ยอดรักพัสกาญ (ซีรีส์ ยอดรักยอดดวงใจ)

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ฝันร้าย


ตอนต่อไป

                    “ยาหยีลูก!” เสียงสตรีสูงวัยดังขึ้นพร้อมกับร่างท้วมที่ห่อหุ้มด้วยอาภรณ์ชั้นดีมีราคา นางพุ่งตัวตรงไปยังห้องขังที่มีกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงไม่ต่ำกว่าสิบคนอัดกันอยู่ในนั้นและแทบทั้งหมดยังอยู่ในอาการเมามายมาได้สติ

                    “คุณย่าขา” เด็กสาวเจ้าของชื่อถาเข้าหาลูกกรงเหล็กโดยมิได้สนใจเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ทั้งนั่งทั้งนอนระเนระนาดขาดสติอยู่ในห้องคุมขังชั่วคราวขนาดเล็กนี้เลย

                    “ผลการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติดนะครับทางเจ้าหน้าที่จะให้ประกันตัวออกไปก่อนส่วนคนที่เหลือคงต้องค้างที่นี่สักคืนเพื่อรอดำเนินคดี แต่เราต้องเรียนให้คุณย่าทราบไว้ก่อนว่าอาจจะต้องเชิญน้องมาสอบปากคำเพิ่มในวันอื่น และอีกอย่างคุณหมอรอพบเพื่อแจ้งเรื่องของน้องอีกเรื่องนะครับ” นายตำรวจหนุ่มที่ดูแลการจับกุมครั้งนี้บอกด้วยน้ำเสียงสุภาพ

                    เขาชินแล้วกับเหตุการณ์ทำนองนี้เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกและก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ตลอดระยะเวลาที่เขาเข้ามารับหน้าที่ชุดจับกุมพิเศษสังกัดกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เขาต้องเจอภาพผู้ปกครองเด็กมาร้องห่มร้องไห้หน้าห้องขังแบบนี้แทบทุกวัน

                    “จะคุยอะไรก็ได้ค่ะคุณตำรวจแต่ช่วยเอาหลานฉันออกมาจากห้องขังก่อนเถอะถือว่าเห็นใจคนแก่เถอะนะ ฉันสัญญาจะให้ยายยาหยีให้ความร่วมมือกับทางคุณทุกอย่างนะ ขอเถอะพ่อคุณเอาหลานฉันออกมาก่อน” คุณหญิงลออ กัลยาสกุลพูดพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำที่รินออกมาจากหางตา

                    “จ่ารบกวนปล่อยคุณกัญญาณัฐด้วยนะครับ ผมเชิญคุณย่าทางนี้ก่อนดีกว่าคุณหมอจะได้อธิบายเรื่องของน้องให้ฟัง” ผู้หมวดหนุ่มยังคงพูดอย่างใจเย็นพลางประคองหญิงสูงวัยเข้าไปในห้องซึ่งปกติแล้วจะเป็นห้องสำหรับประชุมของเจ้าหน้าที่ ส่วนตัวหลานสาวนั้นให้จ่าเจ้าของท้องที่เป็นคนจัดการปล่อยตัวเพราะคุณหญิงลออท่านทำเรื่องและยื่นเงินประกันถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว

                    “สวัสดีค่ะ ผู้ปกครองของนางสาวกัญญาณัฐ กัลยาสกุลนะคะ” คุณหมอสาวที่นั่งจมอยู่ในกองเอกสารเงยหน้าขึ้นมาทักทายผู้สูงวัย ก่อนหน้านี้คุณตำรวจมาปรึกษาเธอว่าอยากให้แจ้งสิ่งที่ตรวจพบและสิ่งที่ออกมาจากปากของเด็กสาวเองให้ผู้ปกครองได้ทราบ

                    “ค่ะ ดิฉันเป็นย่าของยายยาหยีคุณหมอมีอะไรหรือเปล่าคะ?” ดูจากสีหน้าของหญิงสูงวัยแล้วท่าทางนางคงจะกังวลไม่น้อย แต่ด้วยหน้าที่ของหมอเธอควรจะต้องบอกให้ญาติของเด็กได้รับทราบจะหาหนทางในการแก้ไขกันต่อไป

                    “ผลการตรวจร่างกายของน้องยาหยีหมอไม่พบสารเสพติดตกค้างในร่างกายนะคะ และจากการสอบถามน้องเองก็ไม่ได้แตะต้องยาพวกนั้น เพราะน้องบอกว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์”

                    “ยาหยีท้อง... ได้ยังไงกันหมอ?” เหมือนฟ้าผ่าลงตรงกลางใจผู้เป็นย่า หลานสาวคนเดียวที่เฝ้าเลี้ยงดูฟูมฟักทะนุถนอมทำไมถึงได้ทำตัวเหลวแหลกเช่นนี้

                    “คุณย่าอย่าเพิ่งโมโหไปค่ะ หมอถามจากน้องแล้วว่ารู้ตัวได้ยังไงว่าตั้งครรภ์น้องบอกว่าประจำเดือนไม่มาเลยไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจเอง แล้วที่วันนี้ไปอยู่ที่ปาร์ตี้นั่นเพราะจะไปหาคู่หมั้นที่เป็นนักศึกษารุ่นพี่ในมหาวิทยาลัย” คุณหมอปนิตาถ่ายทอดเรื่องราวที่ได้ยินมาจากปากของเด็กสาวให้คนเป็นย่าได้ฟังอีกทอดหนึ่ง ซึ่งตอนแรกเธอไม่แปลกใจที่หญิงสาวยอมเล่าว่าตัวเองตั้งครรภ์เพราะเด็กวัยรุ่นที่พัวพันกับคดียาเสพติดมักจะมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว

                    “ฉันจะทำยังไงดีคุณหมอ...”

                    “น้องเล่าให้ฟังว่าไม่ได้มีเพศสัมพันธ์อย่างเต็มใจค่ะ น้องถูกคู่หมั้นหลอกเอายาให้กินและฉวยโอกาสขณะมึนเมาข่มขืนเมื่อราวๆ สองเดือนก่อนโดยมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่ฝ่ายชายถ่ายไว้แบล็กเมล์ ข่มขู่เพื่อให้น้องยอมปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับและข่มขู่รวมถึงรีดไถทรัพย์สิน”

                    ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากปากหญิงชรานอกจากเสียงกลั้นสะอื้นเพราะมันเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจติดๆ กันสองครั้งโดยระยะเวลาห่างกันไม่ถึงหนึ่งนาที หลานสาวที่น่ารักสดใสทำไมถึงต้องมาพบเจอเรื่องราวเลวร้ายขนาดนี้ก็ไม่รู้

                    “คุณย่าขา” เสียงเล็กที่ดังขึ้นทางด้านหลังทำให้หญิงชราหันไปมองอย่างทันควัน เด็กผู้หญิงที่มีรูปร่างผอมบางกำลังเดินน้ำตาอาบหน้าตรงมาหาเธอ

                    “ยาหยีลูก ขวัญเอ๊ยขวัญมานะย่าอยู่นี่แล้ว” ภาพหญิงชราโอบประคองหลานรักมาลูบหลังลูบไหล่ช่างสะเทือนใจยิ่งนัก เพราะใครๆ ในที่นี้ต่างรู้จักนามสกุลของคุณหญิงลออดีว่าร่ำรวยและมีชื่อเสียงขนาดไหน สามีที่ล่วงลับของนางเป็นถึงนายพลเก่า ลูกชายถึงไม่ได้รับราชการตามรอยบิดาแต่ก็เป็นนักธุรกิจที่มีหน้ามีตาอยู่ในวงสังคม พรุ่งนี้หน้าหนังสือพิมพ์คงมีข่าวหราเรื่องหนุ่มไฮโซเปิดคอนโดปาร์ตี้ยาแถมเซ็กซ์ให้ได้อับอายไปทั่วกัน

                    “หนูขอโทษค่ะ” เด็กสาวก้มกราบลงแทบเท้าผู้เป็นย่าผู้เลี้ยงดูอุ้มชูเธอมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ทุกช่วงเวลาในชีวิตเธอมีคุณย่าอยู่เคียงข้างเสมอแม้ในยามที่เธอทำเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิต ขนาดพ่อแท้ๆ ยังไม่มาดูแลเธอใกล้ชิดเท่าคุณย่าเลยจนเธอจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่กอดท่านนั้นมันเมื่อไหร่

                    “ย่ารู้เรื่องหมดแล้วไม่เป็นไรนะจบเรื่องก่อนเราจะไปอยู่เมืองนอกกันเหลนอีกคนย่าเลี้ยงได้” สิ่งที่คุณหมอสาวและนายตำรวจหนุ่มไม่คิดว่าจะได้ยินนั้นทำเอาทั้งคู่สะเทือนใจ หลายครั้งหลายคราวที่บังเอิญต้องมาอยู่รู้เห็นในสถานการณ์ที่น่าอิหลักอิเหลื่อซึ่งผู้ปกครองส่วนมากมันจะดุด่าไม่ก็ทำร้ายร่างกายเด็กมากกว่าที่จะพูดดีๆ เหมือนสุภาพสตรีชราตรงหน้านี้

                    “เรื่องตั้งครรภ์หมอคงแนะนำให้ไปตรวจเพื่อความปลอดภัยของตัวน้องและเด็กในท้องนะคะ ส่วนเรื่องคดีความคงต้องรบกวนผู้หมวดพัสกาญด้วย” นายตำรวจผู้นั่งเงียบรอเวลายืดตัวเต็มความสูงเพื่อเดินมายังโต๊ะที่ย่าหลานและคุณหมอนั่งอยู่ เขามีโอกาสได้เห็นคลิปวิดีโอหลังจากที่คุณหมอแจ้งข่าวก็ยอมรับว่าภาพที่ได้เห็นนั้นสะเทือนใจชายอกสามศอกอย่างเขาเหลือเกิน

                    เด็กสาวที่เพิ่งจะมีอายุสิบแปดปีบริบูรณ์เมื่อไม่นานมานี้น่าจะได้มีชีวิตที่สดใสอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเช่นเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน แต่การเลือกคบเพื่อนชายที่ผิดกลับเป็นเป็นหายนะในชีวิตของเธอ

                    “นายศิระมีประวัติพัวพันกับยาเสพติดและคดีล่วงละเมิดทางเพศอีกหลายรายเดินเข้าออกโรงพักเป็นว่าเล่นแต่ที่ยังรอดมาได้เพราะไม่มีใครติดใจเอาความรวมถึงการใช้เส้นสายวิ่งเต้นบีบบังคับเจ้าพนักงานและผู้เสียหาย ผมไม่อยากให้คนแบบนี้ต้องลอยนวลอยู่ในสังคมไม่ทราบว่าคุณย่าและน้องยินดีจะให้ความร่วมมือไหมครับ?”

                    พูดถึงเรื่องนี้แล้วเขาก็อายแม้ตำรวจดีจะมีอยู่มากแล้วที่ไม่ดีก็มีอยู่เยอะ แต่ถ้าย่าหลานคู่นี้พร้อมจะสู้เขาก็พร้อมจะเอาตำแหน่งหน้าที่เล็กๆ ของตัวเองเข้าสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมเอาขยะสังคมอย่างนายศิระผู้มีนามสกุลใหญ่โตเข้าไปรับโทษตามกฎหมายให้ได้

                    “ยาหยี... หนูว่ายังไงลูก”

                    “หนูอยากให้พี่ศิระได้รับโทษ เขาทำไม่ดีกับหนู หนูไม่ได้เต็มใจเลย” เด็กสาวละล่ำละลักบอกทั้งที่น้ำตายังคงนองหน้า ผู้หมวดพัสกาญเองก็ดีใจที่ผู้เสียหายนั้นคิดจะเอาเรื่องแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะทนรับความกดดันต่างๆ นานาที่จะถาโถมเข้ามาหาได้ไหม

                    ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายหลายรายที่ถูกข่มขู่ด้วยวิธีสกปรกแล้วถอนตัวไม่เอาเรื่องเอาราวกันอยู่บ่อยๆ และถึงกฎหมายจะระบุไว้ชัดเจนถึงโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศและการข่มขืนแต่เชื่อเถอะว่าพวกคนชั่วมันใช้วิธีที่อุบาทว์ที่สุดเพื่อที่จะทำให้ตัวเองพ้นผิดอยู่แล้ว

                    “ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมจะให้คุณย่าพาน้องกลับไปพักผ่อนก่อนนะครับแล้วเราจะนัดสอบปากคำอีกครั้งหนึ่ง แต่ยังไงคุณย่าก็ช่วยทำตามแนะนำของคุณหมอด้วยนะครับเรื่องการรักษาสุขภาพของน้อง เรื่องคดีผมขอให้เจ้าหน้าที่ในท้องที่ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน แต่ไม่ต้องห่วงครับผมจะมาช่วยดูแลคดีนี้อีกแรง” ผู้หมวดหนุ่มพูดเพื่อให้คนตรงหน้ามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นถึงก่อนหน้านี้เขาจะมีคุยกับทางคุณหญิงลออไว้บ้างแล้วก็ตาม

                    “ขอบใจนะพ่อคุณ คุณหมอดิฉันต้องทำอย่างไรต่อคะ?” หลังจากหันไปขอบคุณนายตำรวจรูปงามนามเพราะแล้วคุณหญิงลออก็หันไปปรึกษาคุณหมอสาวเพราะกัญญาณัฐน่าจะท้องตอนตั้งแต่ที่โดนมอมยานางไม่รู้ว่าเด็กจะเป็นอันตรายอะไรหรือเปล่า

                    คุณหญิงลออต้องปั้นหน้าแสร้งยิ้มทั้งที่ใจแล้วใจเจ็บร้าวราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ก็ต้องฝืนทำเข้มแข็งเป็นหลักให้หลานรักได้พึ่งพิงยามที่เจ้าตัวกำลังเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ นางเลี้ยงหลานมาตั้งแต่ตัวยังแดงๆ ทำไมจะไม่รู้ว่าเนื้อแท้ของกัญญาณัฐนั้นไม่ได้เป็นเด็กเลวร้ายหรือว่าจิตใจหยาบกระด้างที่จะแอบทำเรื่องร้ายกาจเช่นนี้ได้ด้วยตัวเองคนเดียว

                    ในทางตรงกันข้ามกันเด็กคนนี้หัวอ่อนจนยอมให้พ่อจับมือจูงเดินไปส่งยังปากเหวที่มีมัจจุราชอย่างศิระอ้าแขนรออยู่ เด็กสองคนหมั้นหมายกันเพราะผู้ใหญ่มองถึงความเหมาะสมในด้านธุรกิจและฐานะทางสังคม บิดาของหลานสาวทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการคนมีสีช่วยหนุนซึ่งครอบครัวของศิระมีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ

                    “คุณย่าคะ คุณย่า คุณหมอเรียกค่ะ” มือเล็กแต่อูมอวบไปด้วยเนื้อถูกเด็กสาวข้างๆ กายเขย่าให้ตื่นขึ้นจากภวังค์

                    “ว่ายังไงลูกยาหยี คุณหมอพูดถึงไหนแล้วใจย่าลอยไปหน่อย”

                    “หมอจะเรียนคุณย่าว่าให้รีบพาน้องไปตรวจที่โรงพยาบาลเนื่องจากน้องมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันจึงมีความเสี่ยงสูงเรื่องโรคของติดต่อ และผลข้างเคียงจากการใช้ยาเสพติดถึงจะแค่ครั้งเดียวก็อาจทำให้เกิดอันตรายกับตัวอ่อนในครรภ์ที่กำลังพัฒนาได้ถ้าเกิดปัญหาหมออาจจะให้ยุติการตั้งครรภ์หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทางคุณย่ากับน้องเห็นสมควรนะคะ”

                    “หมายความว่าถ้าหากเด็กในท้องผิดปกติเราก็สามารถที่จะทำแท้งได้โดยไม่ผิดกฎหมายหรือคะคุณหมอ?” หญิงสูงวัยถามออกไปทั้งๆ ที่ใจนางไม่ได้คิดรังเกียจเลือดเนื้อเชื้อไขของหลานสาว แต่สิ่งที่กลัวคืออนาคตที่วางไว้ทั้งเรื่องเรียนเรื่องทำงานมันอาจจะชะงักค้างกลางอากาศ

                    ... แต่ชีวิตคนทั้งคนมันไม่ใช่ผักปลาถึงไม่ได้ตั้งใจให้เกิดมาก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายเขาให้เป็นการเพิ่มกรรมผูกพันกันเข้าไปอีก

                    “การทำแท้งโดยถูกกฎหมายมันก็มีค่ะแต่หมอจะทำให้ในกรณีที่การตั้งครรภ์นั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ตั้งครรภ์ ตัวอ่อนเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์หรือพิการและการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการข่มขืน กรณีของน้องยาหยีลองปรึกษาแพทย์ได้เลยค่ะ นี่นามบัตรของหมอนะคะเผื่อคุณย่าอยากได้คำปรึกษาอื่นๆ เพิ่ม” แพทย์หญิงปนิตาคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้ผู้สูงวัยและเผื่อแผ่ไปยังเด็กสาวที่ยังนั่งกอดเอวผู้เป็นย่าเอาไว้เสียแน่น

                    “พรุ่งนี้ฉันจะพายาหยีไปหาหมอแต่เช้า ยังไงก็ขอตัวก่อนก็แล้วกันนะคะคุณหมอขอบคุณจริงๆ ที่ให้คำแนะนำ” หญิงสูงวัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานแต่ทว่าใบหน้าและท่าทางยังคงไว้ซึ่งความงามสง่ายืดตัวขึ้นประคองหลานสาวคนเดียวไว้แนบอกเห็นแล้วเป็นที่สะเทือนใจของใครหลายคนอยู่ไม่ใช่น้อย

                    “เดี๋ยวครับคุณย่า ข้างนอกมีนักข่าว! ส่วนอันนี้เป็นเอกสารลงบันทึกประจำวันไว้รบกวนเซ็นชื่อด้วยครับ” ผู้หมวดพัสกาญเรียกเพื่อรั้งหญิงชราเอาไว้เพื่อตรวจสอบเอกสารและลงลายมือชื่อ ถ้าหากปล่อยทั้งคู่เดินฝ่าฝูงนักข่าวผู้หิวโหยออกไปกันตามลำพังย่อมจะไม่เป็นการดีแน่

หญิงสูงไวหยิบแว่นดำอันโตและหน้ากากอนามัยออกจากกระเป๋าโดยที่ลืมไปว่าหลานสาวไม่มีอะไรปิดบังใบหน้าให้พ้นจากนักข่าวพวกนั้นเลย

                    “เอานี่ไปใส่ก่อนละกันครับผมว่าคุณย่าโทรตามคนรถให้มาด้านหลังโรงพักจะดีกว่าเดี๋ยวผมตามออกไปส่ง” ผู้หมวดส่งหน้ากากอนามัยที่ขอมาจากคุณหมอให้เด็กสาวแถมด้วยหมวกแก๊ปยี่ห้อดังของตัวเองที่สวมลงไปบนเรือนผมนุ่มสลวยเพื่อให้กัญญาณัฐใช้อำพรางใบหน้า คือต่อให้มันช่วยอะไรได้ไม่มากก็ยังดีกว่าไม่ได้ปิดบังอำพรางอะไรเลย

                    สองย่าหลานจับมือกันเดินตามนายตำรวจหนุ่มไปยังประตูด้านหลังซึ่งคนขับรถมาจอดรอท่าแล้ว แต่ไม่ทันที่จะก้าวขากองทัพนักข่าวที่ไม่รู้มาจากไหนก็กรูเข้ามาถ่ายภาพและขอสัมภาษณ์ในทันที

                    “ให้สัมภาษณ์หน่อยค่ะ น้องร่วมปาร์ตี้ยาอีกับเขาด้วยใช่ไหมคะ?”

                    “อยากจะพูดอะไรบ้างไหมคะได้ยินว่าข้างในมีลูกหลานไฮโซอยู่อีกหลายคน พอจะบอกชื่อได้ไหมคะว่ามีใครบ้าง?” และอีกมากมายหลายคำถามที่กรูกันเข้ามาไม่ทันได้ให้ตั้งสติ

                    “ขอความเป็นส่วนตัวให้ด้วยนะครับ” พัสกาญพูดเสียงดังฟังชัดส่วนนายตำรวจที่อยู่แถวนั้นก็เข้ามาช่วยกันนักข่าวส่งคุณหญิงลออและหลานสาวขึ้นรถได้อย่างปลอดภัย

                    ผู้กองพัสกาญยืนมองท้ายรถหรูที่เคลื่อนตัวออกไปจนสุดสายตา เขาสงสารเด็กคนนั้นกับคุณย่าของเธอนะแต่ก็ต้องทำตามหน้าที่ของตัวเอง ในห้องขังยังมีผู้ต้องหาอีกหลายชีวิตที่กำลังรอผู้ปกครองมารับโดยครึ่งหนึ่งเป็นเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ คิดแล้วก็ปวดหัวไม่รู้วันนี้จะเจอกับผู้ปกครองรูปแบบไหนบ้าง


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha