ดวงใจพยัคฆ์

โดย: เวอร์บีน่า,ปักษาสวรรค์



ตอนที่ 6 : เริ่มรัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่6 เริ่มรัก

"สิงห์คะ......เกรชไม่ไหวแล้วค่ะ"

"ไม่ไหวก็ร้องออกมาดังๆเลยที่รัก" สะโพกแกร่งยังคงตะบี้ตะบันทะลวงในช่องรักแบบไม่ปราณีปราศัยจนร่างเล็กสั่นสะท้านเพราะไปแตะขอบสวรรค์เป็นที่เรียบร้อย ชายหนุ่มไม่น้อยหน้าเมื่อมีรุ้งสีสวยลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าเขาจึงคว้ามันไว้ สองร่างกายเหนื่อยหอบเมื่อเกมส์รักผ่านไป ต่างคนก็ต่างจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง

ก๊อก ก๊อก เสียงประตูดังขึ้นพร้อมกับพริ้งพราวปรากฎตัวในห้อง

"เอ่อ...คุณรัตน์ให้นำรายรับของเมื่อคืนมาให้คุณพยักฆ์ตรวจสอบกับรายจ่ายค่ะ" หญิงสาวในชุดทำงานแสนเชยแว่นตาหนาเตอะ ผิวสีน้ำผึ้งนวลนำแฟ้มสีดำมาวางใว้ที่โต๊ะทำงาน เธอมองหญิงสาวสวยที่กำลังรูดสายเสื้อขึ้นมาคล้องที่ไหล่ และหันกลับมามองสามีทางนัตินัยที่กำลังติดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดสุดท้ายก็พอจะเดาออกว่าทั้งสองทำอะไรกันก่อนหน้านี้

"ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย งั้นเชิญ" เขาผายมือออกไปทางประตู อีกมือหนึ่งพลิกแฟ้มที่หล่อนพึ่งวางใว้เมื่อครู่ออกดูโดยไม่ได้สนใจคนที่ถือมันมาแม้แต่น้อย

"เอ่อ....คือ" หญิงสาวภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะกำลังจะบอกว่า เย็นนี้คุณเครือรัตน์ให้พยักรอรับพริ้งพราวกลับไปที่คอนโดพร้อมกัน แต่ว่าตอนนี้มีผู้หญิงอีกคนอยู่กับเขา มันคงไม่เหมาะที่เธอจะทำตัวเป็นภาระของ พยักฆ์เงยหน้าขึ้นมาจากแฟ้มเอกสารรอคำพูดที่จะออกมาจากปากเรียว

"เอ่อ...คือ เอ่อ ไม่มีอะไรแล้วค่ะ" เธอเลือกที่จะไม่บอกเขาเพราะเธอสามารถกลับที่พักเองได้

"จะกลับบ้านเหรอ ขึ้นมาสิเดี๋ยวผมไปส่ง" วิศรุษ หรือตี๋ ผู้จัดการทัวเรือสำราญของคุณหญิงเครือรัตน์ ขับผ่านหน้าปากซอยเขาพระตำหนักก็เห็นพริ้งพราวเพื่อนร่วมงานกำลังยืนรอรถสองแถวอยู่ จึงหักพวงมาลัยรถยนต์มาจอดข้างหน้า

"ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวส่งยิ้มให้ผู้จัดการหนุ่มก่อนที่จะเดินอ้อมไปเปิดประตูรถอีกทางแล้วเข้ามานั่งข้างๆคนขับอย่างไม่ลังเลเพราะหลายครั้งหลายหนที่บางวันงานเลิกค่อนข้างดึกเธอจึงติดรถของเขากลับคอนโดด้วยแต่คอนโดของเธออยู่ถึงบางแสนเขาจึงต้องขับวนเข้าพัทยาอีกครั้งเพื่อกลับบ้าน แต่ครั้งนี้เธอให้เขามาส่งที่คอนโดของสามีในนัตินัยแถวๆพัทยาเหนือ ชื่อตี๋หน้าก็ตี๋สมกับชื่อ ผู้ชายอะไรผิวขาวนวลสวยยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก จนพริ้งพราวเองก็แอบอิจฉาอยู่ไม่น้อย วิศรุษ หนุ่มลูกครึ่งไทยเชื้อสายจีนอายุยี่สิบเก้าปี รูปร่างสูงท้วมหุ่นหมีน่ากอดแต่พุงไม่ได้กลมจนยื่นออกมา หน้าตาหล่อออกไปทางเกาหลีเสียมากกว่า

"เดี๋ยวส่ง พราวข้างหน้านี้ก็ได้ค่ะ"เธอชี้บอกตำแหน่งหน้าคอนโดของสามีที่ผู้จัดการหนุ่มอาสามาส่งเธอ

"ขับรถดีๆนะคะ คุณวิศรุษ" เธอโบกมือป้อยๆมองรถคันงามขับออกไปจนลับตา

 

เสียงเพลงที่ค่อนข้างดังปลุกให้ร่างบางที่นอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนหนาสะดุ้งตื่น เธอค่อยๆหย่อนเท้าลงที่พื้นกระเบื้องเย็นเฉียบเพราะเครื่องปรับอากาศ สองเท้าค่อยๆย่องไปในความมืดเงี่ยหูฟังเสียงเพลงที่เปิดลั่นและเสียงวี้ดว้าย ดังแข่งกับเสียงดนตรีจังหวะเล้าใจ นี่มันตีสามแล้วนะคุณสิงห์เป็นบ้ารึไงมาจัดปาร์ตี้ตอนนี้เนี่ย มือบางบิดลูกบิดประตูห้องแล้วผลักออกอย่างช้าๆ ภาพที่เห็นนั้นบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ สิงห์ถอดเสื้อเปลือยท่อนบน นั่งอยู่ที่โซฟาพร้อมกับสาวสวยสามนางอยู่ในชุดเปลือยท่อนบนโชว์เต้างาม พริ้งพราวแค่แง้มประตูดูเท่านั้น พยักฆ์เปลี่ยนคอนโดเป็นผับชั่วคราว เพราะในห้องนั่งเล่นตอนนี้ปิดไฟมืดมีเพียงไฟหลากสีวิบวับให้ความสว่างเท่านั้น แต่ก็ไม่มืดจนไม่รู้ว่าใครทำอะไร

พยักฆ์หิ้วสามสาวมาจากไนท์คลับแถวๆนั้น เพื่อปรนเปรอกามาที่ไม่รู้จักพอของเขา พริ้งพราวปิดประตูห้องนอนค่อยๆทรุดกายนั่งลงกับพื้นแล้วร้องไห้ เขาไม่ชายตามองเธอด้วยซ้ำ แล้วเธอจะอยู่ให้รกหูรกตาเขาทำไม ร่างบางค่อยๆลุกขึ้นจากพื้น เสียงกรี้ดกร้าดด้านนอกบ่งบอกถึงความสุขของเจ้าของเสียง แต่พริ้งพราวอยากจะออกไปจากที่นี่เสียตอนนี้เลยด้วยซ้ำ คืนนี้เธอก็ต้องพึ่งยากล่อมประสาทอีกเช่นเคย ไม่งั้นก็คงไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้

สองเท้าเดินออกมาจากห้องนอนแต่ก็ต้องส่ายหัวเบาๆกับสภาพห้องนั่งเล่นที่อยู่เบื้องหน้า ทั้งแก้ว ทั้งขวดโซดา ขวดเหล้า ก้นบุหรี่ ระเกะระกะอยู่ที่พื้น สภาพห้องนั่งเล่นหรูหราแต่ตอนนี่ไม่ต่างจากกองขยะ เธอแหงนมองนาฬิกาแขวนบอกเวลาหกโมงเช้าเธอมีเวลาอีกเหลือเฟือที่จะเก็บกวาดเศษซากความสุขของเมื่อคืน เธอเริ่มต้นเก็บขวดทั้งหลายใส่ถุงดำจากนั้นก็กวาดพื้นแต่ก็ต้องสะดุดเพราะถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วไม่ต่ำกว่าหกชิ้นและแต่ละชิ้นก็มีน้ำสีขาวขุ่นอยู่ด้วย มือน้อยยกขึ้นมาขยับแว่นหนาแล้วใช้ตะเกียบที่ใช้แล้วทิ้งมาคีบถุงยางใส่ถุงขยะ

ไม่นานนักห้องที่รกรุงรังก็กลับมาสะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนเดิม พริ้งพราวปาดเหงื่อเม็ดโตที่หน้าผากหลังจากนำถุงดำไปหย่อนที่ช่องใส่ขยะ แล้วเปิดเครื่องปรับอากาศภายในห้องนั่งเล่นพร้อมกับฉีดสเปรย์ดับกลิ่นเพียงเท่านี่ห้องก็กลับมาไฉไลเหมือนเดิม หญิงสาวในชุดลำลองเสื้อยืดสีฟ้ากับกางเกงขาสั้นผมที่ยาวถึงกลางหลังถูกรวบครึ่งศรีษะอย่างลวกๆยืนทำอะไรบางอย่างในครัวกลิ่นหอมฉุย

พยักฆ์เดินโอนเอนออกมาหาน้ำดื่มก็ต้องสะบัดศรีษะเบาๆเพราะห้องนั่งเล่นที่รกจากปาร์ตี้เซ็กเมื่อคืนกลับมาสะอาดเหมือนกับว่าปาร์ตี้เมื่อคืนไม่ได้ถูกจัดขึ้น ประกอบกับกลิ่นอาหารหอมๆโชยมาแตะที่จมูก สองขาแกร่งพาตัวเองมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูครัวกอดอกพิงขอบประตู ดูหญิงสาวร่างสูงยืนหันหลังทำกับข้าวอย่างขมักเข้มน ผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียนที่เรียวขาชวนให้เขาจินตนาการไปถึงไหนต่อไหน

"ทำกับข้าวอยู่เหรอ" เขาเดินมาในครัวพร้อมกับวางขวดน้ำที่พึ่งกระดกไปเมื่อครู่วางลงที่โต๊ะแล้วนั่งลงที่เก้าอี้

"ค่ะ...คุณสิงห์จะทานด้วยมั้ยคะ" เธอตักน้ำซุปขึ้นมาชิมแล้วตักแกงจืดใส่ถ้วย นำมาวางคู่กับผัดวุ้นเส้นที่วางอยู่ก่อนแล้ว จึงหันมาตักข้าวทั้งของเขาและของเธอ

พยักฆ์ตั้งหน้าตั้งตากินโดยที่เหลือบมองใบหน้าคมของคนครงข้ามเป็นบางครั้ง เธอสวยจริงๆเวลาที่อยู่ในชุดลำรองถึงจะมีแว่นตาหนาๆบังอยู่ก็เถอะ ชุดลำลองที่เธอใส่อยู่นั้นมันทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งได้ดีกว่าชุดทำงานเชยๆนั่นอีก

"อิ่มแล้วเหรอค่ะคุณสิงห์" พริ้งพราวถามสามีเมื่อเห็นว่าเขารวบช้อนแล้วยกขวดน้ำที่ถือมาด้วยขึ้นกระดกจนเกือบหมดขวด

"อืม....ขอตัวไปนอนต่อนะ ขอบคุณสำหรับมื้อเช้า" พูดจบร่างหนาก็ลุกจากเก้าอี้ออกจากห้องครัวตรงไปยังห้องนอนทันที ชายหนุ่มสะบัดศรีษะแรงๆเพื่อขับไร่ภาพของหล่อนที่ยืนโชว์บั้นท้ายน่าขยำนั่นออกจากความคิด แล้วล้มตัวนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มผืนหนาก่อนที่จะหลับในที่สุด

เสียงนาฬิกาปลุกที่หัวนอนปลุกให้สิงฆ์ตื่นขึ้นมาในเวลาบ่ายสองโมง ร่างแกร่งนอนกลิ้งเล่นมือถือ ส่องเฟสบุคสาวๆก่อนที่จะลุกไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน มือหนาเปิดตู้เย็นจะหาน้ำดื่มมาดับกระหายก็เห็นน้ำสีเขียวๆพร้อมกับโน๊ตเปะใว้ที่ข้างแก้วว่า "ดื่มนะคะจะได้สดชื่น" เขายกมันขึ้นมาดื่ม น้ำผักผสมน้ำผลไม้หวานอมเปรี้ยวทำให้เขารู้สึกสดชื่นจริงๆ หรือบางทีการมีเมียก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เพื่อนๆของเขามีกัน

ร่างสูงที่ยืนอยู่ใต้ฝักบัวย้อนคิดไปถึงมื้อเช้ากับอาหารง่ายๆแต่แสนจะถูกปากของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขา มันก็ดีกว่าอาหารแช่แข็งที่ออกมาจากไมโครเวฟสักล้านเท่าได้มั้ง คิดแล้วเขาก็น่าจะทำอะไรดีๆให้เธอบ้าง

"ขับรถดีๆนะคะคุณตี๋" พริ้งพราวโบกมือหยอยๆให้กับเพื่อนร่วมงานที่อาสามาส่งเธออีกตามเคย พลันจะหันหลังเข้าประตูคอนก็มีเสียงเข้มๆเอ่ยขึ้นเสียก่อน

"ใครมาส่ง"

"คุณวิศรุษค่ะ เป็นผู้จัดการทัวเรือสำราญของคุณเครือรัตน์" เธอตอบยิ้มๆ แต่คนฟังรู้สึกหงุดหยิดในใจยังไงก็ไม่รู้ เธอเป็นเมียของเขาแต่มีผู้ชายมาส่งถึงหัวกะไดบ้าน….!

"คุณแม่โทรมาบอกว่าให้ผมไปรับคุณตอนบ่ายสามโมง เพราะวันนี้ที่ออฟฟิศไม่มีงานค้าง แต่ไม่คิดว่าจะมีคนอื่นที่เร็วกว่าผม" ร่างสูงแกร่งยืดอกพูดกำกวม แต่คนฟังพยายามไม่คิดอะไร

"คุณสิงห์หิวมั้ยคะ เดี๋ยวพราวจะทำกับข้าวให้ทาน"

"ไม่ล่ะ คุณกลับมาเองได้ก็ดี จะได้ไม่ต้องเป็นภาระผมไปรับส่ง ผมจะออกไปข้างนอก" พูดจบเขาก็เดินออกไปจากการสนธนาทันที

เช้าวันต่อมา พริ้งพราวตื่นแต่เช้าจัดเตรียมอาหารเช้าให้กับตัวเองและสามีทางกฤหมาย เป็นสลัดโรลปูอัดกับน้ำผักและผลไม้สดที่เธอไปซื้อมาเมื่อวานช่วงหัวค่ำ หลังจากที่โกยมื้อเช้าลงท้องก็ออกไปทำงานทันทีวันนี้เธอก็นั่งรถโดยสารเช่นเคยเพราะช่วงเช้ารถค่อนข้างเยอะจากคนทำงานและนักเรียนเธอจึงชอบที่จะนั่งบนสองแถวมองผู้คนข้างทางแล้วปล่อยใจให้ล่องลอยไปมากกว่าที่จะจ่มจมอยู่หลังพวงมาลัยรถ

วันนี้ที่ท่าจอดเรือก็เป็นไปตามปรกติ ส่วนงานอื่นๆหญิงสาวก็แค่ดูตารางงานและโทรคอนเฟริมกับลูกค้าคนสำคัญ งานของเธอค่อนข้างหนักหนาพอควรแต่คุณเครือรัตน์ก็ให้ค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อไม่แพ้กัน พริ้งพราวทำงานกับเธอมาตั้งแต่จบใหม่ๆ เธอแบ่งเบางานของเจ้านายใด้เยอะทีเดียว เมื่อถึงวันเกิดหรือเทศกาลต่างๆเจ้รัตน์ก็จะมีของขวัญให้กับพนักงานคนสนิทเสมอ เป็นทองรูปพรรณบ้าง หรือไม่ก็เป็นซองเงินสดที่มากกว่าเงินเดือนเสียอีก ตามแต่โอกาส นี่จึงเป็นสาเหตุที่ใครหลายๆคนไม่ยอมไปทำงานที่อื่นถึงแม้ทำงานกับเจ้รัตน์จะหนักหนาและไม่มีเวลาเลิกงานหรือทำงานที่ไม่นอน

"พี่พราว ไปกินข้าวกัน" เสียงใสของรุ่นน้องร่วมงานนามว่าจุ๊บแจงดังขึ้นพร้อมกับกระโจนมาเกาะที่แขนของพริ้งพราว

"ไปสิ กินอะไรดี" เธอปิดแฟ้มสีดำที่เธอตรวจซ้ำรอบที่สามเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดลง

"แจงโทรไปสั่ง ส้มตำร้านแสบปากใว้แล้ว คุณวิศรุษก็ไปด้วยนะ" เพื่อรุ่นน้องชี้แจงบอก

"อ่อ เหรอ เอาสิไปกันหลายๆคนจะได้อร่อย"

บรรยากาศในร้านส้มตำชื่อดังย่านพัทยาใต้อัดแน่นไปด้วยลูกค้าจากหลากหลายอาชีพ มีตั้งแต่พนักงานธนาคาร ข้าราชการ และพนักงานบริษัท โชคดีที่เจ้าของร้านเป็นญาติกับจุ๊บแจงจึงสามมารถจองโต๊ะและสั่งอาหารรอใว้ก่อนเพราะเวลาเที่ยงแบบนี้ทางร้านไม่มีนโยบายโทรมาจองโต๊ะร่วงหน้า

ทั้งสามมานั่งนั่งกับโต๊ะไม้หินที่มีส้มตำไทย ส้มตำปูปลาร้า น้ำตก ไก่ย่างและข้าวเหนียวร้อนๆรอยู่ก่อนแล้วจึงสวาปามได้ในทันที เมื่ออาหารในแต่ละจานเริ่มพร่อง จุ๊บแจงที่นั่งข้างๆผู้จัดการหนุ่มก็รับโทรศัทพ์เพราะว่ามีใครบางคนโทรเข้า และหลังจากที่วางสายจุ๊บแจงก็หน้าเจื่อนลงทันที

"มีอะไรรึปล่าวจุ๊บแจง" ตี๋ ผู้จัดหารหนุ่มรูปร่างหน้ากกกอดเอ่ยถามเพราะเห็นว่าเธอเงียบๆไป

"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ.....ก็แค่เด็กบ้าคนนึง" ไอ้คำว่าเด็กบ้านี่มันเบาลงไปนิดหน่อย

"อะไรนะ" พริ้งพราวก็อยากรู้เช่นกันจึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งเพราะฟังไม่ค่อยถนัด

"อย่าไปสนใจเลยค่ะ เรามาทานอาหานให้อร่อยกันดีกว่นะคะ”    


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha