เซย์เตือน

ไซน์ปล่อยมือออกสีหน้าเคร่งเครียด โทรศัพท์ดังขึ้นล้วงกระเป๋ามองหน้าจอรีบกดรับ

“ครับพี่ซาฟ”ตอบรับปลายสาย

“ไซน์ ไม่ต้องห่วงพ่อนะ หมอบอกว่ากระสุนแค่ถากไปไม่เป็นอันตรายพักรักษาตัวไม่กี่วันก็หาย”

“จริงเหรอครับพี่!”ร้องออกมาน้ำเสียงตื่นเต้น

“จริงสิ พี่วางสายก่อนนะ พ่อมีเรื่องจะคุยด้วย”

“ครับๆ”

สีหน้าไซน์ดีขึ้นมา เลยทำให้คนรอบข้างพลอยคลายกังวล

“พ่อไม่เป็นอะไรแล้ว กระสุนถากไม่กี่วันก็ออกจากโรงพยาบาลแล้ว”ไซน์บอก

“จริงเหรอครับพี่ ผมกังวลมากเลยนึกว่าพ่อจะเป็นอะไร”เซย์น้ำตาคลอ

“เรื่องจริง พ่อปลอดภัยแล้ว” เหลือบมองน้องชายอีกคน “เซ็ทพี่ขอโทษนะที่เมื่อครู่พูดจารุนแรง”ไซน์ตบไหล่

“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ผิดที่ปิดบังเรื่องทั้งหมดไว้ทำให้คนของเราต้องจบชีวิตลง”

สามคนนิ่งเงียบสามชีวิตที่สูญเสียลงไป ต่อจากนี้คงต้องดูแลครอบครัวให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เร่งจัดการเคลียร์พื้นที่พร้อมทั้งแจ้งตำรวจ จนเวลาล่วงเลยถึงตีห้า

“ไปนอนกันก่อน แล้วพรุ่งนี้เราจะไปเยี่ยมพ่อด้วยกัน”ไซน์แนะ

“ได้ครับ”เซย์รับคำ

เซ็ทสาวเท้ามาถึงรถตนเองขึ้นนั่งแววตาแข็งกร้าว เพิ่งรู้สึกถึงความแค้นในส่วนลึก มันเหมือนหัวใจจะระเบิดร่างกายสั่นสะท้าน หัวสมองคิดเพียงแค่ต้องการเอาคืนเท่านั้น อะไรไม่โกรธเท่าเห็นชีวิตคนเป็นผักปลา ยังคิดฆ่าผู้มีพระคุณของตนเองอีก

ถึงหน้าคฤหาสน์หุนหันลงมาจากรถ สองเท้าจ้ำก้าวอย่างรวดเร็วเปิดประเข้าห้องจ้องมองประตูอีกด้าน กระชากมันออกทันที มองเห็นเป้าหมายนอนหลับสบายบนเตียงโทสะลุกโชนเดินตรงเข้าดึงแล้วลากจนหญิงสาวแทบตั้งรับไม่ทัน แพททิเซียถูกเหวี่ยงลงกองกับพื้น

“โอ้ย!”ร้องออกมาเมื่อก้นกระแทก มองชายหนุ่มสีหน้ามึนงง

แววตาแข็งกร้าวส่งมา เกิดอะไรขึ้นอีกทำไมถึงได้เข้ามาในห้องนี้แถมยังทำท่าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เซ็ทย่อกายลงยิ้มเหี้ยมออกมา

“เธอรู้ไหมวันนี้พ่อเธอทำอะไรไว้”น้ำเสียงเยือกเย็นฟังแล้วขนลุก

“มะ...ไม่รู้ค่ะ”

“พ่อเธอคิดฆ่าพ่อฉัน วันนี้มีคนตายไปสามคนซึ่งพวกเขาตายด้วยน้ำมือพ่อของเธอ!”ตวาดลั่นออกมาแววตาเจ็บปวด

แพททิเซียนิ่งงันเหมือนตัวเองกำลังจะจมน้ำ หัวหนักขึ้น มือไม้สั่นเทา แต่น้ำตาเอ่อคลอ ไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่างมันน่ากลัวเกินไปแล้ว

“ฉะ...ฉันไม่รู้ ฉันขอโทษ”เสียงสั่นเครือ

มือบีบปลายคางมนจ้องลึกลงในดวงตา ต่อให้ใบหน้านี้จะสวยงามน่าชมมากเพียงใด แต่จะไม่มีวันให้มีอิทธิพลอีกแล้ว ในเมื่อมันไม่ยอมรามือคิดจ้องทำร้าย เขานี่แหละจะทำร้ายลูกสาวให้สาสมตาต่อตาฟันต่อฟัน

“ต่อไปนี้... ฉันจะไม่ปราณีเธออีกแล้ว”สะบัดมือออกจากปลายคางแล้วเปิดประตูออกจากห้อง

ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเธอเชื่อมั่นในตัวพ่อเสมอ หากวันหนึ่งได้พบกันคงได้รู้ความจริงกับการกระทำแสนโหดร้าย ใจได้แต่ภาวนาให้พ่อนั้นปลอดภัย

 

เจ็ดโมงเช้าร่างสูงจ้ำพรวดลงมาจากห้องนอนอย่างรวดเร็ว รถจอดเทียบรออยู่ก่อนแล้ว แพททิเซียหยุดยืนเหลือบมองเขาเล็กน้อย อาหารบนโต๊ะไม่ได้สร้างความสนใจให้แม้แต่น้อย แววตาหญิงสาวหม่นลงรู้สึกได้ถึงความรังเกียจที่มีให้ เซ็ทก้าวขึ้นนั่งในรถ

รถจอดเทียบหน้าโรงพยาบาลร่างสูงก้าวย่างผ่านทางเดินระหว่างห้องผู้ป่วย เห็นห้องติดชื่อบิดาเปิดเข้ามา ดวงตาสบกันพ่อยิ้มรับพี่ชายและน้องกำลังยืนล้อมเตียง เซ็ทค่อยๆ เดินมาข้างเตียง

“พ่อไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมครับ”เซ็ทถาม

“ก็ดูสิพ่อหายดีแล้ว”หัวเราะออกมา

มือยกตบบ่าน้องชาย

“ไม่ต้องโทษตัวเองนะเซ็ท ไม่ว่าใครก็รู้ว่าแกสนิทกับฟาวิโอ่แค่ไหน”ซาฟบอก

“ใช่ครับพี่เซ็ท”เซย์สมทบ

“ผมขอโทษนะครับที่ไม่ได้บอกเรื่องสำคัญแบบนี้”

“บอกแล้วว่าอย่าโทษตัวเอง ตอนนี้เราต้องช่วยกันแก้ปัญหาเสียก่อน”พี่ชายคนโตออกความเห็นอีกครั้ง

สี่คนหันมานั่งบนโซฟาในห้องผู้ป่วยวีไอพี เพื่อปรึกษากัน

“แล้วเราจะเอายังไงเรื่องฟาวิโอ่ดี”น้องคนเล็กถาม

“ผมขอเป็นคนจัดการเองได้ไหม เรื่องฟาวิโอ่”เซ็ทเสนอตัว

สามคนมองหน้ากันถอนใจออกมา พอจะเข้าใจความรู้สึกของเซ็ทดี คงกดดันแล้วก็อึดอัดมาก เมื่อคนที่ตัวเองเคารพเหมือนพ่อกลายเป็นคนทรยศ

“ได้ พี่จะให้เซ็ทจัดการเรื่องฟาวิโอ่”พี่ชายคนโตยอมรับ “ส่วนไซน์กับเซย์ช่วงนี้พี่อยากให้ระวังตัวให้มาก ตอนนี้ข้อมูลของบริษัทเรารั่วไหลพี่คิดว่าคงมีหนอนบ่อนไส้ แต่ยังจับไม่ได้ว่าเป็นใคร”น้ำเสียงเครียดมากยิ่งขึ้น

“ครับ”สองคนรับคำพร้อมกัน

“ถ้าอย่างนั้นถือว่าเราตกลงกันแล้ว ตอนนี้ต้องประคองบริษัทดูแลลูกน้องให้ดี อย่าให้ใครมีอันตรายอีก มีเรื่องอะไรให้มาปรึกษากันอย่าเก็บเงียบไว้คนเดียวเข้าใจไหม”ซาฟบอกน้อง

“ครับพี่ซาฟ”เซ็ทรับคำพร้อมกับพี่น้อง

ร่างสูงลุกยืนสาวเท้าข้างเตียงบิดา ซานโต้มองบุตรชายแววตาชื่นชม

“ผมกลับก่อนนะครับพ่อ”

“กลับดีๆ นะลูก”เซ็ทหันหลังก้าวยาวถึงหน้าประตู

“เซ็ท...”เสียงบิดาเอ่ยเรียกอีกครั้ง ชายหนุ่มหันมา “ลูกทำอะไรจงคิดให้หนัก หากรู้ใจตัวเองแล้วจะเสียใจเพราะวันนั้นเราเพิ่งตระหนักว่าตัวเองได้สูญเสียสิ่งสำคัญไปแล้ว”

ชายหนุ่มเงียบถ้อยคำของบิดาทำเอาพูดไม่ออก คนอยากเขาหากต้องการหญิงใดคงจะคว้าเอามาทั้งโลกยังได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกของศัตรู เซ็กส์ไม่จำเป็นต้องมีความรัก เดินออกมาไม่ได้ตอบอะไร ซาฟเหลือบมองบิดาเห็นแววตาคู่นั้นทอประกาย หัวใจอันร้อนรุ่มของเซ็ทใครจะดับมันได้ลงกัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha