ดวงใจพยัคฆ์

โดย: เวอร์บีน่า,ปักษาสวรรค์



ตอนที่ 4 : ไร้ตัวตน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่4 ไร้ตัวตน

"เอ่อ....ถ้าคุณสิงห์ไม่ว่าง เรากลับกันก่อนก็ได้นะคะ แล้วค่อยนัดเป็นวันอื่นก็ได้" เธอหวาดกลัวการที่จะได้พบหน้าเขามากกว่า ในใจเธอนั้นยังบอบช้ำอยู่มากถึงแม้บาดแผลภายนอกจะหายดีแล้วก็ตาม

"ไม่ได้ ก็เพราะเป็นอย่างนี้ไง ตาสิงห์ถึงได้เสียผู้เสียคน แค่นี้ก็ผิดเวลา หากต่อไปภายภาคหน้าเป็นใหญ่เป็นโต ขืนยังทำสันดารแบบนี้อยู่มีหวังไม่มีใครอยากจะคบค้าสมาคมด้วยแน่ๆ" นางเครือรัตน์พูดอย่างอารมย์บูด  ไม่นานนักตัวต้นเหตุก็มาจนได้

"มาถึงจนได้นะแก ไม่มาตอนอำเภอเค้าปิดไปเลยล่ะ" นางเครือรัตน์แขวะลูกชายตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆ

"ช่วยเซ็นเอกสารตรงที่มีสัญลักษณ์ ด้วยนะคะ" นายอำเภอสาวชี้ตำแหน่งตรงที่คู่สามีภรรยาจะต้องลงลายลักษ์อักษร นายพยักฆ์ เดชาอตรีกูล ก็เซ็นชื่ออย่างง่ายดาย แต่กับพริ้งพราว ฝันทิพย์ เธอเซ็นชื่นในแต่ละที่นั้นราวกับว่าปลายปากกามันทิ่มลงไปในก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจของเธอ และน้ำหมึกสีแดงไหลซึมออกมาจากก้อนเนื้อนั้น เธอไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะต้องมาจดทะเบียนสมรสกับผู้ชายที่ไม่ได้เห็นค่าในตัวเธอแม้แต่น้อย และเมื่อที่สุดท้ายที่จะต้องเซ็นคือใบเปลี่ยนนามสกุล หญิงสาวเม้มปากเป็นเส้นตรงแล้วสูดอากาศเต็มอ๊อคซิเจนเข้าไปแล้วจรดปลายปากกานั่น สิงห์เหลือบมองภรรยาตามนัตินัยของตัวเองก็ขบขันทันที จะจริงจังอะไรนักหนา แล้วส่ายหัวเบาๆกับท่าทีตื่นตระหนกของป้าแว่นโนบิตะ

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นางเครือรัตน์ก็บอกว่าจะเข้าไปดูความเรียบร้อยของเรือสำราญเพราะคืนนี้มีเศรษฐีจากเมืองภูเก็ตมาเช่าเรือเพื่อจัดงานวันเกิดจึงจะเข้าไปดูความเรียบร้อย ที่สำคัญนางเครือรัตน์กำชับอย่างเด็ดขาดว่าให้ สิงห์พาพริ้งพราวไปทานข้าวและไปอยู่ที่คอนโดของเขาเพื่อให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้นิสัยของกันและกัน รถยนต์ยี่ห้อหรูแล่นมาจอดที่ร้านอาหารที่ไม่ไกลจากอำเภอนัก เป็นร้านอาหารไทยเก่าแก่ที่อยู่นอกเมืองถึงบรรยากาศที่ร้านแห่งนี้จะบ้านๆ แต่รสชาติของอาหานั้นระดับภัตตาคารเลยทีเดียว

"ผมหิวข้าว แวะกินข้าวก่อนนะ" เขาจอดรถแล้วก็เดินออกมาจากรถโดยที่ไม่ได้ใส่ใจหญิงสาวเชยๆที่นั่งมาข้างๆเลยแม้แต่น้อย

เมื่ออาหรมาเสริฟ เขาก็ตั้งหน้าตั้งตากินโดยที่ไม่ได้สนใจคนที่มาด้วยเลยทำกับว่าเธอคือนกกระจอกที่บินไปบินมาไม่ได้มีความสำคัญอะไรนัก

"คุณไม่ต้องกังวลนะ ถึงยังไงเราก็ต้องหย่ากันอยู่ดี ผมไม่กักคุณใว้หรอก และอีกอย่างผมยังรักที่จะครองความโสดอยู่" ชายหนุ่มพูดทั้งๆที่ยังตักนู่นตักนี่เข้าปาก อย่างสบายใจคล้ายกับว่ามันเป็นเรื่องที่แสนจะเบสิคมากๆสำหรับเขา แต่คนฟังนี่สิช้อนที่ทำมาจากเงินล่วงจากมือตั้งแต่ได้ยินคำว่า หย่า แล้ว หญิงสาวไม่พูดอะไร ตอนนี้เธอจุกเหมือนมีอะไรมาติดที่ลำคอขวางไม่ให้อาหารผ่านไปได้แม้กระทั่งน้ำปล่าว เธอกระพริบตาปริบๆพยายามกลั้นไม่ให้น้ำตามันไหลออกมา เมื่อมื้ออาหารที่แสนจะฝืดคอผ่านไป เขาก็พาขับเลยมาที่คอนโดของหญิงสาวเพื่อเก็บข้าวของ

"คุณเก็บของเองก็แล้วกัน ผมของพักก่อน เมื่อคืนบังเอิญว่า......แบบว่า…..หนัก!" เขาพยายามจะสื่อถึงเรื่องสมรถูมิรักเมื่อคืน แต่ไม่ต้องพูดเธอก็เข้าใจมันดี แล้วหันมาเก็บข้าวของที่จำเป็นใส่กระเดินทาง ส่วนพยักฆ์นั่งอยู่ที่โซฟากลางห้องนั่งเล่นคุยโทรศัพท์กับใครบางคน

"คิดถึงที่สุดเลย ถ้าว่างผมจะหาโอกาศไปหานะคะคนดีอย่างอนนะ" เมื่อร่างบางสูงโปร่งเก็บของเรียบร้อยก็เดินลากกระเป๋าออกมาจากห้องนอนก็บังเอิญได้ยินบทสนธนาที่แสนจะหวานเลี่ยนของสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอคุยกับใครบางคนก็ทำให้เธอถึงกับสะอึกอยู่ในใจ

"เรียบร้อยแล้วเหรอ งั้นเราไปกันเถอะ"

"แค่นี้ก่อนนะครับที่รัก แล้วผมจะโทรหาใหม่" พยักฆ์หันมาพูดกับภรรยาแล้วก็หันไปส่งเสียงออเซาะกับสมาทโฟนที่กำลังวีดีโอคอลกับสาวสวยนางหนึ่งอยู่

เมื่อทั้งสองถึงคอนโดของชายหนุ่ม ภายในตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์ทันสมัยแต่ค่อนข้างรกนิดหน่อย ยังมีขวดเบียร์และที่เขี่ยบุหรี่มีซากก้นบุหรี่ให้เห็นตามมุมต่างๆ

"นั่นห้องนอนคุณ ถ้าคุณแม่ถามก็บอกว่านอนห้องเดียวกันนะ" เขาชี้ไปที่ประตูห้องนอนที่อยู่ถัดจากห้องนั่งเล่นและอยู่ตรงข้ามกับห้องนอนอีกห้องหนึ่งคาดว่าน่าจะเป็นห้องนอนของสามีของเธอ พยักฆ์ก้มๆเงยเก็บหนังสือนิตยาสารเกี่ยวกับรถยนต์ที่เกลื่อนโซฟาแล้วยัดใว้ที่ใต้โต๊ะเตี้ยกลางชุดของโซฟา

"เชิญคุณตามสบายเลยนะ ผมจะออกไปข้างนอก" พูดจบแล้วชายหนุ่มก็เดินหมุนกุญแจรถยนต์ออกจากห้องไปอย่างสบายใจ ก็ดีเหมือนกันเพราะเวลาอยู่ไกล้กับเขาเธอรู้สึกอึดอัดยังไงชอบกล

เมื่อลากกระเป๋าเดินทางเข้าห้องนอนก็จัดแจงเสื้อผ้าเชยๆใส่ตู้เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วนำของใช้ส่วนตัวเข้าที่



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha