ยอดรักพัสกาญ (ซีรีส์ ยอดรักยอดดวงใจ)

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ความพยายาม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                    “ยาหยี ผู้หมวดมาเยี่ยมน่ะลูก” คุณหญิงลออเรียกหลานสาวที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่บนเตียงให้หันมาทักทายผู้มาใหม่ ตั้งแต่วันนั้นที่กัญญาณัฐยอมเปิดปากพูดออกมาหญิงสาวก็ตอบสนองการรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจได้ดีขึ้น จนทั้งแพทย์เจ้าของไข้และจิตแพทย์ลงความเห็นว่าเธอน่าจะได้กลับบ้านภายในสองสามวันนี้

                    “สวัสดีครับยาหยี หน้าตาสดใสขึ้นเยอะแล้วนะครับ” ผู้หมวดพัสกาญยื่นดอกไม้ช่อเล็กให้เด็กสาวพร้อมทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อันที่จริงแล้วเขาเคยมาเยี่ยมเธอแล้วครั้งหนึ่งแต่ตอนนั้นกัญญาณัฐยังไม่พร้อมที่จะรับแขกเขาเลยได้แต่ฝากดอกไม้เยี่ยมไข้ไว้กับคุณแม่ของเธอ

                    อันที่จริงเขารู้ข่าวเรื่องอาการป่วยของกัญญาณัฐจากคุณหมอปนิตาก็เลยตั้งใจมาเยี่ยมว่าจะถือโอกาสปรึกษาเรื่องคดีด้วยแต่ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้คนตรงหน้าจะพร้อมรับเรื่องหนักๆ แล้วหรือยัง

                    “ขอบคุณค่ะพี่หมวด ดอกไม้สวยจัง” เด็กสาวรับช่อดอกไม้แล้วยิ้มกว้าง คุณย่ากับคุณแม่บอกเธอแล้วว่าพี่หมวดเคยมาเยี่ยมตอนที่ยังไม่รู้สึกตัวและพี่หมอใจดีก็มาด้วยกัน

                    “รู้สึกดีขึ้นหรือยังยาหยีแต่เดี๋ยวก็จะได้กลับบ้านแล้วนะ เอ่อคุณย่าครับผมพูดเรื่องคดีของน้องตอนนี้ได้ไหมครับ?” ผู้หมวดหนุ่มเอ่ยปากถามก่อนตามมารยาท

                    “พูดได้ค่ะ พี่หมวดจะให้ยาหยีไปให้ปากคำเมื่อไหร่คะ?” เด็กสาวตอบแทนผู้เป็นย่า

                    “รอให้ยาหยีกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนครับเราจะมีการชี้ตัวผู้ต้องหาก่อน ตอนนี้ทางคุณย่าท่านให้ทนายช่วยประสานงานรวบรวมหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้ว นายศิระยังถูกฝากขังอยู่เพราะคดียาเสพติดเราขยายผลแล้วพบว่าเขานอกจากจะเสพแล้วยังจัดจำหน่ายด้วยงานนี้คงโดนหลายกระทงพอสมควร” ผู้หมวดพัสกาญเล่าเรื่องราวคร่าวๆ โดยที่ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรให้เด็กสาวต้องกังวลรวมถึงหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องที่ผู้ต้องหากำลังวิ่งเต้นโดยใช้เส้นสายทางผู้ใหญ่และข่มขู่พยานรวมถึงครอบครัวของตัวเธอด้วย

                    “ค่ะ ไว้ยาหยีได้กลับบ้านแล้วจะให้คุณย่าบอกให้พี่หมวดทราบนะคะ” กัญญาณัฐยิ้มกว้างเพราะตอนนี้เธอสบายใจสบายกายขึ้นมากหลังจากที่ได้คุยกับจิตแพทย์และได้อยู่กับคุณย่าและคุณแม่ ซึ่งพวกท่านบอกกับเธอว่าหลังจากจัดการเรื่องทางนี้เรียบร้อยแล้ว เธอ คุณย่า คุณแม่จะย้ายไปอยู่อังกฤษด้วยกัน เธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ที่ ไม่มีใครรู้จักเธอ... มันไม่ใช่การหนีแต่ทุกคนแค่อยากให้เธอไปพักชั่วระยะหนึ่งก่อน

                    เป้าหมายในการเริ่มต้นใหม่ก็คือประเทศอังกฤษซึ่งหลังจากที่คุณแม่แยกทางกับคุณพ่อท่านก็เดินทางไปอยู่อังกฤษเพื่อหลีกเลี่ยงข่าวซุบซิบในวงสังคมและจากที่ตั้งใจจะไปพักผ่อนท่านก็เปิดร้านอาหารไทยและในที่สุดก็ไปกลับระหว่างไทยอังกฤษมากว่าสิบปีแล้ว

                    “ครับ ระหว่างนี้ถ้ายาหยีเห็นอะไรผิดปกติรอบๆ ตัวก็ให้คุณย่าโทรบอกพี่หรือยาหยีจะโทรเองก็ได้นะครับ ตอนนี้ทางญาติๆ ของนายศิระกำลังวิ่งเต้นกันอย่างหนักพี่เลยกลัวว่าทางนั้นจะมาวุ่นวายกับเราแล้วก็ครอบครัว” ในที่สุดผู้กองก็ตัดสินใจพูดออกมาจนได้ ก็เขาคิดแล้วว่าเตือนกันเอาไว้ก่อนน่าจะดีกว่าที่จะปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นมาแล้วต้องมาตามแก้ไข

                    “ยาหยีรู้ค่ะว่าคนอย่างเขาร้ายกาจพอที่จะทำอะไรเลวๆ ได้โดยไม่คิดถึงใจคนอื่น”

                    “ครับ แต่พี่แค่อยากให้ยาหยีระวังตัวหน่อยอย่าคิดมากไปเลยนะตอนนี้” เพราะผู้หมวดสังเกตเห็นนัยน์ตาสวยมีน้ำรื้นเขาเลยจงใจจะเปลี่ยนเรื่องเอาที่เธอจะได้ไม่คิดมากเกินไป เพียงเวลาไม่กี่วันบาดแผลที่กัดกินใจเด็กสาวคงยังไม่ตกสะเก็ดดีแต่ที่เขาประเมินด้วยสายตานั้นร่างกายของกัญญาณัฐดูดีขึ้นมากซึ่งเขาก็ได้แต่หวังว่าเวลาจะเยียวยาเธอได้ดีพอ

                    “ถึงเวลาที่ยาหยีต้องสู้เพื่อปกป้องตัวเองแล้วค่ะ ยาหยีเข้มแข็งมากพอแล้ว” เด็กสาวยิ้มน้อยๆ ให้พี่หมวดใจดีที่คอยเป็นธุระเรื่องคดีความต่างๆ ของเธอ คุณย่าคอยบอกตลอดว่าพี่หมวดพัสกาญกับพี่หมอปนิตานั้นเปรียบได้เหมือนกับผู้มีพระคุณเพราะทั้งคู่ช่วยเหลือเธอเรื่องคดีความและเรื่องสุขภาพอยู่ตลอด

                    “แล้วนี่คาดว่าจะได้กลับบ้านวันไหนครับ?”

                    “วันมะรืนนี้ค่ะ”


                    “เรื่องอะไรจะหอบกันไปอยู่เมืองนอกคุณจะไปคนเดียวก็ไปไม่ต้องหอบลูกผมไปด้วยเลย” กิตติภพกำลังขึ้นเสียงหน้าดำหน้าแดงใส่อดีตภรรยาทันทีที่ตัวเองพาเมียใหม่กลับมาจากฮ่องกง ช่วงที่ลูกสาวไม่สบายเขาถูกนิรชารบเร้าให้พาไปพักผ่อนด้วยเธอให้เหตุผลว่าเลี่ยงนักข่าวที่ตามจิกจะทำข่าวของลูกสาวที่กำลังฉาวโฉ่ไปทั้งเมือง

                    “ถ้าคุณมีเวลามาใส่ใจลูกอย่างที่คุณเคยบอกว่ารักแกนักรักแกหนาแล้วทำไมถึงยื่นลูกให้กับโจรล่ะคะ ขนาดลูกเจ็บปางตายคุณยังไม่ไปดูแลแกเลย” ฝ่ายกัญญาวีก็ระเบิดอารมณ์ใส่อย่างไม่ยอมกัน ดีที่เธอเกรงใจยั้งปากเอาไว้ว่าที่ลูกเจ็บก็เพราะกิตติภพเป็นคนทำลูก

                    “เป็นภรรยาเก่าก็ไม่ควรมาก้าวก่าย” นิรชาพูดลอยๆ จงใจให้อดีตเจ้านายของเธอได้ยิน เธอไม่จำเป็นต้องเกรงอำนาจของผู้หญิงคนนี้เหมือนดังแต่ก่อนเพราะตอนนี้เธอก็มีตำแหน่งเป็นภรรยาคนหนึ่งของคุณกิตติภพเหมือนกัน

                    “นิรชา เธอนี่ยังไม่รู้กาลเทศะอยู่เหมือนเดิมเลยนะเวลาผ่านไปเป็นสิบๆ ปีแล้วผู้ชายคนนี้เขาให้อะไรเธอบ้างนอกจากวัตถุสิ่งของ ทะเบียนสมรสที่อยากได้นักหนาเข้าให้เธอหรือยัง?” นี่ก็เป็นข้อดีข้อเดียวของสามีที่แม้จะหลงผู้หญิงใหม่จนออกนอกหน้าแต่เขาก็ไม่คิดยกใครมาทำหน้าที่แม่ของลูกแทนเธอหรือแม้กระทั่งเป็นเมียตามกฎหมายเขาก็ไม่ทำ

                    “เราคุยกันเรื่องลูกนะคุณกัญเรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวกับนิเขา” เพราะเห็นว่าภรรยาใหม่ของตนนั่งหน้างออยู่ข้างๆ กิตติภพจึงไม่อยากมีปัญหา

                    “ก็รู้นี่ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เกี่ยวเรื่องของยาหยีเป็นเรื่องของพ่อ แม่ ลูก ของคนในครอบครัว คนอื่นไม่เกี่ยวก็น่าจะลุกออกไปไม่น่ามาสอด” พอมาถึงตรงนี้คุณหญิงลออก็ออกปากไล่กันตรงๆ นางชวนหลานสาวไปเดินเล่นในสวนมาพอเข้ามาบ้านก็ได้ยินเรื่องที่กำลังทุ่มเถียงกันพอดี

                    “คุณหญิงลออ!”

                    “นิรชาไปรอข้างบนก่อนไป” เพื่อเป็นการตัดปัญหาประมุขของบ้านจึงจัดการจับภรรยาใหม่แยกออกจากแม่ตัวเองขืนให้อยู่ด้วยกันเขากลัวว่าจะคุยไม่รู้เรื่องอีก

                    “ถ้าอย่างนั้นนิไปแช่น้ำนมรอคุณภพนะคะ” นิรชาตีหน้านิ่งเดินเลี่ยงขึ้นไปชั้นบนทั้งๆ ที่ในใจอยากจะกรีดร้องแทบบ้าเพราะเรื่องทะเบียนสมรสพูดทีไรเธอก็มีปากเสียงกับกิตติภพทุกครั้ง เขายกย่องเธอออกนอกหน้ามากกว่าผู้หญิงคนอื่น และเขาปรนเปรอเธอด้วยสิ่งของเงินทองมากมายแต่นั่นไม่ได้เป็นหลักประกันเลยว่าอนาคตของเธอจะมั่นคง

                    เธอยังกลัวถ้าวันหนึ่งสิ้นบุญคุณกิตติภพขึ้นมานิรชาจะไม่เหลือแม้แต่บ้านที่ซุกหัวนอนเพราะทั้งลูกสาวเขาทั้งคุณหญิงลออไม่เก็บเธอเอาไว้แน่ เห็นอย่างนี้แล้วคงต้องรบเร้ากันอีกทีต่อให้เสี่ยงจะมีปากเสียงกันเธอก็ต้องยอม

                    “ยาหยีหนูเป็นยังไงบ้างลูก มานั่งกับพ่อนี่มา” เมื่อนิรชาเดินพ้นไปจากห้องรับแขกเขาก็เรียกลูกสาวที่นั่งคู่กับอดีตภรรยาให้ขยับมาหาตัวเอง

                    “คุณพ่อหายไปไหนมาคะ? เวลาที่ยาหยีต้องการครอบครัวที่สุดคุณพ่อหายไปอยู่ที่ไหน?” เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มไม่ได้ขยับกายเข้าหาบิดาแต่กลับเปล่งวาจาที่แสดงถึงความน้อยเนื้อต่ำใจออกมาแทน

                    “คือพ่อ...”

                    “ถ้าคุณพ่ออายเพราะเรื่องที่ยาหยีทำ... ขอให้อดทนอีกนิดนะคะจบเรื่องคดีแล้วยาหยีจะไปอยู่กับคุณแม่ค่ะ คุณพ่อจะได้สบายใจ คุณแม่ คุณย่าคะ ยาหยีขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ” เมื่อเด็กสาวพูดเรื่องราวที่ตั้งใจของตัวเองจบเธอก็เลี่ยงขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องส่วนตัวทันที

                    อาจจะดูเหมือนกัญญาณัฐเป็นเด็กร้ายกาจแต่ทว่าถ้าใครมาเจอเรื่องราวอย่างเธอก็คงจะพอเข้าใจได้ เกือบสิบปีที่ผู้เป็นพ่อละเลยและหลงลืมลูกสาวเพียงเพราะท่านมีผู้หญิงคนใหม่นั่นก็เจ็บจนไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกมาได้แล้ว มีเพียงผู้เป็นย่าพี่โอบอุ้มเธอไว้ด้วยความรัก พยายามสอนพยายามบอกให้เธอปฏิบัติตัวเป็นเด็กดีตั้งใจเรียนหนังสือเพื่อจะให้คนเป็นบิดาได้ภาคภูมิใจ

                    แต่คนอยู่ใกล้ไม่เคยจำได้แม้แต่วันเกิดแต่คนไกลอย่างคุณแม่แม้จะไม่ได้มาหาแต่ก็ขยันติดต่อมาอย่างสม่ำเสมอ พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นเธอจึงตัดสินใจได้ง่ายๆ เลยว่าควรจะไปอยู่กับมารดาได้เสียที


                    “ที่ผ่านมากัญจะพยายามลืมว่าคุณภพใจร้ายกับลูกขนาดไหน แต่ตอนนี้ยาหยีแกบอบช้ำทั้งกายและใจเราควรจะช่วยให้แกแข็งแรงแล้วกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วๆ ให้ลูกไปกับกัญเถอะค่ะ” แม้จะยังขุ่นใจคนเป็นแม่ก็ต้องอดกลั้นไว้เพราะความรู้สึกของลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้

                    “แม่จะไปกับยาหยีด้วยภพไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

                    “ถ้าคุณแม่กับคุณกัญคิดว่ามันจะดีกับยาหยีผมก็ไม่ขัดหรอกครับ ตอนนี้ลูกคงจะเกลียดผมไปแล้ว” น้ำตาลูกผู้ชายไหลลงอาบหน้า ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่านิรชาร้าย ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าตัวเองทำลายครอบครัวที่อบอุ่นกิตติภพไม่โทษใครเลยนอกจากความมักมากของตัวเองล้วนๆ

                    “ลูกไม่มีทางเกลียดคุณพ่อของแกหรอกค่ะให้เวลาแกสักหน่อย ยาหยีไม่ใช่เด็กเข้าใจอะไรยากแต่ตอนนี้ลูกแค่ต้องการเวลา เราต้องช่วยกันนะคะ” แม้จะหมดรักกันแต่ในฐานะของแม่และพ่อยังผูกพันคนสองคนเอาไว้ เรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมากัญญาวีไม่เก็บมาคิดให้ต้องขุ่นเคืองใจเธอให้อภัยทุกอย่างแล้วจริงๆ

                    “ขอบคุณนะคุณกัญ แต่เรื่องที่ลูกจะไปเมืองนอกผมขอไปส่งแกด้วยก็แล้วกัน”

                    “จะไปก็จัดการเก็บเมียดีๆ นะตาภพแม่ไม่อยากความดันขึ้น ไปแม่กัญช่วยพาแม่ไปพักหน่อยวันนี้ยาหยีพาเดินเยอะก็ชักจะเมื่อยขึ้นมาแล้ว” คุณหญิงลออกล่าวปิดท้ายเป็นการเตือนซึ่งทุกคนในที่นี้ก็รู้ว่าถ้านิรชาตามไปด้วยมันจะมีแต่เรื่องวุ่นวายไม่ได้หยุด

                    “ผมก็ว่าจะขึ้นไปหาลูกครับคุณแม่ ยาหยีคงใจเย็นลงแล้วตอนนี้... ผมอยากจะขอโทษลูกจริงๆ” กิตติภพส่งมารดาเข้าห้องส่วนตัวที่ชั้นล่างก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้านเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องของลูกสาวแทนที่จะเลี้ยวไปทางห้องนอนของตัวเอง


                    ก๊อก ก๊อก ก๊อก

                    “ยาหยีให้พ่อเข้าไปหน่อยได้ไหมลูก?” กิตติภพเคาะประตูห้องนอนของลูกสาวเบาๆ เมื่อไม่เห็นท่าทีว่าเจ้าของห้องจะเดินมาเปิดเขาเลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปเองเลย

                    ร่างเล็กของยาหยีที่บัดนี้ดูซูบผอมกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อยนอนคู้กายสะอื้นไห้อยู่บนเตียงทำให้กิตติภพยิ่งรีบสาวเท้าไปให้ถึงตัวลูกสาวที่เป็นดั่งยอดดวงใจ แม้หลายปีมานี้เขาจะละเลยลูกไปมากส่วนหนึ่งก็คิดว่ามีมารดาดูแลให้เลยไม่เป็นห่วง แต่เรื่องราวเลวร้ายที่ลูกสาวต้องเผชิญทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย

                    “ยาหยี หนูได้ยินพ่อใช่ไหมลูก... พ่อขอโทษที่ทำร้ายให้หนูเจ็บ พ่อขอโทษที่ละเลยหนูไปนะ พ่อยอมให้หนูไปอยู่กับคุณแม่แต่หนูอย่าโกรธพ่อได้ไหมลูก”

                    “อย่าร้องไห้เลยคนดีของพ่อถึงครอบครัวเราจะพังเพราะมือพ่อเองแต่พ่ออยากให้หนูรู้ไว้ไม่ว่ายังไงสำหรับพ่อและคุณแม่ก็รักหนูที่สุด นอนนะคนดีของพ่อหนูต้องพักผ่อนมากๆ นะคะ” กิตติภพลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ รอจนกัญญาณัฐหลับสนิทจึงจัดแจงห่มผ้าให้เรียบร้อย เขาจูบหน้าผากนวลของเด็กสาวอีกครั้งแล้วเดินออกมาจากห้อง... กลับไปผจญกับชีวิตที่เขาเลือกด้วยตัวเองอีกครั้ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha